ท่ามกลางโลหิตแห่งมังกรและการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นทั่วทุกอณู
ร่างของหวงเยี่ยยังคงจมลึกอยู่ภายในบ่อสีแดงฉานที่เดือดพล่าน
โลหิตมากมายที่เคยเอ่อล้นจนเกือบเต็มบ่อ ค่อยๆลดน้อยลงไปเรื่อยๆด้วยความรวดเร็วอย่างเห็นได้ชัด เหมือนกับกำลังถูกดูดกลืนเข้าไปในร่างของเขาโดยไร้สิ่งใดต้านทานเลยก็ว่าได้
กล้ามเนื้อบิดเบี้ยวภายใต้ผิวหนังที่เริ่มแดงจัด เส้นเอ็นนูนขึ้นราวกับจะฉีกทะลุออกมา
อวัยวะภายในร้อนผ่าวดุจถูกหลอมด้วยเตาหลอมที่ไม่มีวันดับ
โลหิตที่ไหลเวียนอยู่ภายในกายประหนึ่งมีอำนาจแห่งมังกรที่แท้จริงสถิตอยู่ใน
มันไม่ได้เป็นเพียงของเหลวอีกต่อไป หากเป็นกระแสพลังที่กำลังแผดเผาและหล่อหลอมเขาใหม่ในเวลาเดียวกัน
ความร้อนทะลวงจากภายในออกสู่ภายนอก จนหวงเยี่ยอดไม่ได้ที่จะอ้าปากกว้าง ลมหายใจที่ปล่อยออกมาร้อนระอุราวไอเพลิง ก่อนจะเริ่มกลืนกินโลหิตพวกนี้เข้าไปในปากโดยตรง ของเหลวสีแดงเข้มไหลผ่านริมฝีปากเข้าสู่ลำคออย่างต่อเนื่อง
ยิ่งกลืนกินมากเท่าใด กระบวนการในการปรับเปลี่ยนสภาพของร่างกายก็ยิ่งดำเนินไปอย่างรวดเร็วขึ้นอีกหลายเท่า
พลังที่เคยไหลเวียนอย่างกระจัดกระจายเริ่มรวมตัวกันแน่นหนา
ความร้อนที่เคยกระจายทั่วร่างเริ่มก่อตัวเป็นศูนย์กลางและขยายตัวออกอย่างมีทิศทาง
ในห้วงเวลานั้นเอง เสียงของระบบกลืนกินมังกรก็ดังขึ้นอย่างเฉียบคม
【จังหวะนี่แหละคะโฮสต์!】
【รีบนำหัวใจแห่งมังกรมากลืนกินเร็วเข้า เพื่อให้มันสามารถสำแดงคุณค่าให้ได้มากที่สุด มันก็ต้องเวลานี้และตอนนี้เท่านั้น!】
คำพูดของนางเปรียบเสมือนประกาศิตจากฟากฟ้า ไม่มีช่องว่างให้ลังเล ไม่มีเวลาสำหรับการไตร่ตรอง
หวงเยี่ยเปิดดวงตาที่แดงฉานขึ้นทันที ความเจ็บปวดที่แผ่ซ่านอยู่ทั่วกายถูกผลักไปอยู่เบื้องหลัง เหลือเพียงความตั้งใจอันแน่วแน่
ก่อนที่จะรีบนำหัวใจมังกรดวงใหญ่ออกมาจากแหวนมิติทันที แสงเพลิงที่แผ่ออกมาจากมันยังคงลุกโชนไม่เสื่อมคลาย อวัยวะที่มีขนาดเท่ากับศีรษะของคนเต้นตุบๆอยู่ในมือราวกับยังมีชีวิตอยู่ หวงเยี่ยมิได้ชะงักในวินาทีเดียว เขาอ้าปากและกลืนกินมันเข้าไปในทันที
ทว่าภาพที่เกิดขึ้นกลับเหนือความคาดหมาย เมื่อริมฝีปากของเขาสัมผัสไปยังหัวใจที่ควรแข็งแน่น มันกลับแปรเปลี่ยนเป็นของเหลวในชั่วพริบตา ราวกับถูกละลายด้วยพลังบางอย่างที่มองไม่เห็น กระแสสีแดงเข้มไหลผ่านลำคอของเขาอย่างรวดเร็ว ไร้ซึ่งแรงต้านทานใดๆ
ความรู้สึกนั้นไม่ใช่เพียงการกลืนกิน หากเป็นการผสานอย่างสมบูรณ์
มันได้แปรเปลี่ยนเป็นอำนาจทั้งหมดที่ไหลทะลักเข้าสู่ร่างของเขาในทันที
พลังวิญญาณอันมหาศาลที่มังกรอัคคีหลังหนามได้สะสมมาทั้งชั่วชีวิต ถูกปลดปล่อยออกโดยไร้การควบคุม
“ปังงงงงงง—!
