บทที่ 82 ตัดสินใจ (2)
“สวัสดียามเช้าริน” เห็นท่าทางไม่พอใจของอีกฝ่ายสายฝนไม่รู้ว่าตนเองควรพูดอย่างไรดี หรือว่าเธอจะรู้แล้วว่าเขาไม่ใช่คิงที่เธอรู้จัก? สายฝนรีบสลัดความคิดนั้นทิ้งไปทันที ถ้ารินรู้เธอคงโกรธเขายิ่งกว่านี้ ไม่ใช่แค่แสดงท่าทางไม่พอใจเล็กน้อยแบบนี้ สายฝนเลิกคิดว่าทำไมเธอถึงไม่พอใจเขา ถึงคิดไปก็หาคำตอบไม่ได้ จะคิดไปให้ปวดหัวไปทำไม?
‘อารมณ์ผู้หญิงน่ะเข้าใจยากยิ่งกว่าอักษรลี้ลับซะอีก ฉันไม่เข้าใจมันเลยซักนิด’ สายฝนกล่าวในใจ แม้ว่าในชีวิตเขาจะมีแฟนมาแล้วสามคนทว่าสายฝนก็ไม่เคยเข้าใจอารมณ์ของผู้หญิงเลย บางครั้งก็โกรธอย่างไม่มีเหตุผล บางครั้งก็ไม่พอใจ เวลาเดียวกับที่คิดสายฝนก็เดินไปนั่งโซฟาที่ไม่ใช่โซฟาเดียวกับที่รินนั่ง
“นายหายไปไหนมาสองวันน่ะ ฉันไม่เห็นนายเลย” รินถาม สายฝนเงียบ เขาจะบอกเธอได้อย่างไรว่าเขานอนอยู่แต่ในห้องนอนตัวเองทั้งวันเพราะไม่อยากเจอเธอ? รับรองได้เลยว่าถ้าเขาบอกไปแบบนั้นเขาจะต้องโดนสงสัยอย่างแน่นอน มองสายฝนรินรู้สึกไม่พอใจเขายิ่งกว่าเดิม ไอ้บ้านี่! ถามแล้วไม่ตอบ
วินาทีนั้นเดรย์ก็เปิดประตูและเข้ามา ก่อนเข้ามาเดรย์ไม่ลืมชงชามาให้สายฝน ชานี้เป็นสายพันธุ์ของดาวดวงนี้ ชื่อมันค่อนข้างอ่านยากดังนั้นสายฝนจึงไม่จำ เดรย์วางถ้วยชาสองแก้วใว้ที่โต๊ะก่อนจะบอกสายฝนว่าอีกไม่นานพวกลูกน้องที่เหลือก็น่าจะมาถึง ได้ยินสิ่งที่เดรย์พูดสายฝนพยักหน้าเบาๆหยิบถ้วยชาขึ้นมาจิบ ความร้อนของชาไม่ได้ส่งผลใดๆต่อเขาเพราะเขาคือระดับหนึ่ง ถ้าระดับหนึ่งไม่สามารถทนความร้อนแค่นี้ได้ก็อย่าเรียกว่าระดับหนึ่งเลย
“ที่นายพูดว่าสวัสดียามเช้ามันหมายความว่ายังไง? นี่มันจะเกือบบ่ายแล้วนะ” จังหวะที่สายฝนกำลังจิบชาอยู่รินพลันกล่าวขึ้น สายฝนนิ่งค้างทันที ‘บ้าเอ้ย! ฉันไม่เห็นได้ยินเสียงระฆังเลย ฉันคิดว่ามันยังเช้าอยู่นะเนี่ย เฮ้ออ~ ดาวดวงนี้มันจะไม่อยู่ยากไปหน่อยรึไง? ไม่มีแสงอาทิตย์ มีเพียงความมืด ฉันดูเวลาไม่ออกโว้ยย’ ในดาวดวงนี้หากจะมีสิ่งที่สายฝนไม่ชอบที่สุดก็คงเป็นเรื่องเวลาเนี่ยแหละ มันน่ารำคาญมากที่ไม่มีแสงอาทิตย์ สายฝนถึงขั้นเคยคิดว่าถ้าตัวเขากลายเป็นผู้แข็งแกร่งแล้วเขาจะทำลายนํ้าบนท้องฟ้าซะ
