(นิยายลงทุกวัน)Ghost CEO:ผีสร้างฉันให้เป็นเศรษฐี ฮาเร็ม

    ตอนที่ 67 แผนของอาจารย์อมร

     

    ตอนที่ 67 แผนของอาจารย์อมร

     

     

    “ยินดีด้วยเธอสอบผ่าน!!” คณะอาจารย์ต่างปรบมือให้กับพีท นี้คือโปรเจกต์จบที่ทรงคุณค่ามากในช่วงหลายปีที่ผ่านมาเลยทีเดียว โปรเจกต์ที่จะเปลี่ยนโลก ตอนนี้เหล่าอาจารย์ต่างรู้สึกภาคภูมิใจที่ตัวเองคือ ส่วนหนึ่งของก้าวแรกของแอปพลิเคชันที่กำลังจะโด่งดังนี้ในอนาคต

    อย่างไรก็ตามถึงพีทจะพรีเซนต์จบแล้ว แต่ตัวเขาก็ต้องส่ง Source Code ของโปรเจกต์เพื่อเป็นวิทยานิพนธ์ของเขาต่อไป แน่นอนคนที่เล็งจุดนั้นอยู่ก็คืออาจารย์อมร!

     

    คล้อยหลังการนำเสนอโปรเจกต์ของพีท ทางด้านของอาจารย์อมรก็ได้หายลับตาผู้คนไปยังมุมหนึ่งของมหาลัยที่ไม่ค่อยจะมีผู้คนเดินผ่านไปผ่านมามากนัก เขามองซ้ายมองขวาด้วยท่าทางลุกลี้ลุกลน ท่าทางดูหวาดระแวงและดูหวาดกลัว ประหนึ่งคนกำลังจะทำผิด

    ก่อนจะใช้มือถือส่วนตัวโทรหาปลายสายสนทนาที่รับสายของเขาแทบจะในทันที

     

    “สวัสดีครับท่านประธานวรชัย ผมอมรเองนะครับ…แผนของเราไม่สำเร็จครับ” อาจารย์อมรรีบรายงานถึงผลการพรีเซนต์ที่ตนเองได้รับหน้าที่ให้มาขัดขวางการนำเสนอของพีท เพื่อให้พีทไม่สามารถผ่านโปรเจกต์ในปีนี้ได้

    “คุณทำไม่สำเร็จแล้วยังมีหน้าโทรมาหาผมอีกเหรอ? คุณทำให้ผมผิดหวังมากอมร!” ประธานวรชัยโวยวายเสียงดังลั่น ดังจนเสียงของเขาทะลุออกมาจากโทรศัพท์มือถือเลยทีเดียว

    “ประธานวรชัยโปรดใจเย็นก่อนครับ ผมไม่มีข้อแก้ตัวที่ผมทำผิดพลาด แต่ผมอยากให้ท่านดูสิ่งที่ผมจะส่งให้ท่านก่อน แล้วหากท่านยังสนใจและเมตตาผม ท่านค่อยติดต่อหาผมใหม่อีกครั้งก็ได้ครับ” อาจารย์อมรมีแผนลับบางอย่างในใจแล้ว ถึงเขาจะเป็นแค่อาจารย์ในวงการคอมพิวเตอร์ แต่เขาก็ไม่ได้โง่ จนไม่รู้เรื่องธุรกิจ

     

    ดังนั้นเขาจึงได้แอบส่งวิดีโอที่เขาแอบถ่ายตอนที่พีทนำเสนอโปรเจกต์ให้กับประธานวรชัยผ่านทางอีเมลอย่างลับๆ

     

    ประธานวรชัยแม้จะหงุดหงิดที่แผนของเขาไม่สำเร็จ แต่กระนั้นก็เลือกที่จะดูอีเมลที่อาจารย์อมรส่งมาด้วยความอยากรู้อยากเห็น วิดีโอที่ถูกส่งมานั้นก็คือวิดีโอที่ถูกถ่ายจากมือถือที่อาจเป็นการซ่อนกล้อง

     

