ยามเช้ามาเยือนพร้อมกับข่าวการถือกำเนิดของสุดยอดกิลด์แสนร้ายกาจนำโดยอาชญากรผู้เล่นต่างพูดกันแซ่ถึงการถือกำเนิดของกิลด์Destroyer กันไปต่างๆน่าๆบ่างก็พูดให้ร้ายบ่างก็โจมตีว่าจะไปรอดสักกี่น้ำ บ่างก็บอกว่าอาจจะเป็นกิลด์ที่รวมตัวของอาชญากรทั่วโลก
และยามนี้ทำให้คนทั่วโลกผู้เล่นอิสระต่างแห่แหนกันมาเมืองมนตราเพื่อจะเดินทางไปยังเมืองวังวลอัสนีเพื่อจะสมัครเข้ากิลด์Destroyer
พร้อมกับเหล่าผู้ที่อยู่ในเงามืดของโลกที่คอยเคลื่อนไหวอย่างลับๆต่างพาพร้อมใจกันเคลื่อนไหวบ่างมุ่งร้ายหวังทำลาย
รวมถึงมีข่าวว่าเหล่าอาชญากรทั่วโลกกำลังเคลื่อนไหวและมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น
ยามแสงอาทิตย์ค่อยๆสาดไล่เมืองมนตราเพื่อปลุกทุกชีวิต
ศิลาได้ออกจากโรงแรมพร้อมกับสั่งเพิร์จเสร็จสิ้นทุกอย่างพร้อมฝากจัดการเรื่องการสร้างเมือง
ทำให้พวกเพิร์จต้องกลับไปยังเมืองวังวลอัสนีอีกครั้งพร้อมกับคนของระบบทางธนาคารเพื่อทำการก่อสร้างเมืองขึ้นมาใหม่ดังนั้นพวกเขาจึงอาสาที่จะพิชิตวิหารที่เมืองอัสนีไปด้วยเลยเพื่อเป็นการค่าเวลา
โดยที่พวกเขาไม่รู้เลยว่าในวิหารอัสนีนั้นตอนนี้กำลังมีสองบุรุษกำลังทำการพิชิตเคลียร์ดันเจี้ยนอยู่
ศิลาจัดการทำธุระโดยการไปยังธนาคารเพื่อนำเงินที่ได้จากการประมูลไอเท็มทันทีซึ่งมันถูกประมูลออกหมดในพริบตาทำให้เขาได้เงินมามากถึง79,000,000เหรียญทอง
จากนั้นศิลาก็จัดแจงไล่ซื้อน้ำยาฟื้นฟูพลังชีวิตมาถึง60,000ขวดน้ำยาฟื้นฟูมานาอีก90,000ขวด น้ำยาคืนปราณอีก30,000ขวด รวมถึงน้ำยาคืนจิตอีก30,000ขวด
และเตรียมสะเบียงไว้สำหรับอีกสี่ชีวิตไว้แน่นไอเท็มบล็อกก่อนที่เขาจะค่อยๆเดินมุ่งหน้าไปยังประตูเมืองทิศเหนือพร้อมกับกางแผนที่อันใหม่ที่ได้มาจากน้ำแข็งขึ้นมาดูทันที
พบว่าทิศตะวันออก ไล่จากเมืองมนตราขึ้นไปจะเป็นเมืองวังวลอัสนีและเหนือขึ้นไปคือเมืองเหลียงตันและเมืองแกรนด์วาส
ทิศตะวันตก คือเมืองแกรนด์แวสและเมืองลับแล
ทิศเหนือ คือวังบาดาลที่อยู่ติดชายทะเลซึ่งก่อนจะไปถึงเมืองบาดาลนั้นจะต้องผ่านเมืองสยบฟ้าซึ่งเป็นเมืองของผู้เล่นที่ปกครองโดยผู้เล่นที่ชื่อโรมิโอ
