????
เทศกาลลอยกระทงวัดบ้านเชี่ยน ผู้คนจากทั่วสารทิศแห่มาล้นหลาม บางคนนั่งเกวียนมาจากแถบเด่นใหญ่ แถวบ้านหนองแจงโน่น
ในงานมีของกินทั้งคาวหวาน น้ำตาลปั้นรูปร่างแปลกตา ซุ้มยิงปืนเอย สาวน้อยตกน้ำเอย ขาดไม่ได้ก็ ลิเก ม้าหมุน ชิงช้า์
เสียงร้องลำตัดกับจังหวะกลองรำมะนาดังโต้ระหว่างชายหญิง ว่านยาลงจากท้ายจักรยานแล้วหันมองโดยรอบ ตื่นตาตื่นใจยิ่งกว่าคนที่อยากมาเองเสียอีก
“น้ำซ่าไหม เคยลองหรือยัง พี่เลี้ยงเอง”
ว่านยาควักเงินที่เตี่ยยัดมาแบให้ดู
“เงินเตี่ยก็มี”
ไฉมองธนบัตรหนึ่งบาทสองใบกับเหรียญสลึงเหรียญสตางค์ในมือเรียว เห็นแล้วหัวเราะน้อยๆ จนตาหยี
“ตกลงใครลูกเตี่ยกันแน่ พี่หรือเ้ายา ไม่เห็นเตี่ยใจดีแบบนี้บ้าง”
“ก็ไฉดื้อ”
คนถูกว่าเอียงคอเลิกคิ้ว ถูกว่าแล้วรู้สึกชอบใจ
“เลิกดื้อนานแล้วเถอะ ปะ ไปซื้อกัน”
ไฉจับมือเด็กหนุ่มจูงไปยังซุ้มขายน้ำซ่าหน้างาน
“เอาสีฟ้าจ้ะ” ว่านยาเอ่ย
“ฉันเอาสีแดง” สีมงคลประจำตัว
รอครู่เดียว พวกเขาก็ได้แก้วดินเผาใส่ชะลอมเล็กๆ หิ้วกันคนละใบ จากนั้นก็ไปยืนออต่อแถวซื้อข้าวเกรียบว่าวแผ่นใหญ่ พ่อค้าปิ้งแผ่นแป้งบนตระแกงเตาอั้งโล่ ว่านยายื่นจ่ายเหรียญสลึงแล้วเอามาแบ่งกันกัดคนละคำ คนถือกัดทางหนึ่ง ไฉกัดกร้วมอีกทาง
ตึก ตัก ตึก ตัก
เสียงหัวใจเต้นแรงขึ้นเมื่อสบตา กินก็กินไปสิ จะมาหรี่ตามองกันทำไม ว่านยาแยกเขี้ยวใส่ อีกฝ่ายทำเพียงยกยิ้มมุมปาก เบี่ยงเบนความสนใจด้วยการกระตุกแขนให้เดินไปเลือกกระทงต่อ
กระทงหยวกกล้วยประดับด้วยดอกไม้หลากสี ชอบสีเหลืองก็มีดาวเรือง ชอบบานเย็นก็มีบานไม่รู้โรย กล้วยไม้สีหวานละมุน ว่านยาเลือกอันที่มีเบญจมาศขาวแซมมากหน่อยมาใบนึง พอร่างสูงเห็นว่าเขาเลือกแล้ว อีกฝ่ายก็เลือกอันคล้ายกันมาอีกใบ
“เ้ายาเอามือมา”
คนถูกสั่งเลิกคิ้ว อะไรอีกเล่า คิดในใจแต่ก็ยื่นมือออกไป ก่อนจะชักกลับเมื่อเห็นมีดด้ามเล็กในมืออีกฝ่าย ไฉชอบเล่นแผลงๆ จึงระแวงระวัง
