พิภพห้วงเวลา

    ตอนที่ 47 ข้าแค่อุ้มเท่านั้น

    ไทก้าได้ย้อนกลับมาทางเดิมเล็กน้อย เนื่องจากตรงนี้มีถ้ำที่ไม่กว้างนักอยู่ซึ่งไทก้าได้อุ้มนารามาที่นี่เพื่อทำการพักฟื้นเพียงชั่วครู่ ก่อนหน้านี้ไทก้าได้เดินผ่านมาทางนี้และได้จัดการงูยักษ์ที่เป็นเจ้าของถ้ำแห่งนี้ลงไป ดังนั้นถ้ำแห่งนี้จึงถือได้ว่าปลอดภัย

    หลังจากนั้นไทก้าได้มองหาโขดหินแห่งหนึ่งก่อนจะวางนาราให้นอนลงด้านบนโขดหินเรียบๆนั้น และใช้อาคมธาตุเวลาทำการรักษาบาดแผลของนาราให้หายสนิทก่อนจะนำยาฟื้นพลังจิตออกมาหนึ่งเม็ดส่งเข้าปากของนาราไป

    เมื่อทำทุกอย่างเสร็จสิ้นไทก้าจึงได้ไปนั่งอยู่อีกที่หนึ่งไม่ไกลนักเพื่อรอดูอาการของนารา

    ระยะเวลาผ่านไปราวๆ สองชั่วโมง

    นาราค่อยๆ ลืมตาขึ้นมาอย่างช้าๆ ก่อนจะพบว่าด้านบนเป็นผนังถ้ำ ด้วยความตกใจนาราจึงลุกขึ้นนั่งและพบว่าตนเองอยู่ในถ้ำแห่งหนึ่ง

    "ฟื้นแล้วซินะ"

    เมื่อได้ยินเสียงที่กล่าวออกมาทำให้นาราหันไปมองและพบว่าเป็นไทก้านั่งอยู่ไม่ไกล

    "นี่ข้าเป็นอะไรไป เหตุใดข้าถึงมาที่นี่ได้"นารากล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา

    "ข้าเห็นเจ้าต่อสู้จนสลบไป ข้าจึงได้พาเจ้ามาที่นี่"ไทก้ากล่าวตอบเบาๆ

    นาราหันไปมองไทก้า แต่เมื่อย้อนนึกถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมา ในตอนที่นาราสลบไปและฟื้นขึ้นมาบ้างบางระยะ ก็พบว่ามีชายคนหนึ่งอุ้มนางอยู่ แม้ว่านางต้องการที่จะดิ้นให้หลุด หรือลืมตาขึ้นมายังไงก็ไม่สามารถทำได้ ก่อนจะหลับไปอีกครั้ง ทำให้นาราหน้าแดงขึ้นมาเล็กน้อย ก่อนจะมองดูร่างกายและเกิดความสงสัยขึ้น

    "นี่เจ้ารักษาบาดแผลให้ข้าเช่นนั้นหรือ?"

    "อืม ใช่แล้ว"ไทก้าตอบทั้งยังพยักหน้าเล็กน้อย

    "ใครใช้ให้เจ้าเข้ามายุ่งกัน แม้ว่าข้าจะบาดเจ็บแต่อย่าลืมว่า ข้าเองก็เป็นศิษย์หอแพทย์นะ บาดแผลเพียงเท่านี้ข้ารักษาเองได้"นารากล่าวตอบกลับไป

    ด้วยเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ที่ทั้งสองคนได้ประลองกัน ทำให้สถานการณ์ในตอนนี้ไม่ค่อยจะดีเท่าที่ควร

    ไทก้ามองดูนาราครู่หนึ่ง ก่อนจะถอนหายใจออกมาเล็กน้อย "เฮ้อ ฟื้นปุ๊บหาเรื่องปั๊บ ขอบคุณสักคำก็ไม่มี ในเมื่อเจ้าหายดีแล้ว ข้าขอตัวก่อนก็แล้วกัน" กล่าวจบไทก้าจึงลุกขึ้นและเตรียมตัวจะเดินออกไป ในตอนนี้เขาพอจะรู้จักนิสัยของนาราที่เป็นคนอารมณ์ร้อน จึงไม่คิดจะต่อล้อต่อเถียงอีกต่อไปเพราะเขายังต้องฝึกอีกมาก ทั้งยังต้องออกตามหาเพื่อนๆ ของเขา แม้ว่าเขาจะอยากพบคนมากเพียงใด แต่เขาก็ไม่คิดว่าคนแรกที่พบกับเป็นนารา ที่เขาไม่อยากเจอมากที่สุด

