Sol xx Mifa 16
“มีครับ” ไม่มีสิ! เพลิงมันสับสนตารางเรียนหรือเปล่าทำไมตอบคุณหมอแบบนั้น
“เรียนเสร็จกี่โมงพี่จะรอ...”
“น่าจะอีกนานคุณกลับไปทำงานคุณเถอะครับ ผมมีนัดกับเพื่อนต่อแล้วด้วย ต้องขอตัวก่อน” เพลิงรีบเอ่ยตัดประโยคของอีกฝ่าย เพลิงขยับลุกขึ้นยืนเราทั้งสามก็ลุกตามและรีบออกจากห้องเรียน เพลิงดูเงียบ ๆ ไปตั้งแต่ต้นสัปดาห์แล้วล่ะแต่ก็ไม่กล้าถามว่าเป็นอะไรทำได้แค่มองเพื่อนอย่างห่วง ๆ
“กินกาแฟกันก่อนปะ ยังไม่อยากกลับเลย” เข็มชวนระหว่างที่เรากำลังยืนอยู่ในลิฟต์
“เอาสิ ต้องขับรถไกลด้วย ขอเติมคาเฟอีนสักหน่อยแล้วกัน”
“เพลิง...” สรเอ่ยเรียกเพลิงที่ตอนนี้ดูเหม่อยังไงชอบกล
“หือ?”
“มีอะไรหรือเปล่า เล่าให้ฉันฟังได้นะ”
“เดี๋ยวเล่าในไลน์ได้ไหม ยังไม่อยากร้องไห้ตอนนี้เลย”
“แบบนั้นก็ได้”
“แฟนแกหล่อว่ะฟา” เข็มแกล้งแซว เมื่อมองเห็นซอลนั่งรอที่ร้านกาแฟ ไม่รู้ว่าเขารู้ว่าพวกฉันมาหรือบังเอิญกันแน่เพราะซอลเงยหน้าจากหน้าจอโทรศัพท์หันมามองพวกฉันที่กำลังเดินเข้าใกล้ร้านกาแฟ เราสบตากันเพียงเสี้ยววิเขาก็ยิ้มกว้างส่งมาให้
“ยิ้มทีฉันจะละลาย เขินแฟนเพื่อนผิดไหมแม่!” กลายเป็นสรที่กอดแขนเพลิงทำหน้าเขิน จังหวะที่เห็นซอลส่งยิ้มให้ฉัน
“แฟนเพื่อน ใจเย็น ๆ หายใจเข้าชาบู หายใจออกหมูกระทะ นะ” เพลิงตอบเจือเสียงขบขัน หัวเราะในรอบหลายวันหรือเปล่านะแบบนี้น่ะ
“โห แบบนี้หิวเลย กลับมาแล้วไปกินกันไหม”
“ได้ ล็อคคิวกลับมาแล้วไปกัน”
“ขอนั่งด้วยได้ไหม” เข็มเอ่ยถามซอลเมื่อเราเข้าไปในร้านกาแฟกันแล้วเรียบร้อย ไม่รู้ทำไมวันนี้ถึงรู้สึกว่าร้านกาแฟคนถึงเยอะแปลกตา โต๊ะไม่ว่างสักตัวเลย คนเต็มไปหมดทั้งนอกร้านในร้าน
“ได้ครับ” ซอลตอบมือก็เก็บไอแพดของเขาใส่กระเป๋าสะพาย เขายื่นมือมาช่วยรับสมุดโน้ตและชีทเรียนในมือฉันใส่กระเป๋าของเขา จากนั้นก็ดึงมือให้นั่งลงที่เก้าอี้ว่างข้างเขา
“เอาอะไรดีเดี๋ยวไปสั่งให้” ซอลอาสา
“เดี๋ยวไปด้วยกันครับ” เพลิงบอก พอได้รับชื่อเมนูจากเพื่อน ซอลและเพลิงก็เดินไปยังเคาน์เตอร์ที่มีพนักงานคอยยืนให้บริการอยู่ทันที
“เทคแคร์ดีจัง” สรแกล้งแซว
“อย่าแซวเยอะสิ เขินเหมือนกันนะ” ฉันตอบเพื่อน สองคนนั้นหัวเราะร่าอย่างสุนกที่วันนี้ทำให้ฉันเขินได้อีกครั้ง
“ทีแรกนึกว่าจะไม่ได้คบกันซะแล้ว” เข็มชวนคุย
“ทำไมล่ะ”
“ก็ช่วงแรก ๆ แกเหงามากจนพวกฉันเป็นห่วง ตั้งแต่บอกว่ามีนัดกับเพื่อนจะไปดูหนังจากนั้นก็เศร้า พวกฉันเป็นห่วงมากกระทั่งซอลมาตามง้อแล้วแกหลบหน้าเขานั่นแหละ รู้สึกหมดหวังแทนซอลเลยเหมือนกัน”
