เสียงคำรามของพลังโบราณก้องสะเทือนผืนฟ้า
เมฆสีโลหิตก่อตัวขึ้นเหนือสนามประลองแห่งสงครามสามพลัง
ผู้คนมากมายต่างหยุดนิ่ง—แม้แต่เซียนใหญ่ที่ผ่านร้อยศึกยังต้องตัวสั่น
“นี่ไม่ใช่ฟ้าเก่า… นี่คือร่องรอยของ ยุคสวรรค์โบราณ!”
เงาร่างหนึ่งก้าวออกมาจากความมืดในอากาศ รูปกายสูงใหญ่เกินมนุษย์ ผิวหนังสลักด้วยอักขระโบราณที่ไม่เคยมีใครอ่านออก
สายตาเขามืดดำ แต่กลับฉายแสงราวจักรวาลกำลังจ้องตอบ
เฉินหยวนยืนเผชิญหน้ากับแรงกดดันนั้น
หัวใจเต้นแรง แต่สายตาไม่ถอย
มือจับดาบฟ้าร่วงแน่น… แม้มันยังอยู่ในสภาพ “ไม่สมบูรณ์”
ศัตรูเอ่ยขึ้นด้วยเสียงเย็นเยียบ
“เจ้าคือทายาทของนาง… นางผู้เคยหักหลังยุคสวรรค์เก่า—แม่ของเจ้า”
เสียงนั้นเหมือนฟ้าผ่าลงกลางอกเฉินหยวน
ความจริงที่เขาไม่เคยได้ยินจากใคร… ถูกชายจากยุคโบราณเอ่ยออกมาอย่างโหดร้าย
“เจ้าโกหก…”
เฉินหยวนกัดฟัน เส้นเลือดปูดบนข้อมือ เขาไม่อยากเชื่อ แต่คำพูดนั้นทำให้หัวใจสั่นคลอน
ศัตรูหัวเราะเบา ๆ
“ถ้าอยากพิสูจน์… จงอยู่รอดจากข้าก่อน”
ในพริบตา ร่างโบราณหายวับไป
และ โลกทั้งใบหยุดนิ่ง—ลมหายใจของผู้คนข้างสนามถูกแช่แข็ง แม้แต่นกที่บินยังค้างอยู่กลางอากาศ
เฉินหยวนเบิกตากว้าง
“กฎ…หยุดเวลา!?”
นี่ไม่ใช่พลังบ่มเพาะที่เขารู้จัก แต่เป็นกฎโบราณที่เหนือกว่าการฝึกใด ๆ
เฉินหยวนกัดฟัน ดวงตาสัจธรรมเงาเบิกกว้าง—
เขาเห็น “รอยแตกจาง ๆ” บนม่านกฎที่หยุดทุกสิ่ง แต่ยังเล็กเกินกว่าจะทะลวง
“ถ้าฟันไม่ถึงรอยแตกนี้… ข้าจะถูกบดขยี้ไปพร้อมกาลเวลา”
เลือดไหลออกจากดวงตา แต่เฉินหยวนยังยกดาบฟ้าร่วงขึ้น
แม้มันไม่สมบูรณ์ แต่ เขาเดิมพันกับเศษเสี้ยวพลังที่เหลืออยู่
“ฟ้าจะหยุด… แต่ใจข้าไม่หยุด!”
เสียงตะโกนสะท้อนในความว่างเปล่า
ดาบฟ้าร่วงฟาดลง—เหมือนกรีดผ่านห้วงแห่งนิรันดร์
เปรี้ยง!
รอยแตกเล็ก ๆ ปรากฏขึ้นบนม่านกฎนั้น
เวลาที่หยุดนิ่งเริ่มสั่นสะท้าน เศษวินาทีเริ่มไหลกลับมา
ศัตรูจากสวรรค์โบราณขยับตัวอีกครั้ง สีหน้าฉายความประหลาดใจ
“เจ้าทำลายกฎของข้าได้… ในระดับเพียงนี้”
เขายกมือขึ้นอีกครั้ง—และครั้งนี้ไม่ใช่หยุดเวลา แต่คือ ลบความทรงจำ
ผู้คนรอบสนามเริ่มร้องเสียงหลงทีละคน เมื่อชื่อของตนเองค่อย ๆ หายไปจากใจ
เฉินหยวนหอบหายใจ หน้าซีด แต่ยกดาบขึ้นอีกครั้ง
สายตาแดงฉาน…
“ไม่ว่าข้าจะลืมสิ่งใด… แต่จะไม่มีวันลืมคำสาบานของข้า”
แสงสัจธรรมจาง ๆ ก่อขึ้นรอบกายเขา—
นี่คือครั้งแรกที่ แก่นที่ไร้ชื่อ สั่นสะท้อนออกมา ตอบสนองต่อความตั้งใจแท้จริงของเฉินหยวน