ส่วนเมืองทิศใต้ นั้นถูกเรียกว่าพื้นที่กลียุคซึ่งยังไม่มีผู้ใดเข้าไปถึงหรือทางระบบยังไม่เปิด
เป้าหมายของศิลาคือเมืองบาดาลดังนั้นเขาจึงมุ่งหน้าลงสู่ทิศตะวันตก
ศิลาเก็บแผนที่ทันทีพร้อมกับค่อยๆเดินออกจากเมืองรัดเราะไปยังทิศเหนืออีกครั้งพร้อมกับแสงแดดที่ค่อยๆแรงกล้าผู้คนมากมายต่างพากันออกมาจากเมืองมนตราอย่างวุ่นวาย
“พี่ศิ!..ขาาาาา”
เมื่อศิลาก้าวเท้าพ้นประตูเมืองเสียงหวานใส่ดังขึ้นทันทีพร้อมหญิงสาวที่กำลังถือไอศครีมแบบหักแท่งสองไม้เธอกำลังละเลียดไอศครีมอย่างเอร็ดอร่อย
ศิลาถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่เพราะเมื่อคืนฟ้าครามได้ถึงกำหนดออฟไลน์
และเพราะเหตุใดเขาก็ไม่ทราบเมื่อเจ้าหล่อนออฟไลน์ภูติความมืดปัญญาประดิษฐ์ที่ควรจะมาควบคุมร่างอวตารกลับไม่มีสะอย่างนั้น
ก่อนที่เจ้าหล่อนจะหักไอติมอีกครึ่งแท่งยืนมาให้เขาจึงทำให้ศิลาต้องยอมจำนนรับมาถือไว้แต่โดยดีเพราะเจ้าหล่อนดันยื่นจะทิ่มหน้าเขาอยู่ลอมล่อ พร้อมสายตาค้อนควับๆ
ทำให้ศิลาทราบได้ทันทีว่าหากเขาไม่รับมาถือไว้มีหวังแม่เจ้าอารวาทเป็นแน่แท้
“คิดถึงเข้าอะเด่!..^_^”
ฟ้าครามเอ่ยขึ้นพร้อมกับเอียงคอมาที่ไหลขวาของชายหนุ่มในขณะที่ทั้งสองกำลังเดินมุ่งหน้าสู่ทิศเหนือ
ซึ่งศิลาเองก็ไม่ได้ตอบอะไรเพียงแต่เขาแค่รู้สึกว่ายามนี้ตัวเขาช่างอบอุ่นที่หัวใจแบบแปลกๆพร้อมกับมีความรู้สึกว่าทางข้างหน้าไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นเขาในตอนนี้สามารถก้าวผ่านมันไปได้
เจ้าหล่อนหัวเราะคิกคักเมื่อเห็นใบหน้าของศิลาที่กำลังตั้งใจในการกินไอติม
“หวานไหมค่ะ?
ฟ้าครามเอ่ยถามต่อจนศิลาต้องปรายตามามอง
“หวานสิรสสตอเบอรี่นี่นา”
ศิลาตอบพร้อมเบนหน้าหลบอาการหน้าแดงพร้อมกำลังสงบจิตสงบใจไม่ให้กระเจิงไปเพราะเจ้าหล่อนตัวแสบ
กลายเป็นภาพชายหนุ่มหญิงสาวเดินคู่กันไปยียอกันตลอดทาง
ฟ้าครามได้แนะนำให้เขาเดินทางแบบเดินเท้าจะดีที่สุดแต่เหตุผลนั้นซึ่งเธอบอกไม่ได้ซึ่งเธอได้ย้ำกัมชับกับศิลาอย่างจริงจังบวกกับศิลาที่เคยเจอและพูดคุยกับจิตวิญญาณเจ้าที่ในป่ามรณะมาแล้ว
ทำให้เขาสามารถพอจะเดาได้ว่าตามเส้นทางหรือทั่วโลกDemonlord
