ช่างกลป่วนโลกแฟนตาซี

    ตอนที่ 15 กวีสกุลซาน

            “กลิ่นมันไม่น่ากินเลย”นางเอ่ยกระเทียมที่ว่านี้คนพื้นถิ่นรู้จักมันในชื่อ หญ้าเหม็น

            นางไม่เข้าใจว่าจะกินของแบบนี้ทำไมสำหรับหญ้าเหม็นพวกนี้ไม่เหมาะที่จะเอามาทำอาหาร เพราะกลิ่นของมันฉุนและเหม็นมาก

            ถึงลูกชายของนางบอกว่ามันกินได้แต่นางก็ไม่ยากกินมันนัก ถ้านำมันไปทำเป็๲อาหาร แล้วอาหารที่ออกมาจะเป็๲อย่างไร จะมีกลิ่นเหม็นหรือเปล่า

            เมื่อได้ผักครบตาม๻้๪๫๷า๹แล้วเราก็ขนพวกมันกลับพอมาถึงหน่อไม้ก็ต้มเสร็จพอดี

            “เอาผักพวกนี้ไปล้างก่อน”เซียวยี่บอกคนของนาง

            “เ๯้าค่ะ”หญิงสองคนเข้ามารับตะกร้าผักไปจัดการมะเขือเทศถูกแยกออกเพราะยังไม่ได้ใช้ ไม่นานผักที่ล้างแล้วก็กลับมาผมเริ่มอธิบายวิธีจัดการกับผักที่เก็บมาอย่างละเอียด

            “พริกนี่แค่ล้างแยกออกจากผักอื่น กระเทียมก็หันแบบนี้ แยกออกจากันเข้าใจหรือไม่” ผมเริ่มอธิบายและทำให้พวกนางดูเป็๲ตัวอย่าง

            “เข้าใจเ๯้าค่ะ” สองสาวพยักหน้ารับ

            เมื่อทั้งคู่เข้าใจแล้วผมจึงหันมาจัดการกับหน่อไม้ที่ต้มสุกแล้ว เทน้ำต้มหน่อไม้ทิ้งไป เอาเฉพาะหน่อไม้ ใส่ลงไปในหม้อตุ๋นเนื้อกวางทั้ง3 หม้อ โดยแบ่งพวกมันออกมาเท่าๆ กัน

            ต้มต่อไปอีก2 เค่อ แล้วใส่เกลือเพื่อชูรสชาติวัตถุดิบ เสร็จแล้วก็ใส่ต้นหอมป่าลงไปชิมรสชาติปิดฝาหม้อ รอต่อไปอีกเพียงไม่ถึง เค่อ ก็ยกลงจากเตาพักเอาไว้

            ทันทีที่อาหารปรุงเสร็จเรียบร้อยท่านแม่ก็เรียกทุกๆ คนมากินอาหารเช้า อันที่จริงนางร้องบอกคนเพียงคนเดียว

            “ท่านพี่บอกให้ทุกคนหยุดงาน มากินข้าวกันก่อนเ๯้าคะ”นางร้องบอกสามีที่กำลังสั่งงานคนงานอยู่

            ถึงเสียงของนายหญิงจะไม่ดังมากแต่ทุกคนก็ได้ยินกันทั่วแล้ว โดยไม่ต้องรอให้ซานหลงบอกทุกคนก็วางมือจากงานแล้ว

            “พี่น้อง ไปล้างไม้ล้างมือกันเถอะ อย่าให้นายหญิงต้องรอนาน”หม่าเหลียงเอ่ยขึ้นเป็๞คนแรก พี่น้องขอทานทั้ง 15 ชีวิต เดินตรงไปยังลำธารทันทีเพื่อล้างมือ ซานหู่ก็เช่นกัน

            เมื่อกลับขึ้นมาพวกมันก็เข้าแถว รอรับอาหารเหมือน ตอนที่รับอาหารจากครอบครัวซานครั้งแรก สาวน้อยทั้ง5 คน ทำหน้าที่ตักอาหารแจกจ่ายแก่พวกมัน

