ตอนที่9 จิตสังหาร
ม้าสีดำวิ่งผ่านผืนป่าอันรกร้างอย่างคล่องแคล่วจนเทียรู้สึกชื่นชมในความสามารถของมัน เพราะขนาดไม่ได้เสริมพลังิญญามันก็ยังวิ่งทะลวงสิ่งกีดขวางราวกับกระทิงหนุ่ม
จึงทำให้เทียได้กระโจนลงมาจากผาสูงพร้อมเสียงร้องอันดุดันของม้าสีดำที่จะหยุดยั้งเหล่าปีศาจผู้กำลังพรากลูกสาวจากอ้อมอกของมารดา
แล้วพวกมันก็หันมาจ้องมองชายผมขาวด้วยดวงตาสีแดงพร้อมกับแยกเขี้ยวใส่ประหนึ่งสัตว์ร้าย ก่อนเสียงโวยวายของแซมและกลุ่มชาวบ้านคนอื่นๆ จะดังขึ้นมาท่ามกลางป่าอันเงียบสงัด
ช่วยทำให้รอยยิ้มของเหล่ามารดาได้ปรากฏบนใบหน้าอีกครั้ง ผิดกับกลุ่มปีศาจร้ายผู้กำลังตกตะลึงและหวาดวิตกต่อเสียงที่กำลังเข้ามาใกล้ในทุกขณะ
"บ้าชัดๆ มิใช่ว่าเ้าพวกนั้นถูกท่านมีราโมสฆ่าตายไปหมดแล้วรึ นี่มันเกิดอะไรขึ้น "
"มันตายไปแล้ว ด้วยมือข้าเอง"
น้ำเสียงอันทุ้มต่ำดังออกมาพร้อมกับแรงกดดันที่ทำให้ทุกสิ่งสั่นไหวจนกลุ่มปีศาจร้ายได้ล้มลงสู่พื้นดินด้วยความทรมาน เพราะจิตสังหารจากชายผมขาวนั้นส่งผลโดยตรงต่อิญญาซึ่งอาจจะแตกสลายหากมีจิตใจอันอ่อนไหวไร้ความมั่นคง
มันจึงเป็เื่น่ากังวลเมื่อเหล่าชาวบ้านต่างโดนลูกหลงอย่างที่เทียไม่สามารถจะควบคุมสถานการณ์ได้ เนื่องจากตัวเขาตอนนี้เสียพลังิญญาไปกับการรักษาแซมและคนอื่นๆ จนมิอาจต่อกรกับปีศาจเ่าั้
เขาจึงทำเพียงแค่ภาวนาให้พวกนางอดทนรอจนกว่าแซมและสหายคนอื่นๆ จะมาถึง
แต่ดูเหมือนพวกเขาจะมาช้าเกินไปนัก เมื่อเหล่าหญิงสาวและมารดาตรงหน้าของ เทีย กำลังสิ้นลมพร้อมกับใครอีกหลายคนเริ่มหมดสติลงจนเทียต้องรีบคลายจิตสังหารนั้นเสีย
" รีบไสหัวไปจากที่นี้ซะ "
เทียกล่าวขึ้นประหนึ่งว่าตนคือผู้อยู่เหนือกว่าศัตรูทั้งหลาย เพื่อข่มขวัญให้กลุ่มปีศาจร้ายยอมหนีไปโดยไม่เกิดการต่อสู้ขึ้นมาอีก
" หน็อยไอ้ขั้นต้น ไม่รู้หรอกว่าแรงกดดันเมื่อกี้มันคืออะไร แต่อย่างมันสังหารท่านมีราโมสไม่ได้หรอก "
เสียงะโอันแหบแห้งของหนึ่งในกลุ่มปีศาจ ดังขึ้นท่ามกลางความหวาดกลัวต่อจิตสังหารที่พึ่งสลายไป ช่วยทำให้ศัตรูทั้งหลายเริ่มััถึงพลังิญญาอันเบาบางไม่ต่างจากเด็กทารกของชายผมขาว
