เสียงการเคลื่อนไหวที่นอกกระโจมไม่อาจปลุกคนที่หลับลึกให้รู้สึกตัวตื่นขึ้นมาได้ฝูกว่างเยว่ยังคงซุกตัวอยู่ในผ้าห่มไม่เห็นแม้แต่ศีรษะร่างกายขดเป็วงกลมเหมือนแมวน้อยจอมเกียจคว้านแอบซ่อนตัวอยู่ใต้เตียง แสงสว่างจากตะเกียงไม่อาจส่องทะลุออกไปถึงข้างนอกได้ทำให้ผู้มาใหม่ไม่รู้ว่าข้างใต้ของเตียงไม้หลังนี้ ยังมีอีกร่างหนึ่งนอนขดตัวอยู่และยังคงหลับสนิทไม่รับรู้ถึงการมาของอีกฝ่าย
หลี่ซื่อจื่อที่ก้าวเข้ามาด้านในพอเห็นบนเตียงว่างเปล่าไร้เงาร่างคนที่้าเจอตัวก็นึกฉงนใจวงคิ้วเรียวเลิกขึ้น สายตากวาดมองไปรอบด้านมองหาร่องรอยสุดท้ายก่อนที่เ้าของกระโจมจะหายตัวไปก่อนหน้าที่จะจะเดินเข้ามาเขาได้ถามทหารเวรยามที่เฝ้าอยู่ด้านนอกแล้วว่าหานฮูหยินอยู่หรือไม่ทหารคนนั้นตอบว่าอยู่ แล้วเหตุใดพอเข้ามาถึงกลับไม่พบแม้แต่เงา
เวลานี้ฝูกว่างเยว่น่าจะออกไปเตรียมอาหารเช้าเหมือนเช่นทุกวันแต่ระหว่างทางเดินมาที่นี่เขากลับได้รับคำตอบจากพ่อครัวว่ายังไม่มาแล้วเด็กคนนั้นตอนนี้ไปอยู่ที่ใดกัน?
ดวงตาฉลาดเฉียบแหลมหรี่มองไปยังชายผ้าปูเตียงที่ห้อยตกยาวลงจรดพื้นถุงผ้าที่มุมหนึ่งถูกรื้อค้นกระจัดกระจายออกมาด้านนอกราวกับก่อนหน้าเ้าของรีบร้อนหาของจนไม่มีเวลาเก็บกลับเข้าไปหลังจากนิ่งอึ้งอยู่พักใหญ่หลี่ซื่อจื่อก็สาวเท้ายาวเร่งร้อนมาหยุดยืนอยู่ข้างเตียงยื่นมือหนึ่งเลิกชายผ้าขึ้นวางไว้้า
ร่างสูงโปร่งอยู่ในชุดเสื้อคลุมยาวสีขาวดิ้นเงินสาบไขว้ ปกคอเสื้อทำด้วยขนจิ้งจอกขาวนุ่มกำลังโน้มตัวลงก้มมองก้อนกลมๆ ก้อนหนึ่งใต้ผ้าห่ม หลี่ซื่อจื่อผุดยิ้มขบขันดวงตาฉายแววอ่อนใจระคนเอ็นดู ไม่รู้ว่าตนจะร้องไห้หรือหัวเราะดี
ั้แ่เมื่อใดกันที่ฝูกว่างเยว่ที่เคยขี้ขลาดอ่อนแอรู้จักป้องกันตัวอย่างนี้ทั้งยังฉลาดหลักแหลมถึงขั้นไปหลบซ่อนตัวอยู่ใต้เตียง ไม่ว่าใครก็ไม่ทันได้สังเกตเห็นขณะเดียวกันถ้ามีบุคคลภายนอกบุกรุกเข้ามาย่อมรู้ตัวก่อนและหาทางรับมือได้แต่จนถึงตอนนี้เ้าของกระโจมก็ยังหลับสนิทจนไม่รับรู้ถึงการมาของเขา
“แม้แต่วิธีนี้ก็ยังคิดได้ ช่างชวนให้ผู้อื่นประหลาดใจนัก”
เสียงพึมพำเจือความแววขบขันปลุกคนที่กำลังหลับสนิทให้สะดุ้งตัวตื่นลุกขึ้นนั่งพรวดพราดแต่เพราะเผลอลืมไปว่าตัวเองนอนอยู่ใต้เตียงศีรษะจึงโขกเข้ากับเตียงไม้เข้าอย่างจังเสียงดัง ‘โป๊ก’ ทำเอาคนเพิ่งตื่นร้องลั่นรีบล้มตัวลงไปนอนใหม่พลางยกสองมือขึ้นกุมหน้าผากร้องครางเสียงหลงน้ำตาเล็ดจากหางตา
“โอ๊ย! บ้าชิบ เจ็บชะมัด ใครมันบังอาจมารบกวนการนอนของเราวะไสหัวออกมาให้เห็นเดี๋ยวนี้นะ พ่อจะซัดให้หมอบหาทางกลับบ้านไม่เจอเลย คอยดู!”
