เช้าวันแรกในสำนักมังกรครามเริ่มต้นขึ้นด้วยความสงบ เฟยหลงตื่นขึ้นมาในเรือนจันทร์กระจ่างที่เปี่ยมไปด้วยพลังปราณฟ้าดินบริสุทธิ์ แม้ร่างกายจะยังไม่ฟื้นฟูเต็มที่ แต่เขาก็รู้สึกได้ว่าการบำเพ็ญเพียรในสถานที่แห่งนี้จะให้ผลลัพธ์ที่รวดเร็วกว่าที่อื่นหลายเท่านัก
ไม่นานนัก ศิษย์พี่หลี่หยางผู้มีรอยยิ้มอบอุ่นก็เดินทางมาถึงตามที่นัดไว้ เขาจะทำหน้าที่พาเฟยหลงและไป๋หลินซึ่งเป็นศิษย์สายหลักหน้าใหม่ทัวร์ชมสำนักในวันนี้
"ยินดีต้อนรับอีกครั้งศิษย์น้องทั้งสอง" เขากล่าวอย่างเป็นมิตร "สำนักของเรากว้างใหญ่ไพศาล วันนี้ข้าจะพาพวกเจ้าไปดูสถานที่สำคัญๆ ก่อน"
การทัวร์เริ่มต้นขึ้น หลี่หยางพาพวกเขาไปยังสถานที่ต่างๆ ที่ทำให้เฟยหลงต้องทึ่งในความยิ่งใหญ่... ลานประลองมังกรทะยาน ลานฝึกซ้อมหลักที่ใหญ่กว่าลานประลองของเมืองหินขาวถึงสิบเท่า, หอคัมภีร์หมื่นยุทธ์ อาคารเจดีย์เก้าชั้นที่รวบรวมเคล็ดวิชาและตำราต่างๆ ไว้มากมาย, และ ถ้ำบำเพ็ญเพียร ที่ถูกเจาะลึกลงไปในภูเขาซึ่งมีพลังปราณหนาแน่นที่สุด
"ศิษย์สายนอกจะสามารถเข้าถึงหอคัมภีร์ได้เพียงสามชั้นแรกเท่านั้น" หลี่หยางอธิบาย "ส่วนศิษย์สายหลักเช่นพวกเราจะสามารถเข้าถึงได้ถึงชั้นที่หก แต่การจะเข้าถึงชั้นที่สูงกว่านั้น หรือการจะเข้าใช้ถ้ำบำเพ็ญเพียรที่ดีที่สุดได้นั้น พวกเราจะต้องใช้ 'คะแนนสมทบ' ในการแลกเปลี่ยน"
"คะแนนสมทบหรือขอรับ?" เฟยหลงถาม
"ใช่แล้ว" หลี่หยางพยักหน้า "มันคือคะแนนที่ได้จากการทำภารกิจต่างๆ ของสำนักให้สำเร็จ เช่น การออกไปล่าสัตว์อสูร, คุ้มกันคาราวาน, หรือค้นหาสมุนไพรหายาก เป็นวิธีที่สำนักใช้กระตุ้นให้พวกเราฝึกฝนและสร้างคุณประโยชน์ไปพร้อมๆ กัน"
ขณะที่พวกเขากำลังเดินผ่านลานฝึกซ้อมย่อยแห่งหนึ่ง สายตาของเฟยหลงก็พลันไปสะดุดเข้ากับภาพการต่อสู้ที่น่าสนใจคู่หนึ่ง
ศิษย์พี่เกาเฟิง...กำลังฝึกซ้อมอยู่กับศิษย์อีกคนหนึ่ง แต่เขาไม่ได้สู้เพียงลำพัง!
