เกิดใหม่ทั้งที ดันเป็นฮัสกี้หน้าโง่เนี่ยนะ? (นิยายแปล)

    บทที่ 94 มั่วมั่ว นี่ใครกัน

    ไม่นานนักทั้งสองก็เดินกลับมาถึงหน้าหมู่บ้าน

            จ้าวลี่อิ่งตรงไปหาพนักงานส่งของจากบริษัทเฟอร์นิเจอร์แล้วก็ได้เห็นชุดโซฟาขนาดใหญ่ดูนุ่มนิ่มที่ดูแวบเดียวก็รู้ว่าไม่ใช่ของถูกกับโต๊ะน้ำชาหินอ่อนที่ดูหรูหราไม่แพ้กัน

            ตอนเห็นของสองชิ้นนี้ หลิวซือซือถึงกับตาวาวเผยสีหน้าประหลาดใจออกมาเล็กน้อย "โต๊ะนี่สวยมากเลยนะ!โซฟาก็ไม่เลว..."

            จ้าวลี่อิ่งเองก็ประหลาดใจไม่แพ้กัน เธอมองเฟอร์นิเจอร์ทั้งสองอย่างแล้วถามพนักงานส่งของว่า "ของสองชิ้นนี้ราคาเท่าไหร่เหรอคะ"

            พนักงานยื่นใบส่งของให้เธอ "นี่คือรายการจัดส่งรบกวนคุณตรวจสอบและเซ็นรับครับ"

            จ้าวลี่อิ่งรับมาเปิดดู พอเห็นยอดราคาก็เบิกตากว้างทันทีตกใจจนเผลอร้องออกมา "เจ็ดหมื่นกว่าหยวนเลยเหรอ!!ทำไมมันแพงขนาดนี้!"

            เธอพอจะดูออกว่าเฟอร์นิเจอร์พวกนี้ราคาไม่ธรรมดาแต่ไม่คิดว่าจะถึงขั้นนี้

            โซฟาราคาเกือบหกหมื่นกว่า โต๊ะน้ำชาก็เฉียดหมื่นห้า!

            แม้จ้าวลี่อิ่งจะได้รับของขวัญจากแฟนคลับเป็นประจำแต่ส่วนมากก็แค่ตุ๊กตา ดอกไม้ หรือเสื้อผ้าเล็กๆ น้อยๆ บางทีก็มีเครื่องประดับบ้างแต่ราคาก็ไม่ได้แพงอะไร หลักพันยังหายากของแตะหลักหมื่นแบบนี้...โดยเฉพาะที่เป็นของจับต้องได้ เธอไม่เคยได้รับเลยสักครั้ง

            แน่นอนว่าเคยมีคนบอกว่าจะส่งของแพงให้เหมือนกันแต่พอรู้ว่าจุดประสงค์ไม่บริสุทธิ์ เธอก็ปฏิเสธไปหมด

            ตกลงใครกันแน่ที่เป็นคนให้

            จ้าวลี่อิ่งก้มลงดูชื่อคนจ่ายเงินบนใบส่งของแล้วก็ขมวดคิ้วพูดพึมพำกับตัวเองว่า "มั่วมั่ว...?ใครกัน ชื่อจริงหรือชื่อในเน็ต? ช่องทางติดต่อ...มีแค่วีแชต?"

            ตอนแรกเธอคิดว่าอาจเป็นหนึ่งในแฟนคลับหน้าเก่าที่คุ้นเคยกันแต่พอดูชื่อแล้วกลับไม่ใช่

            ถ้าเป็นพวกนั้นคงไม่ปิดบังชื่อแน่... แบบนี้แสดงว่าเป็นคนที่ฉันไม่รู้จักงั้นเหรอแฟนคลับหน้าใหม่? หรือไม่เคยปรากฏตัวมาก่อนเลย?