“ขนาดนั้นเลยเหรอ” ฉันทวนถาม
“อื้อ แบบดูยังไงซอลก็ไม่มีหวังเลย แต่พอตอนนี้แกกับเขา ไปกันได้ด้วยดี พวกฉันก็ดีใจกับแกมาก”
“อื้อ ขอบใจนะ” รู้สึกแบบนั้นจริง ๆ ถึงได้เอ่ยขอบคุณเพื่อนไป รอยยิ้มดีใจของเพื่อนยิ่งทำให้ฉันยิ้มกว้างมากกว่าเดิม ไม่นานซอลก็เดินกลับเข้ามาพร้อมกับเพลิง ฉันจะไม่ตกใจเลยถ้าด้านหลังเพลิงไม่มีคุณหมอเดินตามมาด้วย เขาดูเหมือนอยากจะคุยกับเพลิงมากแต่เป็นเพื่อนฉันเองที่ยังไม่ยอมคุย
“ขอนั่งด้วยได้ไหมครับ” คุณหมอทำใจอยู่นานกว่าจะเอ่ยขอ เพลิงไม่ยอมตอบกลายเป็นฉันกับเพื่อนที่เหลือบมองกันสลับไปมาอย่างขอความคิดเห็น ไม่รู้ว่าท่าทางเลิกลักของเรามันชัดเจนเกินไปหรือยังไง ซอลที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ถึงได้เป็นฝ่ายตอบคุณหมอแทน
“ขอโทษด้วยนะครับ พอดีว่าจะต้องคุยธุระที่เป็นส่วนตัว ขอโทษด้วยนะครับที่คงให้นั่งด้วยไม่ได้”
“ไม่เป็นไรครับผมเข้าใจ เพลิงพี่รอข้างนอกนะเสร็จแล้วกลับพร้อมกัน” เพลิงไม่ตอบแต่หยิบเครื่องดื่มขึ้นดื่มอย่างไม่สนใจคนที่ยืนอยู่ข้าง ๆ นี่เลย คุณหมอเดินห่างออกไปนั่งที่นอกร้าน พวกฉันถึงถอนหายใจเฮือกใหญ่อย่างพร้อมเพรียงกันเรียกเสียงหัวเราะจากซอลได้อย่างดี
“ขอบใจนะที่ตอบแทน”
“ครับ แต่เหมือนเขาอยากคุยมากเลยนะครับ”
“ครับ เดี๋ยวค่อยคุย” เพลิงตอบ
“สอบเสร็จเราต้องเตรียมตัวไปค่ายเลยใช่ไหม?” สรเป็นฝ่ายชวนคุย เราจึงเปลี่ยนหัวข้อในการสนทนาเป็นเรื่องค่ายอาสาที่กำลังจะเกิดขึ้นในไม่ช้า ฉันเองตั้งใจไว้ว่าวันนี้กลับบ้านคุยเรื่องเหล่านั้นเสร็จจะคุยเรื่องไปค่ายอาสาให้ทั้งพ่อแม่และพี่ ๆ ฟัง เพื่อที่ทุกคนจะได้ไม่เป็นห่วงมาก แต่ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าถ้าบอกไปแล้วจะห่วงน้อยลงหรือยิ่งห่วงกว่าเดิมก็ไม่รู้นะ
เกือบหนึ่งชั่วโมงฉันแยกกับเพื่อนที่ร้านกาแฟ ซอลรีบพากลับไปที่บ้านทันที เขาเก็บเสื้อผ้ามาด้วยพร้อมค้างคืนที่นั่น ต้องลุ้นกันแล้วล่ะว่าเขาจะได้ค้างอย่างที่ต้องการหรือเปล่า ระหว่างที่นั่งรถไปฉันก็กินขนมสลับกับดื่มน้ำอย่างสบายใจ ก่อนออกมาซอลสั่งเครื่องดื่มให้ใหม่อีกแก้วรวมถึงซื้อขนมติดมือออกมาด้วย ทำให้ไม่เหงาเวลาที่ต้องนั่งอยู่บนรถระหว่างติดไฟแดง ปากฉันนี่แหละไม่เหงาเคี้ยวขนมหนุบหนับทั้งยังป้อนซอลสลับกับป้อนตัวเองอีกด้วย
“ซอล”
“ครับ?”
