วันต่อมา ณ เรือนออกหลวงพิจิตรอาสา
“ว่ากระไรนะ นังพลอยกับไอ้นิลมันโดนโจรป่าฆ่าตายเสียแล้วรึ แล้วตอนนี้ร่างมันอยู่ที่ใด” ชายวัยกลางคนใบหน้าสำอางมีเค้าความหล่อเหลาในครั้งวัยหนุ่มหลงเหลืออยู่กล่าวด้วยความใ จริงอยู่ที่เขาเกลียดเด็กสองคนนั้น เพราะแม่ของพวกมันหักหลังเขา ทิ้งไข่ที่ไม่รู้ว่าใช่ลูกของเขาหรือไม่ไว้ให้เลี้ยง และตนก็หนีตามผู้ชายไป แต่ทว่า อย่างไรเสีย ชาวบ้านก็รู้จักพวกมันในนามของเืเนื้อเชื้อไขหลวงพิจิตรอาสา หากไม่ดูดำดูดีก็อาจจะถูกผู้คนครหาเอาได้
“เ้าค่ะ บ่าวที่แจวเรือรอดมาหนึ่งคน นำความมาแจ้งแก่อิฉันเมื่อสักครู่ มันว่าพอฆ่าเสร็จก็เอาศพแม่พลอย พ่อนิลกับอิเรืองโยนลงน้ำเสีย บ่าวมันกลัวจึงรีบหนีมาก่อนไม่ทันได้งมศพขึ้นมาเ้าค่ะ” เบื้องหน้าของหลวงพิจิตรอาสามีหญิงสาววัยสามสิบต้นๆนั่งซับน้ำตาราวกับว่าอาลัยยิ่ง แต่ภายใต้ใบหน้าเปื้อนน้ำตานั้นกลับซ่อนรอยยิ้มของผู้ชนะเอาไว้
“หึ อีไพลิน มึงเป็ลูกออกญาแล้วเป็เช่นไร ได้เป็เมียเอกแล้วเป็เช่นไร มีลูกชายให้คุณพี่แล้วเป็เช่นไร วันนี้กูได้ทุกอย่างที่มึงมีมา ได้เป็เมียเอกและเมียคนเดียวของคุณพี่ ลูกสาวของกูก็จะได้คู่หมายของลูกสาวมึงมาครองเช่นกัน ลงไปอยู่พร้อมหน้ากันในนรกเถอะ” สิ่งที่หลวงพิจิตรอาสาไม่รู้ นั่นคือคุณหญิงไพลิน แม่ของพลอยและนิลนั้นไม่ได้หนีตามผู้ชายไป หากแต่ถูกฆ่าโดยแผนของคุณหญิงกานดา เธอจัดหลักฐานทุกอย่างว่าคุณหญิงไพลินหายตัวไปเพื่อหลอกหลวงพิจิตรอาสา ฝ่ายหลวงพิจิตรอาสานั้นก็กลัวจะถูกผู้คนนินทา จึงได้จัดงานศพให้คุณหญิงไพลินและบอกผู้คนว่าเธอได้ป่วยตายลงไป
“เช่นนั้น ข้าคงต้องเป็ธุระให้ออเ้าจัดงานศพให้สองพี่น้องนั่นด้วย ข้าไม่อยากยุ่งเกี่ยว” หลวงพิจิตรอาสาถึงแม้จะอยากปัดเื่นี้ให้พ้นจากสมอง แต่อย่างไรเสียเขาก็ต้องไว้หน้าของออกญารณปัตย์ผู้เป็ตาของพลอยและนิล
“เ้าค่ะ คุณพี่ อิฉันรู้ว่าคุณพี่เหนื่อยและปวดหัวกับราชการงานบ้านงานเมืองอยู่แล้ว เื่ในบ้านเหล่านี้ให้อิฉันจัดการเถอะเ้าค่ะ” คุณหญิงกานดากล่าวพลางลุกไปนั่งข้างๆสามี เธอบีบนวดอีกฝ่ายให้ผ่อนคลาย ซึ่งนั่นก็ได้ผลทุกครั้ง
