
เครดิตภาพจาก https://www.pexels.com
สาวผมแดงยอมรับว่ารู้สึกหงุดหงิดสุดๆเพราะอีกนิดเดียว เธอก็จะได้รับประทานอาหารจานโปรดที่หมายตา แต่สุดท้ายเ้าหล่อนก็ลงมติในใจ
“ฮึ่ม….ดีล่ะ เราดับกระหายด้วยวิธีนี้ดีกว่า หึ หึ หึ ”
…………………
นายตำรวจวัยกลางคนเดินเดียวดายอยู่กลางซอยเปลี่ยวหลังผับเพราะยามนี้เป็เวลาค่ำคืนที่ผู้คนหลับนอน สังเกตได้จากร้านรวงข้างทางที่ปิดบริการ
ทว่าผู้พิทักษ์สีกากีหาได้เกรงกลัว เพราะนอกจากมีกฎหมายเป็เครื่องมือยังพกบาเร็ตต้ากระบอกโตที่ซอกเอว อันเป็อาวุธที่สามารถเจาะรูบนหน้าอกของอริได้ง่ายๆถ้าเล็งได้แม่นพอ
แม้นายตำรวจนายนี้จะมีวัยประมาณสี่สิบเศษ แต่เขาก็มีร่างสูงสมส่วนเพราะออกกำลังกายอย่างต่อเนื่อง แถมใบหน้าก็แลคมสันอยู่ไม่น้อยทำให้เป็ที่ต้องตาต้องใจของแม่ค้าน้อยใหญ่ในย่านนี้ ทว่าเขากลับรู้สึกเสียดายเล็กน้อย
“เฮ้อ…..จะว่าไป ก็อิจฉาไอ้หนุ่มคนนั้นชะมัด เพราะนังฝรั่งนั่นก็น่าสอยอยู่ไม่หยอกถ้าได้ซักที จะเป็พระคุณ ”
ขณะที่นายตำรวจวัยกลางคนนึกเพ้อถึงนางในฝันสายตาก็เหลือบไปเห็นเงาตะคุ่มๆที่อยู่เบื้องหน้าทำให้อะดรีนาลีนหลั่งขึ้นมาทันควัน เพราะถูกสัญชาตญาณระวังภัยเข้าครอบงำ
“ เฮ้ย!ใครวะ โจรหรือผี ” นายตำรวจวัยกลางคนนึกระแวง เพราะที่ผ่านมาเขาก่อศัตรูไว้ไม่น้อย แถมยังเป็อีกคนที่แอบหวั่นอดีตมนุษย์จับจิตจับใจมือขวาจึงเลื่อนลงไปกุมบาเร็ตต้าที่ซอกเอว พร้อมปลุกปลอบตัวเอง
“เอาก็เอาวะ จะเป็โจร หรือเป็ผี ถ้าโดนไอ้นี่เป่าขมอง ก็ต้องม้วยมรณาอย่างแน่นอน”
ถึงนายตำรวจวัยกลางคนจะอุ่นใจในระดับหนึ่ง เพราะมีอาวุธติดกายแต่ก็ไม่วายตัวสั่น สองตาจ้องมองเงาประหลาด หวังสำรวจให้รู้ชัดแต่ความมืดโซนนั้นคอยอำพราง เลยเป็ปริศนาให้ขบคิดต่อไป
พอสายตาเริ่มคุ้นชินกับความมืด จึงพบว่าเงานั้นดูอรชรกว่าที่คิด คาดว่าเ้าของร่างน่าจะเป็อิสตรีที่สูงพอสมควรไม่นาน บุคคลปริศนาก็พยักหน้าให้ ก่อนจะเดินหายเข้าไปในตรอกแคบข้างทาง
จากสัญญาณทางกายที่ชัดเจนทำให้นายตำรวจวัยกลางคนรู้ชัดว่าอีกฝ่าย้าให้เดินตาม ในหัวสมองจึงเหลือช้อยส์ให้เลือกแค่สองทาง
“ จะทำไงดีวะระหว่างเดินตาม หรือหนีไป ”
จิตสำนึกของนายตำรวจเตือนตัวเองให้เลือกอย่างหลังเพราะเื่ราวดูท่าทางจะเกินมือของมนุษย์ธรรมดา แต่ด้วยศักดิ์ศรีของบั้งบนบ่าแถมยังมีปืน 9 มม. อยู่ในมือ เขาจึงเปลี่ยนไปเลือกข้อแรก
“จะกลัวไปทำไม เรามีกฎหมายอยู่ในมือ อีกอย่าง อาจได้ของดีมาแบบฟลุ๊คๆเพราะคนๆนี้น่าจะเป็สาย ที่แอบมาบอกข่าวสำคัญ ” นายตำรวจมองโลกในแง่ดีก่อนเดินตามบุคคลปริศนาเข้าไปในตรอกแคบ
นายตำรวจวัยกลางคนใช้เวลาไม่นาน ก็เดินตามบุคคลปริศนาจนถึงทางตัน ที่มีกำแพงปูนกีดขวางมือขวายังกุมด้ามปืนอยู่ตลอด เพราะไม่รู้ว่าจะเจอกับอะไร ไม่นานมนุษย์ประหลาดก็หันกลับมา ทำให้เห็นโฉมหน้าอย่างชัดเจนเพราะเขาอยู่ห่างเพียงห้าก้าว แถมยังมีแสงไฟจากตึกข้างๆสาดส่อง และคนๆนั้นก็คือ….