“เริ่มสอบวันไหนนะ”
“พฤหัสหน้า ทำไมเหรอ?” ซอลหันกลับมามองด้วยความสงสัยที่จู่ ๆ ฉันก็เอ่ยถามเขาไปแบบนั้น
“เปล่า แค่คิดว่านายต้องกลับไปนอนที่ห้องตัวเอง...”
“อือ เราอยู่ห้องเรานั่นแหละ อีกอย่างวันนี้เราจะขอพ่อกับแม่เธอให้เธอมาอยู่กับเรา”
“ฮะ!?” เมื่อกี้ฉันฟังไม่ผิดใช่ไหมที่เขาพูดเมื่อกี้ จะบ้าไปแล้วเหรอ? จะไปขอแบบนั้นได้ยังไงกัน
“พอเกิดเรื่องแบบนั้นเราไม่กล้าให้เธออยู่คนเดียว”
“แต่ว่า...”
“แปบนะครับขอรับสายพี่ซีนก่อน” ยังไม่ทันจะได้คุยอะไรกับซอลเพิ่มเติมโทรศัพท์เขาก็มีสายเรียกเข้าทำให้ฉันต้องเงียบเสียงไปโดยปริยาย ระหว่างที่รถติดไฟแดงอยู่นั้นซอลก็ยื่นมือมาลูบผมฉันเบา ๆ พร้อมกับเอ่ยคุยกับปลายสายไปพราง
“ครับพี่”
(อยู่ไหน? ช่วงนี้ไม่กลับบ้านนะ) เสียงปลายสายคล้ายจะเอ่ยดุแต่น้ำเสียงยังนุ่มนวลคล้ายจะแกล้งแหย่เล่น ซอลหัวเราะลั่นอย่างอาย ๆ ที่ถูกจับทางได้ในประโยคถัดมา
(ติดแฟนแล้วลืมพี่)
“ช่วงนี้มีอะไรวุ่น ๆ น่ะครับเลยไม่ได้กลับ พ่อกับแม่ไปมัลดีฟไม่ใช่เหรอครับ”
(ใช่ ไปยังไม่กลับเลย เราน่าจะมีน้องกันอีกคน) ปลายสายหัวเราะอย่างพอใจ ที่ได้แซวคนเป็นพ่อและแม่ของพวกเขา แต่ว่านะ ครอบครัวพวกเขาน่ารักกันมาก ๆ เลยนะ เวลาอยู่ด้วยกันคืออบอุ่นมาก ๆ เลยล่ะ
“แซวไปนั่น วันอาทิตย์พี่อยู่ไหมครับ”
(อยู่ พี่หยุด ทำไมจะมาหาพี่เหรอ?)
“ครับเดี๋ยวเข้าไปหา”
(ดี พี่คิดถึงเนี่ยไม่ติดต่อมาเลย พาแฟนมาแนะนำบ้าง เดี๋ยวพี่จะชวนซีนมาด้วย)
“ได้ครับพี่ เจอกันนะครับ”
(ครับ เจอกัน อย่าลืมชวนแฟนมา ห้ามลืม// พ่อคะ ช่วยแม่ดูลูกหน่อยค่ะ //ครับแม่เดี๋ยวพ่อไป ซอลงั้นพี่วางละเจอกัน)
“เจอกันครับ บายครับพี่” ซอลวางสายและเอ่ยบอกฉันต่อทันที
“ได้ยินแล้วนะครับ วันอาทิตย์ไปด้วยกันนะ ปิดคลาสหมดแล้วนี่ วันจันทร์ค่อยกลับไปอ่านหนังสือด้วยกันนะครับ”
พูดมาถึงขนาดนี้ฉันจะทำยังไงได้ล่ะ!!