            จ้าวลี่อิ่งยังเต็มไปด้วยความสงสัย ถ้าอีกฝ่ายเป็นคนไม่รู้ที่มาเธอก็ไม่อยากรับของขวัญแบบนี้ง่ายๆ เลย เพราะของมีมูลค่าสูงไม่น้อย

            เธอบอกให้พนักงานส่งของรอสักครู่ แล้วหยิบมือถือขึ้นมาแอดบัญชี WeChatที่ให้ไว้

            ชื่อบัญชีที่ขึ้นมาก็คือ 'มั่วมั่ว' และภาพโปรไฟล์เป็นรูป... ฮัสกี้บ้านเธอเอง เป็นรูปมีมที่โด่งดังมากในเน็ต...รูปเจ้าฮัสกี้ทำหน้าหยอกล้อชวนตบใส่กล้องนั่นแหละ

            นอกจากนั้นก็ไม่มีข้อมูลอะไรเพิ่มเติมเลย

            จ้าวลี่อิ่งลองส่งคำขอเป็นเพื่อนไป แต่ก็ไม่มีการตอบรับกลับมา

            อีกฝ่ายอาจยังไม่เห็น? หรือว่าแกล้งไม่รับ?

            เธอลองกดย้ำอีกสองสามครั้ง แต่ก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะได้รับการตอบกลับเลยได้แต่จำใจยอมแพ้ แล้วหันไปเซ็นรับของแทน

             

    ในบ้านสวี่มั่วเปิดหน้าจอระบบขึ้นมา ก็เห็นคำขอเป็นเพื่อนใน WeChatจากจ้าวลี่อิ่ง แต่เขาเลือกจะไม่สนใจเพราะรู้ว่าอีกฝ่ายคงอยากปฏิเสธของขวัญที่เขาให้แน่ๆ (หน้าจอของระบบนอกจากจำลองเป็นคอมพิวเตอร์ได้แล้วฟังก์ชันเลียนแบบมือถือยิ่งไม่ใช่ปัญหา)

            ไม่นานนัก สวี่มั่วก็ได้ยินเสียงคนเดินเข้าบ้าน เขากลิ้งตัวลงจากเตียงเดินออกมาที่ห้องนั่งเล่น เห็นทิเบตันมาสทิฟในมุมห้องก็ลุกขึ้นเช่นกัน

            มันมองไปทางประตูพลางพูดว่า "ลูกพี่!เจ้านายกลับมาแล้ว!!"

            "รู้แล้วยังจะยืนเฉยอยู่ทำไม รีบออกมาเลย!"สวี่มั่วเหลือบมองมันแวบหนึ่ง แล้วเดินไปที่ระเบียง

            ทิเบตันมาสทิฟรีบวิ่งตามไป

            สวี่มั่วใช้เท้าหน้าดันประตูกระจกให้ปิดลงจากนั้นทั้งสองก็ทำเป็นหมอบอยู่ตรงระเบียงเหมือนเดิม แกล้งทำทีว่ายังโดนลงโทษอยู่

            เสียงเปิดประตูดังขึ้นตามมาด้วยเสียงจ้าวลี่อิ่งที่กำลังสั่งให้คนช่วยขนโซฟาใหม่กับโต๊ะน้ำชาเข้าบ้าน

            ก่อนกลับพนักงานส่งของยังช่วยขนโซฟาเก่ากับโต๊ะตัวเก่าออกไปทิ้งให้อีกต่างหาก

            เฟอร์นิเจอร์สองชิ้นนี้นับเป็นของที่สะดุดตาที่สุดในห้องนั่งเล่นพอเปลี่ยนใหม่แล้ว บรรยากาศทั้งห้องก็พลันดูเปลี่ยนไปราวกับเป็นบ้านใหม่

            จ้าวลี่อิ่งนั่งลงบนโซฟาใหม่ที่ทั้งใหญ่และนุ่มแล้วก็ยืดเส้นยืดสายด้วยความสบายใจ พลางอุทานว่า "อา... สบายสุดๆ ไปเลย... พี่ซือซือ มานั่งดูเร็ว!โซฟานี่นุ่มมากเลย!"

