บทที่ 125
ไอซ์ขึ้นรถของตัวเองได้สักพัก เขาถึงกับต้องคิดหนัก เพราะตอนนี้เรื่องวุ่นวายนี้มันกำลังจะไกลไปจนเลยเถิด มันเป็นอะไรที่เขาไม่คุ้นชินสักเท่าไร แต่ถ้าเขาไม่ทำอย่างนี้ มันก็อาจจะเป็นอันตรายต่อครอบครัวของเขาได้ในอนาคต และยังดีที่เขาได้ข้อมูลของอีกฝ่ายมาก่อนหน้านี้ ไม่อย่างนั้น ท่านหญิงคนนั้นก็แค่คนที่เดินผ่านมา และผ่านไป“..ผู้พัน ข้อมูลที่คุณให้มาได้รับการยืนยันแล้วว่ามันเป็นเรื่องจริง..” ไอซ์หยิบมือถือของตัวเองขึ้นมากดโทรหาพันโทมนัส และกล่าวยืนยันข้อมูลดิบที่ถูกส่งมาให้ก่อนที่เขาจะเข้าดันเจี้ยน“ผมคาดไว้ไม่ผิดจริงๆ คงจะเป็นเรื่องบังเอิญเกินไปที่ท่านหญิงวาตานาเบะ ชิกะ จะเดินทางเข้าประเทศของเราโดยไม่มีสาเหตุ..” พันโทกล่าวพร้อมกับถอนหายใจเล็กน้อย“ในตอนแรกก็ไม่มั่นใจสักเท่าไร แต่พอพูดถึงเรื่องเหตุก่อการร้าย พวกเขากลับนิ่งเงียบไม่ตอบ นั่นก็เป็นสิ่งที่ยืนยันได้เป็นอย่างดีแล้วว่าข้อมูลเรื่องของกิลด์พันธสัญญาพระเจ้านั้นเป็นต้นตอของเรื่องนี้.. คุณควรจับตาดูเธอเอาไว้..” ไอซ์กล่าว“แน่นอนครับคุณอนุวัฒน์.. ผมจะตามติดพวกเขาด้วยตัวเอง โปรดวางใจ” พันโทกล่าว“โอเค ผมไว้ใจคุณ นี่มันก็ดึกมากแล้ว พรุ่งนี้ผมก็มีเรียนตั้งแต่เช้า เอาไว้แค่นี้ก่อน เรื่องของตระกูลหลินผมจะจัดการเอง..” ไอซ์กล่าว พันโทเองก็กล่าวลากลับเล็กน้อย ก่อนที่ไอซ์จะติดต่อกับหลินฟ่อเคอ เกี่ยวกับธุระที่เขาอยากให้อีกฝ่ายจัดการ และมันจะเป็นเรื่องไหนไปไม่ได้ นอกจากเรื่องของ ‘กฎหมายฮันเตอร์’ หลินฟ่อเคอเองก็เตือนกับไอซ์เล็กน้อยถึงผลลัพธ์ที่จะตามมา เพราะอาจจะทำให้ฮันเตอร์ส่วนใหญ่ไม่พอใจกับเรื่องนี้ การจำกัดสิทธิอิสระของพวกเขาจากที่เคยมีมา มันเป็นอะไรที่พวกเขาอาจจะยอมรับไม่ได้ แต่ไอซ์ก็บอกว่าจำเป็นที่จะต้องมีมัน ไม่อย่างนั้นคนธรรมดาที่เกี่ยวข้องอาจจะได้รับผลกระทบจากพวกฮันเตอร์เอาได้ หลังจากคุยรายละเอียดกับอีกเล็กน้อย พวกเขาก็วางสายกันไป“เฮ้อออ.. หวังว่ามันจะเป็นไปได้ด้วยดีนะ..” ไอซ์กล่าวก่อนจะสตาร์ทรถของตัวเองมุ่งกลับบ้านในทันที อีกทางด้านหนึ่ง.. ณ ตึกที่สูงเสียดฟ้าในเมืองเชียงใหม่..“ที่นี่อย่างนั้นเหรอ ที่มีการเปลี่ยนแปลงของดันเจี้ยนมากที่สุด..” ชายคนหนึ่งกล่าวออกมา หน้าตาของเขาดูเคร่งเครียดเอามากๆ“น่าจะใช่นะ ‘ลัคซัส’ ปฏิกิริยาของที่นี่รุนแรงกว่าที่อื่นๆ.. แต่ว่าเมืองของพวกเขา สวยงามมากจริงๆเลยน้า เหมียว!” หญิงอีกคนกล่าวออกมาอย่างไม่ใส่ใจมากสักเท่าไร“นั่นสินะ!.. แต่ทว่าครั้งหน้าที่มาที่นี่ เมืองนี้จะต้องหายไป.. เรากลับกันเถอะ ‘เนโกะ’..” ลัคซัสกล่าวกับสหายเพื่อนพ้องของตัวเอง ก่อนจะปรากฏวงเวทย์ขนาดเท่ากับตัวคนตรงหน้าของลัคซัส แน่นอนว่าเขาเดินเข้าไปอย่างไม่ลังเล“..