ความเงียบที่โรยตัวลงมาระหว่างคนทั้งสองไม่ได้น่าอึดอัดเหมือนเช่นเคย แต่มันกลับเต็มไปด้วยกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ ที่มองไม่เห็น คาอินไม่ได้ชักมือกลับ เขากลับปล่อยให้มือเล็กๆ ของเอลาร่าวางทาบทับอยู่บนมือของเขาอย่างนั้น รับเอาความอบอุ่นที่ไม่คุ้นเคยให้ค่อยๆ ซึมซาบผ่านิัที่เย็นเฉียบเข้ามาสู่หัวใจที่หยุดเต้นไปนานแล้ว
เขามองลงไปที่มือเล็กๆ ที่วางอยู่บนมือของเขา ผิวสีขาวนวลของเธอเป็ตรงข้ามกับผิวซีดเซียวของเขาอย่างสิ้นเชิง เหมือนแสงสว่างกับความมืด เหมือนความอบอุ่นกับความเย็นเฉียบ เหมือนชีวิตกับความตาย แต่ในขณะนี้...ความแตกต่างเ่าั้กลับดูเข้ากันได้อย่างแปลกประหลาด
"เ้าไม่ควรทำแบบนี้" เขากล่าวขึ้นในที่สุด เสียงของเขาทุ้มต่ำและแ่เบาราวกระซิบ แต่กลับหนักแน่นด้วยคำเตือน "การอยู่ใกล้ข้า...มันอันตรายเกินไปสำหรับเ้า"
เอลาร่าไม่ได้ชักมือกลับ แต่กลับบีบมือของเขาเบาๆ ราวกับ้าส่งผ่านความมั่นใจให้เขา "อันตรายกว่าการถูกพวกเอลฟ์ไล่ล่าเหรอคะ?" เธอย้อนถามอย่างไม่เกรงกลัว ดวงตาของเธอยังคงจ้องมองเขาอย่างแน่วแน่ "หนูไม่เห็นว่ามันจะต่างกันตรงไหนเลย ในเมื่อทุกวันนี้หนูก็ตกอยู่ในอันตรายอยู่แล้ว...แต่การมีท่านอยู่ด้วย...อย่างน้อยหนูก็รู้สึกปลอดภัย"
คำว่า "ปลอดภัย" จากปากของเธอนั้นช่างน่าขันสำหรับคาอิน เขาคือตัวอันตราย คือนักล่าแห่งรัตติกาล คือสิ่งที่มนุษย์ทุกคนควรจะหวาดกลัว แต่เด็กสาวคนนี้กลับบอกว่ารู้สึกปลอดภัยเมื่ออยู่กับเขา มันเป็ความขัดแย้งที่ทำให้เขารู้สึกสับสนและเ็ปไปพร้อมกัน
"เ้าไม่รู้อะไรเลย...เอลาร่า" เขาส่ายหน้าช้าๆ แววตาเศร้าโศกแฝงไปด้วยความเ็ปที่ฝังลึก "ความมืดที่อยู่ในตัวข้า...มันลึกเกินกว่าที่เ้าจะจินตนาการได้ ข้าได้ทำสิ่งที่น่าสยดสยองมามากมาย ได้ฆ่าคนมานับไม่ถ้วน ได้ทำลายชีวิตของผู้คนมากมาย..."
เขาหยุดพูด แววตาเศร้าโศกลึกลงไปอีก "และที่แย่ที่สุด...ข้าได้ทำลายชีวิตของคนที่ข้า...ที่ข้ารัก"
เอลาร่ารู้สึกได้ถึงความเ็ปในเสียงของเขา เธอเห็นรอยแผลเป็ที่ซ่อนอยู่ลึกในดวงตาสีแดงเข้มของเขา รอยแผลเป็ที่ไม่เคยหายไปจริงๆ แม้เวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน
"งั้นก็สอนให้หนูรู้สิคะ" เธอบีบมือของเขาแน่นขึ้นเล็กน้อยโดยไม่รู้ตัว "สอนให้หนูเข้าใจ...ในสิ่งที่ท่านเป็ สอนให้หนูเห็นความมืดที่ท่านพูดถึง แต่ก็สอนให้หนูเห็นแสงสว่างที่ยังคงอยู่ในตัวท่านด้วย"
คาอินเงยหน้าขึ้นมองเธออย่างใ "แสงสว่าง? เ้าคิดว่าในตัวข้ายังมีแสงสว่างอยู่อีกเหรอ?"
