กลืนสวรรค์ทำลายปฐพี

    บทที่21:เปิดกล่อง

    นับตั้งแต่คนของตระกูลหลินกลับไปหลินเฟยกลายเป็นบ้าคลั่ง ตอนนี้หลินเฟยต่อสู้ทุกๆวันโดย1วันหลินเฟยจะต่อสู้ครั้งหมด2ครั้ง ซึ่งกฎการต่อสู้ของหลินเฟยถูกยกระดับขึ้นมาเพื่อให้ตัวเองลำบากกฏที่ว่านั้นคือคืออีกฝ่ายสามารถใช้ลมปราณได้แต่ก็ต้องอยู่ในขอบเขตที่หลินเฟยกำหนดเอาไว้ในครั้งแรกที่หลินเฟยต่อสู้มันยากลำบากมากเพราะคนนั้นต่างจากสัตว์อสูรที่หลินเฟยเคยต่อสู้ด้วยเพราะคนมีความคิดและเล่ห์เหลี่ยมอยู่ในตัว แต่เมื่อหลินเฟยต่อสู้บ่อยครั้งเข้าความลำบากก็หมดไปหลินเฟยสามารถจับทางศัตรูได้เมื่อเริ่มสู้ได้สักพัก จนตอนนี้หลินเฟยสามารถต่อสู้กับคนที่มีลมปราณได้แต่ทั้งหมดก็ยังคงถูกจำกัดให้อยู่ในระดับที่ไม่มากเกินไป
    ''สหายตัวน้อยเจ้าพอจะมีเวลามากับข้าสักเล็กน้อยหรือไม่''กงจุนที่เพิ่งออกมาจากห้องลับของหนิวซานจื่อใบหน้าของกงจุนซีดขาวลงอย่างเห็นได้ชัด สิ่งนี้ทำให้หลินเฟยแปลกใจแต่ก็พยักหน้ารับแล้วลุกขึ้นเป็นอีกครั้งที่กงจุนกลับมาที่ห้องของหนิวซานจื่อตอนนี้ในห้องมีเพียงกงจุนและหลินเฟยเท่านั้น
    ''นี่คือเม็ดยาที่ข้าลงอักขระเอาไว้มันจะช่วยให้คนอื่นตรวจสอบไม่ได้ว่าเจ้ามีเส้นลมปราณหรือกายอะไรนอกจากนี้ข้ายังมีตำราที่เกี่ยวข้องกับอักขระให้เจ้าอีก1เล่ม เจ้าจงกลืนเม็ดยาลงไปส่วนตำราอักขระนั้นให้เจ้าศึกษาและจดจำไปพลางๆก่อนรอจนกว่าเจ้าจะสามารถฝึกลมปราณได้แล้วค่อยฝึกมัน''หลินเฟยขมวดคิ้วแล้วรับตำราที่ว่ามาเปิดดูก่อน ฉับพลันหลินเฟยสัมผัสได้ถึงความกดดันที่รุนแรงมากๆทุกๆตัวอักษรล้วนมีพลังแฝงอยู่ในนั้นนั่นทำให้หลินเฟยรู้ได้ในทันทีว่าตำราเล่มนี้ไม่ใช่ตำราธรรมดา
    'เรียนผู้อาวุโสข้ารับของพวกนี้เอาไว้ไม่ได้ มันมีค่ามากเกินไปสำหรับคนที่ฝึกลมปราณไม่ได้แบบข้า'หลินเฟยป้องมือขณะเตรียมตัวเดินออกจากห้อง
    ''ช้าก่อน เจ้ารับไปเถอะส่วนเรื่องลมปราณของเจ้านั้นมันต้องมีสักวันที่เจ้าสามารถฝึกฝนมันได้ ขอเพียง...แค่เจ้าอดทนและรอเวลาเท่านั้น''หลินเฟยกลายเป็นขมวดคิ้วขณะมีลมวูบผ่านหน้ามันไปและเมื่อหันกลับไปมองที่ที่กงจุนเคยนั่งอยู่หลินเฟยกลับพบว่ากงจุนได้ทิ้งของทั้ง2สิ่งเอาไว้แล้วหายตัวไป
    'บัดซบ! นี่ไม่ต่างไปจากการยัดเยียด แล้วทำไมท่านผู้อาวุโสต้องพูดแบบนั้นหรือร่างกายข้ามีอะไรผิดปกติอืม...ก็ได้ในเมื่อท่านต้องการมอบให้ข้าข้าก็จะรับไว้และในอนาคตข้าสัญญาหากท่านลำบากข้าจะช่วยท่าน'หลินเฟยคิดในใจพลางเดินไปหยิบเม็ดยาแล้วกลืนลงท้อง ฟุ่บ! อักขระสีทองนับไม่ถ้วนกระจายออกมามันลอยไปรอบๆตัวหลินเฟยจากนั้นจึงพุ่งเข้าไปในตัวหลินเฟย
    'อักขระ...บางทีข้าอาจจะช่วยท่านพ่อของข้าได้' หลินเฟยหยิบตำราขึ้นมาแล้วเดินออกจากห้องไปในที่สุดโดยที่หลินเฟยไม่รู้เลยว่าหนิวซานจื่อได้เห็นทุกอย่างที่เกิดขึ้น
    ''เฮ้อสุดท้ายเจ้าก็ทำแบบนี้จริงๆสินะเพื่อนข้า''หนิวซานจื่อกลายเป็นเงาหายไป มันรู้ว่ากงจุนจากไปแล้วแล้วก็ไม่รู้ว่าอีกนานเท่าไหร่จึงจะมีโอกาสได้เจอกันอีก
