อสูรข้ามฟ้า

    ตอนที่ 42 ความแข็งแกร่งอันไร้ที่มา

    ตอนที่ 42


    วันสุดท้ายก่อนงานเทศกาล....

     

    วันนี้ถือเป็นอีกวันสำคัญที่จะตัดสิน ว่า ซุน มีคุณสมบัติมากพอที่จะขึ้นประลองในงานเทศกาลภายใต้สังกัดตระกูลซ่งหรือไม่... โดยผู้ที่จะเป็นคนกำหนดก็คือชายร่างผอมนาม ซ่งหยวนเจ๋อผู้ที่เคยปฏิเสธหลังชนฝามาตั้งแต่วันแรกเพราะไม่เชื่อถือในตัวของเด็กหนุ่มแปลกหน้า ที่ดูแคลนเพลงขวานวายุตระกูลซ่ง...

     

    “เป็นเรื่องจริงหรือ ที่ว่าเจ้านั่นมันเลิกฝึกซ้อมไปตั้งแต่เมื่อ 4วันก่อน และขังตัวเองอยู่ภายในห้องไม่ออกไปไหน?!” ซ่งหยวนเจ๋ออดไม่ได้ที่จะเอ่ยถามกับ เจ้าหมีเล็ก สหายสนิทของคนที่เดินมาคู่กัน

     

    “ไม่ผิดแน่... ข้าได้ยินเรื่องนี้มาจาก เจ้าหมีใหญ่ ว่าเจ้าเด็กคนนั้นมันเพิ่งจะออกมาจากเรือนพักเมื่อรุ่งสางนี้เองไม่รู้ว่าจะหมักตัวเพื่อการใดเสียหลายวัน แทนที่จะเอาเวลามาฝึกฝนเพิ่มเติม...”เจ้าหมีเล็ก บ่มพึมพำเช่นกัน ลึก ๆ ก็ไม่ได้ชื่นชอบในตัว ซุน นัก...

     

    เมื่อทราบเช่นนั้น ก็ยิ่งสร้างความไม่พอใจให้กับ ซ่งหยวนเจ๋อเป็นเท่าทวี...

    “คอยดูเถอะ!! ข้าจะทำให้มันรับรู้ ว่าไม่ควรดูแคลนตระกูลซ่งของเรา!!”

     

    ณ ลานฝึกยุทธ...

     

    เหล่าสมาชิกตระกูลซ่ง นับตั้งแต่ในวันแรก ๆ ที่ได้มาก็ไม่มีใครเข้ามาดู ซุน ฝึกซ้อมอีกเลย นอกเหนือจาก ซ่งจื่อฮุ่ย และ เจ้าหมีใหญ่...ดังนั้นย่อมไม่มีผู้ใดรู้ถึงตื้นลึกหนาบาง ในความสามารถของ ซุน เท่าใดนัก ถึงแม้ว่าเจ้าหมีใหญ่ มักจะกลับไปคุยโวโอ้อวดกับทุกคนที่โถงอาหาร ว่า ซุน เปี่ยมไปด้วยพรสวรรค์ที่ร้ายกายจนสามารถฝึกฝนเคล็ดวิชาขวายวายุในเวลาอันสั้น

     

    หากแต่ด้วยบุคลิกของ เจ้าหมีใหญ่ ที่ไม่น่าเชื่อถือ อีกทั้งถ้อยวาจามันยังดูคล้ายเป็นเรื่องน่าเหลือเชื่อเกินความจริงจนทำให้ทุกคนเข้าใจว่า เจ้าหมีใหญ่ รวมหัวกับ ซ่งจื่อฮุ่ย พยายามกุเรื่องข่มขวัญเสียมากกว่าไม่ปักเชื่อเรื่องที่ได้ยิน…

     

    แต่เรื่องที่ ซุน เฝ้าเก็บตัวอยู่หลายวันนั้น ทุกคนล้วนเห็นกับตา...จึงเข้าใจว่าสุดท้ายเด็กหนุ่มก็ยอมแพ้ต่อการฝึกฝนที่หนักหนาสาหัส จนกลายเป็นคนเหยาะแหยะอู้การฝึก สร้างความผิดหวัง และกลายเป็นที่ครหาภายในตระกูลซ่ง โดยที่ ซ่งจื่อฮุ่ยและ เจ้าหมีใหญ่ ไม่อาจหาข้อแก้ตัวได้เลย...