"มีสิคะ" เอลาร่าตอบอย่างมั่นใจ "ถ้าไม่มี ท่านคงไม่ช่วยหนูั้แ่แรก ถ้าไม่มี ท่านคงไม่เสี่ยงชีวิตเพื่อปกป้องหนู ถ้าไม่มี ท่านคงไม่รู้สึกเ็ปกับสิ่งที่ท่านเคยทำมา...คนที่ไม่มีแสงสว่างในใจ จะไม่รู้สึกผิดหรือเสียใจกับอะไรเลยค่ะ"
คำพูดของเธอเหมือนลูกศรที่พุ่งตรงเข้าไปในหัวใจของเขา ทำให้เขารู้สึกสั่นะเืจากข้างใน เขาไม่เคยมีใครมาบอกเขาแบบนี้มาก่อน ไม่เคยมีใครมองเขาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเชื่อมั่นและความหวังแบบนี้
"เอลาร่า..." เขาเรียกชื่อเธอเบาๆ เสียงสั่นเครือเล็กน้อย
"หนูไม่กลัวความมืดของท่านหรอกค่ะ" เธอกล่าวต่อ "เพราะหนูเชื่อว่า...ในความมืดที่ลึกที่สุด ยังคงมีแสงสว่างเล็กๆ ซ่อนอยู่ และหนูอยากจะเป็คนที่ช่วยให้แสงสว่างนั้น...ส่องสว่างขึ้นมาอีกครั้ง"
บทสนทนาที่ลึกซึ้งนั้นต้องหยุดชะงักลง เมื่อเสียงฝีเท้าและเสียงฮัมเพลงเบาๆ ของอิซาเบลล่าดังใกล้เข้ามา เอลาร่ารีบชักมือกลับทันทีราวกับถูกของร้อน ใบหน้าเห่อร้อนขึ้นมาอีกครั้ง คาอินเองก็ขยับตัวเล็กน้อย จัดท่าทางให้ดูเป็ปกติที่สุด แต่ในใจเขากลับรู้สึกผิดหวังเล็กน้อยที่ต้องสูญเสียความอบอุ่นจากััของเธอไป
อิซาเบลล่าเดินเข้ามาในห้องพร้อมกับขวดไวน์ชั้นเลิศที่เต็มไปด้วยฝุ่นและหยากไย่ในมือหนึ่ง และแก้วคริสตัลสามใบในมืออีกข้างหนึ่ง เธอมองหน้าคนทั้งสองสลับกันไปมาด้วยสายตาจับผิด สังเกตเห็นบรรยากาศที่เปลี่ยนไป แก้มแดงของเอลาร่า และท่าทางที่ดูเก้อเขินของคาอินที่พยายามปกปิด
"โอ๊ะโอ...ดูเหมือนข้าจะเข้ามาขัดจังหวะอะไรดีๆ หรือเปล่านะ?" เธอกล่าวพลางวางแก้วลงบนโต๊ะข้างเตียงอย่างเจตนา ทำให้เกิดเสียงกิ๊งแก๊งเบาๆ "บรรยากาศมันดู...หวานชื่นแปลกๆ นะ...โดยเฉพาะแก้มแดงๆ ของใครบางคนแถวนี้"
สายตาของเธอจ้องมองไปที่แก้มของเอลาร่าอย่างเปิดเผย ทำให้เด็กสาวต้องรีบก้มหน้างุดด้วยความเขินอาย หัวใจเต้นแรงจนแทบจะได้ยินเสียง
"อย่าพูดจาไร้สาระน่า" คาอินพูดเสียงเรียบ พยายามดึงความสนใจกลับมาที่ตัวเอง แต่ก็ไม่สามารถซ่อนความรำคาญที่อิซาเบลล่าเข้ามาขัดจังหวะได้ "เ้าไปเอานั่นมาจากไหน?"
