“คุณนิ... คุณน่าจะเข้าใจผิด... หรือไม่ก็ตาฝาดไปเองแล้วล่ะครับ”
ผมพยายามเค้นเสียงที่แหบพร่าและสั่นเทาของตัวเองออกมา กลืนน้ำลายที่เหนียวหนืดลงคออย่างยากลำบาก ขณะที่แผ่นหลังยังคงแนบชิดติดกับผนังเย็นเฉียบของโถงบันได ผมพยายามฝืนปั้นหน้าให้ดูราบเรียบที่สุดเท่าที่จะทำได้ ทั้งที่ในใจตอนนี้มันกำลังเต้นกระหน่ำรัวเร็วราวกับกลองศึกที่ถูกรัวตีด้วยความตื่นตระหนก “ผมไม่รู้จริงๆ ครับว่าคุณกำลังพูดเื่อะไร... เื่ของคุณมีน... หรือเื่ของคุณเกด... ทุกอย่างมันไม่มีอะไรในกอไผ่เลยจริงๆ ครับ”
นิชาที่กำลังจะก้าวเดินขึ้นบันไดไป ชะงักฝีเท้าลงเล็กน้อย เธอค่อยๆ เอี้ยวใบหน้าสวยเฉี่ยวที่ประดับไปด้วยรอยยิ้มเ็าหันกลับมามองผม ดวงตาคมกริบของเธอหรี่ลงเล็กน้อยราวกับกำลังประเมินคำพูดโกหกที่แสนจะดูถูกสติปัญญาของเธอ
“ตาฝาดเหรอคะ?” น้ำเสียงของเธอราบเรียบแต่แฝงไปด้วยความเย้ยหยันที่บาดลึกถึงกระดูก “ก็หวังว่าฉันจะแค่ตาฝาดไปเองจริงๆ นะคะภัทร... แต่จำเอาไว้เถอะค่ะ ว่าตาของฉันมันสว่างเสมอ... และฉันไม่เคยปล่อยให้สิ่งผิดปกติใดๆ รอดพ้นสายตาไปได้นานนักหรอกค่ะ”
พูดจบ นิชาก็ขยับรอยยิ้มมุมปากที่อ่านไม่ออกอีกครั้ง ก่อนจะสะบัดหน้าหันกลับไปแล้วก้าวเดินขึ้นบันไดต่อไปอย่างสง่างาม เสียงรองเท้าส้นสูงของเธอกระทบกับพื้นไม้บันไดดังก้องกังวานไปทั่วบริเวณโถง ทุกย่างก้าวของเธอมันเหมือนกับเสียงนับถอยหลังของะเิเวลาที่ถูกผูกติดเอาไว้กับชีวิตของผม
ผมยืนตัวแข็งทื่อ ปล่อยให้เสียงฝีเท้าของเธอค่อยๆ ห่างออกไปจนกระทั่งเงียบหายไปในที่สุด เมื่อแน่ใจว่าเธอเดินลับตาไปแล้ว เข่าของผมก็แทบจะทรุดลงกับพื้น ร่างกายที่เกร็งแน่นมาตลอดหลายนาทีคลายออกอย่างกะทันหันจนผมต้องยกมือขึ้นมาพิงยันผนังเอาไว้เพื่อพยุงตัวไม่ให้ล้มลงไปกองกับพื้น ลมหายใจที่ถูกกลั้นเอาไว้ถูกพรูออกมาอย่างหนักหน่วง เหงื่อแตกพลั่กจนชุ่มแผ่นหลัง เสื้อเชิ้ตที่สวมอยู่เปียกชื้นไปหมด
ความกลัว... ความหวาดระแวง... และความกดดันถาโถมเข้าใส่ผมจนรู้สึกเหมือนหายใจไม่ออก สมองของผมตื้อไปหมด คำพูดของนิชายังคงดังก้องวนเวียนอยู่ในหัวซ้ำแล้วซ้ำเล่า เธอรู้... เธอรู้เื่ของผมกับมีนที่ห้องสมุด และเธอก็รู้เื่ที่ผมเข้าไปในห้องของคุณเกดเมื่อคืนนี้! ถึงแม้เธออาจจะยังไม่มีหลักฐานมัดตัวผมอย่างชัดเจน แต่การที่เธอเข้ามาพูดจาข่มขู่กันแบบซึ่งหน้าขนาดนี้ มันก็แปลว่าเธอเริ่มตั้งข้อสงสัยและกำลังจับตามองผมอย่างใกล้ชิดที่สุดแล้ว
ผมจะทำยังไงดี... ถ้าความลับทั้งหมดถูกเปิดเผยออกมา ชีวิตของผมในคฤหาสน์หลังนี้คงต้องจบสิ้นลงอย่างแน่นอน หรือแย่กว่านั้น... ครอบครัวของคุณเกดอาจจะต้องพังทลายลงเพราะความมักมากและไม่รู้จักยับยั้งชั่งใจของผมเอง!