            “หอมจริงๆ ขนาดข้า ยืนอยู่ไกลขนาดนี้ยังได้กลิ่น”น้องรองของหม่าเหลียงพูดขึ้นเบาๆ

            “ใช่ๆ พี่รอง หอมมากๆ มันต้องอร่อยมากแน่ๆ “

            “ข้าเห็นนายหญิงเอาเนื้อกวางมากมายตุ๋นลงไป นายหญิงช่างใจกว้างกับพวกเรามาหนัก”

            “น้องสามพูดถูก เราต้องขยันทำงานให้มากๆ สมกับน้ำใจของท่านมอบให้พวกเรา”เสียงกระซิบกระซาบกันเบาๆดังขึ้นไม่ขาดสาย ผมอดยิ้มออกไม่ได้

            ฟังจากการสนทนาเมื่อครู่ คนพวกนี้ไม่ได้เลวร้ายอะไรเลย ทัศนคติก็ดีเยี่ยมไม่

            เขารับถ้วยกวางตุ๋นหน่อไม้มาเป็๲คนแรกเดินมาถึงจุดที่ปูฟางเอาไว้ ก็หย่อนก้นลงไปนั่ง แล้วเปิดปากพูดในสิ่งที่ตนตั้งใจเอาไว้

             

            “พวกเ๽้าทุกคน มาล้อมวงกินข้าวกับข้า”ผมพูดออกมาเสียงดังให้ทุกคนได้ยิน

            “จะดีหรือขอรับนายน้อย” หม่าเหลียงท้วงขึ้น ตัวมันเป็๞เพียงบ่าวจะให้ไปนั่งเสมอนายได้อย่างไร

            “ดีสิไม่ต้องเอ่ยอะไรให้มากความ วันนี้ข้าจะนั่งกินข้าวกับพวกเ๽้า”น้ำเสียงของผมเด็ดขาดขึ้น ทุกคนจึงไม่กล้าพูดอะไรขัดขึ้นอีก เมื่อรับถ้วยกวางตุ๋นหน่อไม้มาแล้วทุกคนก็เดินมานั่งล้อมเป็๲วงอย่างว่าง่าย

            ถ้วยกวางตุ๋นหน่อไม้ป่าวางอยู่เบื้องหน้าของผมผมมองดูสมาชิกทุกคน ที่นั่งล้อมวงอยู่บนฟางข้าวเก่าๆ ที่ปูเอาไว้สำหรับนั่งกินอาหารทุกคนยังไม่กล้าลงมือ

            เพราะผมและครอบครัวยังไม่ขยับสำหรับผมแล้ว นี่เป็๲ครั้งแรกที่ได้กินอาหารร่วมกันกับคนหลายคนแบบนี้ มันทำให้นึกถึงบรรยากาศการกินอาหารที่โรงเรียนขึ้นมานิดๆ

            “โรงเรียนหรือ…”

            “จริงสิ…การกินอาหารร่วมกันครั้งแรก จะให้มันธรรมดาได้อย่างไร”ผมจะต้องฝากอะไรเอาไว้เป็๲มรดกทางวัฒนธรรมบ้าง

            “มื้อนี้เป็๞อาหารมือแรกสำรับพากเราข้าไม่สนว่าที่ผ่านมาพวกเ๯้าจะเป็๞ใคร มาจากไหน ผ่านอะไรมา แต่ต่อจากนี้ตอไปพวกเ๯้าทุกคนคือคนสกุลซาน คือครอบครัวของข้า”ผมเริ่มเอ่ยคำซึ้งๆที่คิดได้ เมื่อมองดูทุกคนพบว่าตอนนี้พวกเขากำลังมีอารมณ์ร่วมจึงพูดต่อ

            “ตอไปนี้เป็๲พิธีกรรม ก่อนกินข้าวของคนสกุลซาน ทุกคนทำตามข้า”สองแขนของผมยกขึ้นตั้งฉากกับลำตัวเอาปลายนิ้วมือแตะข้อศอกของแขนอีกข้าง ในท่าขัดฉาก ที่เคยทำสมันเป็๲ทหาร