"จากห้องเก็บไวน์ของท่านน่ะสิ" อิซาเบลล่าตอบ แต่สายตายังคงไม่ละไปจากเอลาร่า "วินเทจปี 1688...ปีโปรดของข้าเลยนะเนี่ย ไม่ยักรู้ว่าท่านยังเก็บมันไว้อยู่ ข้านึกว่าท่านทิ้งของเก่าๆ ไปหมดแล้วซะอีก"
คาอินเงียบไปชั่วขณะ แววตาเศร้าโศกผ่านไปอย่างรวดเร็ว "ข้าแค่ลืมมันไป"
"เหรอ...ข้านึกว่าท่านเก็บไว้เพื่อ 'รำลึกความหลัง' เสียอีก" เธอกล่าวอย่างมีความหมาย เสียงเ็าลงเล็กน้อย "ข้าจำได้ว่า...ขวดนี้เป็ของขวดโปรดของ 'เธอ' คนนั้นด้วยนะ"
บรรยากาศในห้องเปลี่ยนไปทันที คาอินกำมือแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด แต่เขาไม่ได้พูดอะไรตอบกลับ
อิซาเบลล่าสังเกตเห็นปฏิกิริยาของเขา และตัดสินใจเปลี่ยนหัวข้อ เธอหันไปหาเอลาร่าพร้อมกับรอยยิ้มที่อ่อนโยนลงอย่างน่าประหลาด "มาสิ...ลูกแกะน้อยของข้า...มาฉลองให้กับความปลอดภัย (ชั่วคราว) ของพวกเรากันหน่อย"
คำว่า "ลูกแกะน้อยของข้า" ทำให้เอลาร่ารู้สึกแปลกๆ แต่ก็ไม่ได้รู้สึกไม่ดี มันเหมือนเป็คำเรียกขานที่อบอุ่น แม้จะออกมาจากปากของแวมไพร์ที่เธอยังไม่ค่อยรู้จักดีนัก เธอรับแก้วไวน์ที่อิซาเบลล่ายื่นให้มาถือไว้ รู้สึกถึงน้ำหนักของแก้วคริสตัลที่หนักกว่าที่คิด
"เอ่อ...หนูไม่เคยดื่มแอลกอฮอล์มาก่อนค่ะ" เอลาร่าตอบอย่างประหม่า มองไวน์สีแดงเข้มในแก้วด้วยความลังเล
"งั้นก็ยิ่งดีเลยสิ" อิซาเบลล่ายิ้มกว้างขึ้น ดวงตาเป็ประกายเ้าเล่ห์ "ถือซะว่า...ข้าเป็คนเปิด 'ประสบการณ์แรก' ให้เ้าเป็ไง?" เธอจงใจเน้นคำว่าประสบการณ์แรกพร้อมกับขยิบตาให้หนึ่งที ก่อนจะเดินเข้าไปใกล้ๆ "ชีวิตลูกครึ่งของเ้ามันยืนยาวนะ จะไม่ลองอะไรสนุกๆ เลยมันก็น่าเสียดายแย่"
คาอินขมวดคิ้วเมื่อได้ยินน้ำเสียงที่มีนัยยะของอิซาเบลล่า เขารู้ดีว่าเธอกำลังคิดอะไรอยู่ และเขาไม่ชอบทิศทางของการสนทนานี้เลย
อิซาเบลล่ารินไวน์สีแดงเข้มลงในแก้วทั้งสามใบ กลิ่นหอมหวานของผลไม้หมักบ่มและเครื่องเทศลอยฟุ้งไปทั่วห้อง กลิ่นที่เข้มข้นและมึนเมา เธอยื่นแก้วหนึ่งให้คาอินโดยแทบไม่ได้มองหน้าเขาเลย ก่อนจะกลับมาสนใจเอลาร่าต่อ