นั้นอาจจะมีตัวละครที่คอยมอบภารกิจพิเศษให้กับผู้เล่นส่วนจะโผล่ออกมาตอนไหนเวลาไหนนั้นไม่มีใครทราบได้เพราะตัวละครเหล่านั้นก็มีวิถีการดำเนินชีวิตของตัวเองคล้ายกับผู้เล่น
ใช้เวลาไม่นานเขาก็เดินผ่านเข้ามายังป่าไม้รก ต้นไม่สูงใหญ่หลากสีสลับไปมาแต่ครั้งนี้ภายในป่ากลับเต็มไปด้วยผู้เล่นมากมายที่กำลังไล่กำจัดสัตว์อสูร
ศิลาจึงตัดสิ้นใจใช้เส้นทางเลียดชายแดนเมืองมนตราไปเลือยๆตลอดในการเดินทาง
ผ่านไปราวๆสี่ชั่วโมงเขาก็มาถึงยังป่าอับชื้นพื้นดินเปียกแฉะสภาพอากาศโดยรอบเย็นขึ้นอย่างสังเกตุได้
สายเถาวัลย์รัดพันต้นไม้ใหญ่จนกลายเป็นภาพป่าไม้ถึบแทบจะอับแสงตามพื้นเต็มไปด้วยต้นหญ้าสนหลากสี
เหลาวานรต่างพากันโลดโผลนไปมาการเดินทางของศิลานั้นไม่เคยราบรื่นเลยสักครั้งไม่เจอตัวอะไรก็ต้องมีอะไรสักอย่างทันใดนั้นเรื่องที่ศิลาคิดก็พลันเกิดขึ้นเสียงร้องของหญิงสาวดังขึ้น
“ช่วยด้วยยยยย!
ทันได้นั้นพุ่มไม้ใหญ่เบื้องหน้าของศิลาพลันปรากฎหญิงสาวชุดเกราะหนังสีส้มสดพุ่งพรวดออกมาอย่างตื่นตระหนก
พร้อมกับด้านหลังปรากฎหมาจิ้งจอกทั่วตัวปกคลุมด้วยออร่าสีแดงอมดำดวงตาแดงฉานขนสีน้ำตาลเหลืองมีหางสองห่างพร้อมกรงเล็บแหลมคม
ขนาดตัวมหึมาไล่กวดหญิงสาวโฉมงามมาอย่างกระชั้นชิดชนิดที่เรียกว่ากระโดดที่เดียวขย้ำคอหญิงสาวขาดได้ในพริบตา
ไวกว่าที่คิดศิลาพลันพุ่งปราดใช้ท่าร่างก้าววรุณเข้าสะกัดหน้าเจ้าจิ้งจอกสองห่างไว้อย่างทันท่วงทีมันชะงักไปวูบหนึ่งก่อนจะอ้าปากยิงกระสุนพลังเวทมนต์สีดำใส่ศิลา
“ปีศาจจิ้งจอกสองหางสัตว์อสูรระดับจักรพรรดิปรากฎตัวระดับ170”
เสียงจากระบบดังขึ้นแจ้งเตือนทันที
ศิลาไม่ได้ใส่ใจเขาเตรียมพร้อมรับมืออยู่แล้วร่ำไห้และโหยหาหมุนควงฟันลูกบอลพลังเวทมนต์สีดำปัดป้องการโจมตีจนลูกบอลที่มันยิงออกมากระเด็นไปด้านซ้ายก่อนจะเกิดเสียงระเบิดดังสนั่นจนพื้นดินสั่นสะเทือน
ป่าไม้ในรัศมีหกสิบเมตรบริเวณที่ลูกบอลพลังเวทมนต์ระเบิดราบเป็นหน้ากองพร้อมกับเปลวเพลิงโหมกระหน่ำกลายเป็นทะเลเพลิงอย่างช่วยไม่ได้
ตามมาด้วยผู้เล่นที่โชคร้ายตกตายไปตามๆกันส่งเสียงโหยหวนอย่างคุ่นแค้นใจว่าไอ้หน้าไหนมันเอาระเบิดโยนมาทางนี้พวกตรูผิดอะไรถึงต้องมาแดกระเบิดตายเป็นภาพที่น่าสงสารยิ่ง