    "เดี๋ยว เจ้าจะไปไหน นี่เจ้าพาข้ามาที่นี่ และจะทิ้งสตรีที่แสนบอบบางอย่างข้าไว้คนเดียวงั้นหรือ ทั้งก่อนหน้านี้ เจ้ายังทำมิดีมิร้ายกับข้า เจ้าต้องรับผิดชอบเรื่องนี้"นารากล่าวหยุดไทก้าเอาไว้

    "มิดีมิร้าย? รับผิดชอบ? อะไรของเจ้ากัน ข้าเพียงพาเจ้ามาที่นี่เท่านั้น และยังรักษาให้เจ้าจนหายดีอีก ข้าทำมิดีมิร้ายตรงไหน?"ไทก้ากล่าวออกมาด้วยความสงสัย เขาทั้งช่วยนางจากหมูป่า ทั้งยังรักษานางอีก นางไม่ขอบคุณเขาด้วยซ้ำ ทั้งยังกล่าวหาเขาอีกด้วย

    "ถ้าอย่างนั้น ข้าขอถามเจ้าหน่อย ข้ามาที่นี่ได้อย่างไร?"นารากล่าวถามด้วยท่าทางยิ้มเบาๆทั้งยังชี้มือลงด้านล่าง

    "ข้าเป็นคนพาเจ้ามา"ไทก้าตอบกลับ

    "แล้วเจ้าใช้วิธีใดพาข้ามาที่นี่"นารายังคงถามย้ำ ทั้งยังมองตรงไปยังไทก้า

    "ก็อุ้มเจ้ามาไง"ไทก้าตอบกลับทั้งยังแบมือออกสองด้าน

    "อุ้ม? เห็นรึไม่ นี่แหละที่ข้าหมายถึง เจ้าฉวยโอกาสอุ้มข้ามา นี่ไม่ใช่สิ่งที่เจ้าทำงั้นหรือ"นารากล่าวต่อพร้อมกับชี้ไปยังไทก้า

    "ห๊ะ?"

    "ตั้งแต่เล็กจนโต นอกจากท่านพ่อ ท่านปู่ข้าและญาติแล้ว ข้าไม่เคยมีชายอื่นใดอุ้มข้ามาก่อน ส่วนเจ้าก็เป็นคนแรก ดังนั้นเจ้าต้องรับผิดชอบข้า"

    "แต่ว่า นั่นมันเป็นเหตุจำเป็นนะ หากข้าไม่อุ้มเจ้ามา แล้วจะให้ข้าทำยังไงกัน?"

    "ข้าไม่สน ยังไงเจ้าก็ต้องรับผิดชอบในเรื่องนี้"กล่าวจบนาราก็กอดอกขึ้นทั้งยังมองไปยังไทก้าด้วยสายตาที่มองหาความรับผิดชอบจากไทก้าให้ได้

    "...."

    ไทก้าไม่รู้จะกล่าวอะไรออกมา ทั้งยังรู้สึกปวดหัวเล็กน้อยกลับเรื่องไม่เป็นเรื่องนี้

    "นี่วิชชุ นารา นั่นเป็นเหตุสุดวิสัย ข้าต้องของโทษเจ้าด้วยที่อุ้มเจ้ามายังที่นี่ ข้าเองก็ไม่รู้"

    "ข้าไม่สน เรียกข้าว่านาราอย่างเดียวก็ได้ ยังไงในอนาคตข้าต้องเป็นภรรยาเจ้าอยู่แล้ว"นารายังคงกอดอกกล่าว

    "เจ้าบ้าไปแล้วรึไง นี่ข้าแค่อุ้มเจ้าเท่านั้นนะ ถึงขั้นต้องแต่งกับเจ้าเลยเชียวเหรอ"ไทก้ารีบตอบกลับทันที

    "ข้าไม่สน ยังไง เจ้าก็ต้องรับผิดชอบข้า"

    ได้ยินดังนั้นไทก้าถึงกับชะงักไปในทันที นี่เขาแค่อุ้มเฉยๆ เท่านั้น ทั้งยังเป็นเหตุจำเป็นอีกด้วย ไทก้าไม่รู้จะทำอย่างไรกับสาวน้อยที่เอาแต่ใจคนนี้ดี ดูเหมือนว่าการรับมือกับนารานั้นไม่ใช่เรื่องง่ายซะแล้ว ก่อนที่ไทก้าจะถอนหายใจออกมาเบาๆ

    "เฮ้อ นารา การแต่งงานนั้นไม่ใช่เรื่องที่จะตัดสินใจได้ในเร็ววันนะ เผื่อในอนาคตเจ้าพบคนที่เจ้าชอบเล่า เจ้าจะเสียใจเอาทีหลังนะ อีกทั้งสำหรับการแต่งงาน ในความเป็นจริงแล้วจะต้องมีความชอบพอซึ่งกันทั้งสองฝ่ายด้วย ถึงจะสามารถอยู่กันได้อย่างยาวนาน เจ้ากับข้าเพิ่งจะพบกันแค่สองครั้ง เจ้ามันคิดว่านี่เป็นการด่วนตัดสินใจอย่างนั้นเหรอ"ไทก้าค่อยๆ อธิบาย

