“หนึ่งหมัด?ถ้าแค่หนึ่งกระบวนท่าเขาก็ทําได้แล้วแต่หนึ่งหมัดน่ะต่อให้เก่งยังไงก็ทําไม่ได้!’’
“ถูกต้อง!ขนาดการแข่งขันศิลปะการต่อสู้ระดับโลกก็ไม่มีใครทําได้มาก่อนแล้วเขาจะไปทําได้ๆยังไง?’’
“เฮ้อ เซี่ยวจี๋คงจะได้ใจมากไปหน่อยแล้วแต่ถ้าหัวหน้าแพ้เขาอีกรอบก็เกินไปหน่อยนะ…’’
“...’’
กองกําลังรบพิเศษและหลันเอ๋อร์เดิมทีเห็นเซี่ยวจี๋เอาชนะยี่เฟิงในหนึ่งกระบวนท่าได้สองรอบติดพวกเขาก็เหลือเชื่อมากแล้วแต่นี่อีกฝ่ายกลับกล้าบอกว่าจะเอาชนะในหนึ่งหมัด...จะได้ใจมากไปหน่อยไหม?
เก่งให้ตายยังไงหรือต่อให้เป็นปรมาจารย์ก็ทําไม่ได้!
แล้วแบบนั้นคุณจะทําได้ยังไง?
ทางด้านยี่เฟิงที่ได้ยินก็โกรธแต่เขาก็ไม่สามารถทําอะไรได้เพราะในตอนนี้ไข่ของเขามันช่างปวดแสบปวดร้อนซะเหลือเกิน
เมื่ออาการบาดเจ็บบรรเทาลงบ้างแล้วยี่เฟิงจึงใช้มือข้างหนึ่งชี้นิ้วไปยังใบหน้าของเซี่ยวจี๋อย่างสั่นๆ สั่นเพราะความโกรธ “เซี่ยวจี๋!ฉันยอมรับว่าฉันประมาทนายมากเกินไปถึงจะอย่างนั้นแม้นายจะเอาชนะฉันได้ อย่างตํ่าก็ต้องหนึ่งกระบวนท่าเพราะงั้นไอ้หนึ่งหมัดน่ะอย่าได้โอหังให้มันมากนัก!’’
สําหรับยี่เฟิงแล้วแค่พ่ายแพ้ต่ออีกฝ่ายในหนึ่งกระบวนท่าก็อับอายขายขี้หน้าจนทนไม่ไหวอยู่แล้วแต่นี่ถ้าเขาแพ้ในหนึ่งหมัดจริง เขาคงต้องพิจารณาตัวเองใหม่เสียล่ะมั้ง…
“แล้วไง?สุดท้ายเมื่อครู่คุณก็พูดเหมือนตอนรอบที่หนึ่งไม่ใช่เหรอ!’’ ได้ยินเซี่ยวจี๋ก็ยกนิ้วชี้ไปที่หว่างคิ้วของตัวเองแล้วยักคิ้ว
เห็นแบบนั้นคนอื่นก็อึ้งจนหมดคําพูดไป
กรอดดดด!
ยี่เฟิงกัดฟันกรอดเขาแทบไม่อยากเชื่อด้วยซํ้าว่าไอ้หมอนี่คือคนๆเดียวกันกับที่เขาเคยฝึกมาด้วยสองมือของตัวเอง
บัดซบ!มันเป็นแบบนี้ไปได้ยังไง?
“มู่หลินนายทําอะไรกันแน่?หรือว่าเพียงแค่ประโยคเดียวเขาก็เข้าใจว่านายสอนอะไร?’’ฝั่งหลันเอ๋อร์ที่ยืนข้างๆชายหนุ่มก็อดถามไม่ได้เธอกลอกตาอย่างไม่อยากเชื่อและอยากจะเชื่อในเวลาเดียวกัน
เพราะในความคิดของหลันเอ๋อร์แล้ว เหตุการณ์ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นหลังจากที่ชายหนุ่มได้เอ่ยออกไปเพียงประโยคเดียวซึ่งหากเป็นคนธรรมดา เธอก็คงจะไม่สงสัยหรอก แต่ชายหนุ่มคนนี้น่ะแตกต่างเพราะเขาเป็นถึงคนที่สามารถหลบกระสุนได้มากมายทั้งยังมีความแข็งแกร่งที่สามารถสร้างผู้พิการได้เกือบห้าร้อยคนเธอจึงเชื่อว่ามีส่วนหนึ่งที่เซี่ยวจี๋เผลอเข้าใจและเรียนรู้มันได้โดยบังเอิญ
กองกําลังรบพิเศษก็มองไปที่ชายหนุ่มเพื่อรอคําตอบเช่นกันในสายตาของพวกเขาคนๆนี้ไม่ต่างอะไรไปจากเทพเจ้า อีกฝ่ายทําได้ทุกสิ่ง
เรื่องที่เกิดขึ้นตอนนี้เองก็คงจะเหมือนกัน!