ผมส่ายหน้าไล่ความคิดฟุ้งซ่านเ่าั้ออกไป พยายามสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อเรียกสติสัมปชัญญะของตัวเองกลับคืนมา ผมจะมายืนตื่นตระหนกอยู่ตรงนี้ไม่ได้ ผมต้องหาที่สงบสติอารมณ์และคิดทบทวนเื่ราวทั้งหมดอย่างรอบคอบ
ผมตัดสินใจหมุนตัวและเดินเลี่ยงหนีลงมาทางบันไดชั้นล่าง มุ่งหน้าไปยังโซนด้านหลังของคฤหาสน์ซึ่งเป็ที่ตั้งของห้องครัวและห้องเก็บเสบียง ใน่เวลาหัวค่ำแบบนี้ บรรยากาศในโซนด้านหลังมักจะเงียบสงบและค่อนข้างสลัว เพราะแม่บ้านและคนงานส่วนใหญ่จะไปรวมตัวกันอยู่ที่เรือนพักคนใช้ด้านนอก หรือไม่ก็วุ่นวายอยู่กับการจัดเตรียมอาหารเย็นในครัวใหญ่ด้านหน้า ส่วนครัวเล็กด้านหลังนี้มักจะไม่มีใครเข้ามาใช้งานนัก
แสงไฟสลัวจากหลอดไฟดวงเล็กริมทางเดินสาดส่องกระทบพื้นกระเบื้องเย็นเยียบ สร้างเงาทอดยาวไปตามผนังทางเดินที่เงียบสงัด กลิ่นหอมจางๆ ของเครื่องเทศและกลิ่นความชื้นของไม้เก่าๆ ลอยแตะจมูก มันเป็กลิ่นเฉพาะตัวของโซนห้องครัวหลังบ้านที่ให้ความรู้สึกคุ้นเคย แต่ในเวลานี้มันกลับทำให้บรรยากาศดูวังเวงและน่าขนลุกขึ้นมาอย่างน่าประหลาด
ผมเดินก้าวเท้าเข้ามาในโซนห้องครัวด้านในสุดซึ่งเป็พื้นที่ที่เชื่อมต่อกับห้องเก็บของ แสงสว่างในบริเวณนี้แทบจะไม่มีเลย มีเพียงแสงจันทร์สลัวๆ ที่ลอดผ่านช่องหน้าต่างบานเกล็ดเข้ามาเท่านั้น ผมตั้งใจจะเดินไปเปิดตู้เย็นเพื่อหาน้ำเย็นๆ ดื่มดับความรุ่มร้อนในอก แต่ทว่า...
หมับ!
“อื้อออ!”
จู่ๆ ก็มีมือปริศนาเอื้อมออกมาจากมุมมืดด้านข้าง คว้าหมับเข้าที่ต้นแขนของผมอย่างแรง พร้อมกับมืออีกข้างที่เอื้อมมาปิดปากผมเอาไว้แน่นเพื่อไม่ให้ผมส่งเสียงร้องตื่นตระหนกออกไป แรงกระชากนั้นดึงร่างของผมให้ถลาเข้าไปในความมืดของห้องเก็บของที่อยู่ติดกันอย่างรวดเร็ว
หัวใจของผมกระตุกวูบด้วยความใสุดขีด สัญชาตญาณเอาตัวรอดทำให้ผมพยายามจะดิ้นรนและสะบัดตัวให้หลุดจากการเกาะกุม แต่ในจังหวะที่ผมกำลังจะออกแรงขัดขืนนั้นเอง กลิ่นน้ำหอมผู้หญิงที่แสนคุ้นเคย... กลิ่นหอมหวานปนเซ็กซี่ที่ผสมผสานกับกลิ่นกายสาวอันเป็เอกลักษณ์ ก็ลอยเข้ามาแตะจมูกของผมอย่างจัง
กลิ่นนี้มัน...