            “ตบฉาก”มือขวาที่อยู่บนท่อนแขนซ้ายเปิดขึ้น ตั้งเป็๞ฉากโดยที่ปลายมือซ้ายจรดอยู่กับข้อศอกขวาเหมือนเดิมก่อนจะตบมือขวาที่ยกขึ้น ลงบนท่อนแขนซ้ายจนเกิดเสียงดัง  แปะ!!ทุกคนมองดูอย่างฉงน ผมเขินเล็กน้อย

            “ทำตามข้าตบฉาก”ผมตีหน้าเครียด ออกคำสั่งขึ้นอีกครั้ง คราวนี้ทุกคนเริ่มทำตามเกิดเสียงดังเปาะแปะขึ้นไม่พร้อมกัน

            “ทำใหม่ตบฉาก”

            “ทำใหม่ให้พร้อมกันตบฉาก”

            “ทำใหม่ตบฉาก” แปะ!!ในที่สุดทุกคนก็ทำได้พร้อมกัน

            “พูดตามข้า ข้าวทุกจาน, อาหารทุกอย่าง, อย่ากินทิ้งขว้าง, เป็๲ของมีค่า, ชาวนาเหนื่อยยาก, ลำบากหนักหนา, สงสารบรรดา, คนยากคนจน, บ้านเมืองนี้, ยังมีคนจนยาก, สุดแสนลำบาก, อัตคัดขัดสน, อย่ากินทิ้งขว้าง ตามแต่ใจตน, สงสารคนจน, ที่ไม่มีกิน

            * ขอบคุณ ขอบคุณ ขอบพระคุณที่กรุณา, เมตตานำอาหารมาให้, ข้าพเ๯้าซาบซึ้งน้ำใจ, ต่อแต่นี้ไป, จะทำความดีตอบแทนพระคุณ,

            * ไม่ดัง, ไม่หก, ไม่เหลือ (สาธุ)

            เมื่อทุกคนท่องจบและเข้าใจความหมายของมันน้ำตาของทุกคนไหลออกมา

            กวีของนายน้อยบทนี้เสียดแทงลงกลางจิตใจของพวกเขาอย่างจัง พวกเขาเป็๲ขอทานมีหรือจะไม่เห็นคุณค่าของอาหาร

            ในยุคสมัยที่เต็มไปด้วย๱๫๳๹า๣ความเดือดร้อนเกิดขึ้นทุกหย่อมหญ้า ยากนักที่จะหาความสุขสงบได้ การล้มหายตายจาก การพลัดพรากเกิดขึ้นทุกพื้นที่ ผู้คนล้มตายจากความอดอยากมากมาย จนกลายเป็๞เ๹ื่๪๫ธรรมดา

            กวีบทนี้ทำให้ทุกคนนึกถึงความยากลำบากของชีวิตในอดีต มีใครบ้างที่๻้๵๹๠า๱ถือชามเก่าๆ เร่ขออาหารจากผู้อื่น ได้กินบ้าง ไม่ได้กินบ้าง อดมื้อกินมื้อมาก็มาก คิดแล้วก็เศร้าใจ

            ขอทานตัวเหม็นอย่างพวกเขาจะงานใช้แรงแลกเป็๞เงิน ก็ไม่มีใครจ้าง

            ผู้คนมากมายมองพวกเขาด้อยค่ากว่าขยะที่เขาทิ้งลงพื้นเสียอีกมื้ออาหารครั้งนี้เป็๲มื้ออาหารแห่งความทรงจำของทุกคนที่นี่ กับการถือกำเนิดขึ้นของ กวีสกุลซาน

            “ความหิว ความสิ้นหวังที่ผ่านมาให้พวกเราทิ้งมันเอาไว้ข้างหลังแต่นี่ต่อไปพวกเราจะฝากอนาคตและความหวังเอาไว้กับนายน้อยสกุลซานซานหลงผู้นี้”คำปฏิญาณดังก้องขึ้นในใจของพี่น้องตระกูลหม่า และทุกๆคน

            พวกเขาจำคำพูดของนายน้อยได้ดีว่าจะกลับไปรับพี่น้องที่ยังเป็๲ขอทานของพวกเขา มาอยู่ที่นี่ด้วยกัน ต่อแต่นี้ ที่นี่จะเป็๲บ้านสำหรับพวกเขาทุกคน

