องค์าาล็อคประตูขังตัวเองในห้องพร้อมลงเวทอย่างแ่าถึงแม้รู้ว่าจะต้องตายในเร็ว ๆนี้ แต่อย่างน้อยก็ดีกว่านอนรอความตายเขาควรทำอะไรซักอย่างเพื่อปกป้องตัวเองอย่างถึงที่สุด...อย่างเช่นล็อคประตู ใช่เขาทำได้แค่นี้แหละ
โครม!!!!
ประตูกระเด็นออกแทบจะทันทีที่ลงเวทเสร็จ
“แม้แต่เวทล็อคประตูพระองค์ยังทำได้อ่อนขนาดนี้ดยุกอย่างข้าเห็นว่าพระองค์สมควรพักได้แล้ว”เบริเวอร์ว่าพลางยิ้มอย่างยียวนมือยังควงดาบไปมาอย่างอารมณ์ดี
“เ้า!! พวกเ้า ๆทุกคนมันทรยศ ข้าแค่ไม่มีโอรสพวกเ้าถึงกับทำแบบนี้เลยหรือ!!”องค์าาเอ่ยอย่างเดือดดาน
“อ๊ะๆ ท่านยังลืมอีกเื่นะ ท่านปกครองประเทศได้ย่ำแย่มาก การที่มีาเกิดขึ้นก็เพราะท่านนะครับหวังว่าพระองค์จะไม่ขัดขืน พวกเ้า! เตรียมปะา!”
“ครับ!!”เสียงทหารตอบกลับมาอย่างพร้อมเพียงนี่ไม่ใช่การบังคับให้ต้องทำแต่อย่างใดการที่ครอบครัวของพวกเขาต้องตายในาก็เป็เพราะาาองค์นี้ราชวงศ์สมควรเปลี่ยนแล้วจริง ๆ
ที่ปรึกษาคิวรันได้แต่ยืนมององค์าาถูกพาตัวไปกลางท้องพระโรงอย่างนิ่งๆ นี่เป็สิ่งที่สมควรแล้ว ข้าทรยศต่อพระาาที่เป็ข้อห้ามร้ายแรงของตระกูลเฟรย์แต่ข้าจะไม่ทรยศต่อประชาชน
เวลาเที่ยงคืนตรงเป็เวลาปะาการไม่ปะากลางแจ้งแต่เลือกปะาในท้องพระโรงที่มีแต่คนในเป็การให้เกรียรติที่สุดเท่าที่จะทำได้แล้วคิวรันเอาผ้าขาวมาปูเพื่อไม่ให้เืตกลงสู่พื้น
ธรรมเนียมการเอาผ้าขาวมารองเืของนักโทษตีความหมายได้อย่างเดียวก็คือ...ไม่อยากให้เืสกปรกไหลลงสู่พื้นดินแต่จะตีความหมายแบบซื่อ ๆว่า การเอาผ้าขาวมารองไว้ก็เพื่อจะได้ทำความสะอาดง่ายก็ได้
“ปะา!!”
ฉับ!!!
หัวขององค์าาตกลงสู่พื้นตาเหลือกเบิกกว้าง ใบหน้าดูหวาดหลัวอย่างถึงที่สุด
“เฮ!!!” เสียงยินดีของทหารดังกึกก้องไปทั่วท้องพระโรง
“ว่าแต่...ใครจะขึ้นเป็าาคนถัดไปล่ะ”เสียงของทหารในกลุ่มดังขึ้นไม่ดังไม่เบาแต่ก็ทำให้บริเวณโดยรอบเงียบกันหมด
“เออใช่ จะเป็ที่ปรึกษาคิวรันหรือดยุกเบริเวอร์กันล่ะ”
“สองคนนี้ไปตกลงกันรึยัง”
“ท่านแม่ทัพก็มีอำนาจพอ ๆกับสองคนนี้นะ”
“เ้าบ้า คนพิการแบบนั้นจะขึ้นเป็พระาาได้ยังไงที่สำคัญเขายังไม่ฟื้นด้วยซ้ำ” ท่านแม่ทัพน่ะาเ็หนักจากาป่านนี้ยังไม่มีแววจะฟื้นเลย ฟื้นขึ้นมาอีกทีพวกเราคงได้าาคนใหม่ไปแล้ว
“ข้ายังไงล่ะ!!”เรนิสที่รอดูสถานการณ์อยู่นานกว่าจะถึงเวลาเปิดตัวก็เล่นเอาเมื่อยเลย
ตัวเอกน่ะต้องมาสายใช่ไหมล่ะ!!!