คมเขี้ยวที่รากยาวของปีศาจร้ายจึงเริ่มสำแดงเดชด้วยโทสะ ซึ่งพร้อมจะฉีกกระชากชายตรงหน้าให้เป็ชิ้นน้อย
ก่อนร่างสีดำอันสูงใหญ่จะปะทะเข้ากับท่อนเหล็กยาวสนิมเขรอะทั่วไป แต่ทำให้ทุกสายตาต่างหันมารวมกันตรงมุมป่าทางด้านขวา
"นี่พวกเ้า..เหตุใดถึงยังไม่ตาย!! "
แล้วความหวาดผวาของเหล่าปีศาจก็ปรากฏขึ้นอีกครั้ง เมื่อกลุ่มชาวบ้านที่เคยไล่ต้อนพวกตนจนท่านมีราโมสต้องเข้ามาช่วยนั้นกำลังยืนอย่างองอาจ และพร้อมจะโจมตีด้วยท่อนเหล็กสนิมเขรอะโดยไม่หวั่นเกรงสิ่งใด
จึงทำให้เหล่าปีศาจต่างวิ่งหนีกันไปคนละทางอย่างน่าอับอาย แต่พวกมันก็ไม่วายจะคว้าเด็กสาวตัวเล็กๆ ไว้ข้างกายพร้อมกับใช้กรงเล็บกดลงไปยังลำคอ
"เทีย ช่วยลูกข้าด้วย!!! " เสียงกรีดร้องของผู้เป็แม่สร้างความตกตะลึงแก่กลุ่มชาวบ้านที่กำลังเข้าโจมตีต้องหยุดชะงักลงในทันที เมื่อเด็กสาวถูกจับเป็ตัวประกันทำให้แซมและคนอื่นๆ รีบหันมาหาเทียเพื่อรอคำสั่งว่าควรทำอย่างไร
สุดท้ายพวกปีศาจทั้งหลายก็วิ่งหายเข้าไปในเงาป่าพร้อมกับเด็กสาวโดยที่เทียไม่ยอมกระทำสิ่งใด จึงทำให้น้ำตาและความเสียใจชักนำให้ผู้เป็แม่วิ่งเข้ามาทุบตีชายผมขาวคนนี้อย่างหมดหวัง
" ใจเย็นก่อนนีน่า "
กลุ่มชาวบ้านรวมถึงสามีนางต่างรีบวิ่งเข้ามาห้ามปรามผู้เป็แม่ที่กำลังทุบตีเทียอย่างไม่มีเหตุผล แต่เขาก็ยังคงนิ่งเฉยราวกับร่างไร้ิญญาจนนางเริ่มััได้ถึงพลังอันเบาบางจากชายผมขาว
ทำให้การทุบตีเริ่มหยุดลง เพราะทุกคนก็เข้าใจในทันทีว่าเทียในตอนนี้ไม่สามารถช่วยเหลือใครได้ หรือแม้แต่ชีวิตตนเองก็ตาม
"แซม พาคนอื่นๆ ไปประตูทิศตะวันตกห่างจากนี่ไม่เกินสิบกิโล จะมีเส้นทางหลบภัยอยู่ด้านข้างประตูทางเข้าให้เดินลงไปจนกว่าจะเจอหลุมหลบภัย"
เมื่อกล่าวจบเทียก็ยื่นแผ่นไม้สี่เหลี่ยมสีน้ำตาลโดยมีอักขระสลักไว้อย่างเด่นชัด พร้อมจับยัดให้กับแซมที่ยืนตกตะลึงต่อสิ่งของในมือ
"ป้ายประกาศิต นี่เ้ายังพบปะกับเ้าเมืองนั่นอยู่รึ…. อ้าวเห้ยหายไปไหนแล้ว!! "