“ชู่ว... น้าเอง ภัทร...” น้ำเสียงแหบพร่าและกระซิบแ่เบาดังขึ้นชิดริมฝีปากของผม พร้อมกับร่างนุ่มนิ่มที่เบียดเสียดแนบชิดเข้ามาจนััได้ถึงความอวบอิ่มของทรวดทรงองค์เอวที่ซ่อนอยู่ภายใต้เสื้อผ้า
น้าอร!
ผมเบิกตากว้างในความมืด ค่อยๆ คลายความเกร็งของร่างกายลงและหยุดดิ้นรน เมื่อรับรู้ว่าคนที่ดักซุ่มรอผมอยู่คือใคร น้าอรค่อยๆ ปล่อยมือที่ปิดปากผมออก แต่กลับเปลี่ยนมาโอบรอบลำคอของผมเอาไว้แน่นแทน ร่างกายของเธอเบียดแนบชิดกับผมจนแทบจะหลอมรวมเป็เนื้อเดียวกันในพื้นที่แคบๆ ของห้องเก็บของที่เต็มไปด้วยชั้นวางของและกล่องกระดาษ
“น้าอร... มาทำอะไรที่นี่ครับ ทำเอาผมใหมดเลย” ผมกระซิบถามอย่างร้อนรน พยายามปรับสายตาให้ชินกับความมืดมิดภายในห้องเก็บของ แสงสลัวที่ลอดเข้ามาเพียงน้อยนิดทำให้ผมมองเห็นใบหน้าสวยคมของน้าอรได้เพียงลางๆ แต่ผมกลับััได้ถึงลมหายใจอุ่นร้อนที่เป่ารดปลายคางของผม และแววตาที่เต็มไปด้วยความโหยหาและเร่าร้อนของเธอได้อย่างชัดเจน
“น้าเห็นภัทรเดินหน้าเครียดลงมาทางนี้ น้าก็เลยแอบตามมาน่ะสิ... คิดถึงจังเลย ไม่ได้อยู่กันสองต่อสองตั้งหลายวันแล้วนะ” น้าอรพึมพำเสียงหวานปนกระเซ้า ก่อนจะขยับใบหน้าเข้ามาใกล้จนจมูกของเราแทบจะชนกัน ริมฝีปากนุ่มนิ่มของเธอประทับจูบลงบนปลายคางของผมเบาๆ เป็การทักทายที่แสนจะยั่วยวนและล่อแหลมสุดๆ
มือเรียวบางของน้าอรเริ่มอยู่ไม่สุข เธอลูบไล้ไปตามแผ่นหลังและลาดไหล่ของผมอย่างแ่เบา ััที่เต็มไปด้วยความนัยและไฟปรารถนาที่ซุกซ่อนอยู่ ทำให้ร่างกายของผมที่เพิ่งจะเย็นเฉียบไปด้วยความหวาดกลัวเมื่อครู่นี้ กลับมาร้อนรุ่มและตื่นตัวขึ้นมาอีกครั้งอย่างห้ามไม่อยู่
“น้าอร... ที่นี่มันไม่ปลอดภัยนะครับ เดี๋ยวใครมาเห็นเข้า...” ผมพยายามจะห้ามปรามและเบี่ยงหน้าหลบััของเธอ แม้ว่าลึกๆ แล้วร่างกายของผมจะตอบสนองต่อการเล้าโลมของเธออย่างรุนแรงก็ตาม
“ไม่มีใครเข้ามาหรอกน่า ตรงนี้มันมืดจะตาย... ขอเวลาให้น้าชื่นใจหน่อยไม่ได้เหรอคะ ภัทรของน้า...” น้าอรไม่ยอมฟังคำทัดทานของผม เธอซุกใบหน้าลงกับซอกคอของผม สูดดมกลิ่นกายของผมอย่างตะกละตะกลาม ริมฝีปากของเธอขบเม้มลงบนผิวเนื้อของผมเบาๆ สร้างความเสียวซ่านจนผมต้องเผลอครางในลำคอออกมาเบาๆ
ในขณะที่มือของเธอกำลังลูบไล้ต่ำลงมาเรื่อยๆ จนถึงหน้าท้องของผม น้าอรก็เงยหน้าขึ้นมาสบตากับผมในความมืด น้ำเสียงของเธอเปลี่ยนเป็จริงจังและกระซิบเตือนภัยให้ผมได้รับรู้