“เ้าเป็ใคร!!”ดยุกเบริเวอร์ถามออกพร้อมมองสำรวจคนตรงหน้าดูยังไงก็เป็โอเมก้าแล้วโอเมก้ามาเดินอยู่ในพระราชวังได้ยังไงหรือจะเป็สนมขององค์าา
“ข้าเป็เ้าชายอีกคนของโซฟิโอล่า ถ้าเ้าไม่ฆ่าข้าแล้วจะยึดอำนาจได้ยังไงหรืออยากตายภายใน 3 วันล่ะ”เรนิสกลั้นยิ้มตอนนี้เขามองเห็นสถานะของทุกคนที่นี่ นั่นหมายถึงเขาสามารถสู้ได้ ถึงไม่ไหวเรนิสก็ยังมีสองแฝดที่รอแสตนบายอยู่ข้างหลัง
ชื่อ : คิวรัน เฟรย์
สถานะ: ที่ปรึกษาส่วนพระองค์
พลังธาตุ: ลม (Lv.25)
เพศ :อัลฟ่า-ชาย
อายุ: 20
==================================
ชื่อ: เบริเวอร์ คอนติน
สถานะ: ดยุก
พลังธาตุ: มายา (Lv.24)
เพศ :อัลฟ่า-ชาย
อายุ: 15
“ข้าเคยได้ยินมาแว่วๆเหมือนกันว่าองค์ราชินีมีลูกชายคนหนึ่งแต่พอคลอดออกมาก็ตาย แถมข่าวนี้ก็เงียบมาก เ้าใช่ลูกชายของราชินีรึเปล่า”หนึ่งในกลุ่มขุนนางถามขึ้น แน่อนนว่าเขาไม่ได้ใช้คำาาศัพท์กับเรนิสเพราะโอเมก้าไม่ควรได้รับการเคารพในฐานะราชวงศ์
“ใช่แล้วท่านบารอน ไม่คิดว่าท่านแม่จะป่าวประกาศออกไปว่าข้าตายข้าน้อยใจจริง ๆนะ”ถึงปากจะบอกว่าน้อยใจแต่ใบหน้าของเรนิสก็มีรอยยิ้มเย้ยหยัน
“เออ...แล้วเราจะทำยังไงกันดีครับ ท่านที่ปรึกษา ท่านดยุก”การฆ่าโอเมก้าตรงหน้านั้นง่ายมากสำหรับพวกเขาแต่จะให้ฆ่าคนบริสุทธิ์มันก็...เอาเป็ว่าให้ผู้มีอำนาจตัดสินล่ะกันพวกเขาว่าดีข้าก็ว่าดี
ยังไม่ทันจะมีใครตอบเรนิสก็ชิงพูดขึ้นมาก่อน “ไม่ต้องคิดอะไรให้ยาก ถ้าพวกเ้าอยากพลัดเปลี่ยนราชวงศ์ก็ฆ่าข้าสิแต่ไม่ได้หมายความว่าข้าจะยืนเฉย ๆให้ฆ่าหรอกนะ ถ้าเอาชนะข้าได้ก็เอาเลย”
“หึ อวดดี!”เบริเวอร์นึกดูถูก โอเมก้าจะเอาชนะพวกเขาได้ยังไงไหนจะมีพวกกองทัพทหารอีกเป็หมื่น
เรนิสไม่ตอบอะไรเขาสร้างม่านหมอกมายาขึ้นมาในขณะที่พวกทหารกำลังเตรียมวาดวงเวท
“เฮ้ยๆๆ นี่มันอะไรเนี่ย ทำไมข้ามองไม่เห็นอะไรเลย”
“ช่วยด้วย ข้ายังวาดวงเวทไม่เสร็จเลย!!”
คิวรันมองไปรอบๆเห็นแต่หมอกสีม่วงลอยเต็มไปหมด โอเมก้าคนนั้นต้องอยู่ในหมอกนี้แน่
ทางด้านเบริเวอร์ที่มีธาตุมายาก็จริงแต่ถ้าผู้ใช้มีแข็งแกร่งกว่าเขา เบริเวอร์ไม่ต่างจากคนปกติ โดยที่สถานการณ์นี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนเบริเวอร์ไม่เคยเจอคนที่แข็งแกร่งมากกว่าตัวเองนอกจากพ่อที่ตายไปในสนามรบนี่ทำให้เขาหงุดหงิดมาก เ้านั่นแข็งแกร่งกว่าเขา!!