    ทำให้ภาพนั้นไม่ค่อยคมชัดสักเท่าไร แต่ทว่าเสียงที่ก้องดังออกมาจากวิดีโอ ประธานวรชัยไม่มีทางลืมเสียงนี้ได้เลย เพราะนี้คือเสียงที่ทำให้ประธานวรชัยรู้สึกเสียหน้าอยู่หลายวัน จนทุกวันนี้ยังไม่มีหน้าไปทานอาหารกับเหล่าวิทยากรที่ถูกเชิญไปบรรยายที่มหาลัยเลยด้วยซ้ำ

    ประธานวรชัยรู้สึกเหมือนตัวเองถูกเด็กถอนหงอก จนเป็นที่มาของการกลั่นแกล้งในครั้งนี้ แต่ถึงอย่างนั้นในขณะที่ประธานวรชัยกำลังหัวเสียที่ได้ยินเสียงของเด็กที่กล้าถอนหงอกตัวเอง

     

    ในฐานะนักธุรกิจเขากลับ ตาลุกวาว เมื่อได้ยินถึงโปรเจกต์ของพีท ที่กำลังนำเสนออยู่ในวิดีโอ ‘แอปพลิเคชันส่งอาหาร?!’ นี่มันเป็นธุรกิจที่ยอดเยี่ยมไปเลย

    ดวงตาของประธานวรชัยพลันตาลุกวาว หัวใจของเขาเต้นระรัวด้วยความตื่นเต้น เมื่อได้เห็นถึงแผนงานธุรกิจที่น่าสนใจ

     

    ประธานเฒ่าอยากที่จะขโมยไอเดียนี้และนำมันมาเป็นของตัวเอง ซึ่งหลังจากที่ดูวิดีโอจนจบแล้ว ประธานวรชัยก็รีบโทรกลับไปหาอาจารย์อมรทันที…แน่นอน เหมือนอาจารย์อมรจะรอโทรศัพท์สายนี้อยู่แล้วและคาดการณ์ว่าประธานเฒ่าจะโทรกลับมาตัวเองอย่างแน่นอน ดังนั้นเขาจึงรีบรับสายทันที

     

    “ได้ดูวิดีโอแล้วใช่ไหมครับ ท่านประธาน?” อาจารย์อมรฉีกยิ้ม “เป็นแผนงานที่น่าสนใจมาก และฉันเชื่อว่าฉันมีศักยภาพมากพอที่จะเอาชนะไอ้เด็กเมื่อวานซืนนี้ได้” ประธานวรชัยมั่นใจในทุนของตัวเอง

     

    บริษัทวิคตอรีของเขาคือบริษัทยักษ์ใหญ่ในจังหวัดธาราบุรี เส้นสายของเขาย่อมมีมาก อีกทั้งเงินทุนหมุนเวียน กระแสเงินสด จากบริษัทวิคตอรีก็มีสภาพคล่องที่ไม่เลว ลำพังแค่โรงงานของบริษัทวิคตอรีที่มีมากกว่า 10 แห่งกระจายอยู่ทั่วจังหวัดธาราบุรี ก็มีมูลค่าไม่ต่ำกว่าหลายร้อยล้านแล้ว

    แต่ทว่าการข้ามสายงานมาลงทุนในด้านเทคโนโลยีและแอปพลิเคชัน ประธานวรชัยเองก็รู้สึกว่ามันจะเกินกำลังมากไปหน่อย ต่อให้เขามีงบมากมาย แต่กว่าจะจ้างนักพัฒนามาเขียนแอปพลิเคชันส่งอาหารให้กับตัวเอง อย่างน้อยก็ต้องใช้เวลาไม่ต่ำกว่าครึ่งปี

     

    “เรื่องที่ท่านประธานกังวล ผมมีข้อเสนอมาให้กับท่าน หากแต่ท่านพร้อมจะรับข้อเสนอของผมหรือไม่” อาจารย์อมรฉีกยิ้มที่ทุกอย่างดูจะเป็นไปตามแผนของตัวเอง

    “ข้อเสนออะไร คุณลองเสนอมาได้เลย ฉันคนนี้ถ้าสนใจอะไรแล้ว ฉันทุ่มไม่อั้น” ประธานวรชัยก็รู้ว่าอีกฝ่ายกำลังคิดจะต่อรอง ผลประโยชน์กับตัวเอง แต่ก็เลือกที่จะลองรับฟังข้อเสนอจากอีกฝ่ายดูก่อน