"ไวน์ขวดนี้มีอายุกว่าสามร้อยปีแล้วนะ" อิซาเบลล่าอธิบายพลางนั่งลงข้างๆ เอลาร่า "มันถูกหมักในถ้ำใต้ดินของปราสาทแห่งหนึ่งในทรานซิลวาเนีย รสชาติมันจะซับซ้อนกว่าไวน์ธรรมดามาก"
เอลาร่ามองแก้วในมืออย่างลังเล แต่เมื่อเห็นอิซาเบลล่ายกแก้วขึ้นมาชนกับแก้วของเธอเบาๆ "แด่การเริ่มต้นใหม่" เธอก็รวบรวมความกล้าและยกขึ้นจิบบ้างเล็กน้อย
รสชาติฝาดเฝื่อนที่ปลายลิ้นในตอนแรก ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็ความหวานซับซ้อนที่แผ่ซ่านไปทั่วลำคอ มีกลิ่นหอมของเบอร์รี่ป่า ช็อกโกแลตดาร์ก และเครื่องเทศแปลกๆ ที่เธอไม่เคยชิมมาก่อน ความอบอุ่นแผ่ซ่านจากท้องขึ้นมาสู่หน้าอก ทำให้เธอเบิกตากว้างเล็กน้อย
"เป็ไงล่ะ? ของดีใช่ไหม?" อิซาเบลล่ายิ้มอย่างพึงพอใจ เมื่อเห็นสีหน้าประหลาดใจของเอลาร่า
"ค่ะ...มัน...แปลกดี" เอลาร่าตอบ รู้สึกถึงความอบอุ่นที่แผ่ซ่านไปทั่วร่างกาย "หวานแต่ก็ขม...และมีรสชาติอะไรหลายๆ อย่างผสมกัน"
"นั่นแหละคือเสน่ห์ของไวน์เก่าแก่" อิซาเบลล่าอธิบาย "มันมีความซับซ้อนเหมือนกับชีวิต...หวาน ขม เปรี้ยว ผสมผสานกันจนเป็รสชาติที่ไม่เหมือนใคร"
คาอินจิบไวน์ของเขาเงียบๆ สายตาจ้องออกไปนอกหน้าต่าง ความทรงจำเก่าๆ เริ่มผุดขึ้นมาในใจเมื่อได้กลิ่นและรสชาติคุ้นเคย เขาจำได้ว่าเคยดื่มไวน์ขวดนี้กับใครบางคน...ในคืนที่เต็มไปด้วยความสุขและความหวัง ก่อนที่ทุกอย่างจะพังทลายลง
อิซาเบลล่าเดินไปนั่งลงบนขอบเตียง...ข้างๆ เอลาร่าอย่างจงใจ เบียดกายเข้ามาใกล้จนไหล่แทบจะชนกัน ความใกล้ชิดทำให้เอลาร่ารู้สึกตัวร้อนขึ้นเล็กน้อย ไม่รู้ว่าเป็เพราะไวน์หรือเพราะความใกล้ชิดของอิซาเบลล่า
"เอาล่ะ...ในเมื่อตอนนี้เรามีเวลาเหลือเฟือ...ข้าว่าเราควรจะคุยกันเื่ 'แผนการ' ต่อไปได้แล้ว" อิซาเบลล่าเอ่ยขึ้น เสียงจริงจังขึ้นเล็กน้อย
คาอินที่ถูกเมินมาสักพักขมวดคิ้ว "แผนอะไร?"