เรนิสไล่ซับคอทหารในหมอกจนสลบไปหมดแล้วความจริงก็มีบางคนสู้บ้าง แต่เขาก็สู้เรนิสที่ได้รับทักษะการต่อสู้มาจากพระเ้าไม่ได้อยู่ดี
เขาไม่ได้ฆ่าทหารพวกนี้เพราะเห็นว่ายังมีประโยชน์่าก็มีคนตายไปเยอะอยู่แล้ว ถ้าเขาฆ่าคนพวกนี้ ก็ต้องมีคนตายเพิ่มขึ้นอีกโซฟิโอล่าเป็ประเทศเล็ก ๆ ถ้าอยากพัฒนาจริง ๆ จำนวนประชากรก็สำคัญ
คิวรันมีธาตุลมแต่เมื่อเขาลองร่ายเวทลมพัดหมอกออกไปมันกลับไม่ขยับซัดนิด
เรนิสที่มองดูเหตุการณ์อยู่ได้แต่ส่ายหน้านั่นไม่ใช่หมอก มันเป็ภาพลวงตาที่เป็หมอกต่างหากก็นะเวทบทนี้ยังไม่มีใครเคยใช้นิ จะไม่รู้ก็ไม่แปลก
เรนิสไม่อยากทำให้หัวหน้าคณะฏสองคนหลับไปเหมือนพวกทหารเพราะยังไงก็ต้องคุยกันให้รู้เื่ก่อน ความจริงเรนิสไม่อยากให้เกิดการนองเืเท่าไหร่การนองเืน่ะแค่ในาก็พอแล้วบัลลังก์เปื้อนเืนั่นไม่สมควรมาแย่งกันด้วยซ้ำ นี่ถ้าไม่ใช่ภารกิจจากพระเ้าเขาคงหนีไปเสวยสุขที่ไหนซักแห่งแล้วก็ได้
เรนิสใช้เถาวัลย์ไม้เลื้อยไปพันตัวพวกเขาแทนเชือกคิวรันดูใส่วนเบริเวอร์ดูโกรธหน้าดำหน้าแดง
“นี่มันอะไรกัน เถาวัลย์? มันมาจากไหนน่ะ!!”เบริเวอร์ะโ
“นี่มันเถาวัลย์ที่เกิดจากเวท เวทลมของข้าตัดมันไม่ขาด เถาวัลย์เป็พืชน่าจะมาจากธาตุไม้ข้าไม่เคยเห็นคนธาตุไม้ใช้อะไรแบบนี้เลย”ไม่สิ..มีคนใช้เวทไม้อยู่แถวนี้ด้วยเหรอแถมเวทลมระดับสูงอย่างเขายังตัดไม่ขาดและไม่มีแม้เต่รอยขีดข่วนแปลว่าผู้ใช้พลังสูงกว่าเขาแบบห่างลอยคนๆนั้นเป็ใครกันแน่…
“ก็เวทธาตุไม้ธรรมดานั่นแหละพวกเ้าใอะไรกันนักหนา”
เรนิสคลายเวทมายาออกจนทั้งสองเห็นทัศนียภาพเบื้องหน้าทหารเป็ 100 ที่ยัดเข้ามาในท้องพระโรงนอนกันเกลื่อนพื้น มองออกไปทางนอกหน้าต่างเห็นทหารที่รอแสตนบายอยู่ข้างนอกก็นอนกันเกลื่อนเช่นกันทั้งหมดนี้เกิดขึ้นภายใน 1ชั่วโมงที่พวกเขาอยู่ในหมอก?
“เป็ฝีมือของเ้า?”คิวรันหันไปถามเรนิสอย่างอึ้ง ๆในใจยังไม่อยากยอมรับความจริงที่เกิดขึ้น
“ใช่แล้วข้าก็ไม่ถนัดพูดอะไรยาว ๆนะ ข้าแค่จะบอกว่า ‘ขอยึดอำนาจไปก่อนล่ะกัน’ ไว้พวกเ้าเอาชนะข้าได้ค่อยเอาคืนไปนะ”เรนิสจะพัฒนาให้ที่นี่เจริญแล้วหลังจากนั้นก็แกล้งแพ้แล้วขึ้น์ไปกับพระเ้า
“ถึงเ้าจะเอาชนะพวกข้าได้แต่เ้าก็เป็โอเมก้า คิดว่าจะมีคนยอมรับรึไง”เบริเวอร์ถามขึ้น
“ไม่ยอมรับก็เื่ของพวกเ้าทำอะไรข้าไม่ได้อยู่แล้ว ข้าบอกแล้วไง ถ้าเอาชนะข้าได้บัลลังก์นี้ก็เอาไปเลย”
หลังจากนั้นไม่นานทหารและขุนนางทุกคนก็ตื่นขึ้นมาด้วยความงุนงงพอรู้ตัวอีกทีก็มีการจัดพิธีคำนับฟ้าดินเตรียมเปลี่ยนพระาาซะแล้วแต่คนเข้าพิธีกลับไม่ใช่ที่ปรึกษาคิวรันหรือดยุกเบริเวอร์ แต่เป็โอเมก้าคนหนึ่งน่ะสิ!!!
