เมื่อท้องฟ้าเกิดการแปรปรวน อย่างหนักจนน่าหวาดกลัว ฝนพิรุณที่ตกลงมาโปรยปราย อาบย้อมเส้นผมสีขาวอี้เฉิน ให้กลายเป็นสีแดงฉาน พร้อมกับสายฟ้าที่แลบแปลบปลาบออกไปทั่ว ปานกับฟ้าจะถล่มปฐพีจะพลิกกลับด้าน ยิ่งขลับให้อี้เฉิน ราวกับเทพสงครามผู้โหดเหี้ยม เหยียบย่ำมหาสงคราม แต่งแต้มทั่วแดนอาณาให้เป็นสีแดงฉาน
อี้เฉินที่เงยหน้าขึ้นไปมองท้องฟ้าสูง แม้แต่หมู่ชนคนอื่นๆ ยังรับรู้ว่า บัดนี้มีสายตาของใครบางคน จับจ้องสายตามาที่พวกเขา ก่อนที่หมู่เมฆครึ้ม จะแตกกระจัดกระจายออกไปทั่ว เผยให้เห็นท้องฟ้าสูงบัดนี้ เต็มไปด้วยดวงตา ของผู้ยิ่งใหญ่กลอกกลิ้งไปมาทั่วผืนฟ้า จากขนาดดวงตาที่ใหญ่โต ฉายทอดยาวลงมามอง อี้เฉินเป็นสายตาเดียว ด้วยความไม่อยากเชื่อว่า อี้เฉินจะยังมีชีวิตอยู่
โดยเฉพาะจักรพรรดิ จ้าววังมังกร เขาถึงกับแค่นเสียงสบถด่าออกมาก้อง ส่งให้ทั่วแดนอาณา เขตปกครองของเขา เกิดความวุ่นวายขึ้นมาในฉับพลัน ครั้นรับรู้ถึงโทสะของผู้ยิ่งใหญ่ เกรงว่าผู้ที่ยินดีเห็นอี้เฉินยังมีชีวิตอยู่ คงจะมีเพียงฮูหยิน อวิ๋นฉินอิน กับ องค์หญิงอี้ฟางหรงเท่านั้น ที่มองผ่านภาพฉาย ของจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่
“เราจะลงไปฆ่าสังหารอี้เฉินอีกคราหรือไม่?” จักรพรรดิจ้าววังมังกรส่งปราณจิต ออกไปไต่ถาม จักรพรรดิเทพมาร ฟู่เฉิงอย่างฉับไว
จักรพรรดิเทพมาร ฟู่เฉิง เขากล่าวตอบออกมาทันที แม้ภายในใจเขา อยากจะฆ่าสังหารอี้เฉิน ช่วงชิงวิชาสังสารวัฏมากเท่าใดก็ตาม “ตอนนี้ยังไม่เหมาะให้พวกเรา ฆ่าสังหารจักรพรรดิ ผู้ปกครองดินแดนเทพ อย่างไรก็ต้องใช้ประโยชน์จากอี้เฉิน ยื้อสงครามของคนทวีปมืดออกไปก่อน”
ด้านของอี้เฉินเขาเองก็รับรู้ได้เป็นอย่างดี บัดนี้เขาก็เหมือนหงส์มังกร ที่ติดอยู่ภายในกรงขังขนาดใหญ่ ที่มีชื่อว่าดินแดนเทพ ไม่อาจต่อต้านจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ได้ มีเพียงแต่ต้องขึ้นไปยืนเทียบชั้น กับเหล่าจักรพรรดิให้ได้เท่านั้น แต่หนทางนั้นค่อนข้างจะสิ้นหวัง จากเวลาที่อี้เฉินมีไม่มาก
แม้แต่หมู่ชนพวกเขาบัดนี้ ยังขาสั่นเทิ้มออกมาไม่หยุด รอบด้านเต็มไปด้วยความเงียบเชียบ อย่างไม่เคยเป็นมาก่อน เมื่อดวงตาปรากฏขึ้นมาทั่วท้องฟ้า รับรู้ได้เลยว่าพวกเขาตัวเล็กจ้อยถึงเพียงใด เมื่ออยู่ต่อหน้าพลังที่ยิ่งใหญ่
ก่อนดวงตาที่กลอกกลิ้งไปมาเหล่านั้น จะจางหายไปจากท้องฟ้า ให้หมู่ชนหายใจได้ทั่วท้องอีกครา แต่พวกเขาก็รับรู้ว่า อี้เฉิน กลายเป็นที่เพ่งเล็งของผู้ยิ่งใหญ่ ซึ่งมันไม่ต่างจากลางร้ายหายนะ ติดตามตัวของอี้เฉินไปช่วงเวลา20ปีที่อี้เฉินหายตัวไป เกรงว่าจะต้องเกี่ยวข้องกับผู้ยิ่งใหญ่ อย่างไม่ต้องสงสัย