     

    จะมีก็แต่ ชายชรา อย่าง ซ่งไห่เฟิง ที่ทำหน้าที่เพียงรับฟังแต่ก็ไม่ได้วิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับคำครหาเหล่านั้นกล่าวออกมาแต่ว่าให้ทุกคนเฝ้ารอวันตัดสินก็พอเส้นทางการฝึกของแต่ละคนล้วนแตกต่าง...จวบบจนมาถึงวันนี้ ทุกคนก็ได้มาเห็น ซุน ฝึกซ้อมเป็นครั้งแรก...

     

    ซุน กำลังอยู่ในระหว่างฝึกซ้อม เหงื่อกาฬอาบท่วมร่างจนอาภรณ์ไม่หลงเหลือจุดแห้งให้เห็นบ่งบอกถึงการฝึกอย่างหนักโดยไม่หยุดพัก ทวงท่ากวัดแกว่งขวานศิลายังรุนแรงดุดัน จนมีเสียงแหวกอากาศดังแสบแก้วหูบังเกิดกระแสลมกรรโชกหมุนวนอยู่รอบ ๆ อย่างน่าอัศจรรย์ตรงตามตำราขวานวายุที่ถูกบันทึกเอาไว้...

     

    “เจ้านั่นมันกวัดแกว่งขวานศิลาได้ดีถึงเพียงนั้นแล้วหรือนี่?! หากสามารถใช้ขวานศิลาระดับ 2 ได้คล่องแคล้วเพียงนั้นการประลองครั้งนี้ก็คงจะพอมีหวังอยู่กลาย ๆ แล้วกระมัง?!” เจ้าหมีเล็กอดไม่ได้ที่จะชื่นชม เมื่อเห็นถึงการฝึกที่ดูขัดกับข่าวลือที่ได้ยิน

     

    ซ่งไห่เฟิง ขมวดคิ้วลงต่ำเล็กน้อย...

    “พวกเจ้าถ่างตาดูให้ดี ๆ นั่นใช่ขวานศิลาระดับ 2 ที่ไหนกัน...”

     

    “!!!!!!!!!!!” ทุกคนพลันเบิกตากว้าง เมื่อเข้าไปใกล้ก็จึงแน่ชัดว่าขวานศิลาที่ ซุน กวัดแกว่งทะมัดทะแมงอยู่นั้น แท้จริงแล้วมันคือขวานศิลาระดับ 3!! ซึ่งมีน้ำหนักถึง 1,000 ชั่ง(500 กก.)

     

    “บ้าน่า... เป็นไปไม่ได้!!”ซ่งหยวนเจ๋อ แทบไม่อยากเชื่อสายตา...

     

    เป็นจังหวะที่ ซุน เหลือบหันมาเห็นทุกคนที่เดินเข้ามาพอดี โดยเฉพาะซ่งหยวนเจ๋อ ที่กำลังตกตะลึงกับสิ่งที่เห็น... เด็กหนุ่ม ไม่เพียงแต่จะไม่หยุดการฝึกซ้อมทั้งยังตะโกนระหว่างกวัดแกว่งขวานศิลาขึ้นอีกว่า...

     

    “นี่เจ้าแห้ง... หากเจ้าพร้อมเมื่อใดก็เชิญเข้ามาได้เลย!! ข้าจะฝึกซ้อมผลาญกำลังทิ้งไปพลาง ๆ ก่อน เวลาเผชิญหน้ากัน จะได้สูสีมากยิ่งขึ้น...”