“มีแต่ออเ้าเท่านั้นแแล ที่รู้ใจพี่ยิ่งนัก มีออเ้าอยู่ พี่ก็หายห่วงเื่ในเรือนไปมาก” หลวงพิจิตรอาสากุมมือคุณหญิงกานดาไว้อย่างรักใคร เขาผิดยิ่งนักที่ต้องทำตามสัญญามั่นหมายของผู้ใหญ่จนทำให้กานดาผู้เป็ที่รักของเขาต้องอยู่ในฐานะเมียรองอยู่หลายปี
“คุณพี่ น้องยินดีเ้าค่ะ แต่…” ใบหน้าของกานดาดูวิตกกังวล กระตุ้นความสงสัยของสามีขึ้นมา
“ยังมีเื่อันใดกวนใจออเ้าอย่างนั้นรึ” หลวงพิจิตรอาสาถามด้วยความห่วงใย
“เราจักบอกท่านออกญาศิรหมนตรีเช่นไรดีเ้าคะ หากทางนั้นรู้เข้า ข้าเกรงว่าท่านออกญาจะพาลโกรธเคืองพวกเราไปทั้งเรือน ด้วยเราไม่ดูแลแม่พลอยว่าที่สะใภ้ของท่านให้ดี” แสร้งทำว่าจริงใจ แต่ทุกคนหารู้ไม่ว่าในใจของคุณหญิงกานดากำลังคิดแผนร้ายอยู่
“นั่นสิ ข้าเองก็ลืมนึกถึงเื่นี้ไป” ฝ่ายสามีเอ่ยใบหน้าเคร่งเครียด
“ถ้าเช่นนั้น เหตุใดเราไม่เปลี่ยนสัญญาหมั้นจากแม่พลอยเป็แม่แก้ว…” เธอกำลังจะพูดต่อหากแต่หลวงพิจิตรอาสาตบโต๊ะดังปัง เพราะขัดใจกับคำพูดของเมียเอกของตน
ปัง!
“นะ…น้องพูดอันใดผิดหรือเ้าคะ น้องขอโทษเ้าค่ะคุณพี่” คุณหญิงกานดาตัวสั่นเทิ้มด้วยความกลัว แม้เธอจะร้ายแต่เธอก็ไม่กล้าขัดใจสามีเธอเลยแม้แต่เื่เดียว
“ออเ้าคิดว่าเราจักเปลี่ยนตัวคู่หมายกันได้ง่ายๆเยี่ยงนั้นรึ?” หลวงพิจิตรอาสาหรี่ตาถามภรรยาที่อยู่เบื้องหน้า
“น้องไม่ได้คิดเยี่ยงนั้น เพียงแต่…” เธอทำได้เพียงพูดจาอ้ำอึ้งต่อหน้าสามีที่กำลังโกรธขึ้งอยู่เท่านั้น
“เพียงแต่อันใด! เ้าก็รู้ว่าสัญญาหมั้นหมายนั้นเกิดจากที่แม่ไพลินได้ช่วยชีวิตออกญาศิรหมนตรีเอาไว้ ท่านจึงได้กล่าวว่าจักให้ทายาทของแม่ไพลินและทายาทของท่านได้เป็คู่ตุนาหงันกัน เื่นี้ทั่วทั้งพระนครมีใครบ้างที่ไม่รู้ แล้วอยู่ๆเ้าจะเปลี่ยนตัวคู่หมายให้เขาเอาเองตามอำเภอใจได้เยี่ยงนั้นรึ?” เมื่อเห็นสามีของเธอโกรธเป็ฟืนเป็ไฟ จากนั้นก็ลุกเดินจากไป คุณหญิงกานดาก็ทำได้เพียงแต่นิ่งเงียบ ในใจมีความคิดอยู่มากมาย ทั้งเสียใจ น้อยใจ โกรธเคืองผู้เป็สามี เธอสัญญากับตัวเอง ว่าเธอต้องเปลี่ยนสัญญาหมั้นหมายมาให้เป็ของลูกสาวของตนให้จงได้!
