สายลมร้อนพัดผ่านถนนที่เต็มไปด้วยซากรถและร่างไร้ิญญา ทุกคนยังคงยืนนิ่งอยู่ในความเงียบงัน ภาพตรงหน้าทำให้แม้แต่ผู้ที่เพิ่งผ่านความเป็ความตายมาหลายครั้งในวันเดียวกัน ก็ยังไม่สามารถเรียบเรียงความคิดได้ทัน ซอมบี้หลายสิบตัวคุกเข่าอยู่บนพื้นถนน ราชันย์ผู้ทำให้พวกมันหวาดกลัวกำลังคุกเข่าต่อหน้าหญิงสาวคนหนึ่ง และหญิงสาวคนนั้น—หลินเยว่—ดูใไม่ต่างจากใคร
เธอสูดหายใจเข้าลึก ก่อนเอื้อมมือไปแตะไหล่ของอาร์คเบา ๆ “ลุกขึ้นเถอะ” เสียงของเธอแ่เบา แต่เต็มไปด้วยความเข้าใจ
อาร์คมองเธออยู่ครู่หนึ่ง ดวงตาสีแดงเข้มสะท้อนภาพความสับสนของเธอ ก่อนจะลุกขึ้นยืนอย่างเชื่อฟัง ทันทีที่เขายืนเต็มความสูง แรงกดดันมหาศาลก็กลับมาอีกครั้ง แต่คราวนี้ไม่มีใครมองเขาเป็เพียงสัตว์ประหลาดอีกต่อไป เพราะสิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่าพลังของเขา คือความจริงที่ว่าเขายอมเชื่อฟังเธอเพียงคนเดียว
ชายร่างกำยำเป็คนแรกที่ตั้งสติได้ เขาก้าวเข้ามา ก่อนก้มศีรษะให้หลินเยว่ “ขอบคุณที่ช่วยพวกเรา” เสียงของเขาหนักแน่นจริงใจ “ฉันชื่อนัท” เขามีรูปร่างสูงใหญ่ ไหล่กว้าง และเต็มไปด้วยพลังเหมือนคนที่พร้อมชนกับทุกอย่างที่ขวางหน้า
หญิงสาวถือปืนพาดไรเฟิลไว้ที่ไหล่ มองอาร์คด้วยสายตาระแวงอย่างชัดเจน “คิน” เธอพูดสั้น ๆ ก่อนเสริมด้วยน้ำเสียงตรงไปตรงมา “ฉันขอบคุณที่ช่วย แต่ไม่ได้หมายความว่าฉันจะไว้ใจเขา” สายตาของเธอหันไปยังอาร์คทันที อาร์คไม่ได้ตอบสนอง ราวกับความเห็นของคนอื่นไม่มีความหมายสำหรับเขาเลย ตราบใดที่หลินเยว่อยู่ตรงนี้
ชายสวมแว่นที่กอดกระเป๋าโน้ตบุ๊กไว้แน่นยกมือขึ้นเล็กน้อย “เจย์ครับ”
เจย์ที่อยู่ข้างหลินเยว่กะพริบตา “เดี๋ยวก่อน… ฉันก็ชื่อเจย์”
ชายสวมแว่นชะงัก “จริงเหรอ?”
บรรยากาศเงียบไปหนึ่งวินาที ก่อนทุกคนหัวเราะออกมาอย่างไม่คาดคิด เสียงหัวเราะนั้นสั้นมาก แต่เพียงพอจะคลายความตึงเครียดลงได้เล็กน้อย
หลินเยว่มองชายสวมแว่นอย่างพิจารณา “งั้นจากนี้เราจะเรียกนายว่า ‘เจย์’ ส่วนเขา…” เธอหันไปมองเพื่อนร่วมทางของตน “เราเรียกเขาว่า ‘ด็อกเตอร์’ ดีไหม?”