“ เฮ้ย!นั่นมันยัยฝรั่งผมแดงนี่…..” นายตำรวจเผลออุทานออกมา เพราะไม่ว่ามองมุมใดสาวสวยนางนี้ก็ไม่น่าจะมาปรากฏตัวตรงนี้ได้ ด้วยเขาเดินห่างจากจุดที่เธอเคยอยู่ ถึงกิโลเศษแต่เหมือนนวลอนงค์จะไม่สนใจ และร้องทักเสียงใส
“สวัสดีค่ะ คุณตำรวจ ”
“ เอ๊ะ!คุณพูดภาษาไทยได้ ” นายตำรวจใ ด้วยสาวนางนี้มีรูปโฉมเป็ชาวยุโรปตัวสูง ผิวขาวแต่กลับเจรจาได้ชัดถ้อยชัดคำ ราวกับเป็เ้าของภาษาเสียเอง กระนั้น เขาก็ยังไม่รู้ว่าอนงค์นางนี้มาเยือนทำไมจึงลองเอ่ยถาม
“แล้วคุณมาหาผมทำไม มีอะไรหรือเปล่าครับ คุณผู้หญิง ”
“ก็นิดหน่อยค่ะ คือดิชั้นอยากรู้ว่า…..” สาวสวยตอบกลับเสียงหวานพร้อมเยื้องย่างเข้ามาใกล้ กลิ่นกายหอมกรุ่นจึงวิ่งเข้าสู่นาสิกประสาท ทำให้นายตำรวจยอมปล่อยมือจากด้ามปืนเพราะรู้สึกเคลิบเคลิ้มเหลือประมาณ
“ทำไมเธอคนนี้ถึงสวยจัง แถมกลิ่นตัวก็หอมหวนจนชวนดม ”
เหมือนสาวยุโรปจะอ่านใจของนายตำรวจออก เธอจึงเอ่ยถามเสียงกระเส่าพร้อมส่งยิ้มที่แลเย้ายวน
“คุณตำรวจคิดว่าดิชั้นสวยเหรอคะ งั้นลองเข้ามามองใกล้ๆสิจะได้รู้ว่าดิชั้นสวยจริงหรือเปล่า ”
“อะ…เอ่อ…ก็ดีครับ จะได้พิสูจน์ว่าสวยจริงมั้ย ” สติของนายตำรวจหนุ่มเริ่มหลุดลอยดวงตาจับจ้องรูปโฉมที่ทรงเสน่ห์ของอีกฝ่าย แต่ในจังหวะที่สาวยุโรปจะเข้าถึงกายเขาก็พลันรู้สึกตัว
“ เอ๊ะ!ใช่แล้ว เมื่อกี้คุณบอกว่าอยากรู้เื่อะไร กรุณาตอบที เผื่อผมจะช่วยคุณได้ ”
สาวสวยดูขัดเคืองเล็กน้อย คล้ายผิดหวังกับบางสิ่ง แต่ไม่นานก็แปรเปลี่ยนเป็ยิ้มพราย พร้อมแจ้งเจตจำนงที่้า
“ดิชั้นอยากรู้ว่า…..”
การที่สาวสวยทิ้งให้ค้างแบบนี้ ทำให้นายตำรวจฉงนถึงขีดสุดจึงเป็ฝ่ายขยับเข้ามาซะเอง หวังจะรับฟังให้เต็มสองหู แต่พออยู่ห่างในระยะเอื้อมมืออนงค์แห่งแดนกาขาวก็กระซิบเสียงใส
“ดิชั้นอยากรู้ว่าคุณตำรวจอยากจะขึ้น์มั้ย ” สาวสวยเผยเจตนาแบบหมดเปลือกพร้อมส่งตาหวานฉ่ำ ประมาณว่าอยากกลืนกินตำรวจนายนี้เข้าไปทั้งตัวทำเอาฝ่ายบุรุษไทยผู้โชคดี (มั้งนะ) ถึงกับครวญเสียงดัง
“อู้ว…..”
