บทที่ 2 คุณเป็นักบวชจริง ๆ ด้วย
เมื่อร็อบบ์มาถึง การต่อสู้ก็ดำเนินไปแล้ว
ลูกธนูหลายดอกปักอยู่บนร่างของัหยกมณี และยังมีร่องรอยการเผาไหม้จากเวทมนตร์ ส่วนทางฝั่งของทีมนักผจญภัย โล่ในมือของนักรบบิดเบี้ยวเสียรูปคล้ายกับได้รับแรงกระแทกมหาศาล อีกทั้งเสื้อผ้ากับชุดเกราะยังหลุดลุ่ย และยังมีเืเปรอะเปื้อน
ฝ่ายนักธนูก็ไม่ได้ดีไปกว่ากัน เพราะมีรอยกรงเล็บฝังลึกอยู่บนบ่า
ที่แย่สุดคงจะเป็นักเวทหญิงผมแดง เสื้อของเธอถูกฉีกกระชากเป็ชิ้นเล็กชิ้นน้อย ทำให้เห็นรอยกรงเล็บสามแผลบนแผ่นหลังนวลเนียน ไหนจะใบหน้าซีดเซียวที่เหมือนจะล้มลงได้ทุกเมื่อ ทว่าเธอต้องไม่พลาดพลั้งในเวลานี้ ไม่เช่นนั้นคงต้องสังเวยชีวิต! ขณะนี้ทำได้เพียงกัดฟันฝืนทนอดกลั้น สู้จนสุดตัวเพื่อฆ่าเ้าัหยกมณีให้ได้!
เป็การต่อสู้ที่แสนทรหด!
ร็อบบ์คิดในใจ ‘ฉันควรจะยื่นมือเข้าไปช่วยพวกเขาจัดการเ้าันั่นหรือไม่?’
หากเขาลงมือเพียงกระบวนท่าเดียว มอนสเตอร์ระดับกลางอย่างัหยกมณีก็ตายแล้ว ซึ่งไม่ต้องใช้สมองเลยสักนิด แต่การทำเช่นนั้นอาจนำไปสู่คำครหาได้
เช่นในโลกแห่งเกม ผู้เล่นเลเวลสูงคนหนึ่งเห็นกลุ่มผู้เล่นเลเวลต่ำกำลังรุมล้อมมอนสเตอร์ จากนั้นเดินดุ่ม ๆ เข้าไปลาส*[1] แล้วเงินกับไอเทมที่ได้จากมอนสเตอร์จะกลายเป็ของตนทันที
เป็การกระทำที่หยาบคายมาก!
ผู้เล่นเลเวลต่ำเ่าั้ต่อสู้อย่างหนักมาเนิ่นนาน ไม่ได้รับสิ่งใดตอบแทน หนำซ้ำภารกิจยังไม่สำเร็จ ไม่แปลกที่จะโมโห พวกเขาจะหันไปหาหัวโมยพร้อมกับสบถใส่ว่า ‘แย่งมอนหาแม่แกเหรอ?’ จากนั้นก็เปิดช่องแชตก่นด่าตลอดทั้งชั่วโมง
แน่นอนว่าในโลกแห่งความเป็จริง ไม่มีการลาสต์ช็อตที่จะขโมยค่าประสบการณ์หรือสิทธิ์การเป็เ้าของศพมอนสเตอร์ จึงไม่จำเป็ต้องกังวลเกี่ยวกับเื่นี้ ทว่าการผลีผลามแย่งชิงเหยื่อของผู้อื่นง่ายที่จะทำให้เกิดความเข้าใจผิด เว้นแต่ในกรณีที่กิลด์มีการตั้งกฎประหลาด ๆ ว่ามอนสเตอร์ที่ถูกฆ่าจะตกเป็ของใคร?
ร็อบบ์จึงยั้งมือไว้ เขาเพียงแค่อ้าปากเอ่ยถามว่า “ทุกคน ฉันขอถามหน่อย จากตรงนี้จะไปเมืองที่ใกล้ที่สุดยังไง?”
ทั้งสามคนไม่มีเวลาตอบคำถามของเขา ทางด้านนักรบมือขวาถือดาบมือซ้ายถือโล่ได้แต่จดจ้องทุกการเคลื่อนไหวของัหยกมณีไม่ละสายตา ขณะที่นักเวทหญิงเตรียมร่ายเวทมนตร์ มีเพียงนักธนูที่หันมาและตอบกลับไปอย่างรีบเร่งว่า “ตอนนี้ไม่ว่างคุย กรุณาถอยไป อย่าเข้ามาใกล้!”