ฝูกว่างเยว่สบถด่ารัวเร็วปานไฟแลบพลางปัดผ้าห่มออกให้พ้นจากกายั์ตาดำขลับเหมือนน้ำหมึกคุกรุ่นไม่สบอารมณ์ดวงหน้าเรียวรูปไข่ขาวซีดทว่างดงามดุจภาพวาดยุ่งเหยิง ขณะที่ริมฝีปากเม้มแน่นเป็เส้นตรงระงับความโกรธที่ปลุกระดมให้ทุกเส้นประสาทเต้นระริกแทบอยากเอาเื่คนที่เข้ามารบกวนการพักผ่อนอันยาวนานของเขาให้สิ้นสุดลง
ยามนี้ฝูกว่างเยว่ดูดุร้ายราวกับนางพญาแลดูเย้ายวนมีเสน่ห์ชวนมองจนไม่อาจละสายตาได้ดวงตาเรียวหงส์ฉายแววแข็งกร้าวขุ่นขวาง ขบเม้มกลีบปากนุ่มน่าััของตัวเองแน่นจนเป็เส้นตรงใบหน้าเรียบตึงดูไม่สบอารมณ์อย่างถึงที่สุด
ดูเหมือนเ้าตัวจะไม่รู้ว่าการทำอย่างนั้นยิ่งดึงดูดให้ภมรบินเข้าหาเพื่อหวังดอมดมดอกไม้งามดอกนี้แต่กลับเกรงต่อรัศมีเจิดจ้าที่ทอประกายสดใส ราวกับทั่วร่างอาบย้อมด้วยแสงจันทร์กระจ่างจนไม่มีผู้ใดกล้าแตะต้องเพราะกลัวจะทำให้หม่นหมองลง
หลี่ซื่อจื่อเก็บสิ่งที่ผ่านสู่สายตาไว้ในใจเผยรอยยิ้มนุ่มนวลอบอุ่นราวกับสายน้ำในฤดูวสันต์ส่งผลให้คนโกรธเกรี้ยวถึงกับตะลึงงันในทันใด ต่อให้ใครจะต่อว่าเจตนาใส่ร้ายฝูกว่างเยว่ให้เสียหายอย่างไรเขาไม่เคยใส่ใจเพราะเขาเชื่อในสิ่งที่ตาเห็นมากกว่า
กับฝูกว่างเยว่ที่รู้จักกันมานานเขาย่อมรักและเอ็นดูเสมือนน้องชายคนหนึ่งแต่เล็กจนโตเด็กคนนี้ก็ใสซื่ออ่อนต่อโลกไม่เคยคิดร้ายต่อใครจนบางครั้งเขาถึงขั้นอ่อนใจ อยากลองยุให้น้องฝูทำตัวร้ายกาจดูสักครั้ง
สำหรับเด็กคนนี้หากไม่มีใครคอยช่วยเหลือชี้แนะเกรงว่าชีวิตน้อยๆนี้คงรักษาไว้ไม่ได้ไม่รู้ว่าระหว่างที่พวกเขาไม่อยู่เกิดเื่ร้ายแรงใดขึ้นกับน้องชายคนนี้หรือไม่แต่ดูจากใบหน้าขาวซีด ท่าทางไร้เรี่ยวแรงกับร่องรอยเขียวช้ำตามแขนขาก็พอเดาออกได้เก้าถึงสิบส่วนว่าเกิดอะไรขึ้น
กุนซือหนุ่มระงับความพลุ่งพล่านรุ่มร้อนในอกเห็นท่าทางเหมือนกิ่งหลิว
โน้มเอนราวกับต้านทานแรงลมไม่ไหวแล้วให้ปวดใจนักเขาต้องลากตัวคนชั่วออกมารับโทษที่ก่อไว้ให้ได้ ดวงตาเรียวรีที่มักเผยแววอ่อนโยนเป็มิตรตลอดมากลับปรากฏลูกคลื่นของความเกรี้ยวกราดให้เห็นเลือนรางก่อนที่พริบตาต่อมาจะหายไปเก็บซ่อนความร้ายกาจไว้จากน้องชายที่แสนซื่อปราศจากความคิดที่จะทำร้ายผู้อื่น
หึ น้องฝูก็เป็อย่างนี้เสมอเื่ที่จะทำให้คนอื่นเดือดร้อนนั้นไม่เคยยอมให้เกิดขึ้นยอมที่จะเป็ฝ่ายเจ็บตัวมากกว่าจะยอมให้คนอื่นเป็อะไรแต่ครั้งนี้เขากลับปล่อยพวกมันไปไม่ได้ พวกมันควรถูกเนรเทศให้ไปใช้ชีวิตเยี่ยงทาสในถิ่นทุรกันดารมากกว่าจะมารับใช้บ้านเมืองเพื่อความร่มเย็นเป็สุขของราษฎร
“เหตุใดหน้าตาเ้าจึงเป็เช่นนี้ ผู้ใดทำร้ายเ้างั้นรึ น้องฝู...บอกข้ามาซิข้าจะคืนความเป็ธรรมให้เ้าเอง” น้ำเสียงร้อนรนกังวลใจของคนผู้หนึ่งเรียกสติของ
เด็กหนุ่มให้กลับเข้าร่าง
เขาเงยหน้าขึ้นมองใบหน้าหล่อเหลาที่แผ่กลิ่นอายของผู้มีความรู้ออกมาหน้าตานี่หล่อใสเหมือนพวกดาราเกาหลีแต่เสียอย่างเดียวที่ตอนนี้ขมวดคิ้วเป็ปมแน่นเลยทำให้ความหล่อดูลดน้อยลงและเพิ่มความเคร่งขรึมแบบผู้ใหญ่เข้ามาแทน