นายตำรวจวัยกลางคนยอมรับว่าบุญหล่นทับสุดๆประมาณว่าถูกหวยรางวัลที่หนึ่งซักสิบงวดติด เพราะถึงเขาจะเนื้อหอมพอตัวแต่ไม่คิดว่าตนจะเป็ที่สนใจของสาวสวยนางนี้
“โอ้ว…มันอะไรกันนี่กูกำลังมีวาสนาได้สยึมกึ้ยกับสาวที่สวยระดับนางเอกฮอลลีวู้ดเลยหรือวะ ”
เมื่อคิดได้ดังนั้น นายตำรวจหนุ่มจึงโต้กลับด้วยการโผนเข้าไปประกบปากจูบอย่างตะกละตะกลาม สองมือลูบคลำไปทั่วกายบางที่ขาวผ่องแถมยังดันเ้าหล่อนติดกำแพง ท่วงท่าดูไม่ต่างจากคนที่มาเจอบ่อน้ำยามหลงทางในทะเลทรายนับสิบวัน
“ อื้อ…” สาวผมแดงดิ้นเร่าๆ สองมือลูบคลำไปทั่วกายสูงสมส่วนของนายตำรวจ
แน่นอนว่าผู้พิทักษ์จอมเก๋า ย่อมไม่ยอมสิ้นลายง่ายๆด้วยเขาก็จัดเป็หนึ่งในนักล่าหญิงกลางสยาม จึงรีบเข้าประชิดกายบางทำเอาสาวยุโรปสะดุ้งจนตัวโยน
“ อึก……”
คู่รักชั่วคราวสบตากันแบบไม่มีเขินอาย ภายในใจคุกรุ่นไปด้วยไฟตัณหา ด้วยแต่ละฝ่ายก็ดูเร้าใจไม่ใช่เล่น
“อืม…จะว่าไป แม้คุณตำรวจจะอายุมากไปหน่อย แต่ก็ดูดี น่ารับประทานเลยทีเดียว ”สาวสวยเอ่ยชม ด้วยสำเนียงไทยภาคกลางที่ชัดเจนอย่างเหลือเชื่อ แต่นาทีนี้นายตำรวจไม่คิดแปลกใจ เพราะมีเื่สำคัญที่ต้องจัดการ นั่นก็คือ…..ลวนลามนงคราญนางนี้
“อื้อ….อืม….อย่ารุนแรงนักสิคะ หนวดเคราของคุณตำรวจทิ่มเนื้อตัวของดิชั้นจั๊กจี้เหลือเกิน ” สาวผมแดงร้องห้าม แต่กิริยาที่แสดงออกมา กลับย้อนแย้งเหลือประมาณเพราะใบหน้าแลเคลิ้มฝัน แถมยังแอ่นกายให้อีกฝ่ายดอมดมอันดูไม่ผิดไปจากแม่นางยั่วเมือง
นายตำรวจไม่สนทุกสิ่งอย่าง เพราะเนินเนื้อที่กำลังซุกไซ้ทั้งเต่งตึงและขาวผ่อง ขณะที่คู่สวาทนัวเนียกลางตรอกแคบสาวผมแดงก็แอบชำเลืองนายตำรวจวัยกลางคน ดวงตาฉายแววดูแคลนประมาณว่ามองสวะไร้ค่าตัวหนึ่ง ไม่นาน เธอก็ใช้สองแขนบางโอบรอบลำตัว แล้วเหวี่ยงลงอย่างฉับพลัน
“ เหวอ……” นายตำรวจวัยกลางคนถึงกับร้องเสียงหลงเพราะถูกกระชากจนลงมานอนหงายกลางตรอกแคบ และสิ่งต่อมาที่เขาขบคิดก็คือ…..ทำไมเธอคนนี้ถึงได้แรงดีนัก เห็นตัวบางๆแค่นี้แต่กลับเหวี่ยงชายร่างสูงใหญ่อย่างเราจนปลิว น่ากลัวจะเป็พวกสปอร์ตเกิร์ลล่ะมั้ง
แต่ไม่ทันได้คำตอบ สาวเ้าก็ขึ้นคร่อมที่หัวเข่าพร้อมยื่นสองมือมาปลดเข็มขัด
“ รีบถอดมันออกเถอะ ดิชั้นจวนจะทนไม่ไหวอยู่แล้ว ”
สามารถติดตามงานเขียน ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจJalando นักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ
https://www.facebook.com/jalando.darksidewriter.version2