ในขณะเดียวกันเงาสีดำพุ่งพรวดออกทางด้านหลังของศิลาเป็นเส้นโค้งตรงเข้าโรมลันกับเจ้าจิ้งจอกอย่างดุเดือดฟ้าครามพยามยามชิงจังหวะรุกไล่คมดาบทั้งตวัดฟาดฟันไปมาผสมกับท่วงท่าปราดเปียวก่อกำเนิดเป็นท่าร่างแสนพิศดารทุกรังสีดาบล้วนเฉียบคมแฝงสำนึกฆ่าฟันอย่างเต็มเปี่ยม
เคร้ง...เคร้งงงงงๆๆๆๆๆๆๆ
เสียงคมดาบปะทะกรงเล็บดังถี่ยิบท่ามกลางเปลวเพลิงจากการที่สระเกล็ดไฟจากการปะทะสาดกระจายไปโดนพุ่มไม้จนติดไฟ
ทว่าเจ้าจิ้งจอกเองก็เป็นถึงสัตว์อสูรระดับจักรพรรดิมันใช้กรงเล็บแหลมคมทั้งจากขาทั้งสองข้างเป็นโล่ตวัดฟาดฟันรับการโจมตีของฟ้าครามในทุกกระบวนดาบ
พร้อมกับสองหางด้านหลังที่ยาวถึงสองเมตรคอยพุ่งทิ่มแทงสวนกลับมาด้วยเช่นกันทำให้ฟ้าครามไม่สามารถช่วงชิงสภาวะบุกรุกได้หรือชิงเป็นฝ่ายได้เปียมเองก็ยังยากลำบาก
“ตัวนี้มันมีสองหางหมาจิ้งจอกสะด้วย?...เหมือนจะมีเคร้าร่างจะเจอตัวที่ใหญ่กว่านี้หรือตัวพ่อแม่เอาสะล่ะมั้งไอ้ศิ”
ศิลาจับตาดูอยู่ชั่วครู่เพราะนี่ถือเป็นโอกาศอันดีที่จะให้ฟ้าครามสามารถพัฒนาฝีมือของเธอแน่นอนว่าพลัง
เวทมนต์ของฟ้าครามสูงส่ง
แต่กระบวนดาบนั้นคือสิ่งที่ต้องผ่านการฝึกฝนผ่านการขัดเกลาผ่านประสบการต่อสู้จริงและยิ่งเป็นการสู้แบบหมายเอาชีวิตจะทำให้คนผู้นั้นยิ่งพัฒนา
แต่ภาพของฟ้าครามที่ร่างชุ่มโชกไปด้วยเลือดเมื่อครั้งที่เธอสู้กับ
เทพีแห่งปัฐพีได้แล่นปราดเข้ามาในหัวของศิลาในทันใด
เขานั้นไม่อยากจะเห็นหญิงสาวตรงหน้าเจ็บตัวเลยจริงๆ
ดังนั้นมันจึงทำให้เจ้าจิ้งจอกชะตาขาดเสียแล้วศิลาอาศัยจังหวะที่เจ้าจิ้งจองสองขาหน้าเป็นพัลวัลพะวงรับการโจมตีของฟ้าคราม
ศิลาชิงจู่โจมด้วยร่ำไห้คมดาบถูกแทงออกในลักษณะหมุนวนพร้อมกับแฝงสำนึกเคล็ดวิชาทวิภาวะอัดแน่นด้วยปราณและจิต
ฉ๊วะ.....ฉ๊วะ...ฉึก....ฉึก....แฟ๊กกก
คมดาบแฝงสำนึกจิตปราณแทงออกนับไม่ถ้วนด้วยความรวดเร็วถึงขีดสุดจนเห็นเป็นภาพคล้ายกับมือของศิลาหยุดนิ่งแต่ละคมดาบล้วนบรรลุถึงขีดสุด
ในทุกคมดาบที่แทงออกด้วยเคล็ดวิชาหมุนดาบก่อให้เกิดบาดแผลลึกกว้างกว่าใบดาบเพราะแรงหมุนทำให้ปากแผลเกิดเป็นโพลงกลมลึก
