“เฮ้อ~” ผมที่กว่าจะสลัดตัวหลุดออกจากกลุ่มเพื่อนได้เล่นเอาเหนื่อยเลย ตอนแรกว่าจะรีบแอบไปเอาข้าวมาให้อาเจียว แต่ที่ไหนได้ ตะวันลับขอบฟ้าไปแล้ว คนในงานต่างพอกันแยกย้ายกลับ อาเจียวคงหิวแย่แล้ว หาอะไรกินไปก่อนแล้วเป็แน่ แต่ถึงอย่างไรก็ต้องเอาอะไรติดไม้ติดมือไปให้
ชายหนุ่มมองข้าวที่ในหม้อแทบจะไม่เหลือติดไว้ เขาจึงตัดสินใจ ต้มข้าวใหม่ โดยตำเม็ดข้าวพอแหลกเพื่อให้ต้มได้สุกเร็วขึ้น อุ่นกับข้าวไว้บนเตา ก่อนจะตัดสินใจเดินกลับไปห้องดูภรรยาของเขา
ห้องที่ปิด ไม่มีแสงไฟส่องออกมา
“อาเจียว..” เขาเรียก ดันประตูพรางเดินเข้าไป เมื่อไม่มีทั้งแสง และจึงไปติดไฟตะเกียงเทียน ที่อีกมุมของห้อง แสงอ่อนพลิ้วไหว เขาเห็นร่างเล็กบนเตียง ภรรยาของเขาทานอะไรบ้างหรือยังนะ เขาจึงหันไปมองถ้วยขนมวางไว้ที่โต๊ะ เหมือนจะไม่ได้แตะด้วยซ้ำ เขาเดินไปใกล้ก็เห็นว่าอาเจียวนั้นนอนคู้ตัว อากาศเย็นลงแล้วจริงๆ เขาจับแก้มเธอ
“อาเจียว อาเจียว” แก้มเย็นไปหรือเปล่านะ ภรรยาของเขายิ่งผอมบาง ดูน่าจะป่วยง่ายเสียด้วย
“อื้อ” ร่างเล็กพลิกตัว มือนาบแก้ม ตอนนี้กลับโดนนางทำเป็หมอน “หิว”
“อาเจียว หิวเหรอ งั้นเดี๋ยวผมไปตักข้าวต้มมาให้” เขาอุ้มภรรยา จัดท่าทางให้นอนดีๆห่มผ้า จากนั้นเขาเขาตรงดิ่งไปที่หม้อที่ตั้งทิ้งไว้บนเตา ดีที่เขาใส่น้ำไว้มากหน่อย ข้าวจึงยังไม่ไหม้
“พี่เขย” อ่า อาโยว น้องภรรยาของเขามาทำอะไรตรงนี้นะ
“อาโยว กินข้าวหรือยัง”
“กินอิ่มไม่ไหวแล้ว พี่เขย เอ่อ ผมต้องไปนอนที่ไหนครับ” ร่างเล็กมองเขาอย่างหวาดระแวงเล็กน้อย
ผมที่ไม่ได้ลืมจัดห้องให้น้องของภรรยา เพียงแต่เตียงไม้อันใหม่นั้นจะมาถึงพรุ่งนี้เช้า อีกอย่างก็ไม่มีเตาสำหรับอุ่นเตียงตอนหน้าหนาวที่จะมาถึงอีกด้วย
“ไปนอนกับพี่เขยกับพี่สาวก่อน พอดีพี่เขยยังเตรียมของให้ไม่ครบ”
แล้วเขาก็นึกขึ้น หากอาเจียวลุกขึ้นกินข้าว ลงอยากเช็ดเนื้อตัวให้นอนสบาย หลังจากยกหม้อโจ๊กลงจากเตา เขาจึงเตรียมที่จะต้มน้ำเปล่าไว้อีกหม้อ
