ผลไม้บางลูกนั้นหอมหวาน...น่าลิ้มลอง อยากนักที่จะอดใจไม่เอื้อมไปคว้ามากัดกิน คงดีไม่น้อยถ้าผลไม้ลูกนั้น ไม่มีเ้าของ แล้วถ้าหากว่า ผลไม้ลูกนั้นมีเ้าของล่ะ?
คุณยังจะกล้าเอื้อมมือไปคว้ามาลองลิ้มชิมรสชาติมันอยู่หรือไม่...?
เย็นย่ำต้นฤดูฝน บ้านไร่ชนบทเงียบสงบแห่งนี้กำลังอาบแสงอาทิตย์อ่อน ๆ ยามใกล้ลับฟ้า กลิ่นหญ้าเปียกน้ำค้างโชยมากับลมบาง ๆ ผสมเสียงจักจั่นเรไรที่ขับขานราวกับบทเพลงต้อนรับยามเย็น
ตลาดเล็ก ๆ ใต้เงาไม้ใหญ่เริ่มคึกคักขึ้นเรื่อย ๆ บรรดาชาวบ้านพากันมาเดินจับจ่ายซื้อของ บ้างนั่งล้อมวงดื่มเหล้าขาวกับกับแกล้มหน้าร้านโชห่วย เสียงหัวเราะเฮฮาสลับกับกลิ่นหอมฉุยลอยคลุ้ง คนแก่ คนหนุ่ม ผู้หญิงถือถุงผักปะปนกันอย่างเป็ธรรมชาติของชุมชนชนบท
แผงขายของเรียงรายไปตามทางเดิน แผงกล้วยแขกทอดน้ำมันยังเดือดปุด ๆ แผงน้ำแข็งไสมีเด็ก ๆ ต่อคิวร่าเริง แต่ที่ปลายสุดของตลาด ริมต้นจามจุรีใหญ่ มีแผงผลไม้เล็ก ๆ ตั้งอยู่เงียบ ๆ
ที่นั่น ‘ดาว’ เด็กสาวมัธยมปลายกำลังยืนอยู่หน้าแผงผลไม้ ใบหน้าเหนื่อยล้าจากโรงเรียนยังมีเหงื่อผุดที่ขมับเล็กน้อย เสื้อนักเรียนหญิงมัธยมปลายที่เธอสวม กับกระโปรงน้ำเงินเข้ม มีคราบฝุ่นเลอะเต็มไปหมด เธอเพิ่งเลิกเรียนมาได้ไม่นาน กระเป๋านักเรียนสีดำยังวางพิงอยู่ข้างลังชมพู่ ผมดำยาวรวบไว้หลวม ๆ ขยับตามแรงลมบาง ๆ ที่พัดผ่าน
“ทำไมแม่ยังไม่มาอีกนะ…” ดาวพึมพำพลางมองถนนสายหลักหน้าแผงด้วยแววตากังวล มือเริ่มเก็บผลไม้ใส่ลังทีละลูก อย่างช้า ๆ และในเวลานั้นเอง เสียงจักรยานเก่า ๆ ดัง เอี๊ยดอ๊าดก็ปั่นมาหยุดตรงหน้าแผงผลไม้
“ว่าไงจ๊ะแม่ค้าผลไม้คนสวย ขายหมดรึยัง”
‘เปี๊ยก’ ปั่นจักรยานเข้ามาจอดข้างแผงอย่างเกะกะเกเร มันคือเพื่อนบ้าน และเพื่อนสนิทของดาว ตัวผอมแห้ง หน้าตาทะเล้น ผมเผ้ารุงรัง เสื้อยืดตัวเก่า กางเกงขาสั้นที่สีซีดจางไปแล้ว ใบหน้ามอมเหงื่อแต่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม
“หมดพ่อมึงดิ แหกตาดูสิเนี่ยเต็มแผง กูจะเก็บแผงกลับบ้านอยู่แล้ว รอแม่ แม่ก็ยังไม่มาเลย” ดาวหน้านิ่วคิ้วขมวดก่อนแค่นเสียงเอ่ยขึ้น
“อ้าว อีดาว กูถามดี ๆ เออ ๆ งั้นเดี๋ยวกูช่วย” เปี๊ยกพูดพลางลงมือช่วยเก็บของทันที ไม่รอฟังคำอนุญาต
“ดี ช่วยกูหน่อย แล้วก็พากูไปส่งบ้านด้วย”
“เอ้า อีนี่ ได้ทีเอาใหญ่ เอ่อ ๆ ทางผ่านกูอยู่แล้ว” ไอ้เปี๊ยกขมวดคิ้วด้วยท่าทางหงุดหงิดเล็กน้อย แต่มันก็ช่วยดาวเก็บแผงผลไม้
เมื่อเก็บของเสร็จ ดาวขึ้นซ้อนท้ายจักรยานไอ้เปี๊ยก ก่อนที่มันจะปั่นกลับบ้านไปตามถนนดินแดงที่ทอดผ่านทุ่งนา แสงสุดท้ายของวันทอดเงา ทำให้ทั้งสองคนให้กลายเป็ภาพเล็ก ๆ ที่เคลื่อนไปในความเงียบสงบของยามเย็น...