ขณะที่แซมยังคงตกตะลึงเทียก็เดินหายเข้าไปในมุมป่า เขาจึงรีบยื่นป้ายประกาศิตให้แก่แบทพีชพร้อมกำชับไว้ให้ใช้ทันทีที่ถูกขับไล่จากพวกทหาร ก่อนจะรีบวิ่งตามชายผมขาวซึ่งตอนนี้กำลังยืนอยู่กับสัตว์สีดำขนาดใหญ่
"เ้าอยู่นี่เองรึ เราคงต้องจากกันตรงนี้แล้วสินะ " เทียกล่าวพร้อมกับลูบหัวม้าสีดำด้วยความทะนุถนอม แล้วทั้งสองก็แยกจากกันโดยไม่เอ่ยคำล่ำลา แซมจึงเผยกายเข้ามาด้วยท่าทางตกตะลึงต่อสัตว์ขนาดใหญ่ที่กำลังเดินหายไป
"นั่นม้างั้นรึ!! ตัวใหญ่เกินไปแล้วนะ"
"ข้าจะสะกดรอยตามพวกนั้นไปเอง เ้าไปกับพวกชาวบ้านซะแซม"
"ไม่ได้หรอก ข้ายังต้องตามหาลูกเมียข้าอยู่ "
"เอ็มม่ากับเอนี่อยู่กับอีชิลเดอร์ เื่นั้นไม่ต้องห่วง"
"งั้นเหรอ..ห๊ะ!! แล้วทำไมเพิ่งมาบอกข้า!!"
"ก็ว่าจะบอกั้แ่ครั้งก่อน……เอาเถอะ เ้ากลับไปได้แล้ว "
"นี่เ้า จะพูดแค่นี้เลยเลอะ " แซมะโขึ้นอย่างไม่สบอารมณ์ เมื่อคำอธิบายที่ควรมีเหตุผลกลับถูกละเลยด้วยใบหน้าอันเรียบเฉยราวกับคนไร้หัวใจ ถึงอย่างไรความกังวลที่อัดแน่นอยู่ในอกก็มลายหายไปจนหมดสิ้น
"ถึงจะหายห่วงเื่เอ็มม่ากับเอนี่ แต่เด็กคนอื่นๆ ยังตกอยู่ในอันตราย เ้าคนเดียวช่วยพวกเขาไม่ไหวหรอก "
แซมกล่าวขณะยืดหยุ่นร่างกายเพื่อเตรียมความพร้อมในการเดินทางโดยที่เทียยังไม่ได้ยินยอมต่อความตั้งใจนั้น แต่ดูเหมือนจะห้ามปรามต่อไปคงเป็การเสียเวลาโดยใช่เหตุ
เทียจึงเริ่มคุกเข่าลงและรีบตรวจหาร่องรอยการหลบหนีของเหล่าปีศาจ ก่อนจะพบรอยเท้าเป็กลุ่มจำนวนมากที่มุ่งตรงไปยังเนินป่า
ทำให้ทั้งสองรีบมุ่งหน้าตามร่องรอยเ่าั้ซึ่งมันออกห่างจากตัวเมืองทราซินเวียมาไกลเกินกว่าสิบกิโลเมตรแล้วก็ตาม
แต่แล้วแซมและเทียก็ได้หยุดนิ่งลงตรงจุดสุดท้ายของกลุ่มรอยเท้าที่คละคลุ้งไปด้วยกลิ่นเหม็นคาวจากบางสิ่งจนแทบจะอาเจียนออกมา
"นี่มันอะไรกันเนี่ย"
แซมกล่าวขึ้นด้วยความตกตะลึงเมื่อพบเห็นกองเืและเศษเนื้อจากกลุ่มคนจำนวนมาก พร้อมตัวอักษรสีแดงที่ถูกขีดเขียนเป็วงกลมอยู่บนพื้นดิน