ชายสวมแว่นยิ้มแห้ง ๆ “ผมชอบชื่อนั้น”
ฟ้าที่ยืนอยู่ด้านหลังโบกมืออย่างขี้อาย “ฉันชื่อฟ้าค่ะ”
นัทยิ้มกว้าง “ดี ยังมีเด็กอยู่ในกลุ่ม แปลว่าเราต้องรอดให้ได้”
คินกรอกตา “ตรรกะของนายแปลกเสมอ”
หลินเยว่หันมองทั้งสี่คน นัท คิน ด็อกเตอร์ ฟ้า รวมกับเธอ เจย์ และอาร์ค จากคนแปลกหน้าที่บังเอิญพบกันในวันสิ้นโลก ตอนนี้พวกเขากำลังยืนอยู่ร่วมกันบนถนนที่เต็มไปด้วยความตาย และเป็ครั้งแรกที่เธอเริ่มมองเห็นรูปร่างของบางสิ่งที่ใหญ่กว่าการเอาชีวิตรอดคนเดียว
“พวกคุณมีแผนจะไปไหน?” หลินเยว่ถาม
ด็อกเตอร์ดันแว่นขึ้น “เรากำลังมุ่งหน้าไปจุดอพยพเขตเหนือ ได้ข่าวว่าที่นั่นยังมีทหารและระบบป้องกัน”
หลินเยว่สบตากับเจย์ของเธอ ก่อนพยักหน้า “เราไปที่เดียวกัน”
นัทยิ้มทันที “งั้นก็ไม่มีเหตุผลต้องแยกกัน”
คินขมวดคิ้ว “มีเหตุผลอยู่หนึ่งข้อ” เธอมองอาร์คตรง ๆ “เขา”
บรรยากาศเงียบลงทันที ฟ้ากอดแขนหลินเยว่แน่น เจย์กับด็อกเตอร์มองหน้ากันอย่างระมัดระวัง นัทเกาหัว แต่ยังไม่พูดอะไร
คินสูดหายใจลึก “ฉันรู้ว่าเขาช่วยเรา และฉันจะไม่ลืมบุญคุณนั้น แต่ถ้าเขาเสียการควบคุม เราทุกคนจะตายภายในไม่กี่วินาที” คำพูดของเธอตรงไปตรงมา แต่ไม่มีใครปฏิเสธได้
หลินเยว่เงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะก้าวไปยืนข้างอาร์ค “ฉันไม่รู้ว่าเขาเป็อะไร” เธอพูดชัดเจนและมั่นคง “แต่ฉันรู้ว่าเขาช่วยชีวิตฉันหลายครั้ง และจนถึงตอนนี้ เขาไม่เคยทำร้ายใครในทีม” เธอมองทุกคนทีละคน “ถ้าพวกคุณจะร่วมทางกับฉัน เขาจะไปด้วย”
คินสบตาเธออย่างยาวนาน สุดท้าย เธอถอนหายใจ “…เข้าใจแล้ว”
นัทตบมือดังป้าบ “ยอดเยี่ยม! ปัญหาจบ!”
ด็อกเตอร์ยกมือ “ในฐานะนักวิทยาศาสตร์สมัครเล่น ผมอยากอยู่ใกล้สิ่งมีชีวิตที่ท้าทายกฎชีววิทยาอย่างยิ่ง”
เจย์พยักหน้าเห็นด้วยทันที “ผมก็เช่นกัน”
ฟ้ายิ้มทั้งน้ำตา “งั้นเราก็เป็ทีมเดียวกันแล้วใช่ไหมคะ?”
หลินเยว่กวาดตามองผู้คนที่ยืนล้อมรอบเธอ คนแปลกหน้าที่มีความหวาดกลัว ความเ็ป และความหวังแตกต่างกัน แต่ใน่เวลานี้ พวกเขาเลือกที่จะก้าวไปด้วยกัน
ระบบสว่างขึ้นต่อหน้าต่อตา
[ เงื่อนไขสำเร็จ: รวมทีมผู้รอดชีวิตชุดแรก ]
[ จำนวนสมาชิก: 8 ]
[ ผู้นำทีม: หลินเยว่ ]
[ รางวัล: ]
•ปลดล็อกฟังก์ชัน “จัดการทีม”
•ค่าประสบการณ์ +300
•ความสามารถผู้นำเพิ่มขึ้น
หลินเยว่สูดหายใจลึก นี่ไม่ใช่เพียงการรวมกลุ่มเพื่อเอาชีวิตรอดอีกต่อไป แต่มันคือจุดเริ่มต้นของบางสิ่งที่อาจเปลี่ยนโลก เธอเงยหน้ามองเส้นทางเบื้องหน้า ถนนยาวไกล เต็มไปด้วยเื ซอมบี้ และความจริงที่ยังไม่ถูกเปิดเผย แต่อย่างน้อย ตอนนี้เธอไม่ได้เดินเพียงลำพังอีกแล้ว และที่ข้างกายเธอ ราชันย์แห่งวันสิ้นโลกยังคงยืนอยู่เงียบ ๆ ราวกับพร้อมทำลายทุกสิ่งที่ขวางทาง เพื่อปกป้องเธอและทีมนี้จนถึงที่สุด