“เอ่อ...ข้า...ข้า”
เด็กหนุ่มหน้าสวยอ้ำอึ้งนึกไม่ออกจริงๆ ว่าคนตรงหน้าเป็ใครจนกระทั่งความทรงจำของเ้าของร่างเดิมกลับคืนมาจึงเพิ่งนึกได้ว่าคนตรงหน้านี้ก็คือกุนซือของท่านแม่ทัพนามว่า ‘หลี่ซื่อจื่อ’ อีกทั้งยังเป็สหายรักที่รู้ใจกันอีกด้วย
“เ้าออกมาก่อนเถอะ อยู่ในนั้นคงอึดอัดลำบากแย่”
ฝ่ามือเรียวที่ใหญ่กว่าเขาเล็กน้อยยื่นมาตรงหน้าเขาเหล่ตามองจ้องเขม็ง
ฝ่ามือที่มีรอยด้านให้เห็นนิดๆ ข้างนั้น นี่เป็มือของคนที่ใช้จับพู่กันแน่หรือเหตุใดจึงเป็ตุ่มไตเหมือนพวกคนที่จับดาบจับกระบี่เลยล่ะ ก็ไหนว่าเป็กุนซือคนที่เป็กุนซือก็คือมันสมองของท่านแม่ทัพที่ถนัดวางแผนและชอบขีดเขียนเป็ชีวิตจิตใจไม่ใช่เหรอ
หลังจากแอบพิจารณาหลี่ซื่อจื่ออยู่ครู่หนึ่งเขาจึงกล้ายื่นมือออกไปวางไว้บนมือเรียวข้างนั้นดูท่าอีกฝ่ายจะไม่ใช่ที่ปรึกษาเหมือนกุนซือทั่วไปฝีมือการต่อสู้คงอยู่ในระดับปรมาจารย์ เพราะดูเส้นสายกดลึกบนมือสิทั้งทรงพลังทั้งหนักแน่น เหมือนกับถูกแฝงไว้ภายใต้ท่าทีอ่อนโยน จนคนธรรมดาสามัญอย่างพวกเขามองไม่ออกด้วยซ้ำว่าผู้ที่ชอบยิ้มแย้มตลอดเวลาจะเป็บุคคล‘อันตราย’ คนหนึ่งไปซะได้
เพราะนอนอยู่ในที่แคบท่าเดิมนานเกินไปทำให้สองขาของฝูกว่างเยว่เป็อัมพาตไปชั่วขณะร่างเพรียวบางชะงักค้างอยู่กับที่ มือขวากุมกระชับมือข้างนั้นไว้แน่นเหงื่อเม็ดเล็กๆ ผุดซึมขึ้นบนใบหน้าอ่อนวัย
เหมือนหลี่ซื่อจื่อจะดูออกว่าเกิดอะไรขึ้นจึงรอคอยอย่างใจเย็นเขาไม่ได้เร่งเร้าให้อีกคนรีบออกมา กลับตัดสินใจสอดวงแขนเข้ารัดเอวบางฉุดดึงร่างเบาหวิวเหมือนปุยนุ่นให้ออกมาจากใต้เตียงก่อนจะช่วยพยุงให้ลุกยืนได้อย่างมั่นคง
แวบแรกฝูกว่างเยว่ใจนหน้าเผือดสีแต่ต่อมากลับขมวดคิ้วแน่นยอมอยู่นิ่งๆ ก้มลงมองขาตัวเอง รอจนกระทั่งยืนด้วยตัวเองได้แล้วจึงปล่อยมือออกจากมืออีกฝ่ายเขาใช้หลังมือเรียวขาวปาดเหงื่อบนใบหน้าออกพลางพรูลมหายใจยาวรู้สึก
โล่งใจอย่างน่าประหลาด
เขานี่ไม่ไหวเลย ร่างกายนี้คงต้องได้รับการบำรุงอย่างเร่งด่วนเสียแล้ว
“ขอบคุณท่านมาก”
“เ้าไม่เป็ไรก็ดีแล้ว แค่เห็นเ้าปลอดภัย ข้าที่เป็พี่ชายก็เบาใจไปได้เปลาะหนึ่งเ้าหิวข้าวหรือไม่ อยากทานอะไรเป็พิเศษไหม ข้าจะได้ให้ทางพ่อครัวจัดเตรียมให้ถือเสียว่าชดเชยใน่ที่ข้าไม่ได้อยู่ดูแลเ้าแล้วกัน”
“ข้า เอ่อ...ข้าไม่หิว แล้วข้าก็ไม่ได้เป็อะไรด้วยสบายดีหมดทุกอย่าง ท่านไม่จำเป็ต้องชดเชยอะไรให้แก่ข้า”
เดิมทีท่าทางของ ‘ฝูกว่างเยว่’ นั้นควรอ่อนแอเปราะบางแค่สายลมพัดผ่านก็ต้องสะดุ้งใตัวสั่นราวกับเห็นผีเพราะฉะนั้นเขาคนนี้จึงต้องก้มหน้าหลุบตาแสร้งเก็บซ่อนความรู้สึกน้อยใจไว้ในอกแต่ยิ่งปกปิดยิ่งเผยชัด เขาแกล้งทำเป็อ่อนแรง ทั้งร่างโอนเอนคล้ายกับทรงตัวไม่อยู่และเพื่อให้ดูสมจริงยิ่งขึ้นจึงแอบเอามือหยิกต้นขาตัวเอง
ทันใดนั้น เขาก็เจ็บจี๊ดจนน้ำตาปริ่มล้นขึ้นในดวงตาจากเดิมที่ตาแดงเรื่อเหมือนคนจะร้องไห้อยู่แล้วก็ยิ่งแดงก่ำราวกับสีเืยิ่งเพิ่มความน่าเวทนาสงสารขึ้นไปอีก บุรุษคนใดได้เห็นภาพชายหนุ่มรูปงามเรือนร่างอ้อนแอ้นบอบบางยืนร้องไห้อยู่ในเวลานี้ย่อมรู้สึกหวั่นไหวหัวใจพลันอ่อนยวบ อยากยื่นมือไปประคองไข่มุกเม็ดงาม ทะนุถนอมไว้ในอุ้งมือด้วยกลัวว่าจะแตกสลายหรือสูญหายไปเพียงเผลอปล่อยวาง