ข้างกายของเขามีร่างของหมาป่าขนาดใหญ่ตัวหนึ่งที่ลุกไหม้ไปด้วยเปลวไฟจางๆ มันไม่ใช่สิ่งมีชีวิต แต่เป็นร่างของพลังงานที่ก่อตัวขึ้นมาอย่างชัดเจน! ร่างของหมาป่าเพลิงนั้นเคลื่อนไหวสอดประสานไปกับการโจมตีของเกาเฟิงอย่างสมบูรณ์แบบ บางครั้งมันก็พุ่งเข้าไปขย้ำ บางครั้งก็พ่นลูกไฟขนาดเล็กเพื่อก่อกวนคู่ต่อสู้
"นั่น...ภูติวิญญาณ!" สวี่เจี๋ยที่เคยเล่าให้เขาฟังผุดขึ้นมาในความคิด
"ใช่แล้ว" หลี่หยางกล่าวพลางมองไปยังภาพนั้นด้วยแววตาที่เจือปนด้วยความอิจฉาเล็กน้อย "นั่นคือ 'ภูตหมาป่าเพลิง' ของเกาเฟิง แม้จะเป็นเพียง ภูตระดับไพร่ แต่ในสำนักของเราแห่งนี้ ผู้ที่มีภูติวิญญาณไว้ในครอบครองก็มีไม่ถึงสิบคน ตระกูลของเขาต้องทุ่มเงินมหาศาลเพื่อซื้อมันมาจากสมาคมภูติวิญญาณเป็นแน่"
เกาเฟิงที่เห็นว่าพวกเฟยหลงกำลังมองอยู่ ก็แสยะยิ้มออกมา เขาสั่งให้ภูตหมาป่าเพลิงของตนพ่นไฟลูกใหญ่เข้าใส่คู่ซ้อมจนอีกฝ่ายต้องรีบกระโดดหลบและขอยอมแพ้ จากนั้นเขาก็เดินตรงมาหาพวกเฟยหลงพร้อมกับภูตเพลิงที่น่าเกรงขามซึ่งเดินตามอยู่ข้างๆ ราวกับสุนัขรับใช้ผู้ซื่อสัตย์
"เห็นรึยังเด็กบ้านนอก?" เกาเฟิงกล่าวพลางลูบหัวภูตของตน สายตาจ้องมาที่เฟยหลงอย่างท้าทาย "นี่คือพลังที่แท้จริง...สิ่งที่แยกระหว่างผู้มีอำนาจกับคนชั้นต่ำ...บางสิ่งที่คนอย่างเจ้าที่มาจากป่าเขาจะไม่มีวันได้สัมผัส!"
ไป๋หลินขมวดคิ้วด้วยความไม่พอใจ แต่เฟยหลงกลับนิ่งเงียบ...
เขาไม่ได้รู้สึกอิจฉา...ไม่ได้รู้สึกหวาดกลัว...แต่ในดวงตาของเขาที่มองไปยังภูตหมาป่าเพลิงตัวนั้น กลับเต็มไปด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน...เพราะด้วยสายเลือดพิเศษของเขา เขาสัมผัสได้ถึงบางสิ่งที่คนอื่นมองไม่เห็น...เขาสัมผัสได้ถึง "เสียงคร่ำครวญ" ที่ไร้เสียงของวิญญาณดวงนั้น...ความรู้สึกของการถูกจองจำ...ความอัปยศอดสูที่ต้องก้มหัวรับใช้...
ดวงตาของเฟยหลงไม่ได้ฉายแววแห่งความปรารถนา...แต่กลับเป็นแววตาแห่ง ความสงสาร และ ความเห็นใจ
ปฏิกิริยาที่คาดไม่ถึงนี้ทำให้เกาเฟิงถึงกับชะงัก เขาคาดหวังว่าจะได้เห็นความอิจฉาหรือความหวาดกลัว แต่แววตาที่สงบนิ่งและแฝงไว้ด้วยความเวทนาของเฟยหลงกลับทำให้เขารู้สึกเหมือนถูกดูแคลนเสียเอง มันทำให้เขาหงุดหงิดและโกรธขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุผล
"มองอะไรของแก!" เขาตวาด
หลี่หยางรีบเข้ามาขวาง "พอได้แล้วเกาเฟิง อย่าหาเรื่องศิษย์น้องใหม่เลย" เขากล่าวพลางดึงเฟยหลงให้ออกห่าง "ไปกันเถอะ พวกเรายังมีที่ต้องไปดูอีก"
เฟยหลงยอมเดินจากมาแต่โดยดี แต่เขาก็ยังคงหันกลับไปมองภูตหมาป่าเพลิงตัวนั้นเป็นครั้งสุดท้าย...เขาเห็นมันครางในลำคอเบาๆ ด้วยความเศร้าสร้อย...
เขายกมือขึ้นสัมผัสจี้ของบิดาใต้สาบเสื้อ...บัดนี้เขาเข้าใจแล้ว...ชะตากรรมของเผ่าพันธุ์ที่พ่ายแพ้ในสงครามบรรพกาล...พวกเขาไม่ได้ถูกทำลายจนหมดสิ้น...แต่กลับถูกจองจำและกลายเป็นเพียงเครื่องประดับบารมี...เป็นของเล่นสำหรับผู้มีอำนาจและมั่งคั่ง...
ความรู้สึกเย็นเยียบชนิดใหม่...ความโกรธที่เงียบงัน...ได้เริ่มก่อตัวขึ้นในส่วนลึกของหัวใจเขาเป็นครั้งแรก...มันไม่ใช่ความโกรธส่วนตัว...แต่เป็นความโกรธแทนเพื่อนร่วมเผ่าพันธุ์ที่เขาไม่เคยรู้จัก...