     

    “ผมรู้ว่าท่านกำลังมองหานักพัฒนาเพื่อทำแอปพลิเคชันส่งอาหารอยู่ใช่ไหมครับ ท่านลืมไปแล้วหรือเปล่าว่าผมคืออาจารย์ที่สอนไอ้เจ้าเด็กนั้นและตัวผมเองก็มี Source Code ของมันแอปพลิเคชันของมันทั้งหมด” อาจารย์อมรมีสิ่งโค้ดโปรแกรมของพีทอยู่จริงๆ เพราะพีทจำเป็นต้องส่งโค้ดมาให้เหล่าคณะอาจารย์ได้ตรวจสอบเพื่อระบุถึงความสุจริต ไม่ได้จ้างนักพัฒนาคนใด มาทำโปรเจกต์ให้นั่นเอง

    และตัวของอาจารย์อมรที่ถือเป็นหนึ่งในอาจารย์ที่สอนวิชาเขียนแอปพลิเคชันอยู่แล้ว จึงได้รับหน้าที่นี้ไป

     

    แต่ทว่า ถึงอาจารย์อมรจะมีไฟล์ Source Code ของพีทอยู่ทั้งหมดจริงๆ แต่การขโมยโค้ดของนักศึกษาถือเป็นการกระทำที่ผิดกฎอย่างร้ายแรง อาจมีการฟ้องร้อง อาจมีการแจ้งความเป็นเรื่องเป็นราวใหญ่โตและที่สำคัญอาจารย์อมร อาจต้องถูกไล่ออกและสูญเสียอาชีพในฐานะอาจารย์ไปตลอดชีวิตอีกด้วย

     

    ดังนั้นอาจารย์อมรจึงได้ยื่นข้อเสนอ ขอเข้าทำงานกับประธานวรชัย อนึ่งเพื่อให้ประธานวรชัยปกป้องตัวเองจากคดีความต่างๆ ในอนาคต ทั้งนี้อาจารย์อมรที่ต้องยอมแลกอาชีพของตัวเอง ก็ต้องเรียกร้องขอเงินกินเปล่าและเงินเดือนที่สูงพอ ที่จะยอมแลกอนาคตของตัวเองด้วยเช่นกัน

     

    “ผมต้องการเข้าทำงานที่บริษัทวิคตอรีและจะดูแลรับผิดชอบในด้านแอปพลิเคชันให้ท่านเองและจะขอหุ้นจากแอปพลิเคชันนี้ที่ 10% ส่วนเงินเดือนและค่ากินเปล่า ผมขอเป็นเดือนละ 2 แสนบาทและค่าโยกย้ายงานอีก 1 ล้านบาท ท่านคิดว่ายังไงครับ?” อาจารย์อมรได้ยื่นข้อเสนอที่คิดเอาไว้แล้วว่าประธานวรชัยจะต้องตอบตกลงแน่

    และก็เป็นดั่งที่อาจารย์อมรคาดไว้จริงๆ ประธานวรชัยยอมตกลงโดยไม่ต้องคิด เงินเพียงไม่กี่ล้านและปกป้องคนๆ หนึ่งจากกฎหมาย ไม่ใช่เรื่องยากอะไรกับนักธุรกิจเฒ่าในจังหวัดธาราบุรี

     

    ด้วยเหตุนี้ประธานวรชัยจึงตอบตกลงแทบจะในทันทีเลยก็ว่าได้ “เอาล่ะ งั้นบ่ายนี้คุณมาพบผมที่บริษัทได้เลย ส่วนจะเก็บข้าวของย้ายออกจากมหาลัยวันไหนก็ตามสบาย ที่ผมต้องการคือเห็นแอปพลิเคชันนั้นในวันนี้” ประธานวรชัยต้องการที่จะเปิดตัวแอปพลิเคชันส่งอาหารให้เร็วที่สุด

     

    โดยที่ไม่รู้ว่า พีทนั้นได้เริ่มธุรกิจนี้ไปแล้ว รวมไปถึงได้ร่วมหุ้นกับรดา รองประธานจากบริษัทสยามโนวากรุปที่มีเครือข่ายระดับประเทศอีกด้วย

