หลี่หมิงเข้าใจเบื้องหลังของซื่อฉงแล้ว เขาไม่ต้องการรับรู้เรื่องราวเกินความจำเป็นจึงเอ่ยปากตัดบท "แล้วข้าจะเข้าไปสอบถามซื่อฉงในคุกหลวง ได้อย่างไร"
ชิงเหยียนจึงแนะนำว่า "ขอเพียงคุณชายมอบเงินให้กรมราชทัณฑ์ 100 เหรียญทอง ก็สามารถช่วยเหลือเขาออกมาได้แล้ว เจ้าค่ะ" ทุกอย่างที่นางล่วงรู้ทุกข้อมูลที่นางบอกกล่าว ล้วนมาจากแขกผู้ทรงเกียรติที่เป็นขุนนางระดับสูง ซึ่งเป็นแขกของหอเถียนฮวาทั้งสิ้น
หลี่หมิงได้ฟังคำแนะนำของชิงเหยียนรู้สึกยินดีเป็นอย่างมาก อย่างน้อยคุณพระก็ไม่รู้สึกผิดต่อร่างที่สิงสถิตอยู่
∆∆∆∆∆
"ให้เข้าไปไม่ได้ นี่คือคุกหลวง พวกข้ามีหน้าที่ดูแลนักโทษอุกฉกรรจ์เหล่านี้" ผู้คุมผลักเด็กทั้ง 3 คนออกมาข้างนอกอย่างแรง โดยไม่สนใจว่าเด็กตัวเล็กตัวน้อยจะได้รับบาดเจ็บหรือไม่ สร้างความแค้นเคืองให้กับเด็กชายที่แสดงท่าทีฮึดฮัด ส่วนเด็กหญิงโมโหจนน้ำตาแตกด่าถ้อยคำหยาบคายกับผู้คุม
"นังเด็กถ่อยหุบปากซะ ถ้ายังไม่อยากเจ็บตัว" เด็กหญิงห้าวหาญไม่เกรงฟ้าดิน ปากน้อยๆยังขยับเขยื้อนไม่หยุด ทำให้มันยกไม้พลองฟาดเด็กหญิงแรงๆหลายครั้ง จนพี่สาวต้องเอาตัวเข้าขวางถูกตีจนร่างบางบอบช้ำ ท่ามกลางสายตาของฝูงชน
"นี่พวกเจ้า ทำอะไรกันต่อหน้าสาธารณชนเช่นนี้" เลขาของศาลอาญาตำหนิผู้คุมคนนั้นเสียงขรม ผู้คุมอิดออดหยุดมือ มองหน้าเด็กทั้งสามที่กอดคอกันกลม พากันร้องไห้ฟูมฟายด้วยความเจ็บปวด แววตาของมันปลาบปลื้มสะใจเป็นที่สุด "โธ่.ท่านเลขา นังเด็กนรกนี่ปากจัดจ้านนัก สมควรถูกทำโทษแล้ว" เลขาฟานยกมือเขกหัวผู้คุมอย่างแรง "เจ้างี่เง่า กล้ากระทำการรุนแรงต่อหน้าชาวเมืองมากมาย ยังไม่รู้จักสำนึกอีก" ผู้คุมคอย่นไม่กล้าถกเถียงด้วยเกรงว่าเลขาฟานจะโกรธตน ชายอ้วนท่าทางใจดีผู้นี้ ความจริงเป็นคนโหดเหี้ยมลงมือหนักนัก
"เจ้ารีบไปปล่อยตัวซื่อฉงออกมา มีคนไปจ่ายเงินช่วยเหลือมันออกจากคุกแล้ว" สามพี่น้องหูผึ่งที่ได้ยินข่าวดีว่ามีคนจ่ายเงินค่าไถ่ ช่วยเหลือบิดาของพวกมันออกจากคุก ส่วนผู้คุมหัวเสียกระฟัดกระเฟียดเป็นอย่างมากที่ได้ยินเรื่องนี้ แต่ไม่กล้าขัดขืนรีบลากตัวซื่อฉงที่พิการออกจากคุก เดินตามเลขาฟานไปที่รถม้าซึ่งจอดอยู่ห่างจากที่นี้ไปไกล 80 จั้ง
"คุณชาย ข้าพาซื่อฉงมาแล้วขอรับ" เลขาฟานกล่าวอย่างนอบน้อม สร้างความแปลกใจให้กับผู้คุมและเด็กทั้งสามที่เดินตามมาห่างๆ
"อ้อ.มาแล้วเหรอท่านเลขา" ชายหนุ่มหน้าตาเย็นชาราวกับแท่งน้ำแข็งเดินลงมาจากรถม้า จ้องมองไปยังนักโทษที่ง่อยเปลี้ยแขนขา ซึ่งถูกผู้คุมถูลู่ถูกังลากมาราวกับสุนัขข้างถนน
สามพี่น้องมองมาแต่ไกลก็จำได้ทันที "ที่แท้เป็นเขาเองหรือนี่" เด็กน้อยหน้าตาจิ้มลิ้มกล่าวด้วยความแปลกใจ