หลี่ซื่อจื่อเองก็ไม่เป็ข้อยกเว้น เมื่อเห็นน้องชายที่เฝ้าถนอมเอ็นดูราวกับคลอดตามกันมามีท่าทางอ่อนแอเหมือนจะล้มได้ทุกเมื่อก็ตัดสินใจยื่นสองมือไปช่วยประคองเรือนร่างบางให้นั่งลงบนเตียงอย่างอ่อนโยน
“เ้าจะไม่หิวได้อย่างไรตัวผอมแห้งแทบปลิวลมอย่างนี้ยิ่งต้องกินให้มาก
มิเช่นนั้นร่างกายจะยิ่งอ่อนแอ ่นี้หิมะตกหนักเ้ายิ่งต้องบำรุงร่างกายให้ดีข้าจะให้คนไปเตรียมโสมหิมะให้เ้าดื่ม แล้วจะเชิญหมอมาตรวจดูอาการเ้าอีกทีเ้าเองอย่าได้คิดฟุ้งซ่านจนเสียสุขภาพจิต ร่างกายจะได้ไม่อ่อนแอลงเื่อื่นให้เป็หน้าที่ข้าจัดการเถอะ ข้ารับปากไว้กับพ่อแม่เ้าว่าจะดูแลเ้าให้ดีจะไม่ยอมให้เ้าเป็อะไรไปเด็ดขาด”
เมื่อเห็นใบหน้างามล้ำแฝงแววต่อต้านรางๆน้ำเสียง่ท้ายของหลี่ซื่อจื่อจึงเข้มขึ้นไม่ยอมให้อีกฝ่ายดื้อรั้นไม่เชื่อฟังฝูกว่างเยว่ที่เห็นดวงตาคมฉายแววจริงจังไม่อ่อนข้อให้จึงได้แต่ก้มหน้ารับชะตากรรมอย่างไม่อาจเลี่ยงในใจนึกต่อว่าหลี่ซื่อจื่อที่หาเื่ยุ่งยากมาให้ไม่เข้าเื่
เขาจะป่วยหรือตายทำไมต้องให้คนอื่นมาเ้ากี้เ้าการด้วยถ้าแค่นี้ทนไม่ไหวก็ปล่อยให้ตายไปเถอะกับร่างกายที่อ่อนแอไร้ค่าแบบนี้อยู่ไปจะมีประโยชน์อะไร
“อย่าดูถูกตัวเองสิ ชีวิตเ้าหาได้ไร้ประโยชน์ไร้ค่าไม่เพียงแต่เวลานั้นยังมาไม่ถึง เ้าจึงพลาดโอกาสที่จะแสดงฝีมือเมื่อโอกาสนั้นมาถึงข้าเชื่อว่าเ้าจะต้องทำให้ผู้คนทั้งใต้หล้าตกตะลึงได้แน่”
“ท่านอย่าหลอกข้าให้ดีใจเล่นเลย คนอ่อนแอไร้ประโยชน์เช่นข้าจะมีอะไรไปให้ผู้อื่นตกตะลึงได้ท่านเองก็เห็นว่าข้าเป็ภรรยาที่เขาไม่้า มีข้าอยู่ก็รังแต่จะทำให้เขารำคาญใจทำให้เกียรติยศที่เขาสั่งสมมาตลอดทั้งชีวิตต้องมัวหมอง หากไม่มีข้าอยู่สักคน ทุกคนคงจะมีความสุขมากกว่านี้ถ้าข้าตายไป...ทุกอย่างอาจจะดีขึ้นก็ได้”
“เ้าพูดอะไรอย่างนั้น ไม่มีใครอยากให้เ้าตายหรอก เชื่อพี่สิ”ฝ่ามือหนาวางบนศีรษะของเด็กหนุ่มโยกไปมาเบาๆ อย่างเอ็นดู
“พี่หลี่...ถ้าข้าไม่มีใบหน้างดงามเฉกเช่นสตรีข้าคงไม่ต้องมีชะตากรรมที่อาภัพอย่างนี้หรอกใช่ไหม?” เสียงเจือสะอื้นเอ่ยถามน้ำเสียงสั่นเครือยิ่งเพิ่มความน่าสงสารให้คนฟังขึ้นไปอีก
สำหรับตัวเขาที่เข้ามาอยู่ในร่างเด็กคนนี้ เขาสามารถรับรู้ได้ถึงอารมณ์ความรู้สึกของฝูกว่างเยว่ทุกอย่างไม่ว่าเด็กคนนี้จะเคยผ่านเื่เลวร้ายมาอะไรมา แต่นับจากนี้ไปเขาจะทำทุกวิถีทางเพื่อที่มีชีวิตรอดต่อไปให้นานที่สุดเพื่อทวงคืนความเป็ธรรมให้เ้าเด็กนี่ และประกาศให้คนทั้งโลกได้รู้ว่าเด็กคนนี้มีค่ายิ่งกว่าใคร
หวังว่าหลี่ซื่อจื่อคงจะฉลาดพอเข้าใจคำพูดหยาวเหยียดของเขานะเขาไม่อยากพูดหรืออธิบายอะไรซ้ำๆ ให้เมื่อยปาก สิ่งที่เขา้าตอนนี้คือการยืมมือคนคนนี้หาตัวคนชั่วที่ทำร้ายฝูกว่างเยว่ให้เจอจากนั้นคงจะอัดมันให้น่วมเจ็บหนักปางตาย!