    เมื่อได้ยินประธานวรชัยรับข้อเสนอของตัวเอง อาจารย์อมรก็พลันลิงโลด รีบวิ่งกลับไปที่โต๊ะของตัวเองในทันทีและแน่นอน เขากำลังเริ่มทำการคัดลอก Source Code ทั้งหมดจากโปรเจกต์ของพีท เพื่อนำออกไปให้กับประธานวรชัยนั่นเอง

     

    อาจารย์อมรทำตัวลับล่อๆ ซึ่งในระหว่างนั้นก็ได้แอบเก็บข้าวของที่สำคัญของตัวเองออกไปอย่างแนบเนียน แน่นอนอาจารย์อมรรู้ว่าตัวเองนั้นกำลังก่ออาชญากรรมขั้นร้ายแรง มีหรือที่เขาจะทำอะไรถูกต้องตามกฎระเบียบ พอเขาจัดการทุกอย่างเสร็จสิ้น เขาก็รีบล้างคอมพิวเตอร์ของตัวเองในทันที

     

    พลางยื่นจดหมายลาป่วยให้กับอาจารย์สุดาที่เป็นหัวหน้าอาจารย์และรีบขับรถออกไปยังบริษัทวิคตอรีของประธานวรชัยอย่างรวดเร็ว

     

    อาจารย์อมรคิดว่าสิ่งที่ตัวเองทำ ไม่มีทางถูกใครจับได้อย่างแน่นอน เพราะนอกจากเขาจะลบหลักฐานในเครื่องคอมพิวเตอร์ของตัวเองเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เขายังได้เข้าไปลบข้อมูลจากกล้องวงจรปิดของวันนี้ไปอีกด้วย

     

    ซึ่งในระหว่างที่อาจารย์อมรจะขับรถออกไปจากมหาลัย ทางด้านของอาจารย์อมรก็ได้บังเอิญ พบกับพีทที่ริมระเบียงทางเดินพอดิบพอดี

     

    พีทไม่ได้ทักทายอะไร เขาแค่จ้องมองอาจารย์อมรอยู่อย่างนั้น ถึงอย่างนั้นกลับเป็นฝ่ายอาจารย์อมรที่เข้ามาพูดกับพีทด้วยตัวเอง

     

    “แกคิดว่าตัวเองเรียนจบแล้วเลยกล้ามองอาจารย์แบบนี้เหรอ แกมันก็แค่เด็กเมื่อวานซืน…หัดเจียมตัว เจียมกะลาหัวเอาไว้บ้าง ระวังอนาคตจะจบไม่สวย” อาจารย์อมรไม่ชอบหน้าของพีทมาตั้งแต่แรกแล้วอย่างที่พีทเคยบอกไป

    มันเหมือนกับคนที่ไม่ใช่ทำอะไรก็ผิดก็มิปาน ในสายตาของอาจารย์อมรพีทก็เป็นแบบนั้น

    “ขอบคุณที่ห่วงอนาคตของผมนะครับ แต่ผมคิดว่าอนาคตของผมน่าจะไปได้สวย อาจารย์คิดอย่างนั้นไหมครับ?” พีทยังคงจ้องมองอาจารย์อมรไม่วางตา “เหอะๆ เดี๋ยวแกก็รู้ ไอ้เด็กเวร!” เสียงด่าทอนี้ได้ดัง จนอาจารย์และนักศึกษาที่อยู่ใกล้ๆ ถึงกับหันมามอง

     

    อาจารย์อมรพ่นลมหายใจด้วยความเดือดดาลออกมา ก่อนจะรีบมุ่งหน้าไปที่รถและขับมันออกไปด้วยความโกรธ ที่พึ่งจะปะทะคารมกับพีทมาหยกๆ

    รถของอาจารย์อมรแล่นฉิวออกไปแล้ว โดยมีสายตาของพีทจับจ้องมองจากด้านบนของอาคารยืนส่งอีกฝ่ายจะหายลับสายตาไป

    ชายหนุ่มส่ายศีรษะเบาๆ ใช่แล้ว…พีทนั้นรู้ทุกอย่าง เขารู้ทั้งหมดว่าอาจารย์อมรทำอะไรกับเขาไว้บ้าง ไล่ตั้งแต่แอบซ่อนกล้องบันทึกการพรีเซนต์โปรเจกต์ของเขา รวมไปถึงคัดลอกข้อมูล Source Code ของแอปพลิเคชันส่งอาหารของเขาออกสู่ภายนอก