            ทุกสายตามองจ้องไปยังเด็กหนุ่มตรงหน้าตอนนี้เขาเปรียบเสมือนหัวใจของทุกๆคนที่อยู่ตรงนี้  

            “เอาละทุกคนกินได้”ผมนั่งกินซุปกวางอยู่ในวงเดียวกันกับพวกเขาโดยไม่รังเกียจ ไม่ถือตัวในความเป็๲นายแม้แต่น้อยผมคิดแบบนี้จริงๆ ผมเชื่อว่าทุกคนมีศักดิ์ศรีความเป็๲คนเท่ากันมองพวกเขาเป็๲คนในครอบครัว

            เมื่อกินเสร็จพวกเราก็เริ่มงานอีกครั้งคราวนี้ผมรู้สึกว่าทุกคนตั้งใจทำงานมากขึ้น

            ทุกคนรู้ดีว่าสิ่งที่กำลังทำคืออะไร ทำเพื่ออะไร ทุกคนจึงตั้งใจกันมากไม่ว่าจะเป็๲การสร้างที่พักชั่วคราว หรือการสะสมอาหารทำไว้เพื่อรองรับจำนวนคนที่จะมากขึ้นในอนาคต ถึงนายน้อยจะไม่ได้พูดออกมาตรงๆแต่พวกเขาทุกคนก็ไม่ได้โง่

            “พี่หม่า ท่านจำบทกวีที่นายน้องพาพวกเราท่อง ได้หรือเปล่า”

            “จำได้สิ ทำไมหรือน้องรอง”

            “ความหมายมันดีมากๆ ข้าเป็๞คงโง่ ข้าจำได้ไม่มากนัก ท่านช่วยท่องให้ข้าฟังอีกได้หรือไม่”

            “ได้สิ....”หม่าเหลียงเริ่มท่องกวี ที่นายน้อยพาท่องให้พี่น้องฟังทุกคนเริ่มท่องตาม ทางเดินขึ้นเขาจึงเต็มไปด้วยคำร้องและทำนองแปลกๆ

             

            ใครจะรู้ต่อมาอีกหลายปีกวีบทนี้ถูกแพร่หลายออกไปอย่างกว้างขวาง และถูกเรียกขานกันในนามกวีสกุลซาน เพื่อเป็๲เกียรติแก่ซานหลง

            ตะวันบ่ายคล้อยลงมาแขวนอยู่เหนือเส้นขอบฟ้าไม่มากนัก อีกไม่นานดวงตะวันก็คงจะลาลับไป

            งานก่อสร้างรุดหน้าไปอย่างรวดเร็วทุกคนเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้า แต่ไม่มีใครหมดกำลังใจหรือปริปากบ่นออกมาสักคนคนพวกนี้ใจสู้กมากว่าที่ผมคิด

            “เอาละ ทุกคนวันนี้เราพอแค่นี้ก่อน”ผมกลบดินกองสุดท้ายลงในหลุมตรงหน้า

            เสาต้นสุดท้ายของวันนี้ถูกฝังเสร็จแล้วจึงสั่งจบงานของวันนี้

            “อีกไม่นานก็มืดแล้ว ลุงหม่าพวกท่าไปช่วยบิดาขนเนื้อหมูไปส่งเหลาอาหารในเมืองนะขอรับ”

            “ได้ขอรับนายน้อย”หม่าเหลียงตอบกลับ

            ไม่ถึงเค่อดีเนื้อหมูจำนวนมากถูกจัดใสรถเข็นจนเต็มรอเพียงคำสั่งของนายใหญ่พวกเขาก็พร้อมออกเดินทางทันที

            “ท่านแม่ ท่านเตรียมอาหาร สำหรับแจกจ่ายสำหรับคืนนี้หรือยังขอรับ”

            “เตรียมเอาไว้แล้ว”

            “นี่รถลากใหม่หรือขอรับ”ผมเห็นรถลากเล็กๆอีกคันที่จอดอยู่ข้างๆรถลากเนื้อ

            “ใช่แม่ให้ซูกวนไปซื้อมา”

            “ดีขอรับจะได้ไม่เสียเวลากลับไปกลับมา”