ซีเผิง โม่กวางพวกเขาต่างก็เดินเข้ามาตบไหล่อี้เฉิน “เจ้าไม่ต้องคิดมากอี้เฉิน เจ้ากลับมาได้ก็ถือว่าปาฏิหาริย์แล้ว”
โม่กวางกล่าวตอบออกมาเช่นกัน “อืมๆ!!ใช่ เรื่องอื่นไว้ค่อยคิดทีหลังเถอะอี้เฉิน”
อี้เฉินพยักหน้ารับคำพวกเขา ทว่าสีหน้าแววตาเขา เต็มเปี่ยมไปด้วยความไม่จำยอม “ข้าต้องทำเรื่องที่ข้าทำได้ก่อนตอนนี้” ก่อนอี้เฉิน จะสืบฝีเท้าหายออกไปในเสี้ยวพริบตา
ซีเผิง โม่กวาง จางเหมยที่เห็นอี้เฉินเป็นเช่นนั้น พวกเขาต่างก็พยักหน้าออกมาด้วยความโล่งอก ก่อนจะสืบฝีเท้าลงไปรวบรวมกองกำลัง เตรียมจะตีโต้ พวกต่างดินแดนครั้งใหญ่ การปะทะครานี้ เกรงว่าจะส่งสัญญาณ การเปลี่ยนแปลงออกไปทั่วสมรภูมิรบแล้ว
...ไม่นานร่างอี้เฉินก็มาหยุดอยู่ที่หุบเขาหมื่นธรรม พร้อมร่างเหล่าแม่ทัพใหญ่ถึง5คน มายืนรอรับตัวของอี้เฉินอยู่ก่อนแล้ว ก่อนเสียงคำราม แม่ทัพอู๋เหวิน จะดังออกมาก้อง “เจ้าช่างใจกล้าห่อฟ้านัก จักรพรรดิผู้ปกครองดินแดนเทพ อี้เฉินถึงกับกล้าแอบอ้าง เป็นแม่ทัพใหญ่ของดินแดนเราเชียวหรือ? วันนี้แหละพวกเราจะกลบฝั่งเจ้า แก้แค้นให้ บรรพบุรุษชราต้าหมิง ที่เจ้าได้ฆ่าสังหารไปเอง”
สิ้นเสียงของแม่ทัพอู๋เหวิน ค่ายกลสังเวยเลือด ก็ถูกขับเคลื่อนโดยเหล่าราชาอมตะ ทั้ง5คนขึ้นมาทันที พื้นที่อี้เฉินยืนอยู่ ทำให้เขารับรู้ถึงความตายอย่างหนัก เมื่อเห็นวงแหวนสีแดงพร่างพราว แผ่ขยายออกไปทั่วผืนฟ้า พร้อมแรงกดข่ม ที่บ้าคลั่ง ส่งให้กายาอี้เฉิน เต็มไปด้วยสายฟ้าแลบแปลบปลาบ จากแรงกฎเกณฑ์ฟ้าดินที่รุนแรง
“ฮ่าๆ!! เหมือนว่าเจ้าจะเข้ามาหาที่ตายเสียแล้วกระมัง จักรพรรดิหนุ่ม ผู้ปกครองดินแดนเทพ” ก่อนวงแหวนสังเวยเลือด มันจะปรากฏมังกรสีดำ สูบกลืนดวงวิญญาณ ขนาดใหญ่ คำรามโฮก!!ออกมาดังก้อง แล้วพุ่งปรี่เข้าหาอี้เฉินด้วยความปราดเปรียว พร้อมคมเขี้ยวแหลมคมของมันในทันใด
อี้เฉินเขาหดดวงตาจนเล็กแคบไม่น้อย เมื่อเห็นมังกรสีดำตัวเขื่อง รอบลำตัวเต็มไปด้วยดวงตาสีแดงไร้ช่องโหว่ แต่ไอ้ที่น่ารำคาญ เกรงว่าจะเป็นค่ายกลกักขังตัวของเขาเอาไว้ หากมัวรอให้พวกเขา สังเวยเลือดจนหมดตัว เกรงว่าตัวอี้เฉินก็คงจะเหลือแค่กระดูก ให้พวกเขาได้ป่นเล่นแล้วเช่นกัน ‘อย่างไรก็ต้องทำอะไรสักอย่าง’
“เจ้ามัวคิดอะไรของเจ้าอยู่ไอ้เวร” ฉับพลันมังกรสีดำตัวเขื่อง หวดฟาด ตวัดหางเข้าใส่อี้เฉินเข้าอย่างรุนแรง ราวกับแซ่ที่ปราดเปรียว จากการที่พวกเขาทั้ง5ส่งสายตา ประสานอินขับเคลื่อนการโจมตีออกมา ส่งให้ร่างอี้เฉินถูก หวดฟาดจนกระเด็น ริมฝีปากมีเลือดไหลซึม ออกมาที่มุมปาก น้อยๆ