“่นี้นิเขาดูแปลกๆ ไปนะภัทร น้าสังเกตว่าเขาคอยจับตามองน้ากับภัทรตลอดเวลาเลย... สายตาของยัยนิมันน่ากลัวมาก น้าว่าเขาอาจจะเริ่มระแคะระคายเื่ของเราแล้วก็ได้นะ... ภัทรต้องระวังตัวให้มากๆ นะรู้มั้ย” น้าอรกระซิบเตือนด้วยความเป็ห่วง นิ้วมือของเธอยังคงลูบไล้ไปมาบนหน้าท้องของผมอย่างแ่เบา
ผมกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก คำเตือนของน้าอรยิ่งเป็การตอกย้ำให้ผมรู้ว่าสิ่งที่ผมเผชิญหน้ามาเมื่อครู่นี้มันไม่ใช่เื่ล้อเล่น “ผมรู้ครับน้าอร... เมื่อกี้คุณนิก็เพิ่งจะเข้ามาดักรอผมที่โถงบันได เธอพูดจาข่มขู่ผม... เธอรู้เื่ของผมกับคุณมีนที่ห้องสมุด... และเื่ของคุณเกดด้วยครับ!”
น้าอรชะงักมือที่กำลังลูบไล้ไปในทันที ดวงตาของเธอเบิกกว้างขึ้นด้วยความใ “ว่าไงนะ! ยัยนิรู้เื่ทั้งหมดเลยเหรอ! ตายแล้ว... แบบนี้เราสองคนจะทำยังไงดีล่ะภัทร ถ้าความแตกขึ้นมา น้าต้องแย่แน่ๆ เลย”
น้าอรเริ่มมีอาการลุกลนและกระวนกระวายใจ เธอโผเข้ามากอดผมแน่นขึ้นราวกับ้าที่พึ่งพิง ร่างกายของเธอสั่นสะท้านเล็กน้อยด้วยความหวาดกลัว ผมเองก็ทำได้แค่กอดตอบและลูบแผ่นหลังของเธอเพื่อปลอบโยน แม้ว่าตัวผมเองก็แทบจะเอาตัวไม่รอดเหมือนกัน
บรรยากาศภายในห้องเก็บของแคบๆ เต็มไปด้วยความอึดอัดและความตึงเครียดที่เพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ เราสองคนยืนกอดกันนิ่งอยู่ในมุมมืด ปล่อยให้ความเงียบสงัดเข้าครอบงำ มีเพียงเสียงลมหายใจและเสียงหัวใจที่เต้นระรัวของเราสองคนที่ดังแข่งกันอยู่
แต่ทว่า... ความเงียบสงบนั้นก็ถูกทำลายลงอย่างกะทันหัน!
แกร๊ก... เอี๊ยด...
เสียงเปิดประตูบานพับจากทางเข้าห้องครัวชั้นนอกดังแว่วเข้ามา ทำเอาผมและน้าอรสะดุ้งสุดตัวและผละออกจากกันแทบจะในทันที เราสองคนรีบหดตัวเข้าไปซ่อนอยู่ในซอกหลืบที่ลึกที่สุดของห้องเก็บของ เบียดร่างแนบชิดติดกับผนังห้องจนแทบจะกลายเป็เนื้อเดียวกัน
เสียงฝีเท้าของใครบางคนกำลังเดินก้าวเข้ามาในห้องครัวชั้นนอก... เสียงนั้นเบาและนุ่มนวล คล้ายกับเสียงรองเท้าแตะยางที่เหยียบลงบนพื้นกระเบื้อง
ผมกลั้นหายใจและเงี่ยหูฟังอย่างตั้งใจ เสียงฝีเท้านั้นเดินตรงไปที่บริเวณซิงค์ล้างจาน ตามมาด้วยเสียงเปิดก๊อกน้ำ... ซู่... เสียงน้ำไหลกระทบกับอ่างสแตนเลสดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง
กริ๊ก... เคร้ง...