            หลิวซือซือเดินมายิ้มๆ แล้วนั่งลงข้างๆ ด้วยสีหน้าสงสัย "ลี่อิ่ง รู้ไหมว่าใครเป็นคนส่งของพวกนี้มาให้"

            จ้าวลี่อิ่งส่ายหน้าด้วยความงุนงง "ไม่รู้เลย...บนใบส่งของเขียนชื่อว่า 'มั่วมั่ว' แต่ฉันไม่คุ้นชื่อแฟนคลับแบบนี้เลยนะ"

            "มั่วมั่ว?"

            หลิวซือซือชะงักไปนิด ก่อนจะหันไปมองฮัสกี้ที่อยู่บนระเบียง

            จ้าวลี่อิ่งรีบบอก "ไม่ใช่มั่วมั่วตัวนั้นนะ ตัวอักษรแรกเขียนแบบ'เงียบงัน' (มั่วมั่วที่เป็นชื่อฮัสกี้หมายถึงหมึกดำ)...เอ๊ะ เดี๋ยวนะ! พูดถึงแล้ว ชื่อนี้ออกเสียงเหมือนมั่วมั่วเลยนี่!ฉันไม่ได้สังเกตมาก่อนเลยแฮะ..."

            ทั้งสองไม่ได้คิดอะไรมากกับเรื่องนี้ แต่หารู้ไม่ว่าท่าทีแวบหนึ่งของหลิวซือซือที่หันไปมองฮัสกี้นั่นแหละ...คือช่วงเวลาที่เข้าใกล้ความจริงที่สุดแล้ว

            จ้าวลี่อิ่งนั่งกอดหมอนอิงใบหนึ่งบนโซฟาอย่างเคยชินยกเท้าขึ้นนั่งขัดสมาธิ แล้วพูดขึ้น

            "งั้นเดี๋ยวฉันเปิดไลฟ์หน่อยดีกว่าเผื่อเจ้าคนนั้นจะโผล่มาดู จะได้ถามตรงๆ ไปเลยว่าเป็นใคร"

            พูดจบ ก็หยิบมือถือขึ้นมาโพสต์ Weibo ว่าเปลี่ยนแผนอีกครั้งคืนนี้จะไลฟ์ในอีกสักพัก

            แต่พอเพิ่งโพสต์เสร็จ มือถือของเธอก็ดังขึ้นทันที

            เธอหยิบมาดู เห็นว่าเป็นเบอร์แปลกอีกครั้งจึงทำหน้าแปลกใจแล้วโชว์ให้หลิวซือซือดู ก่อนจะกดรับสาย

            "ฮัลโหล? สวัสดีค่ะ... ใช่ฉันเอง... ร้านเสื้อผ้าเหรอ พัสดุของฉัน? มีคนส่งให้ฉันเหรอ...ได้ค่ะ ช่วยยกขึ้นมาเลยก็ได้..."

            หลังจากวางสายจ้าวลี่อิ่งก็หันไปมองหลิวซือซือด้วยสีหน้างงยิ่งกว่าเดิม

            "พี่ซือซือ... เป็นมั่วมั่วอีกแล้ว...เขายังซื้อเสื้อผ้าให้ฉันอีกด้วย..."

            ถึงจะรู้สึกแปลกใจ แต่หลังจากโดนเฟอร์นิเจอร์เซอร์ไพรส์มาก่อนหน้าเรื่องนี้ก็ไม่ได้ยากจะยอมรับอีกแล้ว

            ทั้งสองนั่งรอด้วยความอยากรู้อยู่สักพัก ก็ได้ยินเสียงเคาะประตู

            จ้าวลี่อิ่งรีบลุกไปเปิดแล้วก็สั่งให้พนักงานช่วยกันยกกล่องกระดาษใบใหญ่อีกสองกล่องเข้ามาในบ้าน

            จ้าวลี่อิ่งรับใบรายการยาวเหยียดจากพนักงานส่งของคนหนึ่ง แล้วมองผ่านๆก่อนจะยื่นให้หลิวซือซือที่ยืนอยู่ข้างๆ

            หลิวซือซือรับมาแล้วกวาดตามอง หางคิ้วกระตุกเล็กน้อยริมฝีปากยกยิ้มน้อย ๆ "คนคนนี้... ใจป้ำใช้ได้เลยนะ..."