อีกฝั่งหนึ่ง ณ กระท่อมกลางป่า เสียงนกเจื้อยแจ้วและแมลงร้องระงมเมื่อยามเช้ามาถึง ร่างบางนอนอยู่บนผืนเสื่อเก่าๆที่ทำให้เธอรู้สึกคันเนื้อตัวยิบยับไปทั่ว แปลก… ปกติเธอนอนป่าจนชินก็ไม่เคยรู้สึกว่าตัวเองจะผิวพรรณบอบบางจนถูกระคายเคืองด้วยแมลงเพียงเล็กน้อย เด็กสาวค่อยๆลืมตาตื่นขึ้นมาพบกับสองใบหน้าที่จ้องเธอชิดใกล้เสียจนแทบจะแนบติด
“เฮ้ย!” พลอยร้องออกมาพลางกระเด้งตัวถอยกรูดไปด้านหลังชิดกับกำแพง
“คุณพลอยเ้าคะ ใอันใดเ้าคะ นี่บ่าว เรืองเองเ้าค่ะ” เรืองหน้าเสียซ้ำยังใกับกิริยาไม่งามตาของเ้านาย
“เรือง… เรือง…. เรืองไหนนะ” หญิงสาวไล่เรียงความคิดอยู่ชั่วครู่ สายตาจับจ้องที่ใบหน้าของเรืองและนิล จนกระทั่งเธอจับความและสถานการณ์ของเธอได้
“ใช่ ใช่ เราเข้ามาอยู่ในร่างของแม่พลอย เ้านายของเรือง พี่สาวของนิล เอาไงดีนะ โธ่” เธอพึมพำกับตัวเอง ในหัวปวดตุบๆเพราะไม่รู้จะเอาเช่นไรต่อไปดี
“คุณพลอยเป็อันใดเ้าคะ ยังปวดหัวอยู่หรือเ้าคะ” ผู้เป็บ่าวขยับเข้ามาใกล้ๆ หมายจะตรวจดูไข้ของพลอย
“ไม่จ้ะ ฉันไม่เป็อะไร เอ้ย ข้าไม่เป็อะไร” เอาไงเอากันวะ เข้ามาอยู่ร่างเขาแล้วก็ต้องแสดงให้เนียนที่สุด เข้าเมืองตาหลิ่วต้องหลิ่วตาตาม ถ้าถูกจับโป๊ะได้ไม่รู้ว่าคนเขาจะเอาเธอไปหาพระราดน้ำมนต์ หมอผีสาดข้าวสารใส่หรือไม่ อย่างไรเสียเธอก็มีความทรงจำของพลอยอยู่เต็มเปี่ยม ส่วนสาเหตุที่ว่าทำไมเธอจึงเข้ามาอยู่ในร่างนี้ จะการทดลองก็ดี จะปาฏิหาริย์ก็ดี ไว้เธอค่อยหาโอกาสสืบเสาะเอาวันหลัง
“แต่คุณพี่พลอยดูแปลกไปนะขอรับ คุณพี่ยังไม่สบายอยู่หรือไม่ขอรับ” นิลน้อยกล่าวพลางทำตาปริบๆ พลอยรดาดั่งต้องมนต์สะกดเมื่อมองหน้าเด็กน้อยชัดๆในที่ๆมีแสงสว่าง เธอคิดกับตัวเองในใจ
“พระเ้าช่วย นี่มันคนหรือตุ๊กตา ตัวเล็กน่ารักที่สุด” ตาของพลอยเป็ประกาย หญิงสาวเอื้อมมือไปด้านหน้าพลางกล่าวว่า
“ขอพี่กอดหน่อยได้มั้ย…เอ้ย ได้หรือไม่” มาถึงอดีตก็มีเด็กให้เลี้ยงต้อยเลยจ้า หญิงสาวกรีดร้องอยู่ในใจด้วยความเป็สุข
“ขอรับ” ว่าแล้วเด็กชายตัวน้อยก็คลานเข้าไปหาพี่สาว พลางนั่งลงใกล้ๆ หากแต่พลอยกลับยกตัวเขาขึ้นมานั่งตักก่อนจะกดใบหน้าเด็กน้อยซุกกับอกเธอ
“ขวัญเอ๋ยขวัญมา หายใ ไม่มีเื่อันใดแล้วนะ พ่อนิลของพี่” คำพูดคำจาเริ่มคล่องขึ้น หญิงสาวเริ่มรู้สึกว่าตนรวมหลอมเป็หนึ่งเดียวกับเ้าของร่างเสียแล้ว
