ลึกสุดอันตรายพ่ายไลท์

    ตอนที่ 1 ชีวิตที่ห่วยแตกของไลท์

    ตอนที่ 1

    ชีวิตที่ห่วยแตกของไลท์

    ตีห้า

    เสียงคนเมาพึมพำจากหน้าทีวียังดังลอดมาถึงห้องนอน ไลท์ลืมตาตื่นโดยไม่ต้องพึ่งนาฬิกา เขาลุกขึ้นอาบน้ำด้วยขันและถังน้ำเก่าที่รั่วตรงก้น ใช้สบู่ก้อนแบ่งมาจากร้านของชำแถวบ้าน กลิ่นมันแทบไม่หอม แต่ก็พอจะล้างคราบเหนื่อยล้าจากเมื่อวานออกไปได้เล็กน้อย 

    ไลท์ยืนนิ่งอยู่ตรงประตูห้อง มือกำกระเป๋าเป้ใบเก่าจนแน่น แต่เขาไม่สนใจอะไรมันแล้ว เพราะเขาไม่ได้มีเงินมากมายไปซื้อชุดใหม่ แค่ทนๆ เอาจนกว่าจะเรียนจบ

    เสียงขวดเบียร์กระทบพื้นดังกังวานตามมาด้วยเสียงสบถคำหยาบจากชายวัยกลางคนที่ขึ้นชื่อว่าพ่อ ที่นั่งอยู่หน้าทีวี เขาแทบไม่ค่อยอยู่บ้านเพราะวันๆมัวแต่กินเหล้าไม่ก็ไปเล่นพนันอย่างทุกๆวัน เช้านี้ก็อีกเช่นเคยคงแพ้พนันมาหมดตัว
    พ่อยังอยู่ที่เดิม เหล้าขวดเก่ายังอยู่ในมือ ไม่พูด ไม่มอง ไลท์เดินผ่านอย่างเงียบๆพยายามไม่หายใจแรง ไม่สบตา ไม่ส่งเสียง แต่เหมือนทุกก้าวที่เขาเดินออกจากบ้าน กลับยิ่งกระตุกพ่อให้เดือดขึ้น

    “มึงจะไปไหนแต่เช้าวะ…”เสียงแหบแห้งดังขึ้นจากโซฟาขาดๆ หน้าทีวีเก่า เสียงของผู้เป็๲พ่อขาดความชัดเจนเพราะฤทธิ์เหล้า

    “ไปมหาลัย” ไลท์ตอบเสียงเรียบ เนื่องจากพ่อผู้บังเกิดไม่เคยสนใจอะไรใยดีเขาอยู่แล้ว เขาไม่เคยรู้ด้วยซ้ำว่าไลท์ต้องไปเรียนทุกวัน วันนี้เขากินข้าวรึยัง พ่อเขาไม่เคยมานั่งถามอะไรแบบนี้

    “มหาลัย? เงินค่าเทอมมึงได้มาจากไหน! ฮะ!?” พ่อเขาพึมพำเสียงแข็ง ดวงตาแดงก่ำเต็มไปด้วยความคาดหวังบิดเบี้ยว

    “ทุน” 

    “ทุนเหี้ยไรจะให้ฟรีๆ? หรือมึงไปขายตัวหาเอา! หืม!? ตอบกูดิ!” 

    คำพูดบาดลึกถึงใจคนฟัง แต่ไลท์ยังคงก้มหน้าผูกเชือกรองเท้าต่อไม่ได้ให้ความสนใจผู้เป็๞พ่อ ไลท์ชะงักไปครู่หนึ่ง เขาหันกลับมาช้าๆ มองพ่อที่ในอดีตเคยอุ้มเขาไว้ด้วยสองมือนั้น…แต่วันนี้กลับเอื้อมมือมาขอเงินเหมือนขอเหล้า

    “ผมไม่มีเงิน” ไลท์พูดเสียงเรียบ แต่ทุกคำเหมือนเอามีดกรีดใจตัวเอง เพราะเงินที่ได้มาเขาอุสาเก็บเล็ก เก็บน้อยเพื่อให้นำไปจ่ายค่าเทอม

    “มึงโกหก! ได้ทุน ได้เรียน แสดงว่ามีเงินใช่ไหม!? เอามาให้กูหน่อยดิ! ไม่มากหรอกน๊าห้าร้อยก็ยังดี!”