ตั้งแต่ยอมใจอ่อนนี่ ชอบนักนะพาไปนั่นมานี่ ไหนจะบอกคนอื่นว่าเป็นแฟนนั่นอีก เขาน่ะบอกคนอื่นไปหมดเลยว่าฉันเป็นแฟนเขา ถามว่าอายไหมที่เขาบอกเวลามีคนถามหรือมีคนเข้าหาเขา ฉันน่ะไม่อายแต่ว่า บางทีมันก็เขินที่ซอลดูคลั่งรักเกินไป เพื่อนฉันชอบบอกแบบนั้นแหละ บอกว่าซอลคลั่งรัก ทีแรกก็ไม่ค่อยเข้าใจแต่ตอนนี้เริ่มรู้สึกว่าเขาคงจะคลั่งรักจริง ๆ นั่นแหละ ห่างเป็นไม่ได้งอแงทุกห้านาทีสิบนาที
“คิดถึงจังเลย” ทันทีที่ถึงบ้านแม่ที่ยืนรออยู่รีบเข้ามากอดฉันทันที ฉันเองก็กอดท่านกลับด้วยความคิดถึงเช่นเดียวกัน เรากอดกันอยู่ข้างรถนี่แหละ ด้านหลังแม่มีพ่อที่กำลังยืนมองเรายิ้ม ๆ ส่วนพี่ชายทั้งสองหายไปไหนแล้วไม่รู้
“คิดถึงแม่เหมือนกันค่ะ”
“หนูผอมลงไหมเนี่ย ไม่ได้นะลูกหมูของแม่น้ำหนักลดไม่ได้นะ” แม่ผละออกห่างพร้อมกับมองสำรวจฉันทั่วร่าง
“ไม่ได้ผอมลงเลยค่ะ อ้อ แม่คะ นี่ซอลค่ะ” ซอลเดินมาหยุดอยู่ไม่ไกลจากฉันด้วยท่าทีสุภาพ ฉันจึงรีบเอ่ยแนะนำเขากับแม่ทันที
“ซอลนี่แม่เรา แม่มุก แล้วก็นั่นพ่อเราเองพ่อเมธ”
“สวัสดีครับแม่ สวัสดีครับพ่อ ผมซอลครับ” ซอลยกมือไหว้ทักอย่างพ่อและแม่ฉันอย่างนอบน้อม แม่ยิ้มให้ซอลก่อนจะชวนเราทั้งสองให้เดินเข้าบ้าน
“ค้างด้วยกันก่อนไหมลูก พรุ่งนี้พ่อว่าจะพาไปทำบุญ ไปด้วยกันไหม?” พ่อชวนซอลคุย ทั้งคู่เดินตามหลังฉันและแม่ แม่พาไปที่ห้องนั่งเล่นฉันจึงได้โอกาสถามไถ่แม่บ้าง เพราะแม่เดินทางไปดูดวงให้ลูกค้าที่ต่างประเทศในช่วงที่ฉันเข้ามหาลัยทำให้ไม่ได้เจอกันแต่เราก็ยังติดต่อกันอยู่ตลอด ถึงจะอย่างนั้นก็เถอะมันไม่จุใจฉันเลยสักนิด เพราะฉันอยากกอดแม่มากกว่าการโทรคุย
“แม่ซื้อของมาให้ลูกหมูแม่ด้วยนะ”
“ขอบคุณค่ะแม่ แม่คะ คือว่าหลังสอบไฟนอลเสร็จหนูมีค่ายอาสากับทางคณะนะคะ”
“คะ? ลูกหมูแม่จะไปค่าย”
“ใช่ค่ะ หนูอยากไปจริง ๆ นะคะ เพื่อนก็ไป นะคะแม่หนูขอไปนะ” ฉันเริ่มอ้อนแม่ เอียงศีรษะไปซบตักท่านอ้อน ๆ แม่ยกมือลูบที่ผมฉันอย่างนุ่มนวล
“หนูสัญญาจะดูแลตัวเองดี ๆ จะไม่เจ็บตัวกลับมา นะคะแม่”
“เฮ้อ แม่จะห้ามยังไงได้ล่ะก็หนูอยากไปนี่”
“ขอบคุณค่ะแม่!” ฉันลุกนั่งหอมแก้มแม่สลับข้างไปมาอย่างดีใจ เรียกเสียงหัวเราะจากแม่ได้อย่างดี ฉันนั่งกอดแม่อยู่นาน คิดถึงแม่มากที่สุดเลย อยากนอนกอดทั้งคืนเลย