ท่ามกลางสายตาจับจ้องนับหลายคู่ชายหนุ่มเพียงส่ายหัวอย่างเชื่องช้า “จะคิดมากไปให้ได้อะไร? ฉันก็บอกๆอยู่ว่าฉันจะสอนเทคนิคการต่อสู้ให้เขาซึ่งนั่นแหละที่ฉันสอน!’’
“ดังนั้นแล้วต่อให้เป็นคนโง่หรือไม่ตั้งใจฟังแค่ได้ยินก็เข้าใจได้ด้วยตัวเองแล้ว!’’ มู่หลินเน้นยํ้าแล้วเชิดหน้าขึ้นความหมายที่เขาต้องการจะสื่อก็คือ มีเพียงคนเก่งอย่างเขาเท่านั้นแหละที่ทําได้!
หลันเอ๋อร์และกองกําลังรบพิเศษที่ได้ยินก็ผงะไป
ชายคนนี้…
พิลึกกว่านี้คงไม่มีอีกแล้ว!
ห้านาทีต่อมาเมื่ออาการบาดเจ็บหายไปยี่เฟิงก็ลุกขึ้นแล้วสะบัดชายเสื้ออย่างองอาจพลางจ้องมองไปที่เซี่ยวจี๋ด้วยความดุดัน“เริ่มได้แล้ว! เข้ามา!’’
“คุณระวังไข่ของคุณไว้ให้ดีเถอะหัวหน้า!’’ได้ยิน เซี่ยวจี๋ก็หัวเราะเบาๆแล้วแสยะยิ้มอย่างชั่วร้ายเขารู้ดีว่าการเตะไปยังไข่อีกฝ่ายถึงสองรอบอย่างน้อยมันต้องสร้างความหวาดกลัวบาดลึกถึงจิตใจแล้วดังนั้นนี่จึงเป็นเหตุผลที่ทําให้เขามั่นใจว่าจะเอาชนะอีกฝ่ายได้ในหมัดๆเดียว
สําหรับเซี่ยวจี๋แรกเริ่มเดิมทีการชนะยี่เฟิงในกระบวนท่าเดียวเป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้แต่หลังจากที่เขาตะหนักรู้เขาก็พบว่ามันง่ายดาย ดังนั้นเมื่อเอาชนะในรอบที่สองได้เขาจึงรู้ว่ารอบที่สามควรทําอย่างไรและใช้โอกาสแบบไหน มันจึงไม่พ้นความชนะ!
ชนะขาดทั้งๆที่รู้อยู่แล้ว!
“บัดซบ!เดี๋ยวได้รู้ดีกัน!’’ ทันทีที่เห็นรอยยิ้มชั่วร้ายของอีกฝ่ายยี่เฟิงก็สบถอย่างไม่สบอารมณ์ด้วยใบหน้าแดงกํ่า ตอนนี้เขาฉุนขาดและโมโหจัดเขาต้องการสั่งสอนให้เจ้าเด็กเมื่อวานซืนคนนี้รู้ว่าใครเป็นใคร
อย่างไรก็ตามยี่เฟิงก็รู้ดีว่าตัวเองไม่สามารถประมาทได้เพราะนอกจากแพ้ไปแล้วสองครั้ง ถ้ายังแพ้อีกนั่นก็หมายความเขาเป็นฝ่ายแพ้ของจริงอีกอย่างสิ่งที่เขากลัวมากที่สุดและอดระวังไม่ได้ก็คือ โดนเตะไข่!