     

    “!!!!!!!!!!” ซ่งหยวนเจ๋อได้ยินเช่นนั้นก็ดวงตาเบิกโปนขึ้นทันที!!มันชัดเจนยิ่งว่าตนกำลังถูกดูแคลนโดยเด็กหนุ่มที่อายุน้อยกว่าตนนับสิบปี!! ประหนึ่งว่ามั่นใจเสียเต็มประดาในการต่อสู้ไม่จำเป็นต้องรอพักฟื้นก่อนเริ่มประลอง...

     

    “มันจะมากไปแล้ว!!” ชายร่างผอมแผดเสียงก้องดังพลันหมุนควงขวานเล็กสองเล่มในมือประหนึ่งเป็นดาบสั้น ทักษะที่ ซ่งหยวนเจ๋อ ชำนาญที่สุดคือการ[ฟาดฟัน] เป็นการกระหน่ำโจมตีจากขวานสองเล่มที่มุ่งเน้นความเร็วสามารถสร้างเงาขวานได้มิต่างเงาดาบ เป็นชายเพียงคนเดียวในตระกูลซ่ง ที่สามารถใช้กระบวนท่า[ลวง] ได้!!

     

    ไม่จำเป็นต้องมีสัญญาณ เคาะระฆัง...

    ซ่งหยวนเจ๋อ ทะยานร่างเข้าหา ซุน ในทันที!!

     

    เด็กหนุ่ม เผยรอยยิ้มเจือจาง ก่อนจะเอี้ยวตัวพลางกำขวานศิลาแนบแน่น...

    “ปัดกวาด!!”

     

    ตูม!

     

    เสียงปะทะก้องดังที่ลานฝึกยุทธตระกูลซ่ง... ขวานคู่เล็กของซ่งหยวนเจ๋อ ลอยสูงขึ้นฟ้าภายใต้การปะทะเพียงครั้งเดียว มือของข้างของชายร่างผอมสั่นสะท้านไปหยุดมันด้านชาชนไม่อาจกำขวานคู่กายได้แนบแน่น ดวงตาเบิกกว้างตกตะลึง...

     

    “นี่เจ้า!!”

     

    ซุน เผยใบหน้าที่ดุดันแผ่รัศมีพื้นฐานลมปราณสีน้ำเงินขั้นที่ 1อย่างเด่นชัด กวัดแกว่งขวานศิลาระดับ 3 ครั้งเดียว พิชิต ซ่งหยวนเจ๋อเพื่อตัดสินความเหมาะสม ว่าสมควรขึ้นประลองในฐานะตัวแทนตระกูลซ่งหรือไม่... สมาชิกตระกูลซ่งคนอื่นๆ ซึ่งตลอดหลายวันไม่ได้ให้ความสนใจกับการฝึกฝนของ ซุน นัก จึงอดไม่ได้ที่จะอ้าปากค้าง

     

    แม้แต่ชายชรามากประสบการณ์อย่าง ซ่งไห่เฟิง ใจกลางฝ่ามือยังอาบชุ่มไปด้วยเหงื่อที่ผุดขึ้น...จิตใจสั่นไหวมิต่างสมาชิกคนอื่น ๆ การเปลี่ยนแปลงไปของ ซุนมันเกินกว่าสิ่งที่จะสามารถเกิดขึ้นได้จริง ในระยะเวลาแค่ 9 วัน...

     

    “จากชนชั้นลมปราณสีคราม ขั้นที่ 2 สู่ชนชั้นลมปราณสีน้ำเงินขั้นที่1 ภายในเวลาแค่ 9 วันเนี่ยนะ ต่อให้ชนชั้นลมปราณในระดับแรก ๆ จะง่ายต่อการทะลวงมันก็ยังรวดเร็วเกินไปอยู่ดี!! การยกระดับขึ้นมาถึงเพียงนี้สมควรต้องใช้เวลาร่วมปีเป็นอย่างน้อย ไม่เคยได้ยินว่าจะมีใครสามารถก้าวกระโดดระดับขั้นพลังได้เร็วถึงเพียงนี้มาก่อน!!