ทั้งสองจึงยื่นหน้าเพื่อมองลงไปในวงกลมนั้น ก็พบกับอาณาจักรขนาดใหญ่ที่แปลกตา แถมยังรกร้างไร้สิ่งมีชีวิตให้เชยชม
และเทียก็ไม่รอช้า เขารีบหาก้อนหินบริเวณนั้นแล้วโยนเข้าไปในวงกลมก่อนจะพบกับเสียงที่ดังจนแสบแก้วหูพร้อมกับก้อนหินซึ่งกลายเป็เพียงแค่ฝุ่นผง
"คงสายไปเสียแล้วสำหรับเด็ก ที่โดนจับตัวไปก่อนหน้า "
"หมายความว่าอย่างไรรึเทีย"
"นี่คืออาคมมิติ คงถูกออกแบบมาให้พวกปีศาจและเด็กสาวเท่านั้นที่สามารถผ่านไปได้ หากพวกเราไปััโดนมันแค่เพียงเล็กน้อยก็อาจสลายกลายเป็เหมือนกับหินก้อนนั้น"
"บ้าชะมัด แบบนี้ข้าควรจะใเื่ไหนก่อนดี ไหนจะซากศพพวกนี่อี…..เห้ยเทียมีคนยังไม่ตาย "
ในขณะที่แซมเหลียวมองไปยังพื้นที่ต่างๆ ก็พบกับชายร่างั์กำลังใช้ขวานขนาดใหญ่พยุงตัวเองขึ้นจากพื้นดิน แต่เขาก็ต้องล้มลงไปอีกครั้งเพราะหน้าอกและลำตัวถูกทะลวงจนเป็รูพรุนอย่างน่าเวทนา
"เ้านั้น คือคนที่อยู่กับลีเดียมิใช่รึ "
เทียกล่าวขึ้นเมื่อเห็นชายร่างั์นอนแน่นิ่งอยู่บนพื้นดินพร้อมกับกองเืและลำไส้ของตน ทั้งสองจึงรีบวิ่งเข้าไปดูอาการซึ่งมันสาหัสเกินกว่าใครจะสามารถช่วยเขาได้
"ต้องรีบ..บอก..ท่าน..หัวหน้า..อา.คมมิติ..ต้องบอก"
แม้ลมหายใจจะรวยรินแต่ดวงตากลับมั่นคงและแน่วแน่ที่จะทำภารกิจของตนเพื่อประชาชนในเมืองแห่งนี้ แต่ด้วยาแต่างๆ เขาไม่มีทางรอดออกไปจากป่าอันน่าอดสู่อย่างแน่นอน
เทียจึงได้กระทำบางสิ่งที่แปลกตาโดยการกัดข้อมือตนเองจนเืไหลกระฉูดออกมาไม่ขาดสาย พร้อมกับหยดมันลงบนาแต่างๆ ให้ชายร่างั์ตรงหน้าก่อนจะเอ่ยคำว่าฟลาฮิลเพื่อปล่อยพลังในการรักษา
แต่เพียงไม่นานออร่าสีเขียวที่รายล้อมร่างกายของเทียและเฟดดี้ก็เลือนหายไปอย่างรวดเร็วเพราะพลังของเทียได้หมดสิ้นไปเสียแล้ว
"ข้าทำได้เพียงเท่านี้ หวังว่าเืของข้าจะช่วยรักษาเ้าได้ " เทียกล่าวด้วยน้ำเสียงเหนื่อยหอบจนต้องนั่งสูดลมหายใจเข้าออกอีกพักใหญ่กว่าจะลุกขึ้นและเดินจากไปในขณะที่เฟดดี้ยังไม่พ้นขีดอันตราย
"เทียเ้าทำอะไรรึ รีบห้ามเืเ้าก่อนดีไหม"
"รีบไปกันเถอะแซม เรามีเื่ด่วนต้องแจ้งอีชิลเดอร์ "