ทว่า...ขณะใกล้จึงบ้านของดาว จู่ ๆ เมฆดำมืดครึ้มก็โผล่มาจากไหนไม่ทราบ มันส่งเสียงคำรามลั่นราวกับฟ้าจะถล่ม
“ฉิบหายแล้วไอ้เปี้ยก ปั่นเร็วกูไม่อยากเปียก!!” เสียงของอีดาวร้องสั่งด้วยความใ ไอ้เปี๊ยกพอได้ยินก็เร่งสปีดเท้าไวสุดเท่าที่มันจะทำได้ หากแต่ช้าไปเสียแล้ว ฝนไล่ช้างเม็ดโตตกลงมาอย่างไม่รอท่า ทั้งสองชีวิตจึงเปียกโชกไปทั้งตัว โชคดีนักที่บ้านของดาวอยู่ห่างออกไปอีกไม่ถึงร้อยเมตร สุดท้ายทั้งคู่จึงมาถึงที่หมายในที่สุด
“ฝนห่าอะไรวะตกมาแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย ดูดิเปียกหมดเลย...” อีดาวบ่นอุบด้วยสีหน้าไม่พอใจ ส่วนไอ้เปี๊ยกก็ได้แต่ระบายยิ้มแห้ง ๆ ก่อนที่สายตาของมันจะเหลือบไปเห็น เสื้อนักเรียนสีขาวของดาวที่เปียกน้ำ จนบางมองทะลุเห็นไปถึงสองเต้าอวบอัดที่ห่อหุ้มด้วยลูกไม้สีดำตัวน้อย เืลมในกายวัยหนุ่มของไอ้เปี๊ยกพลุ่งพล่านไปทั่วร่าง
“แม่กับพ่อไม่อยู่บ้านจริง ๆ ด้วยไปไหนกันนะ” อีดาวเอ่ยขึ้นก่อนจะกวาดตามองไปรอบ ๆ บ้าน เดือน กับเชิดไม่อยู่จริง ๆ และพอไอ้เปี๊ยกได้ยินแบบนั้น ความคิดอัปรีย์จัญไรก็พลันผุดขึ้นในสมอง
ในความเป็จริงมันกับอีดาวนั้นรู้จักกันมาั้แ่เด็ก ๆ จะเรียกว่าเป็เพื่อนสนิทเลยก็ว่าได้ เรียนมาด้วยกันตลอด ไปไหนมาไหนด้วยกันตลอด และเพราะมันไม่เคยแสดงออกว่าจะจีบ หรือทำอะไรแบบนี้ผู้ชายคนอื่นทำ เดือนแม่ของดาวจึงไม่ได้ว่าอะไร แถมเธอยังมั่นใจด้วยว่าลูกสาวของตนเองคงไม่คว้าเอา ไอ้ผู้ชายหน้าแย่ทำตัวไม่เป็โล้เป็พายอย่างไอ้เปี๊ยกมาทำผัว ทว่า...ใจคนหยั่งยากจะหยั่งถึง ภายนอกดูไม่มีอะไร แต่ลึก ๆ เขาอาจจะมีอะไรแอบแฝงอยู่ก็ได้ ซึ่งไอ้เปี๊ยกก็เช่นกัน ตอนเด็ก ๆ มันอาจจะไม่ได้คิดอะไรกับอีดาว แต่เพราะอีดาวโตมาเป็สาวสวย หมวย อึ๋มขนาดนี้ เป็ใครบ้างที่เมื่ออยู่ใกล้แล้วจะไม่หวั่นไหว...
“งั้นเดี๋ยวกูไปหยิบผ้าเช็ดตัวมาให้ เช็ดแล้วมึงก็นั่งรออยู่จนฝนหายตกแล้วค่อยกลับละกัน บ้านไม่มีใครอยู่จะนั่งดูทีวี หาอะไรแดกก็ตามสบาย ส่วนกูจะไปอาบน้ำก่อนไม่งั้นหวัดแดกแน่” ดาวพูดจบก็เดินหายไปสักพักก่อนจะกลับออกมาโยนผ้าขนหนูให้เปี๊ยก จากนั้นเธอก็เดินขึ้นไปชั้นสองเพื่ออาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า ไอ้เปี๊ยกแสร้งยิ้มหน้าระรื่น ก่อนจะรับผ้ามาเช็ดหน้าเช็ดหัว แล้วไปนั่งรอบนโซฟาสักพัก มันนั่งจับเวลาประมาณสิบนาที ก่อนจะลุกขึ้น และค่อย ๆ ขึ้นไปชั้นสอง ก่อนจะเดินมาหยุดลงที่หน้าประตูห้องห้องหนึ่ง เดาได้ไม่ยากเลยว่าห้องใคร เพราะพื้นมารอยน้ำหมาด ๆ แถมประตูก็เปิดอ้าไว้เล็กน้อยซะด้วยแบบนี้ก็เข้าทางเปี๊ยก มันไม่รอช้าพลันแนบใบหน้าเข้ากับรอยแง้มทันที และภาพที่ได้เห็นก็คือ...
จบตอน