    นาราเมื่อได้ฟังดังนั้นจึงหยุดคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตอบกลับมา

    "อืม นั่นมันก็จริงของเจ้า แต่ว่าหากในอนาคตข้าไม่มีคนที่ชอบพอ ยังไงซะเจ้าก็ต้องรับผิดชอบข้าอยู่ดี"

    "แล้วหากข้ามีคนที่ชอบในอนาคตเล่า?"ไทก้ารีบตอบกลับในทันที

    "นั่นมันเรื่องของเจ้า ยังไงซะ ข้าก็เห็นบุรุษที่นี่ตั้งมากมายมีภรรยาหลายคนอยู่แล้ว ขนาดท่านพ่อของข้าเองยังมีภรรยาตั้งสามคน"นารายังคงยืนกราน

    ได้ฟังดังนั้นไทก้าก็ใช้มือบีบหน้าผากขึ้นมาทันทีดูเหมือนว่าต่อให้พูดไปยังไงตอนนี้นางคงไม่คิดจะฟัง หากไทก้ารู้แบบนี้คงปล่อยให้นางเป็นอาหารหมูแต่แรกแล้ว 

    "เฮ้อ ยังไงข้าก็ขอแนะนำเจ้าว่า ในตอนนี้ไม่ว่าข้าหรือเจ้าจำเป็นที่จะต้องฝึกให้แข็งแกร่งขึ้นก่อน ส่วนเรื่องในอนาคตเจ้าไม่ควรจะรีบตัดสินใจตอนนี้ เอาไว้เจ้าอายุถึงสิบแปดข้าว่าเจ้าค่อยคิดเรื่องนี้จะดีกว่า"ไทก้ายังพยายามอธิบายช้าๆ อีกครั้ง

    นาราที่ได้ยินดังนั้นก็ค่อยๆ นึกตามคำพูดของไทก้าอีกครั้งก่อนจะตอบออกมา

    "อืม นั่นมันก็จริงของเจ้านะ ในตอนนี้สิ่งที่สำคัญคือการฝึกฝน"

    "เจ้าคิดได้แบบนี้ก็ดีแล้ว ถ้าอย่างนั้นข้าขอตัวไปฝึกก่อนก็แล้วกัน"ไทก้าถอนหายใจออกมาอย่างโล่งใจก่อนจะรีบกล่าวออกไปเพื่อจะหนีไปจากสถานการณ์ที่น่าอึดอัดนี้ให้เร็วที่สุด แต่ก่อนที่ไทก้าจะได้ก้าวเดินออกไป นาราก็รีบกล่าวขึ้นมาอีกรอบ

    "เดี๋ยว เจ้าจะปล่อยข้าที่เป็นสตรีเอาไว้คนเดียวอย่างนั้นเหรอ หากข้าเป็นอะไรไปเล่า เจ้ารู้รึไม่ว่า ท่านปู่ข้ายังไงก็ต้องเฝ้าดูข้าอยู่ตลอดเป็นแน่ หากข้าเป็นอะไรไปและท่านปู่รู้ว่าเจ้าปล่อยข้าไป เขาจะต้องไม่ปล่อยเจ้าเอาไว้แน่"

    ไทก้าที่ได้ยินดังนั้นถึงกับสะดุ้งขึ้นมาในทันใด ขนาดแค่ประลองกันเฉยๆ เขายังมาหาไทก้าถึงที่ แน่นอนว่าเรื่องที่ฤาษีเตโชมาพบไทก้าก่อนหน้านี้ นาราย่อมต้องรู้อย่างแน่นอน นี่ถ้านาราเป็นอะไรไป ไม่รู้ว่าเขาจะทำอะไรกับไทก้าบ้าง ไทก้าคิดอยู่ครู่หนึ่ง จนในที่สุดก็หาเหตุผลที่จะทำให้นารายอมถอยได้จึงกล่าวออกไป

    "นารา ข้าเองกำลังจะเดินลึกเข้าไปฝึกด้านใน ซึ่งมันมีความอันตรายอย่างมาก ข้ากลัวว่าเจ้าจะเป็นอันตราย จึงไม่ต้องการให้เจ้าเข้าไปด้วยต่างหาก"

    "นี่เจ้าคิดว่า ข้าจะเป็นตัวถ่วงเจ้าอย่างนั้นเหรอ อย่าได้ใจไปหน่อยเลย แม้ว่าเจ้าจะเอาชนะข้าในการประลอง และช่วยข้าไว้ได้ก่อนหน้านี้ แต่ข้าเองก็แข็งแกร่งมากนะ หากไม่ติดที่ว่าข้าเหนื่อยล่ะก็ แค่หมูป่าสี่ห้าตัว ข้าจัดการได้อยู่แล้ว"นาราเห็นไทก้ากล่าวแบบนั้น จึงคิดว่าที่ไทก้าเอาแต่จะหนีไปเพราะคิดว่านาราจะเป็นตัวถ่วงเขา