            เสื้อผ้าในสองกล่องใหญ่นั่น รวมแล้วเกือบสามสิบชุด มูลค่ารวมกว่า 20,000หยวน!

            หลังจากเซ็นรับของและส่งพนักงานออกไปจ้าวลี่อิ่งก็มองกล่องเสื้อผ้าใบโตทั้งสองใบด้วยสายตาเหม่อลอย พลางพึมพำว่า "พี่ซือซือ... ตกลงคนที่ชื่อมั่วมั่วนี่เป็นใครกันนะทำไมถึงส่งของให้ฉันเยอะขนาดนี้"

            หลิวซือซือยิ้มบาง แล้วพูดว่า "ในข้อความที่เขาฝากมาก็บอกไว้ชัดเจนนี่ว่าเห็นบ้านเธอโดนทำลาย ไม่อยากให้เธอเสียใจ เลยรีบซื้อของใหม่ให้แถมยังจัดส่งแบบด่วนพิเศษ ดูก็รู้ว่าเขาตั้งใจมากจริงๆ"

            "แต่ฉันไม่รู้จักเขาเลยนะ..."จ้าวลี่อิ่งขมวดคิ้วอย่างลำบากใจ น้ำเสียงก็เริ่มระแวงนิดๆ"หรือว่าเป็นพวกโรคจิต?"

            หลิวซือซือหัวเราะ"โรคจิตที่ไหนจะเปิดมาก็ส่งของมูลค่าหลายหมื่นให้แถมยังไม่ขออะไรตอบแทนด้วยล่ะ"

            "ก็จริงแฮะ..." จ้าวลี่อิ่งพยักหน้าก่อนจะบ่นพึมพำ "ถ้าวันไหนเขาโผล่มาแล้วเรียกร้องอะไรไม่เข้าท่าฉันแค่ปฏิเสธไปก็จบ ไม่ก็คืนของให้หมดเลยก็ได้!"

            พูดจบ ก็หันไปมองกล่องเสื้อผ้าด้วยแววตาเป็นประกาย

            "ไหนๆ ก็ส่งมาแล้ว พี่ซือซือมาช่วยกันแกะกล่องดูหน่อยสิว่ามีอะไรบ้าง!"

            จากนั้น ทั้งสองก็เริ่มทยอยหยิบเสื้อผ้าในกล่องออกมาทีละชิ้น...

            "เหมือนจะมีหลายตัวที่ฉันเคยใส่มาก่อนเลยนะ!เขารู้ได้ยังไงกัน หรือไปดูมาจากรูปที่ฉันเคยโพสต์ในเวยป๋อ?

            "ว้าว! ตัวนี้สวยมาก! ฉันเคยเล็งไว้นานแล้วนะ!

            "ตัวนี้ก็น่ารักดี พี่ซือซือเหมาะกับพี่มากเลยนะ...

            "เดี๋ยวๆๆ นี่มันชุดชั้นในเหรอ!แถมไซซ์ยังตรงเป๊ะอีก... เขารู้ได้ยังไงเนี่ย!

            "ไม่ไหวละ พี่ซือซือ!หรือว่าหมอนี่จะเป็นพวกโรคจิตจริงๆ?!

            สวี่มั่วที่ระเบียง "..."

             

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่ทั้งที ดันเป็นฮัสกี้หน้าโง่เนี่ยนะ? (นิยายแปล) ที่คุณอ่าน