“สองหนุ่มคะ จะยืนคุยอะไรตรงนั้น คุณนี่ยังไงพาลูกมานั่งสิ” แม่ดุพ่อไม่จริงจังมากเมื่อเห็นพ่อยืนคุยกับซอลที่หน้าห้องรับแขกไม่ยอมพาเดินเข้ามานั่งดี ๆ
“คุณก็ ผมแค่ชวนลูกคุยอะไรเรื่อยเปื่อยนั่นแหละ มาซอล มานั่งลูก เดี๋ยวโดนคุณนายเขาดุอีก” พ่อชวนซอล ท่าทีของพ่อกับซอลเหมือนจะคุยกันถูกคออยู่ไม่น้อย แต่ก็ดีแล้วที่ซอลเข้ากับพ่อและแม่ฉันได้ ไม่อย่างนั้นนะฉันเองก็นึกไม่ออกเลยถ้าพ่อหรือแม่ไม่ชอบซอลเรื่องระหว่างเราจะเป็นยังไง แค่พี่มีตังค์ตั้งแง่กับซอลเพราะเรื่องที่ทำให้ฉันเสียใจก็ปวดหัวแล้วล่ะ ที่จริงครั้งนั้นฉันก็ผิดเองแหละที่ไปชอบเขาเอง เขาไม่ได้ผิดอะไรเลยด้วยซ้ำ
“พี่มีเงินกับพี่มีตังค์ไปไหนคะพ่อ” เรานั่งคุยกันได้สักพักใหญ่ก็ยังไม่เห็นวี่แววของพี่ชายทั้งสองที่ปากบอกว่าหยุดแต่ไม่ยักจะเจอตอนมาถึง
“พ่อใช้ไปซื้อของให้น่ะ เดี๋ยวคงกลับมา”
“ก็ว่าอยู่หนูไม่เจอเลย”
“เดี๋ยวพี่เขาก็กลับมาน่า” พ่อมองฉันขำก่อนจะหันไปบอกประโยคที่ทำให้ฉันร้อนที่ใบหน้าวูบวาบ
“วันนี้พักที่ห้องรับแขกนะลูก พ่อยังทำใจไม่ได้จริง ๆ ถ้าจะให้เรานอนห้องเดียวกับลูกสาวพ่อ”
“ครับพ่อ” ฮื่อ!! ถ้าพ่อรู้ว่าก่อนหน้านี้ฉันนอนห้องเดียวกับเขา ฉันจะโดนพ่อตีไหมเนี่ย ตอนนี้ได้แต่ภาวะนาในใจไม่ให้พี่ชายทั้งสองของฉันหลุดปากพูดอะไรออกไป ไม่อย่างนั้นนะ ไม่อยากจะคิดเลย พ่อฉันน่ะใจดีมาก ๆ เลยแต่อย่าให้ดุเชียวล่ะ
“พี่เงินบอกว่าจะซื้อก๋วยเตี๋ยวไก่มาให้เราด้วยนะ” แม่ที่เดินออกไปที่ห้องครัวเมื่อไม่กี่นาทีก่อนเดินกลับเข้ามาพร้อมกับเอ่ยบอกฉันที่ยังคงปักหลักนั่งเล่นที่ห้องนั่งเล่น พ่อเดินออกไปรดน้ำต้นไม้ดูต้นไม้ที่ปลูกแล้ว ส่วนฉันและซอลนั่งเล่นกันที่ห้องรับแขก
“ค่ะแม่ แม่คะห้องซอลเสร็จหรือยังคะ ป้าแม่บ้านทำเสร็จหรือยัง”
“เสร็จแล้วลูก พาซอลไปพักเถอะ ใกล้ถึงเวลาทานข้าวแม่จะให้คนไปเรียกนะ”
“ขอบคุณค่ะแม่ ซอลขึ้นไปพักกัน” ซอลเงยหน้าขึ้นมองก่อนจะพยักหน้ารับรู้
“เดี๋ยวเราไปเอากระเป๋าก่อน” ซอลเดินเข้ามาใกล้ก่อนจะส่งโทรศัพท์ของเขามาให้ฉัน พร้อมกับบอกว่าตอบข้อความจากเพื่อนเขาให้หน่อย จากนั้นเจ้าตัวก็เดินออกไปเลย
“เฮ้อ ลูกสาวแม่มีแฟนแล้วแบบนี้แม่เองก็อดที่จะหวงไม่ได้”
“แม่คะ แม่โกรธหนูหรือเปล่า” ฉันเข้าไปกอดแม่หลวม ๆ พร้อมกับเอ่ยถามสิ่งที่กลัวอยู่ในใจ
“โกรธอะไรกัน แม่ดีใจที่มีคนจะเข้ามาดูแลลูกสาวแม่ แต่ว่า...”