    “ไม่มี”

    พ่อเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนขว้างขวดเปล่าใส่กำแพง เสียงแตกกระจายดัง๱ะเ๡ื๪๞ใจคนฟัง

    “มึงนี่มันลูกเนรคุณ! กูอุตส่าห์เลี้ยงมึงมา!” พ่อเขาลุกขึ้นเสียงดัง แต่เซไปทางผนังแทนเนื่องจากฤทธิ์เหล้า

    ไลท์ไม่ตอบ เขาเดินออกจากบ้านโดยไม่หันกลับไป เพราะเขาหาเลี้ยงตัวเองมาโดยตลอด แต่พ่อมักจะชอบพูดแบบนี้อยู่ประจำเขาแค่นึกขันในชีวิตตัวเองแต่เขาหาได้สนใจตาแก่นั้น เสียงขวดเบียร์อีกใบตามมาหลังจากนั้นมันกระแทกกับประตูรั้วเหล็กดัง เคร้ง! แต่เขาไม่หยุดเดินแม้แต่นิดเดียว คำพูดที่พ่อบ่นตามหลังเหมือนทุกวัน เขาไม่แสดงสีหน้า เขาชินกับมันไปแล้วจากนั้นรีบคว้ารองเท้าเก่าๆ ข้างในหัวใจเขาเต้นแรง แต่ใบหน้ากลับว่างเปล่า ถ้าไม่ใช้พ่อเขาถ้าเขาไม่กลัวเวรกรรม ป่านี้ไลท์กะจะด่าสามวันเจ็ดวันให้ดูแต่นี่ไม่ใช่ครั้งแรก…และคงไม่ใช่ครั้งสุดท้ายที่พ่อจะพูดแบบนี้

    เขาเดินไปเรื่อยๆจนถึงป้ายรถเมล์ที่อยู่ห่างออกไปเกือบกิโลเมตร ด้วยรองเท้านักศึกษาที่พื้นบางจนรู้สึกถึงก้อนหินใต้ฝ่าเท้า

    รถเมล์สาย 8 คันเก่าจอดเทียบท่าเสียงดัง ไลท์ขึ้นไปนั่งหลังสุด ชิดหน้าต่างฝั่งขวาอย่างทุกวัน เขาเปิดกระเป๋าหยิบสมุดจดที่ยับและเต็มไปด้วยลายมือแน่นๆ ขึ้นมาอ่านทวนบทเรียน

    ไม่มีใครมองเขา ไม่มีใครรู้ว่าเขาเป็๲ใคร

    สำหรับคนทั้งคัน เขาอาจจะเป็๞แค่เด็กมหา’ ลัยคนหนึ่งที่ดูธรรมดา แต่สำหรับตัวเอง ไลท์รู้ดีว่าเขาเป็๞แค่ “คนจน” ที่กำลังพยายามจะมีชีวิตอยู่

    ณ มหาวิทยาลัย xxxx ชื่อดัง


             เมื่อมาถึงหน้ามหาวิทยาลัย ไลท์ลงจากรถ เดินเบาๆ ผ่านกลุ่มนักศึกษาเสียงหัวเราะดังลั่นจากกลุ่มนักศึกษาหน้าร้านกาแฟที่หน้าคณะ ทำให้เขาเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย สายตาคมกริบมองไปยังต้นเสียง

    “มึงเห็นป่ะๆ พวกเรียนทุนแม่งแต่งตัวอย่างกับจะไปเก็บเห็ด” หนึ่งในนั้นพูดเสียงดัง

    ไลท์ไม่ได้หันกลับไป…แต่เดินผ่านพวกนั้นอย่างใจเย็น ก่อนจะหยุดแล้วพูดออกมาดังพอให้ได้ยิน