     

    [เป็นอย่างที่ฉันคิดจริงๆ อาจารย์คนนี้ไว้ใจไม่ได้!] น้าผีพูดกับพีทด้วยน้ำเสียงที่ดูโมโหเล็กน้อย

    [น้าผีจะโกรธไปทำไมครับ ไม่ใช่ว่าน้าเตรียมแก้เผ็ดเอาคืนคนที่ขโมยข้อมูลของเรา มาตั้งแต่แรกแล้วไม่ใช่เหรอครับ?] พีทและสตีเฟ่น จ๊อบส์แอบหัวเราะให้กับท่าทางตลกๆ ของน้าผี ที่กระทืบเท้า หัวฟัดหัวเหวี่ยง

    แต่ลับหลังกลับเตรียมจัดการกับคนที่ขโมยข้อมูลเอาไว้ทั้งหมดแล้ว [ก็แหม ถึงจะเตรียมแผนเอาคืนเอาไว้แล้วก็เถอะ แต่การถูกมันหยามแบบนี้ มันช่างเจ็บใจจริงๆ]

     

    พีทไม่ได้สนใจน้าผีที่ยังคงโวยวายอยู่คนเดียว หลังจากเขาร่ำลาอาจารย์หญิงและคณะอาจารย์ที่ได้ประเมินโปรเจกต์ของเขาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ตัวเขาก็ได้โทรไปบอกเรื่องนี้กับพี่แพรและแม่ของเขาว่าตัวเขานั้น อยู่ในสถานะที่เรียนจบไปครึ่งตัวแล้ว

     

    ซึ่งเหลือเพียงแค่ประกาศผลพร้อมกับนักศึกษาคนอื่นๆ ที่ต้องส่งโปรเจกต์ในอีก 2 เดือนข้างหน้า ก็เป็นอันว่าเขาได้เรียนจบอย่างสมบูรณ์แล้ว

    แน่นอนแม่และพี่แพรดีใจมาก แม่บอกให้พีทกลับมาบ้านเพื่อมากินเลี้ยงฉลองกัน แต่น่าเสียดายที่พีทต้องปฏิเสธเพราะในอีกไม่กี่วันข้างหน้า ร้านขายไก่ทอด CPF สาขาห้างธาราบุรี กำลังจะเปิดให้บริการแล้วนั่นเอง

     

    ช่วงนี้พีทเลยค่อนข้างยุ่งมาก จนไม่อาจปลีกตัวกลับบ้านได้ เลยขอกับแม่ว่าจะกลับไปตอนสิ้นเดือนแทน

     

    ทั้งนี้การพูดคุยกับพี่แพร ไม่มีอะไรที่ยุ่งยากมากนัก มีเพียงคำชมเชยและการแสดงความยินดีจากพี่สาวของเขาเท่านั้น เพราะถึงอย่างไรพี่แพรก็รู้อยู่แล้วว่าที่พีทรีบเร่งให้ตัวเองเรียนจบเร็วๆ ก็เพื่อมุ่งเน้นไปที่ร้านขายไก่ทอดและแอปพลิเคชันส่งอาหาร

    อย่างไรก็ตามพีทก็ไม่ลืมที่จะบอกเรื่องที่เขาเรียนจบกับคนสำคัญอีกหนึ่งคนด้วยเช่นกัน “สวัสดีครับคุณรดา โปรเจกต์ของผมผ่านเป็นที่เรียบร้อยแล้ว คงถึงเวลาที่แอปพลิเคชันส่งอาหารของเราเตรียมเปิดตัวอย่างเป็นทางการได้แล้วครับ” พีทไม่ลืมที่จะบอกเล่าเรื่องนี้ให้กับรดาได้รับรู้ เพราะเธอคือหุ้นส่วนในธุรกิจของเขา

     