พริบตาเดียวคมดาบแทงออกนับร้อยครั้งทั่วร่างเจ้าจิ้งจอกพร้อมกับที่ร่างของมันเลือดชุ่มกายไหลหยดลงพื้น
เลือดสีแดงฉานโทรมกลายย้อมขนสีน้ำตาลเหลืองให้แดงฉาน
วินาทีนั้นมันพลันไม่ยอมแพ้ด้วยศักดิ์ศรีของสัตว์อสูรระดับจักรพรรดิมันหันมาทางศิลาก่อนจะยิงบอลพลังเวทมนต์สีดำลูกเท่าขนาดลูกฟุตบอล
บอลถูกยิงออกจากปากด้วยแรงฮึดเฮือกสุดท้าย
ก่อนที่จะกระโจนโถมตัวมาติดๆพุ่งเข้าหาศิลาสองข้าหน้ากางแผ่ในอากาศเขี้ยวยาวโค้งนัยน์ตาดุร้ายปนแค้นเคืองถึงขีดสุดหมายจะขยำศิลาให้จมเขี้ยว
ซึ่งมันคิดผิดศิลาปัดบอลพลังเวทย์ออกอย่างง่ายดายพร้อมกับร่างของฟ้าครามปรากฎขึ้นอย่างกระทันหันกลางอากาศ
ซวบ.....ฉ๊วะ
คมดาบในมือขวาเอกคาริเบอฟันเข้าที่คอของมันอย่างเฉียบคมส่งให้หัวของจิ้งจอกเคราะห์ร้ายขาดสะบั่นลอยเคว้งในอากาศพร้อมกับเลือดสีแดงพุ่งกระฉูดราวสายน้ำพุ
“พวกเจ้าจะเจอพ่อข้าเอาคืนนน”
มันพูดทิ้งท้ายพร้อมความคับแค้นใจถึงขีดสุดก่อนที่ร่างของมันจะสลายหายไปทิ้งไว้เพียงกองเหรียญทองกับชุดเกราะสีเหลืองน้ำตาลคล้ายสีกาแฟ
เกราะหนังมีหน้าจิ้งจอกประทับติดไว้อยู่ใจกลาง
หญิงสาวเคราะห์ร้ายเหม่อมองศิลาและฟ้าครามด้วยความประหลาดใจพร้อมกับดวงตากลมโตกระพริบถี่ๆ
ในมือถือคันธนูสีส้มมีอัญมณีสีส้มธาตุสายฟ้าติดที่ปรายคันธนูทั้งสองด้านรวดรายสีเขียวพัลรัดตัดไปทั่วคันศร
“ขอบคุณค่ะ....”
หญิงสาวเอ่ยขึ้นศิลาที่หันมารับคำขอบคุณตามมารยาทเห็นหน้าชัดๆหญิงสาวหน้าคมเข้มบาดลึกตากลมโตแต่คมดุจใบมีดผมสีดำสนิทปลิวไปตามสายลมสูงพอประมาณทั่วร่างสวมชุดเกราะสีส้ม
ทำเอาศิลาเหม่อมองจนลืมตัวก่อนจะมีมือน้อยๆแว๊งมาหยิกเขาเข้าที่เอวดังหมับเข้าอย่างจังถึงสองดอกเนื้อๆเน้นๆ
จนศิลาต้องบิดตัวงอหนีร้องซูดดดดออกมาอย่างช่วยไม่ได้พร้อมแววตาอาฆาตหมายโทษเขาไว้หนึ่งคดีเพื่อรอวันตัดสิน
สัญชาตญาณของศิลามันร้องเตือนว่าหญิงสาวผู้นี้มีอะไรแปลกๆหรือเธออาจจะเป็นตัวละครNonplayer หรืออาจจะแค่ผู้เล่นธรรมดาเพราะผู้เล่นธรรมดากับตัวละครNonplayer นั้นไม่มีอะไรที่แตกต่างกันสักนิดเดียว
แต่ถึงอย่างไรเขาก็อยากจะลองพิสูจน์ว่าเรื่องต่อจากนี้เขาจะพบเจอกับอะไรและจะมีส่วนที่เชื่อมโยงไปยังการพิชิตเกมของเขาด้วยหรือเปล่า