"ก็แผนที่จะทำให้ 'ลูกแกะ' ของเราคนนี้...เลิกเป็แค่ 'ภาระ' แล้วหันมาสู้เป็ยังไงล่ะ" อิซาเบลล่าพูดพลางยกมือขึ้นปัดปอยผมที่หล่นลงมาปรกหน้าผากของเอลาร่าอย่างแ่เบา การกระทำที่ดูเป็ธรรมชาติแต่กลับทำให้เอลาร่าขนลุกซู่โดยไม่มีสาเหตุ
"พลังในตัวเ้ามันมหาศาลนะ เอลาร่า...พลังของสองเผ่าพันธุ์ที่แข็งแกร่งที่สุด" อิซาเบลล่าพูดต่อ สายตาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเอลาร่า "แต่เ้ากลับใช้มันไม่เป็เลยแม้แต่น้อย...เหมือนมีดาบวิเศษอยู่ในมือ แต่กลับใช้มันแค่ปอกผลไม้"
คำเปรียบเทียบนั้นทำให้เอลาร่าหน้าเสียไปเล็กน้อย "หนู...หนูไม่รู้วิธีนี่คะ ไม่มีใครสอนหนูเลย พ่อแม่ของหนูก็..." เธอหยุดพูด ความเศร้าโศกผ่านไปในดวงตา
"นั่นแหละคือประเด็น!" อิซาเบลล่าชี้มาที่เธอ ก่อนจะหันไปยิ้มเยาะให้คาอิน "และคนที่รู้ดีที่สุด...ก็นั่งทำหน้าบูดเป็ตูดลิงอยู่ตรงนั้นไง"
คาอินขมวดคิ้วหนักกว่าเดิม "ข้าไม่ใช่ครู"
"โอ๊ย...ไม่ต้องมาถ่อมตัวหน่อยเลยน่า คาอิน" อิซาเบลล่าสวนกลับ เสียงเยาะเย้ยชัดเจนขึ้น "ข้ารู้ว่าท่านทำได้ ท่านเคยฝึกแวมไพร์เกิดใหม่มานับไม่ถ้วน และท่านก็เข้าใจสายเืเอลฟ์ดีกว่าใคร...เพราะท่านเคย 'ใกล้ชิด' กับมันไม่ใช่รึไง?"
เธอหยุดพูดชั่วขณะ ก่อนจะเอ่ยต่อด้วยเสียงที่เ็าและแหลมคม "หรือข้าควรจะพูดว่า...ท่านเคย 'รัก' มันมากกว่า?"
คำพูดทิ้งท้ายนั้นเหมือนลูกศรที่พุ่งเข้ากลางใจของคาอิน เขากำแก้วในมือแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด ความทรงจำที่เขาพยายามฝังลึกเริ่มผุดขึ้นมาอีกครั้ง ใบหน้าที่เขารัก เสียงหัวเราะที่เขาคิดถึง และคืนสุดท้ายที่ทุกอย่างพังทลายลง
"อิซาเบลล่า...พอได้แล้ว" เขาพูดเสียงเย็น แต่ใครที่รู้จักเขาดีจะได้ยินความโกรธที่เริ่มเดือดพล่านใต้ผิวเหิน
"ทำไมล่ะ? กลัวความจริงรึไง?" เธอยังคงท้าทาย ไม่สนใจคำเตือนในน้ำเสียงของเขา "หรือกลัวว่าถ้าเ้าสอนยัยหนูคนนี้...มันจะทำให้เ้าเผลอ 'รู้สึก' อะไรบางอย่างขึ้นมาอีก...เหมือนที่เคยรู้สึกกับ 'แม่' ของเขาน่ะ?"
เธอชี้ไปที่เอลาร่าที่กำลังนั่งฟังด้วยความสับสน "ดูสิ...ผมสีทอง ดวงตาสีเขียว ใบหน้าที่งดงาม...เหมือนกันมากเลยใช่ไหม? เหมือนกับ 'เซเรนา' ที่ท่านเคยรักมาก่อน"
เพล้ง!