พิธีไม่ได้ยิ่งใหญ่มากนักส่วนหนึ่งเพราะไม่มีใครสนับสนุนเรนิส ยกเว้นสองแฝดเนเน่กับวาวาและส่วนหนึ่งเรนิสก็คิดว่าสิ้นเปลืองภาษีประชาชนด้วย
ชุดพิธีการเป็สีขาวยาวลากพื้นสองแฝดเดินตามถือชายผ้าข้างหลังเรนิสมาที่แท่นคำนับ ชุดสีขาวบริสุทธิ์บวกกับใบหน้าที่งดงามอ่อนโยนของเรนิสก็ทำให้ร่างบางดูราวกับเทพธิดา
“คำนับฟ้าดิน!!”คิวรันเป็คนประกาศ แน่นอนว่าถูกเรนิสบังคับแต่เขาก็ทำหน้าที่ได้ดีทีเดียวส่วนดยุกเบริเวอร์ เรนิสแค่ขอให้เขายืนเฉยๆ เพราะกลัวจะมาป้วนมากกว่าดูก็รู้ว่าตำแหน่งนี้เขาอยากได้มากแค่ไหน
เพราะแท่นคำนับอยู่ใจกลางเมืองประชาชนทุกคนจึงเห็นเรนิสได้ชัดเจนพวกเขาพึ่งรู้เมื่อเช้าว่าคนที่เข้าพิธีเป็เ้าชายโอเมก้าบางคนไม่พอใจเพราะเชื่อว่าโอเมก้าจะบริหารประเทศดีได้ยังไงไม่ใช่ว่าจะย่ำแย่กว่าคนก่อนหรอกหรือ แต่บางคนก็คิดว่าจะให้ใครขึ้นมาพวกเขาก็ยากจนเหมือนเดิมใครเป็ก็ได้ทั้งนั้น
“ดูนั่น!! ท้องฟ้าสดใสมาก มีสายรุ้งด้วย”
“ทำไมข้าเห็นก้อนเมฆกำลังยิ้ม”
“ฟ้าดินกำลังเป็ใจ”
“หรือเขาจะนำความเปลี่ยนแปลงที่ดีมากัน”
“จะเป็ไปได้ยังไงเขาเป็โอเมก้านะ”
แสงจากท้องฟ้าส่องมาที่เรนิสอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นกับาาองค์ไหนมาก่อนมันบ่งบอกว่า์ยินดีมากแค่ไหนกับการครองราชย์บาทหลวงที่ศรัทธาในพระเ้ามากอยู่แล้ว จึงะโในคนสรรเสริญทันที “ทุกคนสรรเสริญราชินี!!”
“พระราชินีจงเจริญ”
“พระราชินีจงเจริญ”
“พระราชินีจงเจริญ”
เรนิสได้แต่คิดในใจพระเ้าจะเล่นใหญ่ไปรึเปล่า แล้วแสงน่ะหยุดส่องได้แล้ว มันร้อนนะ
และแล้ววันนั้นก็เป็ครั้งแรกที่มีโอเมก้าขึ้นเป็ราชินีแน่นอนว่าข่าวภายนอกค่อนข้างเงียบเพราะนี่เป็ประเทศเล็ก ๆส่วนบางประเทศที่อยู่ใกล้เคียงได้แต่หัวเราะ ประเทศโซฟิโอล่าคงถึงคราวล่มจมแล้ว
เรนิสไม่คิดมากหากจะมีคนไม่ชอบเขาเขาที่เป็โอเมก้า หากทำดี ความดีจะเสมอตัว ไม่มีใครชื่นชมแต่ก็ไม่มีใครต่อว่าแต่ถ้าทำไม่ดี เขาจะโดนสาบส่งประหนึ่งว่าเป็ฆาตกรยังไงก็ตาม...เขาจะทำหน้าที่นี้ให้ดีที่สุด