ทันใดนั้นกระแสพลังอันบ้าคลั่งก็ระเบิดออกจากภายใน เสียงกึกก้องดังขึ้นภายในร่างเหมือนมีสายฟ้าฟาดซ้ำแล้วซ้ำเล่า
เส้นเลือดทั่วกายปูดโปนขึ้นอย่างน่าหวาดหวั่น กล้ามเนื้อขยายตัวอย่างฉับพลัน ร่างกายของเขาปุดโปนขึ้นเป็นเท่าตัวในชั่วพริบตา ขณะที่แรงกดดันจากพลังวิญญาณอันมหาศาลได้ทำให้ผิวหนังตึงแน่นจนแทบฉีกขาด
ในชั่วขณะนั้นเอง หวงเยี่ยได้เปิดใช้วิชาขับเคลื่อนพลังระดับราชาโดยไม่ลังเล กระแสพลังวิญญาณภายในร่างเริ่มถูกดึงเข้าสู่เส้นทางที่กำหนด ลมหายใจของเขาหนักหน่วงขึ้น ทุกจังหวะการเต้นของหัวใจสอดประสานกับการหมุนเวียนของพลัง
เขาพยายามควบคุมกระแสพลังวิญญาณอันบ้าคลั่งที่กำลังไหลทะลัก ให้ไหลเวียนไปยังหัวใจของตนเอง
เส้นชีพจรโลหิตภายในร่างส่องสว่างขึ้นทีละส่วน ประหนึ่งเส้นทางพลังถูกจุดไฟขึ้นจากภายใน
โลหิตแห่งมังกรที่เพิ่งถูกกลืนกิน เริ่มเคลื่อนตัวไปตามเส้นทางเหล่านั้นอย่างดุดัน
แต่ภายใต้การควบคุมของวิชาระดับราชา มันได้ค่อยๆถูกบังคับให้ไหลเวียนอย่างมีระเบียบ
หัวใจของหวงเยี่ยเต้นรัวรุนแรง จังหวะที่หนักแน่นขึ้นเรื่อยๆ สอดคล้องกับพลังที่หลั่งไหลเข้ามาอย่างต่อเนื่อง
ทันใดนั้นเองกระแสพลังวิญญาณมากมายก็ได้หลั่งไหลเข้าสู่เจตจำนงระดับราชาของตนอย่างไม่อาจหยุดยั้ง และไหลทะลักเข้าสู่ศูนย์กลางแห่งจิตวิญญาณโดยตรง ภายในห้วงสติอันลึกซึ้งของหวงเยี่ย ภาพของต้นไม้สีม่วงเข้มขนาดมหึมาปรากฏขึ้นอย่างเด่นชัด
มันคือราชันย์พงไพรพิฆาตดารา เจตจำนงธาตุพฤกษาระดับราชาที่แข็งแกร่งที่สุดซึ่งหยั่งรากฝังอยู่ภายในขั้วหัวใจ
ต้นไม้ต้นนั้นตั้งตระหง่านดุจเสาหลักแห่งฟ้าดิน ลำต้นหนาแน่นแผ่รัศมีอำนาจออกมาอย่างไม่ปิดบัง เปลือกไม้สีม่วงเข้มมีลวดลายประหลาดสลักอยู่ทั่วทั้งพื้นผิว คล้ายร่องรอยของกาลเวลาที่หล่อหลอมมันขึ้นมาให้เป็นสัญลักษณ์แห่งอำนาจระดับราชา
เมื่อกระแสพลังวิญญาณจากหัวใจและโลหิตมังกรหลั่งไหลเข้ามาไม่ขาดสาย ลำต้นของมันก็เริ่มส่องแสงสะท้อนอันเจิดจ้า กิ่งก้านหลายสิบแห่งที่เคยทอดตัวออกไปอย่างนิ่งสงบกลับเริ่มขยายตัว แตกแขนงออกเป็นชั้นๆเหมือนต้องการแผ่ปกคลุมจักรวาลทั้งผืน
ทุกกิ่งก้านเติบโตขึ้นไปอีกหลายสิบเท่าอย่างรวดเร็ว เส้นใยพลังวิญญาณไหลเวียนอยู่ภายในราวกับสายธารที่ไม่มีวันเหือดแห้ง อำนาจที่แผ่ออกมานั้นยิ่งใหญ่จนยากจะประเมิน ทว่าแม้จะยิ่งใหญ่เพียงใด สิ่งหนึ่งที่ยังคงไม่เปลี่ยนแปลงก็คือความว่างเปล่าบนยอดกิ่ง
มันไม่มีใบไม้ผลิบาน
ภาพของต้นไม้ที่ไร้ใบ ทว่าเต็มไปด้วยกิ่งก้านอันทรงพลัง ทำให้มันดูประหนึ่งราชันย์ผู้ไร้บัลลังก์
อำนาจของมันยิ่งใหญ่เกินกว่าจะปฏิเสธ แต่ก็ยังไม่ถึงจุดสูงสุดที่แท้จริง มันเป็นเหมือนการก้าวไปถึงขีดจำกัดหนึ่ง แต่ยังไม่ใช่จุดสิ้นสุด
หวงเยี่ยสัมผัสได้อย่างชัดเจน ว่าต่อให้เจตจำนงนี้จะเป็นธาตุพฤกษาอันดับที่หนึ่ง เป็นพลังระดับราชาที่หาได้ยากยิ่ง
แต่ในขณะเดียวกันมันก็ไม่สามารถก้าวข้ามขอบเขตนี้ไปได้อีกแล้ว
มันคือขีดจำกัด
ขีดจำกัดของเจตจำนงแห่งพลังที่ชายหนุ่มมีอยู่ในตอนนี้
ขณะกระแสพลังที่หลั่งไหลเข้ามายังคงดำเนินต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง ราชันย์พงไพรพิฆาตดารายังคงขยายตัวและแผ่รัศมีอำนาจออกมาอย่างต่อเนื่อง แม้จะไม่สามารถเปลี่ยนรูปลักษณ์ให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น แต่พลังภายในกลับถูกเติมเต็มจนถึงจุดอิ่มตัว
ทุกกิ่งก้านสั่นสะท้านเล็กน้อยราวกับตอบสนองต่อพลังที่หลั่งไหลเข้ามาไม่หยุด
เวลาค่อยๆผ่านไปอย่างเชื่องช้าในโลกภายนอก แต่ภายในร่างของหวงเยี่ย ทุกวินาทีกลับยาวนานดุจชั่วกัปชั่วกัลป์
..