นั่นแหละที่ทําให้เขาไม่กล้าฟันธงแล้วว่าเดาออกว่าอีกฝ่ายจะโจมตีตรงไหน!
เพราะถ้าเกิดเขาฟันธงอีกนั่นก็คงไม่พ้น...การโดนเตะไข่!
“ระวังไข่ของคุณเอาไว้ให้ดี!’’ โดยไม่รอช้าเซี่ยวจี๋หัวเราะด้วยนํ้าเสียงชั่วร้ายเป็นครั้งสุดท้ายแล้วพุ่งตัวออกไปใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความแน่วแน่ สองตาจดจ้องไปยังใบหน้าของยี่เฟิงโดยมีการขยับขาให้เห็นแว๊บๆ
ยี่เฟิงจึงมองออกได้ในทันทีว่าเซี่ยวจี๋ตั้งใจจะมาไม้เดิมเขาจึงยกแขนขึ้นแสร้งทําเป็นกันหน้าแล้วเตรียมที่จะเตะสวนออกไปเพื่อป้องกัน
ทว่าสิ่งที่เขาคาดไม่ถึงก็เกิดขึ้น!
วินาทีนั้นเมื่อเซี่ยวจี๋มาถึงเบื้องหน้าของยี่เฟิงเขาไม่ได้เปลี่ยนแปลงการกระทําใดๆ ยกเว้น ทุ่มสุดตัวไปที่หมัดขวาของเขา!
พริบตาหมัดขวาก็พุ่งเข้าปะทะทลายการป้องกันแขนทั้งสองที่ไม่เต็มร้อยของยี่เฟิงผ่านไปได้และกระแทกเข้ากับใบหน้าของอีกฝ่ายในทันที
ตุบ!
สมองของยี่เฟิงได้รับการกระทบกระเทือนอย่างแรงจนล้มลงไปกับพื้น
ซึ่งหมายความว่ายี่เฟิงแพ้แล้ว!
ผู้ชนะคือเซี่ยวจี๋!
เหตุผลที่ยี่เฟิงล้มง่ายมันเป็นเพราะเขามัวแต่ระวังไข่มากเกินไปการป้องกันจึงเน้นไปที่ช่วงล่างซะส่วนใหญ่ ดังนั้นเมื่อถูกหมัดของเซี่ยวจี๋เข้าไปผลจึงเป็นอย่างที่เห็น
พ่ายแพ้อย่างราบคาบ!
เห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกองกําลังรบพิเศษและหลันเอ๋อร์ก็อดเบิกตากว้างไม่ได้
เป็นไปได้อย่างไร?
หมัดเดียว!เซี่ยวจี๋ทําได้จริงๆ!
“คุณแพ้แล้ว!’’ขณะที่ยี่เฟิงกําลังสับสนอยู่บนพื้นและเจ็บปวดใบหน้าเซี่ยวจี๋ก็ยื่นมือออกไปเตรียมช่วยพยุงขึ้นมาด้วยรอยยิ้ม
“เอ่อ…ฉันแพ้แล้วจริงๆ!’’เห็นนํ้าใจของอีกฝ่าย แม้ยี่เฟิงจะยังคงช็อคอยู่เขาก็ยิ้มแห้งๆแล้วยื่นมือออกไปเพื่อให้อีกฝ่ายช่วยพยุง
แปะ!แปะ! แปะ!
ทุกคนต่างตบมือให้กับมิตรภาพของทั้งสองดูเหมือนว่าแม้เซี่ยวจี๋จะเอาชนะยี่เฟิงได้เขาก็ไม่ได้หยิ่งยโสเกินไปจนลืมเรื่องเก่าๆด้วยเหตุนี้ทุกคนจึงมองเขาแตกต่างออกไปจากเดิม
เวลาเดียวกันกับที่เสียงตบมือดังขึ้นชายหนุ่มผู้ซึ่งกําลังถูกหันมาจับจ้องก็ยิ้มให้กับพวกเขา “เอาล่ะต่อไปนาย!ไหนลองว่าชื่อมาซิ!’’
ว่าชื่อมา!
อย่าบอกนะว่าอีกแล้ว?