“ฉันลืมดูเวลาน่ะ” สายฝนวางถ้วยชาใว้ที่โต๊ะเหมือนเดิม เขาพูดตามจริง เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องที่ควรปิดบังอะไร บอกไปตัวเขาก็ไม่ถูกจับได้ว่าเป็นคิงตัวปลอม ถ้าเรื่องแค่นี้เขายังโกหกความน่าเชื่อถือของเขาจะลดลง ซึ่งนั่นไม่เป็นผลดีต่อการร่วมมือกัน หากรินเกิดไม่เชื่อใจเขาขึ้นมาในตอนสำรวจมิติเร้นลับนั่นจะเป็นปัญหาใหญ่ ถึงเธอจะไม่ได้แข็งแกร่งเท่าเขาทว่าเธอน่ะมีความรู้เกี่ยวกับเรื่องในดาวดวงนี้มากกว่าเขาแน่นอน สายฝนไม่อยากเสียคลังข้อมูลเคลื่อนที่ไปโดยเรื่องเล็กน้อยแค่นี้
“ชาดีนี่” รินยกถ้วยชาขึ้นมาจิบ เมื่อชาลงคอของเธอไปรินก็ส่งเสียงที่แฝงความพึงพอใจออกมา เดิมตระกูลเธอไม่ใช่ตระกูลธรรมดา รินเคยดื่มชามาแล้วมากมาย ดังนั้นเป็นธรรมดาที่จะดูออกว่าชาไหนเป็นชาที่ดี ชายไหนเป็นชาที่แย่ ได้จิบชาความไม่พอใจของรินก็เริ่มลดลง อารมณ์เธอกลับมาเป็นปกติอีกครั้ง อย่างน้อยผู้ชายคนนี้ก็เตรียมชาที่อร่อยขนาดนี้ใว้ให้เธอ เธอจะลืมเรื่องที่เขาหายหัวไปถึงสองวันก็ได้
“งั้นเหรอ ชานี้เป็นเพื่อนฉันคนหนึ่งที่เอามาให้” สายฝนบอก แน่นอนเพื่อนที่เขาพูดถึงคือฉี ชายคนนี้เป็นคนดีจริงๆ ทั้งให้ที่พักหรูหราใหญ่โตกับเขา ทั้งให้ชาที่รสชาติดีขนาดนี้ และอีกหลายๆอย่าง สายฝนก็รู้สึกแปลกใจไม่ใช่น้อยที่อีกฝ่ายทำดีกับเขาแบบนี้ เขาไม่รู้ว่าฉีต้องการอะไรจากเขากันแน่ ไม่ว่าฝ่ายนั้นจะต้องการอะไรก็แล้วแต่หากสิ่งนั้นที่ฝ่ายตรงข้ามต้องการมันมากเกินไปหรือมีความคิดเป็นศัตรูกับเขาสายฝนจะทำให้มันเจ็บปวดที่สุด เจ็บปวดทรมานยิ่งกว่าตายซะอีก
“ขออณุญาตเข้าไปนะครับท่านคิง พวกเรามาถึงแล้ว” ตามที่เดรย์กล่าว เพียงไม่นานพวกลูกน้องสายฝนก็มาถึง
สายฝนกล่าวเบาๆทว่าพวกลูกน้องที่อยู่นอกห้องนั่งเล่นก็ได้ยิน “เข้ามาได้!” นี่คือสิ่งที่คนธรรมดาทั่วไปไม่สามารถทำได้! อย่างน้อยต้องเป็นระดับศูนย์จุดห้าถึงจะทำได้ หลังได้ยินสายฝนพูดให้เข้ามาได้พวกลูกน้องก็เปิดประตูจากนั้นก็เดินเข้ามา
“นั่งสิ” สายฝนกล่าว ถ้าเขาไม่พูดแบบนั้นออกไปเจ้าพวกบ้านี่ก็คงไม่นั่งลงหรอก คงจะยืนอยู่ข้างหลังเขา แบบนั้นสายฝนไม่ชอบซักเท่าไหร่ การมีผู้ชายหลายคนยืนอยู่ด้านหลังเป็นอะไรที่น่าขนลุกสุดๆ
แม้ว่าพวกลูกน้องจะไม่ต้องการนั่งอยู่ในระดับเดียวกับสายฝนซักเท่าไหร่ทว่าในเมื่อหัวหน้าเป็นคนพูดออกมาพวกมันก็ไม่สามารถขัดคำสั่งได้