น่าเสียดายจังเลยเหมี๊ยว.. สิ่งที่เรียกว่า ‘เครปผลไม้’ นั้นอร่อยมากจริงๆนะ..งืมๆ” เนโกะกล่าวก่อนจะเดินเข้าไปในวงเวทย์ด้วยอีกคนทันที ก่อนที่เธอจะหายเข้าไปในวงแหวนเวทย์ รอยยิ้มที่คาดเดาไม่ได้นั้นก็ปรากฏบนหน้าของเธอ และทุกๆอย่างมันก็เหมือนกับว่าไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น ..เช้าวันใหม่ที่แสนจะสดใส..“ฮืออออ.. ง่วงจังเลยนะ แต่ก็ช่างเถอะ วันนี้มีอะไรให้ทำอีกเยอะ..” ไอซ์หาวเล็กน้อย ก่อนจะลุกขึ้นมาจากเตียงที่มันดูดวิญญาณของเขาอยู่ด้วยอาการงัวเงีย กิจวัตรประจำวันของเขาก็คล้ายๆเดิม แต่วันนี้เป็นอะไรที่แปลกกว่าปกติ เพราะว่าพี่ครีมไม่อยู่บ้าน ทำให้บ้านในตอนเช้าเงียบเหงาราวกับป่าช้าอย่างไรอย่างนั้น“พอพี่ไม่อยู่ก็ไม่ค่อยชินเลยแฮะ ช่างมันเถอะ รีบเอาชุดไปให้เจ๊แกที่โรงพยาบาลดีกว่า ไม่อยากหูชา..” ไอซ์กล่าวพร้อมกับหยิบทุกอย่างที่ครีมเขียนมาผ่านไลน์อย่างละเอียด และออกบ้านมุ่งตรงไปหาเจ๊แกในทันที เช้าวันนี้เป็นอะไรที่ไม่ค่อยจะคุ้นชินสำหรับไอซ์เลยแม้แต่น้อย อย่างแรกคือเสียงของพี่สาวที่หายไป และอีกอย่างที่สองก็คือ รถของเขาถูกห่อหุ้มไปด้วยผู้คุ้มกันหน้าหลังถึงสองคันรถ แน่นอนว่ามันเป็นอภิมหานันทนาการจากคุณหนูหลินฟางฟางที่เป็นห่วงเขาจนเกินเหตุ ไม่นานเขาก็เดินทางมาถึงที่โรงพยาบาล และพบเจอกับเรื่องไม่คุ้นชินอย่างที่สาม เพราะเหล่าคณะแพทย์ พยาบาลต่างก็รอต้อนรับเขาอย่างพร้อมหน้า แน่นอนว่าเขาได้กล่าวเตือนให้ทำตัวเหมือนปกติในทันที เขาไม่อยากตกเป็นเป้าสายตาของคนไข้คนอื่นที่มาใช้บริการ“เฮ้อออ พี่ครีม..นี่ของของพวกพี่ ผมไปเรียนก่อนนะ” ไอซ์ถอนหายใจเล็กน้อย ก่อนจะเดินคอตกออกไปจากห้องในทันที และนั่นก็เป็นเรื่องไม่คุ้นชินที่สี่ ที่บอดี้การ์ดนับสิบๆคนยืนล้อมรอบพวกเขาเอาไว้“อืออ.. ขอบใจ”ครีมตอบกลับเรียบๆ พร้อมกับยิ้มแห้งๆให้กับน้องชายตัวเอง ก่อนจะปิดประตูห้องทันที แม้ว่าทุกอย่างมันจะเหมือนกับปกติ แต่สำหรับครีมนั้นรู้ดีว่าทั้งตัวของเธอ และตัวของไอซ์อึดอัดไม่น้อยกับเรื่องของการคุ้มกัน เพราะพวกเขายืนตัวติดกับพวกเธอไม่เกินห้าเมตรในทุกช่วงเวลา แม้แต่ตอนที่ครีมปวดท้องถ่ายหนักก็ยังมีบอดี้การ์ดมายืนเฝ้าหน้าห้องน้ำกันเลย ทำกันถึงขนาดนี้แล้วใครมันจะไปถ่ายทำภาพยนตร์สะดวกกันล่ะจริงไหม“ก็เข้าใจหรอกนะว่าพวกนายต้องการจะคุ้มกันฉัน แต่อย่างนี้มันก็ออกจะเกินไปหรือเปล่านะ” ไอซ์ที่กล่าวออกมาอย่างไม่สบอารมณ์ เพราะตอนนี้รอบตัวของเขามีบอดี้การ์ดล้อมรอบทุกแปดทิศทาง ส่งผลให้ลิฟต์ของโรงพยาบาลที่เขาใช้อยู่นั้น