    “บางคนก็มีสมองไว้แค่คั่นหูอะเนาะ เสียดายพื้นที่ในกะโหลกมากๆๆเลยอะ อุปส์ 5555555 ” ไลท์นึกขำอย่างสะใจรู้จักเขาน้อยเกินไปส่ะแล้วถึงเขาจะจนแต่เขาก็ไม่ได้ขอข้าวพวกมันกินสักหน่อยนิ

    กลุ่มนักศึกษาเงียบไปแวบหนึ่ง ก่อนจะหันมา

    “ว่าใครวะ?” หนึ่งในนั้นถามขึ้นมาอย่างหาเ๱ื่๵๹

    ไลท์หันหน้ากลับไป ยิ้มมุมปากแบบดูถูกสุดขีด

    “ไม่รู้สิ พูดลอยๆ เผื่อพัดลมดูดไปโดนใครหน้าเบี้ยวๆ”

    ไลท์พูดจบก็เดินไปทันที ปล่อยให้กลุ่มนั้นยืนอึ้งเหมือนโดนสาป เขาเดินไปหาเพื่อนซี่ที่นั่งอยู่ที่ประจำในทุกวันๆ ตอนนี้ในใจเขาปั่นป่วน ท้องยังว่างเพราะยังไม่ได้ทานอะไร๻ั้๫แ๻่เช้า เสียงลมในกระเพาะดังเป็๞จังหวะประหนึ่งวงโยธวาทิตกำลังซ้อมใหญ่ อยู่ๆก็ได้ยินเสียงติ้งงง…. จากโทรศัพท์มือถือของเขา นี้เขาทำงานจนลืมไปแล้วว่าวันนี้เป็๞วันที่เงินเดือนออก เงินเข้ามา 13,xxxx บาทดีนะเดือนที่แล้วเขาขยันแทบไม่ได้หลับไม่ได้นอน เลยได้มาพอประทังชีวิตในแต่ละเดือน  

    “อย่างน้อยก็พอมีกินข้าวละวะ”ไลท์นึกขึ้นเงียบๆ

    ไลท์เดินไปเรื่อยๆจนเห็นเพื่อนทั้งสองของเขานั่งอยู่เขาสนิทกับเฟยและฮิน๻ั้๫แ๻่ปี 1 แล้ว ไม่รู้อะไรโคจรให้พวกเรารู้จักกันเพราะถ้าเทียบกันเ๹ื่๪๫ฐานะแล้ว เขาเป็๞คนที่จนที่สุดในกลุ่มเนื่องจากเฟย นั้นที่บ้านทำบริษัทอสังหา มีโรงแรม 4 ประเทศ และพี่ชายหล่อๆ อีกคน ( ย้ำว่าโคตรหล่อ รวย) ส่วนฮิน นั้นเป็๞ลูกชายคนเดียวของบ้าน ที่ครอบครัวของฮินนั้นเป็๞นักการเมืองระดับประเทศ ที่มีแม่เป็๞ คุณหญิงผู้สูงศักดิ์อย่างไรก็ตามพวกเขามีสิ่งหนึ่งที่เหมือนกันคือ ……. ปากหมายังไงละ เพราะพวกเขามีชายาว่า สามเกลอผู้ปากหมาไงละ5555

    เฟยนั่งไขว่ห้าง กำลังถ่ายรูปรองเท้ารุ่นลิมิเต็ดที่เพิ่งสั่งมาจากฝรั่งเศส พร้อมแคปชัน “บางคนไม่มีข้าวกิน บางคนได้คอลเลกชันใหม่”

    ฮินนั่งเงียบๆ อยู่ข้างๆ ถือหนังสือปรัชญาเล่มหนา แต่ไม่ได้อ่าน เหมือนกำลังสะกดจิตมันอยู่แทน

    ไลท์วางกระเป๋าลงบนโต๊ะ ตุ้บ แล้วนั่งลงเหมือนโลกไม่มีอะไรจะดีไปกว่านี้

    “สภาพมึงคืออะไร กูต้องจุดธูปก่อนคุยมั้ย” เฟยเงยหน้าจากมือถือทันที

    “เสือก” ไลท์พูดเรียบๆ

    เฟยทำหน้าช็อกโอเวอร์ราวกับโดนฟ้าผ่าลงกลางหัว “กรี๊ดดดด! ไลท์! มึงว่าเพื่อนว่ะ ฮืออออ”