     

    อีกทั้งขวานศิลาระดับ 3 การจะกวัดแกว่งมัน แม้แต่ชนชั้นลมปราณสีเขียวยังทำได้ยากยิ่งหากไร้ความชำนาญแต่ ซุน ที่เป็นเพียงชนชั้นลมปราณสีน้ำเงิน กลับควบคุมขวานศิลาระดับ 3ได้อย่างไร้ที่ติ...” ซ่งไห่เฟิง อดไม่ได้ที่จะตื่นตะลึงกับเรื่องนี้

     

    ไม่มีใครในตระกูลซ่งกล้าจะเอ่ยสิ่งใด...แม้นี่จะไม่ใช่การต่อสู้ที่ต้องการผลลัพธ์อย่างชัดเจน ซึ่งมันอาจเกิดจากความประมาทเลินเล่อของซ่งหยวนเจ๋อ และความแตกต่างของรูปแบบศาสตรา แต่สุดท้ายมันก็ปรากฏชัดแล้วว่า ซุนใช้เพลงขวานวายุออกมาอย่างยอดเยี่ยม จนเล่นงาน ซ่งหยวนเจ๋อ ได้...

     

    “เท่านี้ ข้าน่าจะเป็นตัวแทนให้พวกท่านได้แล้วกระมัง?แต่ขอบอกไว้ก่อนนะว่า ข้าลงชิงชัยในฐานะตัวแทนสำนักขวานวายุตระกูลซ่งเพื่อที่จะขยายชื่อเสียงให้สำนักเท่านั้น!!หลังจบการประลองรางวัลที่ข้าได้ ย่อมเป็นของข้ามิใช่ของสำนัก...” เด็กหนุ่มเผยรอยยิ้มเจือจาง

     

    ซ่งไห่เฟิง อดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา...

    “ฮ่า! ฮ่า! ฮ่า! ตกลงตามนั้น... พรุ่งนี้เจ้าจะเป็นตัวแทนสำนักขวานวายุตระกูลซ่ง!!”

     

    เฮ้! ซ่งจื่อฮุ่ย และ เจ้าหมีใหญ่เป็นเสียงสองคนที่กู่ร้องดีใจ... โดยที่สมาชิกคนอื่น ๆ ล้วนใบหน้าด้านชาแต่ก็ไม่อาจปฏิเสธในความสามารถ... ซ่งหยวนเจ๋อ กลับกลายเป็นคนแรกที่เดินเข้าไปหาซุน พลางวางมือลงบนไหล่ของเด็กหนุ่มเบา ๆ

     

    “ที่ผ่านมาข้าขอโทษ ที่ดูแคลนเจ้าเกินไป... จากนี้ไปขอฝากไว้ด้วยหากต้องการอยากได้คู่ฝึกซ้อม ข้าอาจจะช่วยอะไรไม่ได้มาก แต่ข้านั้นก็ยินดี...”ซ่งหยวนเจ๋อ แสดงน้ำใจแม้จะพ่ายแพ้ ไม่ได้มีความเจ็บแค้นใด ๆ ภายในแววตาเพราะรู้ดีว่า ซุน ทำไปก็เพื่อตระกูลซ่งของตน

     

    เด็กหนุ่ม ประสานมือโค้งตัวสุภาพเช่นกัน...

    “ผู้เยาว์ก็ต้องขออภัยที่ล่วงเกินไป”

     

    สายตาของสมาชิกตระกูลซ่ง เริ่มแปรเปลี่ยน... โดยเฉพาะชายชราอย่าง ซ่งไห่เฟิงที่มิได้หุบยิ้ม รู้สึกว่าตนนั้นตัดสินใจไม่ผิด ทั้งยังรู้สึกได้ว่าเวลานี้ตระกูลซ่ง ได้สิ่งล้ำค่ามาถือครองเอาไว้แล้ว...