“น้องฝู มันไม่สำคัญหรอกว่าจะเกิดเป็ชายหรือหญิงในเมื่อเ้าเกิดมาแล้วก็ต้องรักษาชีวิตไว้ให้นานที่สุด ตอนนี้เ้าเป็ถึงฮูหยินรองของท่านแม่ทัพรู้หรือไม่ว่ามีคุณหนูตระกูลใหญ่มากมายเพียงใดที่อยากตำแหน่งนี้ แต่อำนาจเ่าั้กลับมาตกอยู่ในมือเ้าเหตุใดเ้าจึงคิดจะโยนมันทิ้งไป ใช้ประโยชน์จากมันสิ ใช้อำนาจที่เ้ามีลงโทษผู้ที่คิดร้ายต่อเ้าผู้ใดรังแกเ้า เ้าก็ตอบโต้กลับไปอย่าได้ปรานีมันขอเพียงไม่ใช่เื่ที่ขัดต่อหลักศีลธรรม ไม่ทำร้ายใครส่งเดช พี่ยินดีสนับสนุนเ้าทุกเื่”
“พี่หลี่...เพราะอะไรท่านถึงดีกับข้านักทั้งที่ข้าทำประโยชน์อะไรเพื่อท่านไม่ได้เลย แต่ข้าก็ขอขอบคุณท่านมากที่คอยช่วยเหลือข้ามาตลอดหากมีสิ่งใดที่ข้าพอตอบแทนได้รีบบอกมาเลย ข้ายินดีทำทุกอย่าง ขอเพียงไม่ใช่เื่ที่ผิดต่อใครหรือสั่งให้ไปฆ่าใครตายก็พอนอกนั้นข้าทำได้หมด”
เมื่อพบคนดีมีความจริงใจมอบให้ เขาจึงเผลอลืมตัวพูดในสิ่งที่ทำให้นึกเสียใจในภายหลังถ้ารู้ว่าความใจดีของคนคนมีเบื้องลึกเื้ัแอบแฝงอยู่ล่ะก็ เขาคงไม่รีบร้อนพูดจายินดีทำทุกอย่างเพื่อตอบแทนบุญคุณจนตัวเองต้องมาซวยอย่างนี้หรอกพอนึกถึงเหตุการณ์นี้ทีไรก็ได้แต่ขบเขี้ยวเคี้ยวฟันดังกรอดๆ ด้วยไม่น่าเสียรู้ให้กับจิ้งจอกเ้าเล่ห์ผู้มีใบหน้าสุภาพอ่อนโยนชวนลุ่มหลงนั่นเลย
หลี่ซื่อจื่อกดยิ้มมุมปากลึกลง ประกายตาพร่างพราวระยิบระยับ คล้ายกับดวงดาวพากันเปล่งแสงประชันความสว่างแข่งกันบนท้องฟ้าดูเ้าเล่ห์ร้ายกาจมีเงื่อนงำอย่างบอกไม่ถูก พานให้คนมองรู้สึกหวาดหวั่นใจคอไม่ดี หวนคิดถึงคำพูดก่อนหน้านี้ดูว่ามีอะไรที่ผิดปกติไปหรือเปล่า
ก็ไม่นะ เขาแค่บอกว่าจะยอมทำทุกอย่างเพื่อตอบแทนบุญคุณของอีกฝ่ายไม่ได้พูดอะไรไปมากกว่านั้นเลย แล้วทำไมถึงรู้สึกเสียวสันหลังวาบอย่างนี้ก็ไม่รู้ ยิ่งพอเห็นดวงตาแพรวพราวเ้าเล่ห์ของอีกฝ่ายเขายิ่งรู้สึกไม่วางใจมันเหมือนกับดวงตาของสุนัขจิ้งจอกยามเผยโฉมหน้าที่แท้จริงออกมา
นี่เขาคงไม่ได้แสดงความโง่ออกมาด้วยการเดินไปตกหลุมพรางร้ายของคนผู้นี้หรอกนะ
“ไม่ถึงกับต้องให้เ้าไปฆ่าใครหรอก เื่ตอบแทนบุญคุณน่ะ พี่แค่้าให้เ้าไปดูแลปรนนิบัติท่านแม่ทัพทุกวันเท่านั้นจนกว่าท่านแม่ทัพจะฟื้นขึ้นมาและหายดีจากอาการาเ็ ระหว่างนั้นเ้าช่วยไปเฝ้าไข้ป้อนยาให้เขาแทนพี่หน่อยถือเสียว่าช่วยแบ่งเบาภาระพี่ไปสักระยะหนึ่งก็แล้วกัน”
“หา! ทะ...ท่านจะให้ข้าไปทำอะไรนะ! นี่ข้าหูฝาดไปหรือเปล่าท่านจะให้ข้าไปเฝ้าไข้ไอ้คนโหดนั่นน่ะนะ ไม่มีทาง!”
“อย่าเพิ่งปฏิเสธรวดเร็วทันควันอย่างนั้นสิแค่่ระยะเวลาหนึ่งเท่านั้นเอง”
“ไม่!ข้าไม่มีวันทำเื่แบบนั้นเด็ดขาด!ข้าทำไม่ได้หรอก สู้ให้ข้าไปฆ่าตัวตายเสียยังจะดีกว่าอีกพี่หลี่ให้ข้าตอบแทนด้วยวิธีอื่นเถอะ กับคนผู้นั้นที่แสนจะ
เกลียดชังข้า การส่งข้าไปที่นั่นก็เท่ากับเป็ฆ่าข้าให้ตายชัดๆ ข้ายังไม่อยากตายั้แ่ก้าวแรกที่โผล่หน้าเข้าไปหรอกนะคนไร้หัวใจนั่นต้องไล่สังหารข้าแน่ๆ”
เด็กหนุ่มส่ายหน้าพรืดรู้สึกหวาดผวาเสียวสันหลังจนขนลุกตั้งเป็ตายยังไงเขาก็จะไม่ยอมโผล่ไปให้คนคนนั้นเห็นหน้าเด็ดขาด พี่หลี่ทำเหมือนกับไม่รู้อย่างนั้นแหละว่าหานเจี้ยคิดยังไงกับเขา
‘เ้าแห่งา’ ในความทรงจำของเด็กนี่น่าสะพรึงกลัวมากมันเลยคำว่า ‘น่ากลัว’ ไปไกลจนถึงขั้นน่าสยดสยองเลยเชียวล่ะ
เป็มารปีศาจร้าย คนไร้หัวใจ จอมเ็า!