“พี่จะตัดเล็บ”
‘อ้อ แค่ตัดเล็บ’ รู้แล้วก็ยื่นมือให้
ถ้ารู้ว่าจะตัดเล็บ ว่านยาจะพกกรรไกรมาเอง นี่อะไร ใช้มีด ใหมด คนอายุน้อยกว่ายื่นนิ่งให้คนพี่เล็มเล็บใส่กระทง ก่อนจะเล็มปลายผมอีกนิด เหรียญสลึงถูกหย่อนตามลงไป อย่างไรกระทงวันนี้วัดก็เป็คนเก็บ เงินที่ใส่ไม่ต่างจากเงินทำบุญ
ถึงริมสระไฉก็จุดไม้ขีดไฟให้กระทงว่านยาก่อน แล้วถึงจุดธูปเทียนของตัวเอง
กระทงใบสวยถูกยกจรดหน้าผากกว้าง เอ่ยคำขอขมาพ่วงด้วยขอพรจากแม่คงคา
“ขอให้ว่านยาได้เป็หมอสมใจ” ไฉเอ่ยออกมา
“ขอให้ตัวเองซี จะมาขอให้กันทำไม”
“ถ้าอย่างนั้นขอให้เราได้อยู่ด้วยกันจนแก่เฒ่า”
“ง่ายมากไฉ แค่ปากดีให้น้อยหน่อย อายุก็ยืนยาวแล้ว”
เ้าว่านยาทำหน้ากวนโอ๊ยใส่ ไฉหัวเราะในลำคอ ส่วนคำขอของว่านยา เ้าตัวไม่ได้เอ่ยออกไป ถ้าเป็ไปได้ก็แค่อยากใช้ชีวิตแบบนี้ไปเรื่อยๆ มีคุณแม่ ถ้าอนาคตคุณพ่อกลับมาอยู่บ้านตลอดคงจะดีไม่น้อย คุณแม่จะได้ไม่เหงา นอกจากนั้นก็มีไฉ เตี่ยกับม๊า
‘อยู่ด้วยกันจนแก่เฒ่า’ ฟังดูเข้าท่าดี จะได้อยู่เป็เพื่อนกัน
กระทงสองใบลอยเคียงคู่ในสระ ปลาน้อยใหญ่เข้ามาตอดนึกว่าอาหาร เสียงทุ้มดังข้างหู ถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น
“ขออะไรล่ะเ้ายา”
“ขอขมาพระแม่คงคาน่ะสิ” ตอบสั้นๆ
“นึกว่าขอให้อยู่ด้วยกันเสียอีก”
“เราสองคนก็อยู่ด้วยกันตลอด ต้องขอด้วยหรือไง”
“ปีหน้าเ้ายาจะไปพระนคร”
ใจคนฟังกระตุกวูบ อยากเป็หมอต้องเข้าพระนคร ทำใจไว้แล้ว แต่ใจมันคอยจะหน่วงโหวงเหวง ทั้งที่ไฉก็รู้ว่าเขารู้สึกอย่างไร กระนั้นก็ยังคอยตอกย้ำถึงการจากลาอยู่ร่ำไป
“ขอแล้วใช่ว่าไฉจะไปด้วยได้ ไฉบอกเองต้องช่วยเตี่ยที่ร้านนี่ ่นี้เห็นมีเพื่อนใหม่เยอะแยะ ฉันไปพระนครสักคน จะมีเวลาให้คิดถึงกันกี่วันเชียว เผลอๆ กลับมาจะชิงมีลูกมีเต้าไปเสียก่อน”
คนถูกกล่าวหายกยิ้ม โค้งตัวมองหน้าคนอ่อนเดือนกว่า
“หวงหรือ”
“หา??”