     

    มู่เจี้ยน ปลายนิ้วเย็นเฉียบ เมื่อเห็นผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น... ส่วนหนึ่งเพราะการเคลื่อนไหวของซุน ในแต่ละวัน มือปราบมู่ จะต้องรายงานความปลอดภัยกลับไปยัง เจ้าเมืองฉี ผ่านหยกสื่อสารแต่ครั้งนี้ มือปราบมู่ กลับรู้สึกใบหน้าด้านชา ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าควรจะรายงานกลับไปอย่างไรไม่ให้ดูว่าเป็นรายงายเท็จ!!

     

    “นี่มันยังไงกันแน่?! สี่วันที่เก็บตัวอยู่แต่ในเรือนพักซุน ทำอะไรกันแน่!!”

     

    ..............................................

     

    กลางดึกในคืนนั้น...

     

    ทุกคนต่างพากันแยกย้ายกลับเรือน เหลือเพียง ซุนที่นั่งปรับลมปราณหลังจากฝึกปรือตลอดทั้งวัน โดยยังคงมี มือปราบมู่ ที่เฝ้าคอยปกป้องอยู่ห่างๆ ไว้วางตา... เด็กหนุ่ม ยกสุราในเต้ากระดกเป็นระยะ ซึ่งเป็นสุราที่มุ่งเน้นการฟื้นฟูกำลังและลมปราณที่พร่องโหว่เสียมากกว่า

     

    ซุน เพิ่งจะทะลวงผ่านระดับชั้นลมปราณอย่างรวดเร็วมาหลายขั้นจึงจำเป็นต้องหยุดการบ่มเพาะไว้เป็นการชั่วคราว เพื่อที่จะปรับสมดุลลมปราณในร่างให้เข้าที่เสียก่อนถึงจะสามารถเริ่มต้นบ่มเพาะต่อไปได้...

     

    ซุน กลับมายืนอยู่เบื้องหน้าขวานศิลาระดับ 4 ซึ่งหนักถึง 2,000 ชั่ง(1 ตัน) อีกครั้ง!!

    “เมื่อ 10 วันก่อน ข้าใช้เรี่ยวแรงทั้งหมดก็ยังไม่อาจขยับมันได้แม้แต่กระผีกเดียว...อยากรู้เหมือนกันว่าข้าพัฒนาไปบ้างแล้วหรือไม่...”

     

    เด็กหนุ่ม จับที่ด้ามขวาน ก่อนจะรีดเค้นลมปราณจนเส้นโลหิตปูดบวม กล้าวเนื้อโป่งพองขึ้นส่วนหนึ่งสีหน้าและแววตาดุดันถึงขีดสุด...

    “ย๊ากกกกก!!”

     

    แม้แขนทั้งสองข้างจะสั่นทึม ทั่วร่างจะอาจท่วมไปด้วยเหงื่อกาฬที่แตกซิกหากแต่ในท้ายที่สุด ซุน ก็สามารถยกมันลอยขึ้นมาจากแท่นวางได้!! ใบหน้าของเด็กหนุ่มบิดงอและแดงก่ำ บ่งบอกถึงการรีดเค้นพลังในทุกหยาดหยด...

     

    “ทรงร่าง... มหิงสา!!”

     

    เสียงกระทิงเผือกกู่ร้องคำรามขึ้น ก่อนจะมีเงาร่างผุดออกจากรอยสักที่แผ่นหลัง...จากนั้นพลันแทรกซึมสู่ร่างกาย ทั้งดวงตาและกลิ่นอายของ ซุน แปรเปลี่ยนเป็นสัตว์ร้ายแห่งทุ่งกว้าง!! ร่างกายฉุผองขึ้นอีกขั้น จากมวลกล้ามเนื้อที่ได้รับแรงกระตุ้น

     

    ขวานศิลาระดับที่ 4 จากที่ทำได้เพียงยกลอย บัดนี้เริ่มตั้งกระบวนท่า...แววตาของ ซุน เปล่งประกายเจิดจรัส ยิ่งกว่าแสงจันทราและดวงดารายามค่ำคืน...

     

    “เพลงขวานวายุตระกูลซ่ง กระบวนสุดท้าย... บดทำลาย!!”