"นี่คือซื่อฉงช่างตีเหล็กอย่างนั้นเหรอ" สายตาของชายหนุ่มกลับไม่ยินดียินร้ายกับสภาพพิการของนักโทษ น้ำเสียงของชายหนุ่มค่อยทำให้เลขาฟานเบาใจลง หากแม้นแสร้งความขุ่นเคืองให้กับชายผู้นี้ มันอาจจะได้รางวัลน้อยลงก็เป็นได้ เมื่อลากนักโทษขึ้นรถม้าแล้วชายหนุ่มได้มอบเหรียญทอง 10 เหรียญให้เป็นสินน้ำใจแก่เลขาฟาน และมอบ 1 เหรียญทองให้กับผู้คุม สร้างความพออกพอใจให้กับพวกมันเป็นอย่างยิ่ง จากนั้นชายหนุ่มก็ขึ้นรถม้าเดินทางออกจากที่นี่ไป
สามพี่น้องเร่งฝีเท้าไล่ตามมาห่างๆ จนกระทั่งมาหยุดอยู่ตรงร้านหมอมีชื่อใจกลางของเมืองหลวง "พี่ใหญ่ พวกเราแอบเข้าไปข้างในกันเถอะ" เด็กหญิงไม่เข็ดหลาบแม้จะถูกตีจนเนื้อตัวแตก พี่ใหญ่ของนางพยักหน้าเห็นด้วย แต่เข้าไปข้างในไม่ไกลนักก็ถูกคนรับใช้ร้านขายยาจับตัวได้ จึงพาพี่น้องทั้งสามคนเข้ามาพบกับหมอใหญ่ ซึ่งดูอาการของคนไข้เสร็จแล้ว กำลังเดินออกมาส่งหลี่หมิงที่หน้าร้าน
"เถ้าแก่ ข้าจับตัวคนร้ายที่ลอบเข้ามาในร้าน เพื่อขโมยข้าวของของเราขอรับ" หัวหน้าคนรับใช้รายงาน แล้วนำตัวคนร้ายทั้งสามคน ที่ถูกผูกมัดอย่างแน่นหนา เข้ามาให้เถ้าแก่ตัดสินความ
เด็กน้อยปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม รีบโต้แย้งทันที "พวกข้า เป็นลูกของช่างตีเหล็กซื่อฉง พวกท่านมีสิทธิ์อะไรมากีดกันไม่ให้พ่อลูกได้พบหน้ากัน" พี่สาวเห็นน้องน้อยกำลังพูดจาก้าวร้าว เกรงจะสร้างความไม่พอใจให้กับท่านหมอ จึงรีบสอดแทรกพูดจาขอโทษทันที
"ท่านหมอเจ้าคะ ข้าชื่อซื่อฮุ่ยเหอเป็นบุตรสาวคนโต น้องชายคนที่สองชื่อซื่อเฉิง ส่วนน้องสาวคนเล็กชื่อซื่อหง ตั้งแต่เมื่อ 4 ปีก่อนท่านแม่พยายามอย่างหนักเพื่อช่วยเหลือท่านพ่อ แต่ถูกคนของกรมอาญาเฆี่ยนตีอย่างรุนแรง จนกระทั่งป่วยหนักอาการเรื้อรังไม่อาจลุกจากเตียงได้ พวกเราพยายามหาเงินเพื่อรักษาท่านแม่ และสะสมเงินทองเพื่อเข้าไปเยี่ยมท่านพ่อสักครั้ง แต่ไม่สำเร็จจึงถูกผู้คุมพวกนั้นไล่ตีรังแกพวกเรา สุดท้ายมีท่านเศรษฐีใจดีช่วยเหลือท่านพ่อออกมา พวกเราจึงติดตามจนกระทั่งมาถึงที่นี่" นางคุกเข่ากราบท่านหมอขอความเห็นใจ
ซื่อเฉิงกับซื่อหงเห็นดังนั้นจึงทรุดกายอยู่ข้างๆพี่สาว "เป็นเพราะข้าปากไม่ดี มักหาเรื่องให้กับพี่สาวและพี่ชาย ต้องถูกทุบตีบาดเจ็บอยู่บ่อยครั้ง และครั้งนี้ก็เป็นความคิดของข้าเอง ที่ชักชวนพวกพี่ๆให้ลักลอบเข้ามาในร้านของท่าน ข้าไม่เคยคิดขโมยข้าวของทรัพย์สินมีค่าแต่อย่างใด" ซื่อหงพูดจาคล่องแคล่ว ดวงตาซื่อตรง
ซื่อเฉิงจึงกล่าวเพิ่มเติมว่า "พวกข้าต้องการพบหน้าท่านพ่อเท่านั้นเอง ทุกคำพูดของข้าล้วนเป็นความจริง ข้าขอสาบานต่อฟ้าดิน"
หมอเฉาได้ยินได้ฟังความอย่างชัดแจ้ง ก็ให้รู้สึกสงสารยิ่งนัก จึงสั่งให้คนใช้ปล่อยตัวสามพี่น้อง