อี้เฉินถึงกับแค่นเสียง ชิ!! ดังเล็ดลอดไรฟันออกมา “ดันเจอปัญหายุ่งยากเข้าเสียได้” หอกเลือดปรากฏขึ้นมาในฝ่ามือ ของอี้เฉินอย่างฉับพลัน ก่อนอี้เฉินจะหวดฟาด ส่งริ้วคลื่นที่รุนแรง แฝงไว้ด้วยวิชาฉลามวาฬคลั่ง ออกไปกวาดรอบด้านในเสี้ยวพริบตา
เสียง ปัง!!งง!!ที่ดังออกมาสนั่นก้องฟ้า กลับไม่ทำให้ มังกรสูบกลืนดวงวิญญาณ ถอยร่น หรือขยับเขยื้อนแม้แต่น้อย แม้ว่ามันจะมีรอยบาดแผลใหญ่ แต่ก็ปิดสนิทได้ในเสี้ยวพริบตา ราวกับเป็นภาพลวงตา มันจึงทำให้อี้เฉิน หดหลี่ดวงตาจนเล็กแคบ “หืม!! นี่มันหมายความว่าอย่างไร”
มังกรสูบกลืนดวงวิญญาณ คำรามโฮก!! ออกมาก้องทันที ก่อนมันจะพุ่งปราดราวกับอสรพิษ อ้าปากออกกว้าง พุ่งเข้าโจมตีอี้เฉินอย่างรุนแรง ส่งให้ร่างอี้เฉิน ที่ยันคมเขี้ยวอันแหลมคมของมันเอาไว้ ถูกดันจนไปติดกรงขังด้วยความปราดเปรียว เกิดเสียงปัง!!ดังออกมาก้อง พร้อมร่างอี้เฉินที่กระแทก เข้ากับเขตป้องกันเข้าอย่างจัง ริมฝีปากกระอักเลือดสด ออกมาคำใหญ่ จนเขาต้องแค่นเสียงสบถด่า บัดซบ!! บัดซบ!!ออกมาดังก้อง
แม่ทัพใหญ่ผู้หนึ่งที่หมุนวาดฝ่ามือ เขาแค่นเสียงขึ้นมาทันใด ครั้นเห็นอี้เฉินมีสภาพไม่ค่อยสู้ดีนัก “ฮ่าๆ ก็ไม่เห็นจะเท่าไหร่”
อี้เฉินครั้นเขากลอกตาไปมา โลหิตที่เขากระอักเลือดออกมา ถูกเขาแปรเปลี่ยนเป็นหอกเลือด ก่อนจะถูกเขาสะบัดฝ่ามือ ออกมาเบื้องหน้าอย่างรุนแรง ส่งหอกเลือดพุ่งปราด มาด้วยความเร็วปานสายฟ้าฟาด ทันทีที่เสียง เคร้ง!!ดังออกมาก้อง จากหอกเลือดที่แตกกระจาย เมื่อเจอเกล็ดหนาของมังกร
อี้เฉินระเบิดโลหิตของเขาต่อทันที จนเกิดเสียงตู้ม!! ดังออกมาก้อง สนั่นหวั่นไหว แม่ทัพอู๋เหวิน ต้องแค่นเสียงออกมาดังก้อง ครั้นเห็นแรงระเบิดโลหิตที่ไม่ธรรมดา “พวกเจ้าอย่าประมาทไอ้เวรอี้เฉิน เป็นอันขาดเชียว”
คนอื่นๆ เองก็พยักหน้าออกมาเช่นกัน ไม่ดูถูกดูแคลนอี้เฉินอีกต่อไป ครั้นรับรู้ว่าไอ้เวรอี้เฉิน ตัวของมันมีอันตรายรอบด้าน หากไม่ระวังเกรงว่า จะกลายเป็นตัวพวกเขาที่จะตายตกลงไป
แม่ทัพใหญ่ทั้ง5ต่างก็ประสานอินเป็นหนึ่ง ส่งมังกรสูบกลืนดวงวิญญาณ พุ่งปราดเข้าไล่ล่า ฆ่าสังหารอี้เฉินออกไปเป็นทางยาว หมู่ชนที่มองเห็นภาพอี้เฉิน พัวพันไปกับ มังกรสูบกลืนดวงวิญญาณตัวเขื่อง อยู่หลายพันลมหายใจ แม้ว่ากายาของเขา จะเต็มไปด้วยบาดแผล เสียงกระแทกกรงขัง ดังออกมาก้องไม่มีขาด แต่ก็ไม่มีทีท่าว่า อี้เฉินจะอ่อนแรงลงแม้แต่น้อย
แต่กลับกลายเป็นพวกเขาเสียมากกว่า บัดนี้โลหิตของพวกเขา ถูกสูบกลืนไปไม่น้อย จนเริ่มมองเห็นกายาเริ่มซูบผอมลงไปช้าๆ จนพวกเขาบางคน เริ่มจะแค่นเสียงสบถด่าออกมา “ไอ้เวรอี้เฉิน มันโดนการโจมตี เข้าไปมากขนาดนี้แล้ว มันก็ยังไม่ตายตกอีก”