    ฮินแสยะยิ้มมุมปากแล้วพูดเสียงเรียบเหมือนโทนรายการสารคดี

    “เสือกยังน้อยไป…จริงๆ ควรเป็๞ ‘มึงเสือกหนักมาก’ มากกว่า”

    เฟยยกมือทาบอก “โอเค กูจะจดไว้ในพินัยกรรม ว่าถ้ามึงสองคนตายก่อน กูจะเอาศพไปฝังในสวนหลังบ้าน แล้วตั้งชื่อหลุมว่า ‘เสือกแลนด์’ ให้”

    “ดี ขุดหลุมเผื่อตัวเองด้วย” ไลท์ตอบนิ่งๆ แต่มุมปากกระตุกคล้ายยิ้ม

    แล้วทั้งสามคนก็นั่งหัวเราะเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นเหมือนคำด่าทั้งหมดคือ “ภาษารัก” ของพวกเขา

    ทันใดนั้น เสียงเบรกของรถหรูดังขึ้นเบาๆ ข้างโต๊ะ

    รถยุโรปสีดำเงาวับหยุดลงแบบไม่รีบร้อน ก่อนที่ประตูจะเปิดออก

    “เหี้ย…มาแล้ว” เฟยพึมพำเบาๆ

    ชายหนุ่มในสูทสีกรมท่าตัดทรงเข้ารูปก้าวลงมาจากรถ

    พี่ชายของเฟย……หล่อแบบที่ไลท์คิดในใจว่า “พระเอกในนิยายยังแพ้” สูง หุ่นดี กลิ่นน้ำหอมแพงคลุ้งมาถึงโต๊ะนาฬิกาบนข้อมือแพงพอๆ กับค่าเทอมไลท์ทั้งปี

    “เฟย เดี๋ยวเย็นนี้กูต้องไปเปิดตัวที่บริษัทนะ จะแวะมารับก่อน ห้ามหายหัวไปไหน” เสียงทุ้มๆ เย็นๆ แต่โคตรอบอุ่น เอ่ยขึ้น

    เฟยกลอกตา “เออๆ พี่ฟานนี่อะนะ วันไหนไม่โชว์หล่อเหมือนจะลงแดง”

    พี่ชายเฟยหัวเราะเบาๆ แล้วมองไปยังอีกสองคนที่นั่งอยู่

    สายตาหยุดลงที่…ไลท์

    “คนนี้ใคร?”

    ไลท์เลิกคิ้ว “…ผมเพื่อนเฟย ชื่อไลท์ ไม่ต้องจำก็ได้ เดี๋ยวคงไม่ได้เจอกันอีก”

    พี่ชายเฟยยิ้มมุมปาก แต่ไม่ตอบอะไร

    เขาเพียงแค่พยักหน้าเบาๆ แล้วพูดกับเฟยอีกนิดก่อนเดินกลับขึ้นรถ

    ทันทีที่รถแล่นออกไป เฟยก็มองหน้าไลท์

    ฮินหลุดหัวเราะ “กูให้เวลาพี่เขาสามวัน มันจะกลับมาขอเบอร์มึงแน่”

    “ไม่มีวัน” ไลท์ตอบทันที

    แต่ไม่มีใครรู้เลยว่า…

    พี่ชายเฟยน่ะ “จำชื่อไลท์ได้๻ั้๹แ๻่ครั้งแรก”

     


     

     

    —————————————————————————————————————————————

    อร้ายยยย กรี๊ดตาฟานอย่ามาจีบ ไลท์ลูกเรานะะะะะะะะะ!!!!!!!????

    ไรท์ฝากติดตามตอนแรกด้วยนะค้าบบทุกคนถ้าผิดพลาดยังไงคอมเมนต์ติชมกันได้นะ แต่อย่าด่าอะไรไรท์รุนแรงเลยนะไรท์อ่อนไหวววว????