“ขวัญเอ๋ยขวัญมา คุณพี่พลอยก็หายใด้วยนะขอรับ” เด็กน้อยไร้เดียงสาลูบหลังพี่สาวของตนกลับ ทำเอาเรืองยิ้มออกมาทั้งน้ำตา
“พิโธ่ พิถัง คุณนิลเ้าขา ผู้ใดเขาเรียกขวัญให้ผู้ใหญ่กันบ้างเ้าคะ มันผิดธรรมเนียม” เมื่อได้ยินเช่นนั้นเด็กน้อยก็หัวเราะร่าออกมา ผละออกจากอกของพลอยแล้ววิ่งไปกอดเรืองบ้าง
“พี่เรืองก็หายใด้วยนะขอรับ” พลอยยิ้มเอ็นดู เธอชักจะหลงรักเ้าเด็กน้อยผู้อ่อนโยนคนนี้เสียแล้ว เอาล่ะ ในเมื่อเธออายุมากที่สุดในนี้ อย่างน้อยก็ในร่างเดิม เธอจะดูแลเด็กทั้งสองคนนี้เอง
เรืองกับนิลหัวเราะกันอยู่นาน และพลอยก็อดยิ้มตามไปด้วยไม่ได้ จนกระทั่งเรืองนึกเื่สำคัญออก เธอจึงหันมาถามพลอยด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
“คุณพลอยเ้าคะ แล้วเราจักทำเยี่ยงไรต่อไปดีเ้าคะ หากเรากลับเรือนที่กรุงศรี คุณหญิงกานดาก็คงคิดแผนปองร้อยคุณพลอยกับคุณนิลอีกเป็แน่แท้” เรืองหน้าหมองลง ตอนนี้พวกเธอติดอยู่กลางทางระหว่างกรุงศรีและปากน้ำโพ ไม่รู้ว่าอยู่ที่แห่งใด
“ฉันก็คิดแบบนั้น บ้านที่อยู่ไปก็เหมือนกับนรก แล้วพี่เรืองกับพ่อนิลจะต้องทนทุกข์อีกมากสักแค่ไหน” พลอยมองออกไปยังนอกหน้าต่าง คิ้วงามของเธอขมวดเข้าหากัน ตอนนี้เธอไม่รู้ปัจจัยภายนอกอื่นๆที่ทำจะส่งผลต่อพวกเธอเลย เธอจึงยังไม่รีบตัดสินใจ
“ถ้าอย่างนั้นเราไปปากน้ำโพเพื่อขออาศัยอยู่กับท่านออกญารณปัตย์ ท่านตาของคุณพลอยเช่นอย่างตอนแรกดีหรือไม่เ้าคะ” เรืองลองเสนอความคิดเห็น เพราะมันดูจะเป็ทางเดียวที่เหลืออยู่สำหรับทุกคนแล้วจริงๆ
“ท่านตาของฉันเป็คนอย่างไร พี่เรืองพอจะรู้หรือไม่” ในความทรงจำของเธอไม่มีเื่ของคุณตาของเธออยู่เลย แปลก หรือว่าความสัมพันธ์ระหว่างตากับแม่ของพลอยจะไม่ลงรอยกันนะ
“บ่าวเองก็ไม่เคยพบ แต่ว่ากันว่าท่านตาของคุณพลอยท่านเป็คนดุ แลเด็ดขาดเ้าค่ะ ด้วยเป็ขุนพลทัพหน้าของขุนหลวงมาก่อน ทุกคนจึงยำเกรงและเคารพท่านเป็อย่างมาก ตอนนี้ท่านก็รั้งตำแหน่งเ้าเมืองนคร์อยู่เ้าค่ะ” เรืองไหว้ขึ้นทูนหัวเมื่อเอ่ยถึงขุนหลวง ซึ่งนั่นก็ไม่แปลก เพราะในสมัยโบราณ เหล่าไพร่ฟ้าต่างก็ต้องพึ่งพาขุนหลวงในการใช้ชีวิตอย่างสงบสุข ไม่เหมือนกับในโลกปัจจุบันของเธอที่ผู้คนเริ่มดึงแผ่นฟ้าลงมาที่ต่ำ