เขาเตรียมถ้วยกับช้อนไปอย่างละชิ้น แล้วยกหม้อที่วางบนถาดไป “ตามพี่เขยมา” น้องของภรรยาของเขา ถึงมองดูแล้วเหมือนจะยังเด็ก แต่ความคิดความอ่านนั้นถือว่ารู้ประสาแล้ว
เมื่อไปถึงห้องเขาก็วางของไว้ที่โต๊ะก่อนเดินไปที่เตียง น้องชายของนางก็เดินเข้ามาปิดประตูอย่างเบามือ
“อาเจียว อาเจียว” เขาััลงบนแก้มเนียนนุ่ม มือที่เย็นหลังจากล้างมือก่อนยกถาดทำให้คนบนเตียงรู้สึกตัวตื่นขึ้นมา
“หืม~” เธอกระพริบตาหลายครั้งก่อนจะมองหน้าเขา
“ลุกขึ้นมาทานอะไรหน่อยไหม ไม่ได้ทานอะไรเลยนี่” ร่างเล็กๆที่เดินเข้ามาคนสุดท้ายเดินไวๆไปดูถ้วยขนมที่ตักมาให้มองดูก็รู้ว่ายังไม่แตะซักคำแน่
“อืม~ได้ค่ะ” เธอลุกขึ้นเดินไปที่โต๊ะ เขาจึงปิดผ้าหมาดๆเช็ดหน้าให้นางเบาๆ
ร่างเล็กที่เป็ภรรยาของเขายิ้มอย่างน่ารักให้เขา ก่อนหน้าซบกับผ้าที่อยู่บนมือเขา
“เด็กดี นิ่งๆ” เขาพูดเสียงเข้มขึ้นนิดหน่อยเพราะความอายที่ต้องทำเช่นนี้ต่อหน้าเด็ก ภรรยาเขาก็ยิ้มเยาะเล็กก่อนจะหันหน้าไปตักโจ๊กอุ่นตรงหน้าทาน
“อร่อยมากเลยค่ะ” เธอทานพร้อมรอยยิ้ม
“อาเจียว พอดีผมเตรียมของไม่ดี ทำให้เตียงของน้องคุณมาส่งไม่ทัน จะมาพรุ่งนี้ คืนนี้เรานอนด้วยกันก่อนนะ” เขาบอกนางตรงๆ
“ได้แน่นอนค่ะ” ก่อนนางจะบอก “อาโยว มาเช็ดเนื้อเช็ดตัวก่อนขึ้นเตียง ลี่จิ่น คุณด้วยนะคะ” นางมองเขาด้วยแววตาที่เขาก็ไม่เข้าใจ
“ได้ครับ/ได้” ทั้งสองขานรับพร้อมก่อนก่อนจะหยิบผ้าผืนเล็กๆชุบน้ำอุ่น บิดให้หมาดก่อนจะเช็ดเนื้อตัวตนเอง
หลังจากทานอาหารภรรยาของเขาก็หยิบผ้าเช็ดปาก เช็ดมือเล็กน้อยก่อนจะปีนขึ้นเตียงไป
“ถึงเวลาก็นอนกันเถอะ มืดมากแล้ว”ภรรยาเขากล่าว จากนั้นเขาขึ้นไปบนเตียงโดยให้น้องของเธออยู่กลาง เพราะเขากลัวน้องของเธอนอนดิ้งตกลงเตียง
ก่อนดับไฟเขาก็รู้สึกถึงสายตาบางอย่างแต่ก็ไม่ใส่ใจ ดับไฟลง แล้วล้มลงนอน ผิดกลับคนตัวเล็กที่นอนตรงกลางกับอึดอัดนอนไม่หลับ เพราะรู้ว่าพี่สาวตนเองไม่พอใจ แต่เขาก็ทำอะไรไม่ได้ จึงข่มตานอน พรางคิดว่าพี่เขยน่าจะบื้อกว่าที่เขาคิดเสียแล้ว มองอารมณ์พี่สาวของไม่ออกเช่นนี้
.
.