เสียงจานชามกระเบื้องและช้อนส้อมกระทบกันดังแว่วเข้ามาเป็ระยะๆ สลับกับเสียงน้ำไหล และเสียงฮัมเพลงเบาๆ ในลำคอของหญิงสาว
‘เตย’
ลูกสาววัยยี่สิบเอ็ดปีของป้าสายใจแม่ครัวใหญ่แน่ๆ! เธอคงจะเข้ามารับหน้าที่ล้างทำความสะอาดจานชามในมื้อเย็นวันนี้ และที่สำคัญคือ... บริเวณซิงค์ล้างจานที่เตยกำลังยืนอยู่นั้น มันอยู่ห่างจากประตูห้องเก็บของที่เราสองคนกำลังซ่อนตัวอยู่เพียงแค่ไม่กี่ก้าวเท่านั้น!
หัวใจของผมเต้นแรงจนแทบจะหลุดออกมานอกอก ความตื่นเต้นและความหวาดเสียวพุ่งทะยานขึ้นสู่จุดสูงสุด ถ้าเตยเกิดเดินเข้ามาเอาของในห้องเก็บของตอนนี้ล่ะก็... เธอจะต้องเห็นผมกับน้าอรยืนกอดกันกลมอยู่ในสภาพที่ล่อแหลมแบบนี้อย่างแน่นอน!
ผมกับน้าอรยืนตัวเกร็ง แข็งทื่อเป็หิน ไม่กล้าแม้แต่จะขยับตัวหรือหายใจแรงๆ ร่างกายของเราสองคนเบียดแนบชิดกันจนไม่มีช่องว่างให้อากาศผ่านเข้าไปได้ ความร้อนจากร่างกายของน้าอรแผ่ซ่านเข้ามาในตัวผม หน้าอกอวบอิ่มของเธอเบียดบดอยู่กับแผงอกของผมอย่างจัง ทุกครั้งที่เธอสูดลมหายใจเข้าออก ความนุ่มหยุ่นนั้นก็จะบดเบียดเสียดสีกับร่างกายของผมจนทำให้เกิดความรู้สึกเสียวซ่านอย่างบอกไม่ถูก
ในความมืดมิดและคับแคบนี้ กลิ่นหอมของน้าอรยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น ลมหายใจอุ่นร้อนของเธอเป่ารดอยู่ที่ปลายคางและซอกคอของผม มันเป็ความรู้สึกที่ผสมปนเปกันระหว่างความหวาดกลัวสุดขีดและความหฤหรรษ์อันเร่าร้อนที่แอบซ่อนอยู่
น้าอรเองก็ดูเหมือนจะทนต่อแรงกระตุ้นนี้ไม่ไหวเช่นกัน แม้ว่าเราจะตกอยู่ในสถานการณ์ที่เสี่ยงตายขนาดนี้ แต่เธอกลับขยับตัวยุกยิกไปมาเบาๆ จงใจให้หน้าอกและเรือนร่างของเธอเสียดสีกับร่างกายของผมมากยิ่งขึ้น มือของเธอที่โอบอยู่รอบเอวของผมเริ่มลูบไล้และบีบเค้นเบาๆ ราวกับกำลังปลุกปั่นอารมณ์ดิบเถื่อนในตัวผมให้ตื่นตัวขึ้นมาท้าทายอันตรายที่อยู่เบื้องหน้า
“อื้อ...” น้าอรเผลอครางในลำคอออกมาเบาๆ เมื่อผมอดใจไม่ไหว ต้องขยับตัวตอบโต้การเสียดสีของเธอ ร่างกายเบื้องล่างของผมเริ่มแข็งขืนและดุนดันอยู่กับหน้าท้องแบนราบของเธออย่างห้ามไม่อยู่
“ชู่ว...” ผมรีบกระซิบเตือนและเอามือปิดปากน้าอรเอาไว้อีกครั้ง เมื่อเสียงน้ำไหลจากด้านนอกหยุดลงชั่วคราว เสียงช้อนส้อมกระทบกันดังชัดเจนขึ้น เตยคงกำลังจัดเรียงจานชามให้เข้าที่
ผมและน้าอรหยุดการเคลื่อนไหวทุกอย่าง ยืนนิ่งงันราวกับรูปปั้น เหงื่อเย็นๆ ไหลซึมออกมาตามหน้าผากและแผ่นหลัง ความเงียบในห้องเก็บของนี้มันช่างน่าอึดอัดและกดดันจนแทบจะบ้าตาย เราได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกันชัดเจนพอๆ กับเสียงหัวใจที่เต้นรัวกระหน่ำ
เวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้า แต่ละวินาทีที่ผ่านไปมันยาวนานราวกับชั่วโมง ในที่สุด... เสียงน้ำไหลก็หยุดลง ตามมาด้วยเสียงเช็ดถูทำความสะอาดบริเวณซิงค์ล้างจาน เตยกำลังจะทำความสะอาดเสร็จแล้ว!
ผมถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกในใจ หวังว่าเตยจะรีบๆ ออกไปจากห้องครัวนี้สักที เราสองคนจะได้หาทางเล็ดลอดออกไปจากสถานการณ์ที่น่ากระอักกระอ่วนนี้ได้
แต่ทว่า... ความหวังของผมก็ต้องพังทลายลงในเสี้ยววินาทีต่อมา!
ตึก... ตึก... ตึก...
เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนกำลังก้าวเดินตรงเข้ามาทางประตูห้องครัวด้านใน! มันไม่ใช่เสียงฝีเท้าเบาๆ ของเตยอย่างแน่นอน เสียงรองเท้าที่กระทบกับพื้นกระเบื้องนั้นฟังดูหนักแน่นและทรงพลัง มันเป็เสียงของคนที่กำลังเดินมุ่งหน้ามาที่ห้องเก็บของที่เราซ่อนตัวอยู่อย่างจงใจ!
หัวใจของผมหล่นวูบลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม น้าอรเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงสุดขีด มือของเธอจิกแน่นเข้าที่แขนเสื้อของผมจนรู้สึกเจ็บ เราสองคนมองหน้ากันในความมืดด้วยความหวาดกลัวสุดขีด
เสียงฝีเท้านั้นหยุดลงที่หน้าประตูห้องเก็บของ!
เงาดำทะมึนของใครบางคนทาบทับลงบนช่องกระจกฝ้าของบานประตู แสงสลัวจากด้านนอกส่องให้เห็นเงาโครงร่างของผู้มาเยือนได้อย่างชัดเจน เงานั้นยืนนิ่งอยู่หน้าประตูราวกับกำลังจ้องมองเข้ามาข้างใน
เราสองคนกลั้นหายใจจนแทบจะขาดใจตาย ความตึงเครียดพุ่งทะยานจนถึงขีดสุด!
และแล้ว... สิ่งที่พวกเรากลัวที่สุดก็เกิดขึ้น!
ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...
เสียงเคาะประตูดังขึ้นอย่างช้าๆ และหนักแน่นสะท้อนก้องไปทั่วทั้งห้องเก็บของที่เงียบกริบ เสียงนั้นมันเปรียบเสมือนเสียงเคาะประตูจากมัจจุราชที่กำลังมาทวงถามิญญา!
แกร๊ก...
ตามมาด้วยเสียงหมุนลูกบิดประตูโลหะ ลูกบิดกำลังถูกบิดเปิดออกอย่างช้าๆ... ประตูห้องเก็บของกำลังจะถูกเปิดออก!
ผมและน้าอรเบิกตากว้าง ตัวแข็งค้างราวกับถูกแช่แข็งอยู่ในฝันร้ายที่ไม่มีวันตื่นขึ้นมาได้ ลมหายใจสะดุดกึก ร่างกายสั่นเทิ้มด้วยความหวาดกลัวสุดขีด ใครกันที่กำลังจะเปิดประตูเข้ามาเห็นความลับที่น่าอัปยศอดสูของเราสองคนในตอนนี้!