“หวงพี่หรือ”
ใบหน้าคมคายเลิกคิ้วอยู่ใกล้แค่ระยะลมหายใจกั้น ชวนให้ใจหวิว มวนในท้องน้อยวูบวาบ ระหว่างที่เ้าว่านยากำลังไปไม่ถูก ระฆังช่วยชีวิตก็ดังเป๊งขึ้น
“อ้าวไอ้เจ๊กขี้โล้นี่หว่า” เสียงไอ้มั่นดังมาแต่ไกล
หลังจบประถมมันไม่ได้เรียนต่อ รับจ้างทั่วไป ทั้งทำนา ตัดอ้อย ปลูกมัน เงินหมดทีก็หางานทำที คนจ้างจำใจจ้างเพราะถูกกดดัน ลูกจ้างเก่งแต่วางมาดนักเลง ี้เีไม่คุ้มค่าแรง
“ไหนๆ ก็เจอเพื่อนเก่าขอสตางค์หน่อยสิ” ไถเงินกันหน้าด้านๆ
“อยากได้ก็ไปเอาที่กงสี”
ความหมายคือให้ไปรับจ้างทำงานแลกเงิน
“กูจะถ่อไปกงสีมึงทำเหี้ยอะไรวะ จากหนองแจงไปตลาด มึงว่าใกล้นักหรือ เอามา”
ว่านยากอบเอาเหรียญที่มียื่นให้แทน แต่ถูกมือหนาดึงไว้
“นั่นเงินเตี่ย ว่านยากล้าใช้กับคนแบบนี้หรือ”
“เอ๊ะ นี่มึงดูถูกกู”
“เออ มึงเมาก็กลับไปนอน อย่าระรานชาวบ้าน อยากได้เงินนักก็ทำงาน หรือมึงเป็ขอทาน กราบไหว้กูสิ แล้วกูจะหยอดกะลาให้”
“ไฉ” ว่านยาเรียกปราม กลัวจะเลยเถิด
“ไอ้เจ๊กมึงกล้าเปรียบกูกับขอทาน มึง”
“กูเปรียบมึงที่ไหน ขอทานยังดีกว่ามึง”
ปากไฉไม่เป็รองใคร หน้าเจ๊กแล้วมันหนักหัวใคร เกิดบนแผ่นดินไทย ก็ไทยเหมือนกันทั้งนั้น
“แน่จริงมึงขึ้นเวทีมวยกับกูสักยก ให้รู้ดำรู้แดงกันไป”
ไอ้มั่นใช่จะกล้า มันอาศัยว่าตัวเองหน้าด้าน แต่เล็กเื่พละกำลังไม่สู้ลูกเจ๊กที่มันปรามาสสักนิด แค่น้ำหนักส่วนสูงก็คนละรุ่นแล้ว โดนท้าซึ่งหน้าเลยอ้ำอึ้ง
“มึงกล้าเอาเปรียบคนเมา”
ทีนี้ล่ะรู้ตัวว่าเมา ไอ้เปรต
“ได้ต่อยมึงสักทีทำไมจะไม่กล้า กูใช่จะใจดีมีเมตตา ถ้ามึงอยากต่อยตีนัก กูจะสนองให้”
ใครกันจะอยากต่อยตีกับไอ้คนหน้าเหี้ยมเกรียม ดูก็รู้ว่าเอาจริง แล้วดูท่า ลูกหมอที่คอยฉุดรั้งอยู่ด้านหลังวันนี้จะไม่ค่อยมีประโยชน์ รั้งไม่อยู่สักนิด ไอ้ไฉเลยเร่าๆ จะต่อยตีอยู่นั่น
“กู กูฝากไว้ก่อน”
ไฉเลิกคิ้วให้ไอ้คนก้าวถอยหลัง หงุดหงิดฉิบหาย คุยกับว่านยาอยู่ดีๆ ไอ้นี่โผล่มาไม่ดูตาม้าตาเรือ สรุปแล้วเ้ายาหวงตนหรือไม่ ก็ยังไร้คำตอบ
“ตกลงหวงกันหรือเปล่า”
“ฮะ? อะไร” งงงวย
ว่านยามองคนที่ยืนเท้าสะเอวท่าทางงุ่นง่านหันมาถามตนหน้าตาย ทะเลาะกับไอ้มั่นอยู่ดีๆ มาคำถามนี้ได้อย่างไร
“ช่างเถอะ ไปยิงตุ๊กตากัน”
????