แก้วไวน์ในมือของคาอินแหลกละเอียดคามือ ของเหลวสีแดงเข้มไหลอาบไปตามง่ามนิ้วผสมกับเืจากาแใหม่ที่เกิดจากเศษแก้ว แต่เขาไม่ได้แสดงความเ็ปออกมาเลยแม้แต่น้อย มีเพียงแววตาที่ลุกโชนด้วยความโกรธและเ็ปอย่างรุนแรงเท่านั้น
เอลาร่าใจนตัวแข็งทื่อ เธอไม่เคยเห็นเขาโกรธขนาดนี้มาก่อน บรรยากาศที่เคยผ่อนคลายเมื่อครู่หายไปในพริบตา ถูกแทนที่ด้วยความตึงเครียดที่แทบจะทำให้หายใจไม่ออก อำนาจมืดของเขาเริ่มรั่วไหลออกมา ทำให้อากาศในห้องหนาวเฉียบและหนักอึ้ง
"ข้าเตือนเ้าแล้วนะ...อิซาเบลล่า" คาอินคำรามเสียงต่ำ เสียงที่เต็มไปด้วยการขู่เข็ญ "อย่าไปยุ่งกับเื่ที่เ้าไม่เข้าใจ"
อิซาเบลล่ามองเศษแก้วและเืบนพื้น ก่อนจะถอนหายใจออกมา เธอรู้ว่าตัวเองไปไกลเกินไปแล้ว "ก็ได้...ข้าอาจจะพูดแรงไปหน่อย...ขอโทษแล้วกัน" เธอยกไวน์ขึ้นดื่มอีกอึกใหญ่ "แต่สิ่งที่ข้าพูดมันก็ไม่ผิด...เด็กคนนี้ต้องแข็งแกร่งขึ้น...และเ้าคือคนเดียวที่จะทำได้"
เธอหยุดพูดชั่วขณะ ก่อนจะเอ่ยต่อด้วยเสียงที่อ่อนลงเล็กน้อย "ข้ารู้ว่าเ้ายังเ็ปอยู่ คาอิน...แต่การปิดกั้นตัวเองแบบนี้มันไม่ช่วยอะไร เซเรนาตายไปแล้ว...แต่ลูกสาวของเธอยังมีชีวิตอยู่ และเธอ้าความช่วยเหลือ"
คาอินหันหน้าหนีไปอีกทาง ไม่ยอมสบตาใคร ความเงียบเข้าครอบงำอีกครั้ง แต่คราวนี้มันเป็ความเงียบที่หนักอึ้งและอึดอัด เต็มไปด้วยความเ็ปและความทรงจำที่ไม่อยากจำ
เอลาร่านั่งฟังการสนทนาด้วยความสับสนและใ เธอไม่เข้าใจทุกอย่างที่พวกเขาพูดถึง แต่เธอรู้สึกได้ถึงความเ็ปที่ลึกซึ้งในเสียงของคาอิน เธอเริ่มเข้าใจว่าทำไมเขาถึงปิดกั้นตัวเองจากทุกคน ทำไมเขาถึงไม่ยอมให้ใครเข้าใกล้
เธอมองคาอินที่กำลังต่อสู้กับอดีตของตัวเอง และมองอิซาเบลล่าที่ถึงแม้จะปากร้ายแต่ก็ดูเหมือนจะหวังดี เธอรู้สึกว่าตัวเองกำลังยืนอยู่ท่ามกลางพายุอารมณ์ที่มองไม่เห็น
เธอตัดสินใจลุกขึ้นยืน เดินตรงเข้าไปหาคาอิน และทำในสิ่งที่เธอไม่เคยคิดว่าจะกล้าทำ
เธอใช้ผ้าผืนเดิมที่เคยเช็ดตัวให้เขา ค่อยๆ ซับเืและเศษแก้วออกจากฝ่ามือของเขาอย่างเบามือที่สุด คาอินใกับการกระทำของเธอ แต่ก็ไม่ได้ขัดขวาง เขาปล่อยให้เธอดูแลาแของเขาอย่างอ่อนโยน
"ให้หนู...เป็ข้อยกเว้น...ได้ไหมคะ" เธอกระซิบถามเสียงสั่น มือยังคงเช็ดเืให้เขาอย่างระมัดระวัง "ให้หนูเป็คนเดียว...ที่ท่านจะยอมสอน...ยอมเปิดใจให้...ได้ไหม?"