“คะ?”
“อะไรที่ยังไม่ถึงเวลา อย่าเพิ่งรีบนะลูก ยังไงลูกเขยแม่ก็คนนี้หนูไม่ต้องรีบ” แม่เอ่ยทิ้งท้ายอย่างเป็นปริศนา แม้จะไม่เข้าใจมากเท่าไหร่แต่ก็ตกปากรับคำ
“เอาละ พาซอลขึ้นไปพักได้แล้วลูก”
“ค่ะแม่” ว่าจบแม่ก็เดินกลับเข้าห้องครัว สักพักซอลก็เดินเข้ามาพร้อมกับกระเป๋าที่ในนั้นมีทั้งเสื้อผ้าฉันและเสื้อผ้าของซอล
“พวกนั้นว่าไงบ้าง?” ระหว่างที่เดินขึ้นบันไดซอลก็เอ่ยถาม แต่ว่าฉันน่ะยังไม่ได้ดูเลย โทรศัพท์ที่เขาส่งมาให้ก่อนหน้านี้
“แฮ่ ยังไม่ได้ดูเลย”
“ดูให้หน่อยครับ พรุ่งนี้พ่อชวนไปทำบุญด้วย ขอไปด้วยนะครับ” ซอลเอ่ยอ้อน เมื่อเราเข้ามาในห้องพักแล้วเรียบร้อย แม่ให้ป้าแม่บ้านขึ้นมาทำความสะอาดให้แล้ว ห้องเขาอยู่ตรงข้ามกับห้องฉันเลยล่ะ
“ไปได้ ไปด้วยกันนะ”
“ขอบคุณครับ” ซอลเก็บเสื้อผ้าจากจากกระเป๋าเสร็จ เขาเข้ามาจุ๊บที่หน้าผากเบา ๆ จากนั้นก็เดินไปทิ้งตัวนอนบนเตียง
“ขอนอนพักหน่อยนะครับ”
“ได้ค่ะ”
ฉันใช้เวลาอยู่ที่บ้านอย่างมีความสุข ซอลเองก็ได้ทำความรู้จักกับที่บ้านฉันมากยิ่งขึ้น ทั้งพ่อ แม่ พี่มีเงิน และพี่มีตังค์ หลังเราทานมื้อเย็นเสร็จหนุ่ม ๆ ของบ้านทั้งสามคนชวนซอลไปคุยด้วยปล่อยให้ฉันนั่งเหงา ๆ กับแม่ที่ห้องรับแขก เกือบสามทุ่มก็ยังไม่แยกจากกันฉันจึงบอกลาแม่เพื่อไปนอนพัก ไม่ลืมส่งข้อความบอกซอลด้วยว่าฉันกลับเข้าห้องนอนไปพักก่อน แต่ไม่รู้ทำไมพอตกดึกคนที่ควรนอนอยู่ห้องตรงข้ามกลับปีนขึ้นเตียงฉันแบบนี้
“ซอล...”
“อือ ขอนอนด้วยนะ”
“แต่...”
“นะครับ ขอนอนด้วยนะ”
“เฮ้อ ก็ได้ ๆ นอนพักได้แล้ว ฝันดีนะ”
“ฝันดีครับ”
=====
จัดไป 5 หน้า A4 จุกๆเลยค่ะ สะตงสะต็อกคืออะไร เราไม่มีไว้ค่ะ ปั่นสดอัพสด นี่คือสไตล์ของเรา อิอิ
เนื้อเรื่องอาจจะยืดเยื้อไปบ้างต้องขออภัยด้วยนะคะ พาออกทะเลบ้างเดี๋ยวจบเร็ว