“เ้าคิดมากเกินไปแล้ว คนผู้นั้นหาได้ไร้หัวใจไม่ เพียงแต่มันอยู่ลึกมากกว่าคนปกติทั่วไปจนต้องใช้ใจมองดูขอเพียงเ้าแสดงให้คนผู้นั้นเห็นถึงความจริงใจของเ้า สักวันหนึ่งข้าเชื่อว่าเ้าจะต้องได้เห็นหัวใจที่อ่อนโยนที่แอบซ่อนอยู่ข้างในของเขาแน่”
“คงไม่มีวันนั้นหรอก เพราะหัวใจอันอบอุ่นอ่อนโยนของเขามีไว้ให้กับพี่สาวข้าเท่านั้นบัดนี้ท่านพี่ก็กลายเป็นางสนมอยู่วังหลังไปแล้ว หากคนผู้นั้นไม่ยอมตัดใจชาตินี้ทั้งชาติคงไม่มีผู้ใดมีโอกาสได้รับความอ่อนโยนของเขาหรอกพี่หลี่ให้ข้าทำอย่างอื่นเถอะ เขาชังน้ำหน้าข้าถึงเพียงนี้ ข้ามิกล้าโผล่หน้าไปให้เขาเห็นหรอก”
“หน้าที่ของภรรยาคือการปรนนิบัติสามีเมื่อมีหน้าที่เ้าก็ต้องรับผิดชอบ จะปัดภาระไปให้ผู้อื่นทำได้อย่างไรนอนพักอีกสักหน่อยเถอะ ข้าจะให้คนยกอาหารเลิศรสมาให้ เ้าจะได้มีแรงไปต่อกรกับเขาอย่างไรเล่า”
“ความหมายของท่านคือ...ยังไงข้าก็ต้องไปให้ได้สินะ”
ฟางเส้นสุดท้ายขาดผึง ความหวังเพียงน้อยนิดมลายหายไปในพริบตา
ฝูกว่างเยว่ถอนหายใจด้วยใบหน้ายับย่นรู้สึกเหมือนถูกบังคับให้กลืนยาขมเหลือบสายตาวาววับขึ้นมองใบหน้าคล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้มของหลี่ซื่อจื่ออย่างเคืองๆ
ดูดวงตาเฉลียวฉลาดของอีกฝ่ายสิ มันซุกซ่อนแผนการร้ายไว้นับไม่ถ้วนจนเขาถึงกับอึ้งทึ่งทำอะไรถูกเลย
นี่หรือว่าเขาจะมองคนผิดไปแท้จริงแล้วหลี่ซื่อจื่อเป็พวกกระบี่คมในฝักเก็บซ่อนความร้ายกาจไว้ภายใต้ใบหน้าสุภาพอ่อนโยนเป็มิตร ท่าทางอบอุ่นใจดีดูมีเมตตานั่นเป็แค่เปลือกนอกที่สร้างขึ้นไว้หลอกคนอื่น จะหลงเชื่อไม่ได้งั้นสินะ
“พี่หลี่จะแน่ใจได้อย่างไรว่าเขาจะไม่อาละวาดไล่สังหารข้า”
เพื่อความมั่นใจว่าจะรักษาชีวิตน้อยๆ นี้ไว้ได้เสียงกังวานใสดุจระฆังแก้วจึงเอ่ยถามอีกครั้งให้หายข้องใจ เมื่อเห็นอีกฝ่ายเผยรอยยิ้มขบขันดวงตาสาดประกายหยอกเย้าอมยิ้มจางๆ ดวงหน้างามล้ำดั่งบุปผาแรกแย้มก็งอง้ำ ั์ตาขุ่นขวางตวัดมองอย่างเอาเื่
เขากลัวก็แต่ไอ้แม่ทัพบ้านั่นจะมีแรงลุกขึ้นมาทำอะไรเขาน่ะสิจู่ๆ อีกฝ่ายก็ต้องมาแต่งงานกับน้องของคนรัก อีกทั้งยังเป็ผู้ชายเหมือนกันด้วย ใครมันจะไปยอมรับได้ถึงจะรูปโฉมงดงามเย้ายวนใจไม่ต่างจากสตรีก็เถอะ แต่ก็ใช่ว่าจะเหมือนผู้หญิงไปเสียทุกอย่างไม่สามารถใช้แทนกันได้อยู่แล้ว เพราะฉะนั้นจะเกลียดขี้หน้ากันก็ไม่แปลกหรอก
แค่ไม่ถูกส่งต่อไปบำเรอคนทั้งกองทัพก็นับว่าเกินคาดแล้วนี่ยังปล่อยให้มีชีวิตอย่างสุขสบายอยู่หลังค่าย แยกตัวเป็เอกเทศไม่มีใครมาเกี่ยวข้องด้วยนี่โคตรจะ
น่าเหลื่อเชื่อเลย แล้วถ้าตอนนี้ต้องโผล่ไปให้เจอหน้ากันจังๆ จะไม่แย่เอาเหรอ
เขาหวั่นใจกลัวว่าจะไปกระตุ้นให้หานเจี้ยมีความคิดชั่วร้ายขึ้นมาน่ะสิ
เหมือนกับก่อนหน้านี้อีกฝ่ายบอกเป็นัยๆว่าให้เขาต่างคนต่างอยู่ไม่ต้องข้องแวะกันแต่ในเมื่อเขากล้าเสนอหน้าไปให้เห็นก็เท่ากับว่าเป็การล้ำเส้นอย่าหวังว่าจะได้มีชีวิตอยู่อย่างสงบสุขอีกเลย