แคบไปเลยอย่างผิดหูผิดตา“ไม่เกินไปเลยครับคุณชาย.. คุณหนูหลินต้องการให้แน่ใจว่าพวกคุณปลอดภัยกันดี..” บอดี้การ์ดที่เป็นเหมือนหัวหน้าทีมกล่าวกับไอซ์ราวกับว่ามันไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร และนั่นก็ทำให้ไอซ์อดที่จะถอนหายใจออกมาไม่ได้“พวกนายคุ้มกันฉันห่างๆไม่ได้หรือไง ไม่เห็นเหรอว่ามันน่าอึดอัดน่ะ.. อีกอย่างฉันก็ดูแลตัวเองได้” ไอซ์กล่าว“ขออภัยขอรับคุณชาย ทั้งหมดเป็นคำสั่งของคุณหนูหลินขอรับ..” หัวหน้าบอดี้การ์ดกล่าว ไอซ์ที่ได้ยินก็แอบบ่นออกมาในใจไม่ได้ ‘ยัยฟางฟางจะเป็นห่วงเราเกินไปหรือเปล่าเนี่ย.. ต้องหาทางคุยเรื่องนี้กับเธอสักหน่อยแล้ว’ ไอซ์คิด จากนั้นไอซ์ก็มุ่งตรงไปเรียนตามเป้าหมายเดิมของเขา และในวันนี้คนทั่วทั้งมหาวิทยาลัยก็ต้องตื่นตกใจอีกครั้ง เพราะมันมีขบวนรถหลายขบวนเข้ามาที่มหาวิทยาลัย หนึ่งคือของหลินฟางฟาง สองคือของไอซ์ และสามคือของปังปอน และแน่นอนว่ามันเป็นอะไรที่มันดูเว่อร์เอามากๆ ณ โรงอาหารกลางซึ่งเป็นสถานที่ที่พวกเขาทั้งสามนัดเจอกันในตอนเช้า จากที่ปกติแล้วมีผู้ใช้บริการอยู่แน่นเต็มโรงอาหาร แต่ตอนนี้มันกลับเบาบางลงอย่างผิดวิสัย ซึ่งอาจจะเป็นเพราะรอบๆโต๊ะอาหารที่พวกเขาทั้งสามนั่งอยู่มีบอดี้ห่อหุ้มล้อมรอบมากถึง 30-40 คน“เห่อ เห่อ..ฟางฟาง ฉันว่าคิดว่ามันออกจากเว่อร์วังอลังการไปหน่อยไหมเนี่ย..” ไอซ์กล่าวถามกับหลินฟางฟาง ในขณะที่กำลังทานข้าวเช้าอย่างอึดอัด“ได้ยังไงกันเล่า เราไม่รู้ว่าพวกนั้นจะกลับมาเล่นงานเราอีกเมื่อไหร่ ป้องกันเอาไว้ก่อนจะดีกว่านะ” หลินฟางฟางกล่าวพร้อมกับพยักหน้าอย่างไม่ใส่ใจมากนัก“ก็เข้าใจอยู่หรอกว่าต้องป้องกันเอาไว้ก่อน แต่แบบนี้มันอึดอัดนะ.. เธออาจจะชินกับเรื่องอย่างนี้มาตั้งแต่เด็กๆ แต่มันไม่ใช่กับพวกเรานะรู้ไหม..เฮ้ออ” ไอซ์กล่าว“ปอนก็คิดอย่างนั้นเหมือนกันค่ะ ตอนปอนออกบ้านมานะ เพื่อนบ้านมองปอนแบบแปลกๆกันหมด..” ปังปอนกล่าวเสริมทัพกับไอซ์ทันที ถึงมันจะปลอดภัยแต่สายตาที่คนอื่นมองมา มันช่าง...“ก็มันช่วยไม่ได้นี่นา.. งืมๆ” ฟางฟางกล่าวอย่างไม่ใส่ใจสักเท่าไร แลเริ่มทานอาหารของเธอต่อทันที“ฉันก็ไม่ได้ว่าอะไรหรอกนะฟางฟาง ปลอดภัยไว้ก่อนเป็นเรื่องที่ดี แต่การคุ้มกันของพวกเขา มันส่งผลต่อกิจวัตรประจำวันของพวกฉัน.. ให้พวกเขาคุ้มกันอยู่ห่างๆไม่ได้หรือไง..” ไอซ์กล่าว หลินฟางฟางที่ได้ยินก็ทำหน้าคิดสักเล็กน้อย เธอไม่ใช่คนที่ไร้เหตุผลเกินไปขนาดนั้น เธอจึงพยักหน้าให้กับทั้งสองคน“พวกนายได้ยินแล้วนะ...” หลินฟางฟางกล่าวพร้อมกับบอดี้การ์ดเริ่มสลายตัวทันที ไอซ์กับปังปอนถึงกับถอนหายใจเฮือกใหญ่อย่างโล่งอก แต่สายตาของเหล่านักศึกษาที่มาใช้บริการโรงอาหารร่วมกันก็ยังคงเหมือนเดิม ไม่เคยเปลี่ยนเช่นเดิม“คงต้องใช้เวลาอีกสักพักแหละมั้ง...” ไอซ์กล่าว