    ผ่านไปอีก4วัน ภายในตระกูลหลินได้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่สุดเท่าที่เคยมี การเพิ่มคนจำนวนมาก การขยายพื้นที่ของตระกูล เดิมที่ตระกูลหลินสามารถย้ายรากฐานทั้งหมดไปที่เมืองราชาได้โดยไม่มีปัญหาแต่พวกมันไม่ทำทั้งหมดเลือกที่จะอยู่ในเมืองจันทราเหมือนเดิมแต่ค่อยๆขยายพื้นที่และอำนาจแทน
    ''เรียนท่านหัวหน้าตระกูล บ่อนพนันมีกำลังมากกว่าที่เราคิดเอาไว้ก่อนหน้านี้ข้าได้ส่งมือดีออกไปสืบข่าวแต่ทั้งหมดไม่ได้กลับมาเกรงว่าทุกคนจะตกตาย''ผู้อาวุโสสูงสุดในตระกูลรายงานหลินโม่ฝานที่เพิ่งกลับมาซึ่งน่าแปลกหลังจากรายงานไปแล้วหลินโม่ฝานกลับไม่ได้โมโหกลับกันมันยกยิ้มขึ้นมา
    ''ปล่อยเอาไว้แบบนั้นแหละ ส่วนช่วงนี้ให้ทุกคนในตระกูลทำตัวไปตามปกติ หึ! รออีกไม่นานหรอกข้าจะจัดการพวกมันในคราเดียว ฮ่า ฮ่า ฮ่า ใครก็ตามที่กล้าท้าทายอำนาจตระกูลหลินพวกมันต้องตาย''หลินโม่ฝานหายตัวไปขอเพียงมันจัดการเรื่องทาสที่มันเพิ่งซื้อมาเป็นจำนานมากได้เมื่อไหร่ตอนนั้นบ่อนพนันคงไม่ใช่ปัญหาอีกต่อไป
    ''อืม...ข้าสมควรเปิดกล่องใบนี้สักทีสินะ''หลินเฟยพูดขึ้นขณะอยู่ในห้องส่วนตัวของหนิวซานจื่อคนเดียวตอนนี้เวลาได้ผ่านมาจนถึงช่วงที่หลินเฟยสามารถทำอะไรก็ได้ตามใจ ซึ่งในระหว่างที่ผ่านมาไม่มีอะไรมากหลินเฟยต่อสู้และพยายามเปิดกล่องไม้จนตอนนี้ความพยายามของหลินเฟยกำลังจะสำเร็จแคร่ก! ชิ้นส่วนสุดท้ายถูกดัน...กล่องไม้เกิดการเปลี่ยนแปลงทันทีมันส่องแสงขึ้นมาเล็กน้อยก่อนที่ลวดลายบนกล่องที่มั่วซั่วจะเริ่มขยับตัวราวกับมีชีวิตเป็นของตัวเองทั้งหมัดเคลื่อนไหวไปรวมกันอยู่ที่ด้านบนสุดของกล่อง พวกมันรวมกันจนกลายเป็นข้อความ
    'ข้าคือเทพโอสถไร้นามในช่วงเวลาที่ข้ามีชีวิตอยู่ไม่มีใครไม่รู้จักข้าและทำตัวนอบน้อมเมื่อเห็นหน้าข้าแต่ในช่วงสุดท้ายของชีวิตข้าได้ตระหนักถึงบางสิ่งข้าไม่มีศิษย์ที่สืบสอดวิชาต่างๆของข้าเลยสักคนด้วยเหตุนี้ข้าจึงสร้างกล่องใบนี้ขึ้นมาเพื่อทดสอบความรู้ของผู้คน ใครก็ตามที่ไขปริศหนาของกล่องได้คนๆนั้นจะได้รับสืบทอดความรู้จากข้าและสมบัติที่ข้าใช้เวลาค่อนชีวิตในการปรับแต่งมัน'หลินเฟยงงงวยเพราะดูเหมือข้อความมันจะขาดหาย แต่ไม่นานอักษรทั้งหมดก็เริ่มขยับแล้วก่อตัวเป็นข้อความใหม่อีกครั้ง
    'ความรู้ทั้งหมดของข้าจะถูกสลักเอาไว้บนสมบัติที่ข้าใส่ไว้ในกล่อง เมื่อระดับลมปราณของเจ้าถึงเกณฑ์ความรู้ที่อยู่บนนั้นจะหลอมรวมกับเจ้าเอง ส่วนสมบัติที่อยู่ในกล่องนั้นเป็นอะไรที่เหนือจินตนาการมากหากพูดไปจะหาว่าข้าโม้ก็ได้ ฮ่า ฮ่า ฮ่า สมบัติที่ข้าพูดถึงก็คือขวดน้ำเต้าหากเจ้าใส่สมุนไพรใดลงไปสมุนไพรเหล่านั้นจะถูกควบแน่นจนกลายเป็นหยดน้ำ ยิ่งเจ้าใส่ลงไปมากเท่าไหร่สรรพคุณจะยิ่งมากตามเอาหละสมบัติที่ข้าพูดถึงยังไม่เคยมีใครรับรู้ถึงการมีอยู่ของมันมาก่อนทางที่ดีเจ้าห้ามไปบอกคนอื่นส่วนความสามารถอื่นๆเจ้าต้องค้นหาเอาเอง พอแค่นี้ก็แล้วกันจากนี้จงตั้งใจเรียนรู้สิ่งที่ข้าทิ้งเอาไว้ให้ดีหากข้ายังไม่ตายไม่วันใดก็วันหนึ่งเราจะได้พบกัน'