ห้องนั่งเล่นนี้ใหญ่มาก ภายในห้องมีโซฟาอยู่หลายตัว พวกลูกน้องรีบทำตามคำสั่งสายฝน พวกมันแต่ละคนเริ่มหาโซฟานั่ง ไม่มีใครซักคนกล้านั่งข้างรินกับสายฝน
“ฉันไม่เห็นนายหลายวัน นายกลายเป็นคนแบบนี้ไปตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย? ฉันอยู่ที่นี่มาหลายวันแล้วทำไมไม่เคยเจอคนพวกนี้? นายไม่บอกฉันเกี่ยวกับคนพวกนี้เลย? หึ! ทำไมนายไม่ไปสมัครเป็นระดับสูงเลยล่ะ? นายมีลูกน้องตั้งหลายคน แถมแต่ละคนก็ไม่ใช่ครึ่งก้าวธรรมดาด้วย ฉันคิดว่าด้วยความแข็งแกร่งตอนนี้ของนาย นายน่าจะมีโอกาสเป็นพวกระดับสูงห้าส่วนสิบเลยนะ” จู่ๆรินก็ดูเหมือนไม่พอใจเขา สายฝนรู้สึกงง ผู้หญิงทำไมเปลี่ยนอารมณ์ง่ายขนาดนี้เนี่ย? แค่มีลูกน้องสิบหกคนก็ไม่พอใจเขาแล้ว สุดท้ายเขาก็ไม่เข้าใจผู้หญิงจริงๆนั่นแหละ
สายฝนเลือกที่จะไม่สนใจรินที่รู้สึกไม่พอใจ เขากล่าวขึ้นว่า “พวกนายทั้งสิบหกคงจะสงสัยสินะว่าฉันเรียกพวกนายมาทำไม? ก่อนอื่นฉันจะให้ภารกิจหนึ่งกับพวกนาย ภารกิจนี้มีความอันตรายสูงมาก อาจเสียชีวิตในระหว่างทำภารกิจก็ได้ ภารกิจนี้ฉันจะไม่บังคับให้พวกนายทำมัน ทว่าคนไม่ทำจะไม่มีสิทธิ์เป็นลูกน้องฉันอีกต่อไป นับจากนี้พวกนายจะไปไหนก็ไปแต่อย่ามาให้ฉันเห็นหน้าอีก”
เงียบกริบ—
นี่หรือที่บอกว่าไม่บังคับ? พวกลูกน้องทั้งสิบหกสูดหายใจลึก ไม่ได้กล่าวสิ่งใดออกมา ใจหนึ่งก็ไม่อยากทำภารกิจที่สายฝนมอบให้เพราะอันตรายเกินไป อีกใจหนึ่งก็ยังอยากเป็นลูกน้องสายฝนต่อ ความรู้สึกในตอนนี้ของแต่ละคนรุนแรงและชัดเจนมาก สัญชาตญาณกำลังบอกพวกมันว่าตราบใดที่พวกมันไม่ตายตอนทำภารกิจและยังเป็นลูกน้องสายฝนต่อไป พวกมันจะไม่เป็นเพียงโจรกระจอกๆเหมือนทุกวันนี้ ชีวิตพวกมันจะเปลี่ยนไป
ใช้เวลาคิดนานอยู่หลายนาที เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับชีวิตพวกมัน ต้องครุ่นคิดให้ดีๆและต้องไม่ลังเล ตัดสินใจแล้วตัดสินใจเลย ไม่สามารถเปลี่ยนการตัดสินใจได้ตอนหลัง
สิบนาทีผ่านไป