ร็อบบ์ยักไหล่ “ก็ได้ พวกคุณดูยุ่งอยู่จริง ๆ ฉันจะรอก่อนแล้วกัน”
“เทพเ้าแห่งเพลิง โลกิ ได้โปรดฟังคำขอของฉัน...” นักเวทหญิงผมแดงฝืนความเ็ปบนแผ่นหลังขยับปากร่ายมนตร์ ทว่าัหยกมณีเป็มอนสเตอร์ที่มีสติปัญญา ทันทีที่ได้ยินเสียงร่ายเวทมนตร์ มันก็แผดเสียงคำรามโดยพลัน แล้วพุ่งตรงเข้าใส่นักเวทหญิง
นักรบรีบยกโล่อันหงิกงอขึ้นไปยืนขวางด้านหน้าของเธอ
เสียงกระแทกดังสนั่น นักรบถูกซัดกระเด็นไปพร้อมกับโล่
“...ให้ฉันยืมพลังแห่งไฟ… เวทมนตร์ะเิเพลิง!” นักเวทหญิงร่ายคาถาเสร็จ ลูกบอลเพลิงก็พุ่งวาบออกจากปลายคทาเวทมนตร์ มุ่งไปที่ปีกของัหยกมณีจนเกิดเสียงะเิดังลั่น ลูกบอลเพลิงะเิต่อเนื่อง ทำให้เปลวไฟแห่งเวทมนตร์เหลือคณานับพุ่งโจมตีใส่มัน
ัหยกมณีแผดเสียงร้องน่าสังเวช แต่ยังคงไม่ล้มลง มันกระพือปีกอีกครั้ง การกระทำเช่นนี้ทำให้นักเวทหญิงผมแดงโดนปีกมันเข้าอย่างจัง เธอส่งเสียงโอดครวญในขณะที่ร่างกระเด็นลอยออกไปด้านข้าง
เธอไม่มีโล่หรือชุดเกราะเพื่อป้องกันร่างกายเหมือนนักรบ การโจมตีเมื่อครู่หนักหน่วงเกินกว่าจะรับไหว ร็อบบ์ได้ยินกระทั่งเสียงกระดูกที่ไหล่และแขนของเธอแตกหัก
นักเวทหญิงกระอักเืพรวดใหญ่ลงตรงหน้าร็อบบ์ และไม่อาจหยัดยืนได้อีกต่อไป
ชายผู้ดูเหมือนนักรบะโขึ้น “จีค รีบไปดูเร็วว่าเชอริลเป็ยังไงบ้าง...”
นักธนูนามว่าจีคยิงธนูสามดอกรวด บังคับให้ัหยกมณีทะยานขึ้นเวหาอีกครั้ง จากนั้นะโไปตรงที่นักเวทหญิงล้มลง เมื่อได้เห็นก็ต้องตื่นใ นักเวทหญิงนามว่าเชอริลนั้น แขนซ้ายบิดเบี้ยวเสียรูปไปคล้ายกับว่าแตกหักอย่างละเอียดและไม่สามารถใช้งานได้!
เขาอดไม่ได้ที่จะอุทานออกมาด้วยความตระหนก “พระเ้า! เชอริลเจ็บหนัก สู้ต่อไม่ได้แล้ว เราต้องรีบถอยไปหานักบวชมารักษาเธอ ไม่งั้นต้องเสียแขนแน่”
“เวรเอ๊ย! ต้องยอมทิ้งภารกิจเหรอเนี่ย”
“ระ… ระวังันั่น...”
ทั้งสองพูดมาถึงตรงนี้ ัหยกมณีก็พุ่งเข้าใส่อีกรอบ นักรบไม่รั้งรอรีบพุ่งตัวไปด้านหน้า นักธนูเองก็ตอบสนองฉับไวรีบง้างธนูโจมตี ไม่มีเวลาใส่ใจรอบด้านอีกต่อไป เมื่อสูญเสียการสนับสนุนจากนักเวท พวกเขาทั้งสองต้องรับมือกับัหยกมณีลำบากมากกว่าเดิม และในระหว่างที่ต่อสู้ก็คิดหาหนทางล่าถอยไปด้วย
ในตอนนั้นเอง ร็อบบ์ที่ยืนดูอยู่ยอบกายลงข้างเชอริล “คุณผู้หญิง ปกติฉันจะไม่ยุ่งกับการต่อสู้ของคนอื่น เพราะจะได้ไม่มีปัญหาตามมา แต่ตอนนี้คุณาเ็สาหัส อืม… จากมารยาทเกม MMO โดยพื้นฐานแล้ว ฉันคิดว่าน่าจะช่วยคุณสักหน่อย คงไม่รังเกียจใช่รึเปล่า?”