    “ยินดีด้วย ต่อจากนี้คงจะเรียนเธอว่านักศึกษาไม่ได้อีกแล้ว…ยังไงฉันจะลองฝึกเรียกเธอว่า คุณพีทก็แล้วกัน เอาล่ะ ฉันมีประชุมต่อขอวางสายก่อนแล้วจะหาเวลาติดต่อกลับไปใหม่” พีทและรดาไม่ได้คุยอะไรกันมากนัก ไม่นานนักรดาก็ขอตัววางสายไป

    “กลับไปบอกฝ้ายและแชมป์ดีกว่า” ส่วนหุ้นส่วนสำคัญในธุรกิจร้านขายไก่ทอด ที่สำคัญไม่แพ้กัน พีทไม่จำเป็นต้องโทรไปบอกเหมือนกับรดา เพราะการบอกต่อหน้ามันเป็นอะไรที่ดีที่สุดแล้ว สำหรับพวกเขาทั้งสามคน

     

    แต่น่าเสียดาย วันนี้แชมป์นั้นต้องไปเฝ้าการต่อเติมที่ห้างสาขาใหม่กับพี่แตง ดังนั้นภายในร้านข้างซอยมหาลัยจึงมีเพียงฝ้ายอยู่ที่ร้านคนเดียวเท่านั้น

    “พี่พีท พี่ฝ้ายดูเหมือนจะไม่สบาย ตอนนี้นอนอยู่ด้านบน” หลังจากที่พีทกลับไปถึงร้าน น้องลาเต้ ก็ได้แจ้งว่าฝ้ายไม่สบาย

    พอได้ยินแบบนั้น พีทก็รีบวางของที่ซื้อมากะว่าจะเอามาฉลองกับฝ้ายไว้ที่โต๊ะและรีบวิ่งขึ้นไปชั้นสองเพื่อดูอาการของฝ้ายทันที

     

    พรึ่บ…ปัง~!

     

    “ยินดีด้วยนะ!!”

    พลุกระดาษอันเล็กถูกยิงใส่พีททันทีที่ชายหนุ่มเปิดประตูเข้ามา โดยคนที่เป็นยิงฉลองพลุฉลองก็ไม่ใช่ใครอื่น มันคือฝ้ายนั่นเอง

     

    ห้องในชั้นสองที่เป็นห้องทำงานของพีท ถูกจัดและตกแต่งไปด้วยหลอดไฟดวงเล็กที่ห้อยด้วยสายรุ้งสีสันสดใสต่างๆ กลางห้องทำงานมีป้ายที่เขียนกำกับว่า ‘ยินดีกับบัณฑิตพีทพล’ ตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่กลางห้อง

     

    ทั้งนี้ตัวของฝ้ายเองก็ใส่หมวกคริสต์มาส แม้มันจะผ่านวันดังกล่าวไปนานแล้วก็ตาม แต่ถึงอย่างนั้นหมวกคริสต์มาสก็เป็นเหมือนตัวแทนแห่งวันเฉลิมฉลองนั่นเอง หญิงสาวกระโดดเต้นไปมาๆ เพื่อแสดงความดีใจกับเพื่อนสนิทของเธอที่เรียนจบ

    แต่แล้วในขณะที่พีทมองฝ้ายอยู่นั่นเอง ไม่รู้อะไรดลใจชายหนุ่ม พีทยิ้มให้กับเธอและโผเข้ากอดฝ้ายในทันที มันเป็นอ้อมกอดที่ไม่มีความเกร็งหรือความเอียงอายที่มีต่อกัน

     

    อีกทั้งมันยังไม่ใช่กอดระหว่างเพื่อนที่มักจะเว้นระยะห่าง…แต่อ้อมกอดนี้กลับแนบแน่นราวกับทั้งสองคนคือคู่รักกันก็มิปาน

     

     

    ...โปรดติดตามตอนต่อไป...

     

    รู้ว่ารออยู่ วันนี้มีตอนแถมลงตอน 2 ทุ่มครับ

     

     

    นิยายลงทุกวันเวลา 18.00 นะครับ

    สามารถติดตามผู้แต่งเพื่อติดต่อสอบถามได้ที่แฟนเพจเลยนะครับ

    www.facebook.com/WritelazyV2

    นามปากกา.Writelazy

     

    คล้ายกับเรื่อง(นิยายลงทุกวัน)Ghost CEO:ผีสร้างฉันให้เป็นเศรษฐี ฮาเร็ม ที่คุณอ่าน