“ว่าไง พวกนายตัดสินใจได้รึยัง? คิดให้ดีๆ ฉันไม่ต้องการลูกน้องที่ขี้ขลาดหรอกนะ กลัวตายน่ะกลัวได้เพราะฉันก็กลัวไม่ต่างจากพวกนายหรอก บางทีอาจกลัวตายมากกว่าพวกนายด้วยซํ้า แต่รู้อะไรมั้ย? ฉันกลัวตายก็จริงทว่าฉันไม่กลัวที่จะเผชิญหน้ากับอันตราย ถ้าต้องเผชิญหน้ากับอันตรายถึงชีวิตอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ ฉันก็จะสู้กับมันและทำลายมันให้พังพินาศ หนึ่งนาทีสุดท้าย! พวกนายรีบตัดสินใจได้แล้ว!” สายฝนกล่าวสิ่งที่อยู่ในใจของเขาออกมา ครั้งนี้ไม่มีคำโกหกออกมาจากปากเขาเลย เขาพูดจากใจจริง เป็นเรื่องหายากที่สายฝนจะพูดแบบนี้ออกมา
แววตารินปรากฏความประหลาดใจ ไม่ได้เจอกันหลายวัน ผู้ชายคนนี้เปลี่ยนไป เขาไม่เหมือนกับผู้ชายคนเดิมที่เธอรู้จัก เขาไม่เหมือนโจรอย่างที่เคยเป็น เขาดูยิ่งใหญ่กว่าเดิม เหมือนกับราชันย์ ออร่าที่เขาปลดปล่อยออกมาตอนพูดเป็นออร่าของผู้ปกครองอย่างแท้จริง คำกล่าวของเขาทำให้รินคิดว่าชายคนนี้เท่กว่ายามปกติ นํ้าเสียงจริงจังของเขาสามารถทำให้สิ่งมีชีวิตทั้งหลายถูกโน้มน้าวได้อย่างง่ายดาย รินรู้สึกว่าชายคนนี้เป็นคนละคนกับชายที่เธอรู้จักโดยสิ้นเชิง
พวกลูกน้องสามารถตัดสินใจได้ทันที ภายในหัวนึกย้อนกับไปยังหลายวันก่อน ฉากการปรากฏตัวของโกเลมนํ้าแข็งแสดงผ่านดวงตาพวกมัน ฉากที่พวกมันสิ้นหวัง หมดหนทาง ยอมตายเพราะไม่สามารถสู้ศัตรูได้ ฉากเปลี่ยนไปกลายเป็นฉากที่โกเลมนํ้าแข็งถูกทำลาย ชายคนหนึ่งปรากฏตัวขึ้น เขาคนนั้นเป็นทั้งเทพที่ให้โอกาสมีชีวิตอยู่ต่อกับพวกมันและเป็นทั้งปีศาจที่สร้างความเจ็บปวดทรมานเสียยิ่งกว่าความตายให้กับศัตรูของเขา แม้สภาพร่างกายชายคนนั้นจะใกล้ตายทว่าเขาก็ไม่คิดจะยอมตายง่ายๆ จับดาบสีแดงสดดั่งโลหิตฟันแขนทั้งสองของศัตรูอย่างโหดเหี้ยม ไม่สนใจสิ่งใดทั้งสิ้น เขาจะทำในสิ่งที่คิดไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ไม่มีใครสามารถสั่งหรือบังคับเขาได้ ชายคนนี้ราวกับเทพปีศาจซึ่งไม่สนใจกฏแห่งสวรรค์
“พวกเราตัดสินใจได้แล้วครับ พวกเราจะทำภารกิจที่ท่านมอบให้” ทั้งสิบหกพูดออกมาพร้อมเพรียงกันด้วยนํ้าเสียงหนักแน่น พวกมันอยากเป็นเหมือนชายคนนั้นที่ปรากฏอยู่ในหัว แม้พวกมันจะไม่สามารถทำได้ตามเขาก็ตาม พวกมันคงไม่สามารถท้าทายกฏแห่งสวรรค์ได้แต่อย่างน้อยพวกมันก็สามารถกลายเป็นผู้ยิ่งใหญ่ในโลกมนุษย์ได้ กฏของมนุษย์ทั้งปวงจะไม่อยู่ในสายตาของพวกมัน
“ตัดสินใจได้ดีนี่” สายฝนยิ้มเล็กน้อย ทีแรกสายฝนคิดว่าคงมีไม่กี่คนที่เต็มใจทำภารกิจนี้ ไม่คาดคิดเลยว่าลูกน้องพวกนี้จะตัดสินใจแบบนี้
---
จบบทที่ 82 ตัดสินใจ (2)