ตานี่!! ก็เข้าใจว่าเป็สามีที่เพิ่งแต่งงานกับฉัน แต่กลับมาบอกว่าจะให้เด็กนอนด้วย ั้แ่คืนแรกของการแต่งงาน ถึงแม้จะน้องชายก็เถอะ เขาคิดอะไรกันแน่นะ ก่อนหน้านี้เขาก็ดูน่าเอ็นดูอยู่หรอก คิดว่านางจะเชื่อเหรอว่าไม่มีเตียงเก่าเก็บ หรือ ทำไม่ทันจริง นี่ไม่ใช่ข้ออ้างหรอกเหรอ ความจริงฉันก็ไม่คิดไม่คาดหวัง เพียงเตรียมใจมาบ้างว่า พวกเราเพิ่งเจอ ความรักของคนโบราณคงค่อยเป็ค่อยไป นางแกล้งเขาไปเบาๆ ไม่คิดว่าจะเอาน้องมาขวางอย่างนี้ นี่ไม่ใช่การให้น้องมาเป็พยานว่าไม่ได้ร่วมเตียงกันหรอกเหรอ อีกทั้งยังให้นอนคั่นอีก ดูท่าทางตาทึ่มนี้ต้องสอนให้รู้ความซะหน่อยแล้ว
หญิงสาวในชุดแดงที่อารมณ์คุกรุ่นอยู่ค่อนคืนก่อนจะผลอยหลับไป
เช้าวันถัดมาหญิงสาวก็รู้สึกตัวเมื่อได้กลิ่นหอมของอาหาร พอหันมาข้างๆ ก็พบว่าเตียงก็ไม่มีใครเหลืออยู่แล้ว เธอเดินตามกลิ่นไปจนถึงห้องครัว
ชายร่างสูงที่ทำให้เธออารมณ์เสียเมื่อคืนบนตัวมีผ้ากันเปื้อนกำลังทำอาหาร ถึงแม้จะเจ็บใจ แต่พอได้เห็นเขาที่ทุ่มเททำอาหาร อารมณ์ทีตกค้างหายไปอย่างง่ายดาย
“ทำอะไรทานเหรอคะ” ร่างเล็กกว่าเดินเข้าไปแล้วโอบเอวสอบ ร่างสูงตรงหน้าสะดุ้งเบา และนวดแป้งตรงหน้าต่อ “ทำแผ่นแบ้ง หรือบะหมี่เหรอคะ”
ร่างสูงตรงหน้านางที่ยังนิ่งเงียบอยู่ ทำเอานางอึดอัดไม่น้อย
นิ่งใช่ไหม ไม่หือไม่อือ จะแกล้งคืนแล้วนะ ตอนนี้ไม่บอก ตอนหลังมีปัญหา ก็เพราะเขาไม่พูดให้นางฟังซักคำ แบกไว้คนเดียว ไม่ได้การแน่ครอบครัวของนาง จะไม่ให้เงียบ ไม่คุยเช่นนี้แน่ หญิงสาวจึงตัดสินใจ เดินไปนั่งเงียบกริบที่โต๊ะอาหารซักแป๊บ ก็ออกไปเอาน้ำเย็นล้างหน้าล้างตา ก่อนจะตัก เอาไปเช็ดเนื้อตัวในห้องแล้วเปลี่ยนชุด อากาศเย็นไปแล้วถึงจะใกล้ๆเข้าฤดูหนาวก็เถอะ เมื่อจัดการตัวเองเรียบร้อย นางก็กลับไปที่โต๊ะอาหาร
น้องชายที่ออกไปเดินสำรวจรอบๆบ้านก็กลับมา ก็ล้างมือ ก่อนที่จะมานั่งที่โต๊ะอาหาร “พี่เป็อะไรเหรอ เกิดอะไรขึ้น” น้องชายมองพี่สาวก็รับรู้ว่านางไม่พอใจ เด็กน้อยคิด ‘หรือจะเื่เมื่อคืนนี้’
“ไม่หรอก เื่นี้เป็พี่เขยที่ก่อ เขาต้องแก้ไขกับพี่ อย่าได้กังวล เป็เื่ธรรมดาของคู่แต่งงาน” ฉันพูดเสียงเบากับน้องชาย
แต่ถึงอย่างนั้นชายหนุ่มที่อยู่หน้าเตาที่กำลังพลิกแป้งแผ่นชิ้นสุดท้าย ก็ได้ยินอย่างไม่ต้องพยายาม ความเป็จริงเขาก็พอรู้ว่าภรรยาเขานอนไม่ค่อยจะสบายเมื่อคืน ขยับตัวไปมาจนเกือบเช้า เขาจึงไม่ปลุกนาง แต่เื่นี้ที่ว่าเขาก่อ เป็เื่ไหนกัน ร่างสูงเอาแผ่นแป้งออกจากเตา ก่อนจะยกอาหารไปที่โต๊ะ
ดูท่าแล้วเขาต้องเรียนรู้ภรรยาเขาให้มากขึ้น เพราะถึงนางจะพูดออกมาตรงๆ ทำตัวเปิดเผย แต่หลายเื่ก็เก็บไว้ในใจ ดังนั้นเขาต้องค่อยๆเรียนรู้นางให้มากหน่อยเสียแล้ว