    "ข้าไม่ได้จะพูดแบบน้านนนน เฮ้อ...."ไทก้ารีบโบกมือปฏิเสธ

    "เช่นนั้น ข้าก็จะติดตามฝึกไปกับเจ้า รับรองว่าข้าไม่เป็นตัวถ่วงเจ้าแน่นอน คอยดูให้ดีๆ ก็แล้วกัน"กล่าวจบนาราจึงเดินนำหน้าออกไปทันที

    " %@!l;& " 

    ไทก้าไม่รู้จะสรรหาคำพูดใดมากล่าวกับความดื้นรั้นของนางดี คงจะจริงอย่างที่คนทั่วไปกล่าวว่าแม้แต่ท่านฤาษีเองยังต้องตามใจนาง ไทก้าได้แต่เดินตามออกไปอย่างช้าๆ 

    ระหว่างทางที่เดินออกมาไทก้าได้บอกว่าเขาจะไปยังปราสาทที่อยู่ด้านบนเขาลูกที่สองที่ห่างออกไป ก่อนที่นาราจะรู้สึกตกใจและเล่าให้กับไทก้าฟังว่า ปราสาทนั้นว่ากันว่ามีอสูรจิตโลกาคอยปกป้องอยู่ทั้งยัง มีสิ่งของสำคัญบางอย่างที่ถูกปกป้องเอาไว้ด้วย ซึ่งยังไม่มีใครทราบแน่ชัดว่ามันคือสิ่งใด แต่ว่ามีคนที่เคยเข้าไปยังที่นั่นอยู่ และบอกว่าจะต้องเป็นคนที่มีชะตาต้องกันกับสิ่งนั้นเท่านั้นจึงจะสามารถนำมันออกมาได้

    แต่ในขณะที่ทั้งสองกำลังเดินลึกเข้าไปนั้น ได้มีเสือขาวตัวหนึ่งกระโจนออกมาอย่างรวดเร็ว

    โฮกกกก!

    ไทก้าและนาราต่างกระโดดหลบอย่างรวดเร็ว แต่ในขณะที่ไทก้ากำลังจะร่ายอาคมจัดการนั้น นาราได้ยกมือขึ้นมาด้านหน้าไทก้าเป็นสัญญาณห้ามเอาไว้ทันที

    พรึบ!

    "....?"

    "ข้าจัดการเอง เจ้าอยู่นิ่งๆ ก็แล้วกัน"กล่าวจบนาราจึงพุ่งออกไปและใช้พลังสายฟ้าเข้าต่อสู้ทันที

    ไทก้ายืนนิ่งเฝ้ามองดูอยู่ด้านหลัง ทั้งยังถอนหายใจเล็กน้อย

    นาราและเสือขาวที่ใช้พลังธาตุไฟ ต่างเข้าต่อสู้กันอย่างดุเดือด

    เปรี้ยง ตู้ม!

    แม้ว่าตอนแรกนั้น การต่อสู้ดูเหมือนว่าจะสูสี แต่ในภายหลังเนื่องด้วยความต่างของระดับพลังที่เสือขาวมีมากกว่าถึงหนึ่งขั้นและยังดูเหมือนว่าจะเคลือนไหวเร็วกว่านาราหลายเท่าทำให้เสือขาวหลบหลีกไปด้านหลังและกระโดดเข้าไปเพื่อจะใช้ฟันอันแหลมคมของมันกัดเข้าที่คอของนาราอย่างรวดเร็ว

    ฟุบ!

    โฮกกก !

    ไทก้าที่เห็นท่าไม่ดีจึงรีบเรียกอาคมกระบี่พิรุณสองเล่มออกมาก่อนจะส่งไปแทงทะลุร่างของเสือขาวในทันที

    ฉึก ฉึก!

    โฮกกกก!

    เสือขาวที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสก็ได้ล้มลงไปก่อนจะกลายเป็นแกนอสูร

    ซู่ว์!

    "ใครบอกให้เจ้าช่วยข้ากัน ข้าบอกแล้วไงว่าข้าจัดการเอง"กล่าวจบนาราจึงหันหลังและเดินไปด้านหน้า

    ไทก้าได้แต่ยิ้มแห้งๆ ก่อนจะเดินตามไปทั้งยังคิดว่านี่ตกลงข้าจะได้ฝึกเพิ่มเติมมั๊ยเนี่ย














    คล้ายกับเรื่องพิภพห้วงเวลา ที่คุณอ่าน