“อะไร… มารยาทเกม MMO อะไร… ช่วยอะไร?” เชอริลไม่เข้าใจในสิ่งที่ร็อบบ์พูด
ร็อบบ์ตอบให้ว่า “ก็… ฉันหมายถึง ฉันจะใช้เวทมนตร์รักษาให้คุณ… โอเคไหม?”
เมื่อได้ยินดังนั้น เชอริลก็พยักหน้าอย่างยากลำบาก “ถะ… ถ้าคุณทำได้… งั้นก็… ขอบคุณมาก...”
มุมปากบางยังคงมีเืซึม แม้แต่พูดก็ยังยากนัก เธอจำเป็ต้องได้รับการรักษาโดยเร่งด่วน อย่างไรก็ตาม สิ่งที่หญิงสาวเพิ่งพูดกับร็อบบ์เมื่อครู่แฝงไปด้วยความเคลือบแคลง ชายตรงหน้าแต่งกายแปลกประหลาด ก่อนหน้าอ้างว่าขึ้นูเามาเก็บยา อีกทั้งยังไม่มีอะไรที่ดูเหมือนนักบวชเลยสักนิด เขาจะรู้จักวิธีการรักษาจริงหรือ?
เพื่อที่จะทราบวิธีการรักษา มีเพียงนักบวชที่ศรัทธาใน ‘เทพเ้าแห่งแสง บัลเดอร์’ อย่างบริสุทธิ์ใจเท่านั้นที่สามารถใช้เวทมนตร์รักษาได้ ชายตรงหน้ามีส่วนไหนที่ดูเหมือนนักบวชกัน?
เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ เธอก็เห็นร็อบบ์ยกมือขึ้น ทันใดนั้นแสงอันอ่อนโยนและศักดิ์สิทธิ์ก็โอบล้อมเธอไว้ ชั่วขณะหนึ่ง ความรู้สึกอบอุ่นก็แผ่ซ่านไปทั่วกาย ไม่ผิดแน่ นี่คือเวทมนตร์แห่งการฟื้นฟูอันศักดิ์สิทธิ์ เวทมนตร์รักษา!
าแบนร่างกายเริ่มสมานด้วยความเร็วที่มองเห็นด้วยตาเปล่า แขนที่หักผิดรูปค่อย ๆ กลับคืนสู่สภาพเดิม แม้กระทั่งรอยกรงเล็บกรีดลึกบนแผ่นหลังยังจางหายไปอย่างไร้ร่องรอย จนกลายเป็แผ่นหลังขาวเนียนดังเดิม
ความเ็ปในร่างกายสลายไปโดยไม่หลงเหลือ เชอริลลุกขึ้นนั่ง สายตามองร็อบบ์ที่อยู่ถัดไปด้วยความประหลาดใจ “คุณ… รู้จักเวทมนตร์รักษาจริงเหรอ?”
ร็อบบ์แบมือยักไหล่ “ก็บังเอิญรู้นิดหน่อย”
เชอริลไม่อาจเก็บเสียงได้อีกต่อไป เธออุทานออกมาลั่น “พระเ้า! คุณเป็นักบวชจริง ๆ ด้วย ฉันไม่เห็นรู้สึกตัวเลย อ๊ะ! ขอโทษที่เสียมารยาท อย่างแรกควรจะขอบคุณที่ช่วยฉันก่อน ถ้าไม่มีคุณ ฉันอาจจะเป็ผีเฝ้าที่นี่ไปแล้ว!”
ชายหนุ่มตอบกลับเสียงเรียบ “อย่ามัวแต่คุยกัน ไปดูเพื่อนคุณตรงนู้นดีกว่า พวกเขาขาดการสนับสนุนจากคุณ สถานการณ์ตอนนี้ปั่นป่วนไปหมดแล้ว”
[1] ลาสต์หรือลาสต์ช็อต (Last Shot) หมายถึง การโจมตีครั้งสุดท้าย ส่วนใหญ่มักจะพูดกันสั้น ๆ คือ ‘ลาสต์’