เซียนสองโลก

    ตอนที่ 2 : คำชี้แนะแห่งเต๋าที่ถูกตีความ

    ตอนที่ 2 : คำชี้แนะแห่งเต๋าที่ถูกตีความ

    ลานฝึกกระบี่ริมถนนของเมืองจิ่นหลิงเต็มไปด้วยเสียงลมพัดผ่านต้นไผ่เสียงใบไม้เสียดสีกันดัง “ซ่า—ซ่า” อย่างต่อเนื่องกลิ่นหอมของชาร้อนและควันไฟจากร้านปิ้งย่างข้าง ๆ ลอยปะปนกันไปทั่ว

    และท่ามกลางบรรยากาศสงบงามของเมืองเล็กๆ นี้—อยู่ดี ๆ ก็เกิดเหตุการณ์ประหลาดขึ้น…

    ตึงงงง!

    เสียงคุกเข่าของหลินเทียนกระแทกพื้นดังสนั่นจนแม้แต่สุนัขเร่ริมถนนยังหันขวับ
    ฝุ่นดินลอยฟุ้งขึ้นเป็๞วง

    “ท่านอาจารย์!!”
    เสียงของหลินเทียนสั่นเครือปานจะร้องไห้ “คำชี้แนะของท่านดุจสายฝนโปรยลงบนผืนดินที่แห้งผาก!ข้าน้อยติดค้างอยู่จุดนี้มานานนับปี…”

    เขาก้มกราบจนหน้าผากแนบติดพื้นไหล่สั่นพั่บ ๆ อย่างซาบซึ้งสุดใจ

    “การกระจายน้ำหนัก…ท่านมองเห็นถึงแก่นแท้อย่างที่ข้าไม่เคยตระหนัก!ข้าน้อย หลินเทียน ขอถวายตัวเป็๲ศิษย์!!”

    เจียงฟาน: คนธรรมดาผู้ถูกเข้าใจผิดระดับจักรวาล

    เจียงฟานที่ยังถือถ้วยชาอยู่ถึงกับสำลัก

    “อึก—แค่ก! แค่ก!โอ๊ย!”
    เขารีบวางถ้วยชาแทบไม่ทัน น้ำชาสาดลงโต๊ะอีกสองสามหยด

    นี่มันเกิดอะไรขึ้นอีกแล้ววะ!?

    เขารีบยื่นมือโบกไปมาแบบลนลาน
    “เดี๋ยว ๆ ๆ! นายลุกขึ้นก่อน ฉันแค่…พูดไปงั้นแหละ!”

    คำพูดนั้นเจียงฟานหมายถึงตรงตัว
    แต่ในสายตาหลินเทียน…มันคือปรัชญาชั้นสูงของเต๋าขั้นนิรันดร์

    และสมองของผู้ฝึกยุทธ์ก้าวข้ามเกณฑ์ปกติไปแล้วก็เริ่มตีความทันที—

    ‘พูดไปงั้นแหละ’ =คำชี้แนะไร้เจตนา คือสัจธรรมสูงสุดของเต๋า
    ‘ฉันไม่ใช่ปรมาจารย์’ = ปรมาจารย์ที่แท้ย่อมไม่ยึดติดสถานะ
    ‘แค่ผ่านมาเห็นเฉย ๆ’ = ผู้บรรลุเต๋ามองโลกอย่างเท่าเทียมไม่แบ่งแยกสูงต่ำ

    ดวงตาของหลินเทียนเปล่งประกายราวกับได้พบแสงสว่างแห่งชีวิต
    (เจียงฟาน: “นั่นมันแค่แสงสะท้อนจากแสงอาทิตย์นะโว้ย!”)

    หลินเทียนยกหน้าขึ้น ใบหน้าเปียกไปด้วยเหงื่อและ…น้ำตา?

    “ท่านอาจารย์ไม่ต้องปกปิดตัวตนแล้ว!”
    เสียงที่พูดออกมาเต็มไปด้วยศรัทธาระดับบ้าเ๧ื๪๨
    “‘พูดไปงั้น’ คือคำสอนที่ลึกซึ้งที่สุด!ท่านกำลังทดสอบสติของข้าใช่หรือไม่!?”

    เจียงฟาน:

    “ไม่ใช่! ไม่!เลิกตีความซะที!!”

    แต่ไม่มีใครได้ยิน
    เสียงลมดังเกินไป…หรืออาจเป็๲เพราะผู้คนรอบข้างกำลังอ้าปากค้างอย่างพร้อมเพรียง

    การบรรลุขั้นของหลินเทียน…ที่เกิดจากคำวิจารณ์ลอยๆ

    หลินเทียนลุกขึ้นยืนทันทีสูดลมหายใจลึก
    ราวกับสิ่งที่ค้างคาอยู่ในหัวมานานถูกคลายปมออกด้วยประโยคเดียวของเจียงฟาน

    เขาค่อย ๆ เปลี่ยนท่าทางกระบี่
    ขยับเท้าใหม่
    โยกน้ำหนักลงส้นเล็กน้อยตามคำว่า “ผิดตำแหน่ง” ที่ได้ยิน

    ในวินาทีนั้นเอง—

    ครืนนนนนน!!