จนกระทั่งผ่านไปกว่าหลายชั่วโมง แสงสว่างเหนือผืนป่าโบราณคงหมิงก็พลันปรากฏขึ้น
ยามมืดค่ำที่เคยปกคลุมทุกสิ่งได้เลือนหายไป แสงตะวันแรกของวันใหม่ค่อยๆสาดส่องลงมาจากขอบฟ้า ลำแสงสีทองอ่อนทะลุผ่านเรือนยอดไม้หนาทึบ กระทบลงสู่พื้นดินที่ยังคงหลงเหลือกลิ่นอายของพลังอันรุนแรง
มันเป็นการเคลื่อนไหวของเวลา เป็นสัญลักษณ์แห่งการเปลี่ยนผ่าน
และในเวลาเดียวกัน ภายในบ่อน้ำที่เคยอัดแน่นไปด้วยโลหิตแห่งมังกร บัดนี้กลับแห้งเหือดลงอย่างสิ้นเชิง ไม่มีแม้แต่หยดเดียวหลงเหลือ
พื้นบ่อที่เคยเต็มไปด้วยของเหลวสีแดงฉานกลับกลายเป็นเพียงพื้นดินแห้งแตก
ร่องรอยของพลังที่เคยเดือดพล่านถูกดูดกลืนไปจนหมดสิ้น โลหิตทั้งหมดได้ถูกอัดแน่นและผสานเข้าไปยังร่างกายของผู้ที่ยืนอยู่ตรงกลาง
หวงเยี่ย
ร่างของเขายืนอยู่ภายในบ่อที่ว่างเปล่า กล้ามเนื้อทั่วทั้งร่างแน่นกระชับและสมบูรณ์แบบ เส้นเอ็นที่เคยปูดโปนกลับเรียบเนียนลง แต่แฝงไว้ด้วยพลังที่หนักแน่นยิ่งกว่าเดิม ผิวหนังของเขาดูแข็งแกร่งขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ราวกับสามารถต้านทานแรงกระแทกใดๆได้โดยไม่สะท้าน
เขาค่อยๆกำมือของตนเองไปมาอย่างช้าๆ เสียงกระดูกและกล้ามเนื้อเสียดสีกันไปมาและดังก้องอยู่ภายในแขน ความรู้สึกที่ส่งผ่านกลับมาทำให้ดวงตาของเขาเปล่งประกายขึ้นอย่างชัดเจน เขาสัมผัสได้ถึงพลังอำนาจที่แปรเปลี่ยนไปอย่างมหาศาล
ทุกอณูของร่างกายเต็มไปด้วยพลังที่แน่นหนา โลหิตภายในไหลเวียนอย่างทรงพลัง หัวใจเต้นอย่างมั่นคงและหนักแน่น กระแสพลังวิญญาณเคลื่อนไหวอย่างสอดประสาน ไม่มีความวุ่นวาย ไม่มีความปั่นป่วน เหลือเพียงความนิ่งสงบที่ซ่อนพลังอันยิ่งใหญ่เอาไว้ภายใน
มุมปากของเขาค่อยๆยกขึ้นเป็นรอยยิ้ม เป็นรอยยิ้มของผู้ที่ก้าวข้ามขีดจำกัดเดิมของตนเอง
“เมื่อวานเป็นอดีต”
“พรุ่งนี้เป็นปริศนา..”
“ปัจจุบันคือของขวัญ!”
เขากำมือแน่นขึ้นอีกครั้ง พลังที่ไหลเวียนภายในตอบสนองต่อเจตจำนงของเขาอย่างสมบูรณ์แบบ
“และในปัจจุบันตอนนี้..”
“ข้าแข็งแกร่งขึ้นแล้ว!”
คำประกาศนั้นก้องสะท้อนอยู่ในป่าโบราณที่เพิ่งตื่นจากความมืด เสมือนการยืนยันถึงการเปลี่ยนแปลงที่ไม่อาจย้อนกลับได้อีกต่อไป