     

    ซุน ยกขวานศิลายืดชูสุดกำลังแขน รีดเค้นพลังทั้งหมดรวมไปถึงลมปราณถ่ายเทแทรกซึมเข้าไปในขวาน... เบื้องหน้าของ ซุน คือแท่นศิลาเป้าซ้อมกว่า 10 แท่น ดวงตาของ ซุน แข็งกร้าวขึ้นก่อนจะ ฟาดขวานศิลาลงมาสุดกำลัง!! ช่วงเวลานั้นประหนึ่งว่ามีเงาค้อนสวรรค์ขนาดใหญ่ปรากฏขึ้น และได้ฟาดทุบลงมาจากท้องฟ้า!!

     

    ตูม!!

     

    พลังทำลายล้าง ได้บดทำลายแท่นศิลานับสิบ จนแหลกละเอียดกลายเป็นเศษหินเศษดิน!!พื้นดินทั่วทั้งอาณาเขตตระกูลซ่งหรือแม้แต่รัศมีใกล้เคียง เกิดการสั่นสะเทือนดุจมีอุกกาบาตหล่นร่วงใจกลางลานกว้าง...

     

    แม้แต่พื้นศิลาของลานแห่งนี้ที่ถูกสร้างขึ้นจากศิลาอันแข็งแกร่งยังแหลกละเอียดยับเยิน แตกระแหงลุกลามประหนึ่งแผงใยแมงมุม โดยมีตำแหน่งที่ ซุนฟาดฟันกระบวนท่าเป็นศูนย์กลาง...

     

    ซุน หายใจหอบหนัก จิตวิญญาณของกระทิงเผือกหลุดจากร่าง กลับคืนสู่รอยสักบนแผ่นหลังทั้งที่เพิ่งโจมตีออกไปเพียงกระบวนท่าเดียว แต่ ซุน รู้สึกเหมือนกับว่าตนต้องสูญเสียพลังงานทั้งหมดในร่างไปพร้อมกับการโจมตีในครั้งนี้...

     

    เด็กหนุ่มทิ้งร่างนอนแผ่ราบไปบนพื้น ใบหน้ามีรอยยิ้มที่พึงพอใจ...

     

    มู่เจี้ยน เป็นเพียงคนเดียวที่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมด...

    มือปราบหนุ่ม สั่นทึมไม่หยุดจนกระบี่เกือบจะหลุดร่วง...

     

    “การโจมตีนั่น... มันอะไรกัน!! เจ้าจะสร้างเรื่องน่าประหลาดใจไปจนถึงเท่าใดกัน!!”

     

    ............................................

    คล้ายกับเรื่องอสูรข้ามฟ้า ที่คุณอ่าน

    อภินิหาร ทายาทมังกรจอมราชันย์ [แปลจบแล้ว]

    อภินิหาร ทายาทมังกรจอมราชันย์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    3.38M 1499
    ถึงเกิดอีกครา...ก็ขอเป็นมหาจอมเวท : Rendel The Great Magic

    ถึงเกิดอีกครา...ก็ขอเป็นมหาจอมเวท : Rendel The Great Magic

    นิยาย แฟนตาซี
    73K 77
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    สุสานเทพผนึกมาร 【จบแล้ว】

    สุสานเทพผนึกมาร 【จบแล้ว】

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.08M 2015
    ยุทธจักรเทพยุทธ์ (แปลจบแล้ว)

    ยุทธจักรเทพยุทธ์ (แปลจบแล้ว)

    นิยาย แฟนตาซี
    4.58M 3380
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    เกิดใหม่ครั้งนี้ จะสร้างประเทศที่ดีได้ไหมนะ ?

    เกิดใหม่ครั้งนี้ จะสร้างประเทศที่ดีได้ไหมนะ ?

    นิยาย แฟนตาซี
    106K 139
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    กำเนิดเทพเจ้าเหนือยุทธ์

    กำเนิดเทพเจ้าเหนือยุทธ์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.18M 1115