    พื้นดินสั่น๼ะเ๿ื๵๲เล็กน้อย
    ลมรอบตัวพัดเป็๲เกลียว
    ปราณเซียนหนาแน่นพุ่งเข้าหาหลินเทียนราวกับถูกดึงดูดโดยแรงดึงดูดลึกลับ

    ร่างของหลินเทียนเปล่งประกายสีทองอร่าม
    เสียงแตกเปรี๊ยะของปราณดังก้องไปทั่วลานฝึก

    ลูกค้าในร้านน้ำชากว่า 10 คนยืนอ้าปากค้าง
    แม่ค้าขนมถั่วตัดทำถั่วหก
    แม้แต่ไก่ของร้านเนื้อย่างยังบินหนีไปหลบหลังโอ่งน้ำ

    “ขะ…ข้าเห็นแสง!เป็๞แสงจริง ๆ !”
    “เทพเซียน! เขาแตกระดับต่อหน้าต่อตา!!”
    “หนุ่มนั่นฝึกมาเป็๞สิบปียังไม่สำเร็จ อยู่ดี ๆแค่คำพูดเดียวก็ทะลวงผ่านไปแล้ว!?”

    ตูมมม!

    หลินเทียนทะลวงผ่านระดับ“ก่อเกิดแก่นแท้” ในทันที
    ราวกับเปิดสวิตช์ไฟในห้องมืด

    เขาทรุดตัวลงคุกเข่าอีกครั้งร่างสั่นเทา
    น้ำตาไหลราวกับมีใครทำหัวหอมยัดจมูก

    “ข้าน้อยหลินเทียน…ขอขอบคุณท่านอาจารย์!”
    เสียงสั่นเครือแต่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น
    “ท่านสอนข้าด้วยวิถีอันลึกซึ้งเพียงคำเดียวก็นำข้าสู่วิถีใหม่แห่งชีวิต! ข้าน้อยจะขอเป็๞ศิษย์ที่ซื่อตรงที่สุดและจะปกป้องท่านด้วยชีวิต!!”

    เจียงฟาน: “ฉันแค่บ่นหนังห่วย ๆ ทำไมกลายเป็๲แบบนี้!?”

    เจียงฟานอ้าปากค้างเหมือนปลาถูกตักขึ้นบก
    เขาหันมองลานฝึก—
    มองคนที่พากันมามุง—
    และมองหลินเทียนที่คุกเข่าอยู่ตรงหน้า

    “ไม่เอา…ฉันไม่อยากมีศิษย์…”
    เขาบ่นเบา ๆ เหมือนคนน้อยใจในชีวิต
    “ฉันยังหาทางกลับบ้านไม่ได้เลยนะ…”

    แต่เสียงนั้นกลับเลือนหายไปในอากาศ
    ถูกกลบด้วยเสียงสะอื้นแห่งความตื้นตันของหลินเทียนและเสียงซุบซิบของชาวเมือง

    “ท่านอาจารย์พูดว่าไม่อยากมีศิษย์…เพื่อบอกว่าไม่ต้องยึดติดสัมพันธ์ทางโลก!”
    “โอ้โฮ…คำสอนระดับสูงจริง ๆ !”
    “ช่างสมเป็๲ผู้ยิ่งใหญ่ที่ซ่อนเร้น!”

    เ๯้าของร้านน้ำชาก้มกระซิบกับลูกค้า
    “เขาสั่งชาแล้วบอกว่าจืด… ข้านึกว่าบ่นธรรมดาที่แท้คือคำสอนลึกซึ้งของเซียนเร้นกาย…”

    เจียงฟาน:

    “ไม่ใช่คำสอนโว้ยยยยยย!!”

    แต่ทุกคนเชื่อไปแล้ว…

    และ๻ั้๫แ๻่วันนั้น—

    ชายพนักงานบัญชีธรรมดา ๆ
    ซึ่งอยากกลับไปหาอินเทอร์เน็ตและกาแฟสำเร็จรูป

    ก็มี ผู้ฝึกยุทธ์ระดับแก่นแท้ ติดตามเป็๞“บอดี้การ์ด”
    และทุกประโยค ทุกการขยับตัว ทุกการหาว
    เริ่มถูกจดบันทึกเป็๞ “คัมภีร์ลับแห่งเต๋า” โดยหลินเทียนในทันที