“ไม่ใช่ว่าเ้ารู้ดีแก่ใจอยู่แล้วหากท่านแม่ทัพ้าเอาชีวิตเ้าจริง คงไม่ปล่อยให้มีลมหายใจมาจนถึงวันนี้หรอกวางใจเถอะ หากเขาดุเ้า เ้าก็แสร้งทำเป็กลัว หากถูกต่อว่าเ้า เ้าก็แสร้งทำตัวสั่นให้ดูน่าสงสารแต่หากร้ายแรงจนถึงขั้นคิดทำร้ายกันก็ให้เงยหน้าขึ้นอ้อนวอนทั้งน้ำตา คนนิสัยลือดเย็นอำมหิตอย่างหานเจี้ยมักใจอ่อนให้กับคนอ่อนแอไร้ทางสู้เช่นเ้า”
“ใจอ่อนให้กับข้า? แล้วถ้าไม่ทำเช่นนั้นเล่าข้าจะต้องเผชิญหน้ากับอะไร”
นี่ไม่ใช่การท้าทาย แต่เขาแค่อยากรู้คำตอบจริงๆ ว่าถ้าไม่ทำตัวอ่อนแอเปราะบางต่อหน้าคนคนนั้นเขาจะต้องเจอกับอะไร
แต่เมื่อได้เห็นดวงตาของหลี่ซื่อจื่อถูกปกคลุมไปด้วยเมฆหมอกดำทะมึนหัวใจเขาก็ถูกโจมตีด้วยอะไรบางอย่างที่มองไม่เห็น จนเต้นกระหน่ำรัวเร็วด้วยความตื่นกลัวเขาเข้าใจความรู้สึกนี้แล้ว ความจริงแค่นึกถึงสีหน้าเหี้ยมเกรียมแผ่จิตสังหารของหานเจี้ยแล้วเขาก็ทำนายชะตากรรมต่อจากนั้นได้เลยว่าจะเป็ไง
ชักอยากจะหายตัวไปตั้งหลักให้ไกลๆ แล้วสิ
มีใครบ้างไม่กลัวเ้าแห่งาของแคว้นซือเสียน นอกจากคนคนนั้นจะไม่กลัวตายแล้วยังต้องโง่อย่างถึงที่สุดด้วยไม่อย่างนั้นคงไม่ทำอะไรที่ซุ่มเสี่ยงให้ศีรษะกระเด็นตกลงพื้นเดินเข้าประตูผีหรอก
“หึ เ้าคงนึกภาพนั้นออกโดยที่พี่ไม่ต้องบอกอะไร เ้าพักผ่อนเถอะพี่ยังต้องกลับไปหารือกับพวกน่าเบื่ออีก อยู่ทางนี้ดูแลรักษาตัวให้ดีอย่าทำให้พี่ต้องเป็ห่วงเ้าอีกล่ะ” พูดไปก็ยิ้มไปแต่รอยยิ้มนั้นกลับชวนให้ขนลุกจนหลังคอตั้ง ฝ่ามืออุ่นจัดยื่นมาลูบผมเขาอยู่อีกพักหนึ่งจึงตัดใจผละออกไป
ดวงตาดำขลับเปล่งประกายสุกใสเหม่อมองแผ่นหลังกว้างเหยียดตรงสง่างามนั้นค่อยๆห่างไกลออกไป จนกระทั่งหายลับไปจากสายตา เขาถึงได้พ่นลมหายใจแรงๆอดไม่ได้ที่จะยกมือขึ้นแตะตรงตำแหน่งที่อีกฝ่ายทิ้งััอบอุ่นไว้ก่อนจากไป
“เป็คนที่ใจดีและอ่อนโยนมากจริงๆแต่ไม่น่าเชื่อว่าคนนิสัยดีอย่างนี้จะมีเื้ัที่น่าเศร้า”
เขาััได้ถึงความอ้างว้างเปล่าเปลี่ยวในหัวใจของอีกฝ่าย มันช่างคล้ายคลึงกับความรู้สึกของเขาคนที่ต้องสูญเสียพ่อแม่ั้แ่เด็กก็มักจะเป็แบบนี้แหละและถึงแม้ว่าพ่อแม่เขาจะยังมีชีวิตอยู่ แต่การที่จำอะไรเกี่ยวกับพวกท่านไม่ได้เลยมันก็ทำให้เขารู้สึกแย่อยู่เหมือนกัน
เื่นั้นช่างมันก่อนเถอะดูเหมือนหลี่ซื่อจื่อจะดีกับฝูกว่างเยว่มากและท่าทีที่แสดงออกก็ไม่ได้ดูมีแผนร้ายอะไรในใจ เขาจะลองเชื่อใจดูสักตั้ง อีกอย่าง...อีกฝ่ายก็ยอมเปิดทางให้เขาได้แก้แค้นคนพวกนั้นสาบานได้เลยเขาจะต้องลากคอพวกมันออกมารับโทษให้ได้ อย่างน้อยก็เพื่อิญญาของฝูกว่างเยว่จะได้จากไปอย่างสงบสุข
ตอนนี้ในใจเขานับถือหลี่ซื่อจื่อเป็เหมือนพี่ชายคนหนึ่งหากวันหน้ายังมีชีวิตอยู่และได้ดีมีเงินทองร่ำรวยล่ะก็เขาจะนึกถึงพี่หลี่เป็คนแรก จะแบ่งปันความสุขสบายของตัวเองให้อย่างไม่คิดเสียดายเลยแต่ก่อนอื่นเขาจะทำยังไงให้ตัวเองรอดพ้นจากเงื้อมมือปีศาจร้ายอย่าง ‘หานเจี้ย’ได้
“นี่ถ้าโผล่หน้าเข้าไปแล้วถูกหักคอจิ้มน้ำพริกขึ้นมาจะว่ายังไงคงจะสยดสยองน่ากลัวพิลึก บรึ๋ย ขนลุกชะมัด โธ่เว้ย!เรายังไม่อยากตายกลายเป็ผีซ้ำสองตอนนี้หรอกนะ ขอร้องเถอะ ขอวิงวอนต่อฟ้าเลยขออย่าให้ไอ้แม่ทัพโหดนั่นคิดสังหารลูกเลย ท่านอยากได้อะไรข้ายินดีมอบให้ทุกอย่างขอแค่เื่นี้สำเร็จเป็พอ สาธุ!”