เธอเงยหน้าขึ้นมองเขา ดวงตาเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและความอ่อนโยน "หนูไม่ใช่เธอคนนั้น...หนูเป็แค่เอลาร่า...เด็กสาวธรรมดาๆ ที่อยากเรียนรู้...อยากแข็งแกร่ง...และอยากอยู่ข้างๆ ท่าน"
คาอินนิ่งงัน เขาก้มลงมองการกระทำที่อ่อนโยนและกล้าหาญของเธอ...เด็กสาวที่ไม่ยอมแพ้ต่อกำแพงน้ำแข็งของเขา เขาเห็นความจริงใจในดวงตาของเธอ ความจริงใจที่ไม่มีเงื่อนไข ไม่มีการคาดหวังอะไรตอบแทน
แต่ก่อนที่เขาจะได้ตอบอะไร อิซาเบลล่าก็ลุกขึ้นยืนและเดินเข้ามาซ้อนอยู่ด้านหลังของเอลาร่า เธอวางมือลงบนไหล่ของเด็กสาวอย่างแ่เบา ก่อนจะก้มลงกระซิบข้างหูของเอลาร่าด้วยน้ำเสียงที่หวานเยิ้มจนน่าขนลุก เสียงที่ดังพอให้คาอินได้ยินอย่างชัดเจน
"ถ้าเขาไม่สอน...ข้าสอนให้เอามั้ย?"
เอลาร่าสะดุ้งเล็กน้อยกับลมหายใจอุ่นๆ ที่เป่ารดต้นคอ และกับความหมายที่ซ่อนอยู่ในคำพูดของอิซาเบลล่า
"ข้าอาจจะสอนเื่พลังให้เ้าไม่ได้...แต่ข้ารับรองว่า...ข้าสอน 'เื่อื่น' ให้เ้าได้ดีกว่าเขาเยอะเลยล่ะ...ที่รัก"
พูดจบ อิซาเบลล่าก็จงใจใช้ปลายนิ้วของเธอลูบไล้ไปตามแนวไหปลาร้าของเอลาร่าอย่างเชื่องช้า ทิ้งััที่ร้อนวาบไว้บนผิวของเด็กสาว และทิ้งคำประกาศาที่ไร้เสียงไว้ในแววตาของคาอิน
เอลาร่ารู้สึกตัวร้อนวูบวาบ ไม่รู้ว่าเป็เพราะไวน์หรือเพราะััของอิซาเบลล่า หัวใจเต้นแรงจนแทบจะะเิ เธอไม่เข้าใจความรู้สึกแปลกๆ ที่เกิดขึ้นในตัวเธอ
คาอินเงยหน้าขึ้นสบตากับอิซาเบลล่าที่กำลังยิ้มเยาะเย้ยเขาอยู่เหนือไหล่ของเอลาร่า แววตาของเขาลุกวาวขึ้นด้วยอารมณ์บางอย่างที่ไม่ใช่แค่ความโกรธ...มันคือ ความหวงแหน ความ้าปกป้อง และบางทีอาจจะเป็ความรู้สึกอื่นๆ ที่เขาไม่อยากยอมรับ
เขามองลึกเข้าไปในดวงตาที่อ้อนวอนของเอลาร่า...ดวงตาที่เต็มไปด้วยความไว้วางใจและความหวัง ดวงตาที่ทำให้เขานึกถึงใครบางคน...แต่ก็แตกต่างไปในเวลาเดียวกัน
และในที่สุด...เขาก็ดึงมือของเขาออกจากผ้าของเธอ แล้วใช้มือที่เปื้อนเืนั้น...จับมือของเธอไว้แน่น
"ข้าจะสอนเ้าเอง" เขากล่าวเสียงหนักแน่น มองตรงเข้าไปในดวงตาของเธอ "และเ้า...ห้ามเข้าใกล้ผู้หญิงคนนี้อีก"