วิกฤตของดินแดนเทวะ
หยางจื่อที่กรีดร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดออกมา เป็นเวลานานมากกว่าจะหยุกลงเพราะหยางจื่อในตอนนี้ไม่มีเรี่ยวแรงที่จะส่งเสียงออกมาแต่กลุ่มของเสี่ยวหงก็สามารถเห็นได้อย่างชัดเจนว่าใบหน้าของหยางจื่อนั้นบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวดและทรมานอย่างถึงที่สุด"ข้าไม่คิดเลยว่าจะเด็กหนุ่มนี่คิดจะดูดซับไขกระดูกมังกรในรวดเดียวเช่นนี้" เซียงหยวนกล่าว"ไม่ใช่นายท่านหรอก แต่เป็นจิตวิญญาณที่อยู่ในดาบมังกรสวรรค์ลงมือต่างหาก" เสี่ยวหงกล่าวเสี่ยวที่อาศัยอยู่กับหยางจื่อมาหลายปีย่อมรู้เรื่องการคงอยู่ของหญิงสาวชุดขาว แต่เมื่อผู้อาวุโสของเผ่ามังกรได้ยินคำกล่าวของเสี่ยวหงก็ทำให้พวกเขาตกตะลึงอย่างมาก จิตวิญญาณที่สิงอยู่ในดาบมังกรก็ต้องหมายถึงจิตวิญญาณของราชันมังกรสวรรค์"เช่นนั้นจิตวิญญาณของท่านราชันมังกรสวรรค์ก็สิงสถิตอยู่ในตัวของเด็กหนุ่มนั่นอย่างงั้นรึ" ผู้อาวุโสของเผ่ามังกรคนหนึ่งกล่าว"ใช่เพราะในตอนนี้ดาบมังกรสวรรค์และนายท่านได้หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกันเเล้ว แต่เรื่องนั้นเอาไว้ก่อน พวกเราในตอนนี้ไม่สามารถช่วยนายท่านได้เเล้ว" เสี่ยวหงกล่าวออกมาด้วยความกังวลไม่นานหยางจื่อก็กระอักโลหิตออกมา โลหิตเริ่มใหลออกมาจากปาก หู จมูก ดวงตา ผิวหนังของหยางจื่อเกิดการปริแตกออกมา และในตอนนั้นเองแสงสว่างก็เปล่งออกมาจากตัวของหยางจื่อและสร้างเป็นรังใหมปกคลุมร่างของหยางจื่อไว้ พวกของเสี่ยวหงที่ไม่สามารถทำอะไรได้ก็ได้แย่ยืนรออย่างสงบนิ่งและฟื้นฟูพลังของตนไปพร้อม ๆกันทางด้านดินแดนเทวะ หลังจากที่หยางฟงและเสวี่ยอู่หลิงออกตามหาข่าวของดินแดนที่เผ่ามังกรอยู่ แต่พวกเขาก็คว้าน้ำเหลว แต่ในตอนนั้นเองที่ดินแดนเทวะทิศใต้ที่กลุ่มตระกูลหยางอยู่ก็ปรากฏอุโมงค์มิติขนาดมหึมาและก็มีกลุ่มคนมากมายปรากฏพวกเขาต่างก็สวมชุดสีดำและมีตราสัญลักษณ์อยู่ที่หน้าอกเสื้อหยางฟงที่สัมผัสได้ถึงตัวตนกลุ่มคนที่ออกมาจากอุโมงค์มิติมีสีหน้าเปลี่ยนไปก่อนที่จะฉีกกระชากมิติและไปปรากฏอยู่ตรงที่ตำแหน่งอุโมงเปิด"เป็นเจ้าพวกนิกายมารทมิฬจริง ๆด้วย" หยางฟงกล่าวด้วยน้ำเสียงกังวล"รีบทำลายอุโมงค์มิติเร็วเข้า" เสวี่ยอู่หลิงกล่าวทั้งสองปล่อยการโจมตีที่รุนแรงไปยังอุโมงมิติในทันที แต่ในตอนนั้นเองก็มีพลังความมืดพุ่งออกมาจากอุโมงค์มิติและทำลายการโจมตีของทั้งสองได้อย่างง่ายดาย"เฮอะๆ หยางฟงไม่ได้พบกันนานเลย ข้าไม่คิดว่าเจ้าจะยังมีชีวิตอยู่" เสียงที่ดูชั่วร้ายดังอกมาจากอุโมงมิติกลุ่มของคนจากนิกายมารทมิฬและนิกายอาคมที่หายตัวไปพร้อมกับจักรพรรดิปีศาจกลับออกมาปรากฏตัวออกมาทำให้หยางฟงรู้สึกกังวลว่าจักรพรรดิปีศาจจะปรากฏออกมาด้วย"ไม่จำเป็นต้องทำสีหน้าแบบนั้นเพราะท่านจักรพรรดิปีศาจไม่ได้มากับพวกเราด้วย แต่เพียงแค่พวกเราก็เหลือเฟือแล้ว" ประมุขนิกายมารทมิฬกล่าวด้วยน้ำเสียงชั่วร้่าย"ถอยกันก่อนเถอะ" เสวี่ยอู่หลิงกล่าวหยางฟงฉีกกระชากมิติออกก่อนที่จะหายตัวไป ประมุขนิกายมารทมิฬเองก็ไม่ได้คิดจะขัดขวางและเพียงยิ้มออกมาอย่างเย้ยหยันเท่านั้นและไม่นานขุมอำนาจต่าง ๆก็สามารถรับรู้ได้ถึงตัวตนของประมุขนิกายมารทมิฬ พวกเขาต่างพากันสั่นสะท้านและหวาดกลัว และในตอนนี้ที่กลุ่มพันธมิตรก็ถูกสร้างขึ้นโดยมีตระกูลหยางเป็นแกนนำ การกลับมาของนิกายมารทมิฬนั้นเร็วกว่าที่พวกหยางฟงคาดคิดไว้หยางฟงสามารถรับรู้ได้ว่าประมุขนิกายมารทมิฬนั้นอยู่ปราณเซียนสวรรค์ขั้นที่ 8 ซึ่งมากกว่าตนเสียอีก ในดินแดนเทวะในตอนนี้เริ่มเกิดความโกลหลขึ้นกลุ่มนิกายมารทมิฬเริ่มกลับมายังถานที่มั่นเก่าของตนและทำการสังหารหมู่มนุษย์ที่อาศัยอยู่รอบ ๆในทันที การกระทำที่โหดร้ายนี้ทำให้หลายคนเต็มไปด้วยความหวาดกลัว และในตอนนั้นเองที่มีขุมอำนาจที่หวาดกลัวนิกายมารทมิฬจนต้องขอเข้าร่วมกับกองกำลังของนิกายมารทมิฬและขุมอำนาจแรกที่ทำแบบนั้นก็คือ ตระกูลจิน และต่อมาตระกูลฉาวก็ ไปเข้าร่วมกับนิกายมารทมิฬและนิกายอาคม ทำให้กองกำลังที่เหลือต่างก็รู้สึกโกรธแค้นอย่างมาก"ในตอนนี้เจ้าเด็กน้อยหยางจื่ออยู่ที่ใหนงั้นรึ ถ้าเป็นเจ้าเด็กนั่นอาจจะช่วยพวกเราในสถานการณ์แบบนี้ก็ได้" ซีคุ่ยกล่าว"ใช่ ในครั้งนั้นที่สามารถขับไล่จักรพรรดิปีศาจออกไปได้ก็เพราะหยางจื่อ" เมิ่งต้วนกล่าว"จื่อเอ๋อในตอนนี้น่าจะอยู่ที่ดินแดนมังกร" หยางฟงกล่าว"หืม ดินแดนมังกรทำไมถึง........" เมิ่งต้วนกล่าวออกมาด้วยความตกตะลึงก่อนที่จะฉุดคิดขึ้นมาได้"อาคมอัญเชิญย้อนกลับ เป็นสัตว์อสูรของเด็กคนนั้นใช้งั้นหรือ" เมิ่งต้วนกล่าวกลุ่มของหยางฟงได้แต่พยักหน้าออกมาด้วยความขมขื่น การหายตัวไปของหยางจื่อในเวลาแแบบนี้ทำให้กำลังใจของพวกเขาลดลงอย่างมากทางด้านหยางจื่อ ที่ในตอนนี้เริ่มกลับมาสงบอีกครั้งใบหน้าของหยางจื่อเริ่มผ่อนคลายความเจ็บปวดลงและค่อยๆกลับมาเป็นปกติ บาดแผลที่เคยปริแตกออกมาก็เริ่มหายอย่างรวดเร็วการฟื้นตัวที่รวดเร็วแบบนี้มีแต่ในเผ่ามังกรเท่าานั้นที่ทำได้เป็นเวลาหนึ่งเดือนเเล้วที่หยางจื่อดูดซับไขกระมังกรอยู่ในรังใหม และกลุ่มของผู้อาวุโสเผ่ามังกรกูนั่งเฝ้ารังวังอยู่รอบ ๆอย่างใกล้ชิด ไม่นานรังใหมก็เริ่มเปร่งแสงออกมา รังใหมพังทลายและเผยให้เห็นหยางจื่อที่กำลังลืมตาขึ้นมา สภาพของหยางจื่อในตอนนี้ทำให้กลุ่มผู้อาวุโสของเผ่ามังกรต่างก็รู้สึกตื่นเต้นอย่างมากพลังกดดันที่หยางจื่อปล่อยออกมานั้นทำให้เผ่ามังกรต้องรู้สึกกดดันและอยากจะคุกเข่าและก้มหัวให้ นี่ถ้าเจตจำนงของพวกเขาไม่แข็งแกร่งพอพวกเขาก็คงจะคุกเข่าและโขกศีรษะให้หยางจื่อเเล้วอย่างแน่นอน และไม่ใช่แค่นั้นที่แผ่นหลังของหยางจื่อมีลอยศักดิ์รูปมังกรที่น่าเกรงขามอยู่ เป็นเพราะรอยศักดิ์นี้ทำให้หยางจื่อสามารถปลดปล่อยแรงกดดันออกมาได้มากมายมหาศาล"ยินดีด้วยนายท่าน ท่านทรงพลังขึ้นมาก" เสี่ยวหงกล่าว"ไม่น่าเชื่อ พลังของเด็กคนนี้อยู่ปราณนักบุญสวรรค์เเล้ว นี่!!!" หวู่หม่ากลั่วออกมาด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนก"เป็นเพราะเด็กคนนั้นดูดวับไขตระดูกมังกรภายในครั้งเดียวทำให้เขาได้รับพลังอย่างสมบูรณ์โดยไม่สูญเสียออกไปเลยแม้แต่น้อย และนี่คือไขกระดูกของท่านราชาองค์ก่อนแน่นอนว่าย่อมทำให้เขาสามารถทะลวงระดับได้อย่างไม่ต้องสงสัย เพียงแต่ว่าถ้าเป็นมนุษย์ปกติจะไม่สามารถอดทนได้ถึงขนาดนี้ แต่เด็กคนนี้กลับทำได้" เซียงหยวนกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงชื่อชม"ก็เขาคือผู้สืบทอดของท่านราชันมังกรสวรรค์ไม่ใช่รึ ฮ่า ฮ่า" หมู่หม่ากล่าวด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น----------------------------------------------------------------------------------