เขาไม่รู้ว่าเทวดาบน์จะรับรู้ถึงสิ่งที่เขากำลังอ้อนวอนหรือไม่แค่ขอให้ผ่านพ้นจากวันนี้ไปได้เขาก็แทบจะกราบกรานรีบแก้บนให้ทันทีแต่จะแก้ด้วยวิธีอะไร รอให้เห็นผลลัพธ์ก่อนแล้วกันถึงตอนนั้นค่อยคิดหาวิธีแก้อีกที
หลี่ซื่อจื่อที่แวะไปกระโจมของฝูกว่างเยว่เสร็จก็วนกลับมายังกระโจมของ
แม่ทัพใหญ่ใบหน้าอบอุ่นนุ่มนวลมีแววเ้าเล่ห์เด่นชัดจนคนกำลังปรุงยาอยู่ข้างเตาไฟคุโชนเงยหน้าขึ้นมองดวงตาฉายแววฉงนใจ
“ท่านไปอารมณ์ดีเื่ใดมา สีหน้าดูร่าเริงยิ่งนัก”ฮุ่ยหลินเลิกคิ้วขึ้นสูงสองมือยังคงหยิบตัวยาที่เป็ส่วนผสมสำคัญของการรักษาโยนใส่ลงไปในหม้อต้มยาที่กำลังเดือดปุดๆไอร้อนพวยพุ่งขึ้นขับให้ใบหน้าของชายหนุ่มแดงระเรื่อ หยาดเหงื่อผุดซึมขึ้นตามไรผม
“เื่ใดไม่สำคัญหรอก อาการของหานเจี้ยเป็อย่างไรบ้างดีขึ้นแล้วหรือยัง”
“ดีขึ้นแล้ว อีกไม่เกินหนึ่งชั่วยามก็คงจะรู้สึกตัว ท่านถามข้าเช่นนี้คงไม่ใช่ว่ามีเื่น่ายินดีอะไรเกิดขึ้นหรอกกระมัง หวังว่าท่านคงไม่ได้ก่อเื่ให้ข้าต้องลำบากใจอีกหรอกนะท่านแม่ทัพไม่ได้ใจดีพอจะให้อภัยผู้ใดบ่อยๆ”
“มีข้าอยู่ทั้งคนเ้ายังจะกลัวอะไรอีกไม่มีเื่ใดน่ายินดีหรอก เพียงแต่หลังจากเ้าปรุงยาเสร็จข้าจะให้คนอื่นมารับ่ต่อดูแลท่านแม่ทัพแทนเ้าเท่านั้น”
“ผู้ใดกันที่ท่านไว้วางใจให้มารับหน้าที่แทนข้า คงมิใช่...คนผู้นั้นหรอกนะ”
“หุบปากของเ้าให้สนิทเถอะ พอเ้าทำหน้าที่เสร็จก็กลับไปพักผ่อนได้แล้วทางนี้ปล่อยให้คนของข้าดูแลแทน”
“คิดจะจับคู่ท่านแม่ทัพกับฮูหยินรองอีกแล้วหรือ ไม่กลัวถูกโกรธเอาหรือไง”
“หึ โกรธหรือไม่ข้าไม่สนใจหรอก สิ่งเดียวที่เ้าต้องทำคือปิดปากให้เงียบอย่าให้หานเจี้ยรู้เื่นี้เป็พอ ไม่อย่างนั้นเ้าจะโดนข้าเล่นงานก่อนที่หานเจี้ยจะตามมาเล่นงานข้าได้”หลี่ซื่อจื่อรู้จักสหายรักดีพอๆ กับที่รู้จักนิสัยตัวเอง หานเจี้ยไม่ชอบให้ใครมายุ่งเื่ของตัวเองแต่เื่นี้เขาทำเมินไม่สนใจไม่ได้
อีกฝั่งเป็น้องชายที่เขาเฝ้าฟูมฝักเห็นหน้ากันมาั้แ่เด็กส่วนอีกคนก็นับเป็พี่น้อง เป็สหายรักที่รู้ใจกันมานาน เขาไม่อาจปล่อยให้หานเจี้ยทำร้ายจิตใจน้องฝูได้แล้วก็ไม่อาจปล่อยให้เพื่อนรักจมอยู่กับอดีตจนเอาแต่ทำร้ายตัวเองไม่จบสิ้น
เขาแค่้าให้ทั้งสองคนหันหน้าพูดจากันดีๆไม่ต้องรักกันก็ได้ ขอแค่ไม่ทำหมางเมินเ็าใส่กันก็พอ ส่วนเื่ที่จะทำสำเร็จหรือไม่นั้นคงต้องรอดูต่อไป