เกิดใหม่กับระบบ คนขับราคะ

    ตอนที่ 103

    โฟร์ทเอนหลังพิงพนักพิงสายตาเหม่อมองไปข้างหน้าเหมือนกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่าง ผมเหลือบตามองเธอก่อนจะฉวยโอกาสเอามือโอบไหล่ของเธอเบา ๆ แล้วตบไหล่หนึ่งครั้งราวกับให้กำลังใจ


    ผมสูดลมหายใจตื้นๆ ก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบ “ผมก็เสียใจนะ…ที่คุณหมอไม่ได้ชอบผมแต่ดันไปชอบคุณซะงั้น”


    ไม่ถึงสองวินาทีโฟร์ทหันขวับมาจ้องผมตาโต “ห๊ะ เดี๋ยว ๆ ๆ นายว่าไงนะ”



    คิ้วเธอขมวดแน่นราวกับสมองพยายามประมวลผลคำพูดผมอย่างสุดความสามารถ


    ผมยกมุมปากนิดหนึ่งพูดซ้ำช้า ๆ “ก็…ดันไปชอบคุณยังไงล่ะครับ”


    “นายอย่ามาล้อเล่นกับฉันสิ…”


    โฟร์ทยิ้มกว้างจนหางตาโค้งขึ้นมือทั้งสองข้างคว้าแขนผมไว้แน่นเหมือนกลัวผมจะหนี


    “จริงเหรอที่นายพูดเมื่อกี้…นายไม่ได้โกหกฉันใช่ไหม…”น้ำเสียงเธอทั้งดีใจ ทั้งไม่อยากคาดหวังจนเกินไป


    ผมส่ายหน้าเบาๆ “ไม่ได้โกหกครับ… ตอนแรกผมแค่อยากแกล้งคุณเล่นเฉย ๆ ก็เลยยังไม่บอกทั้งหมด”


    จากนั้นผมก็เล่าให้เธอฟังทีละเรื่องตั้งแต่ตอนที่ผมคุยกับไผ่น้ำ ไปจนถึงประโยคที่ทำให้ผมรู้ว่าคุณหมอดันไปชอบโฟร์ท


    โฟร์ทฟังเงียบๆ ไม่พูดแทรก แต่สีหน้าเธอเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ ทั้งตกใจ เขินและสับสนจนอ่านไม่ออกว่าเธอรู้สึกอะไรมากกว่ากัน


    หลังจากพูดจบโฟร์ทก็โถมเข้ามากอดผมทันที “นายนี่เป็นเพื่อนที่ดีที่สุดเลย… นายต้องช่วยฉันนะได้ไหม ได้ไหม…” เสียงของเธอเต็มไปด้วยความดีใจและความหวังเธอกอดผมแน่นราวกับไม่อยากปล่อย

     

    “ได้อยู่แล้วล่ะครับ”ผมตอบด้วยรอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความสุข ความรู้สึกอบอุ่นแผ่ซ่านไปทั่วร่างขณะที่โฟร์ทยังคงกอดผมอย่างเป็นกันเอง


    “ขอได้ไหมขอให้หันหน้ามากอดกันดี ๆ จะหันหลังมากอดผมทำไมเนี่ย” ผมเอ่ยอย่างหยอกล้อพร้อมกับนึกถึงขนาดหน้าอกที่ค่อนข้างเล็กของเธอ และอีกอย่างเธอก็ไม่ได้สวมบรา ผมรู้สึกได้ตอนที่เธอเข้าสวมกอด


    โฟร์ทถอยออกไปเล็กน้อยแต่คว้าแขนผมไว้เหมือนก่อนหน้า“ไอ้บ้านี่” เธอตอกกลับทันควัน “ทำเสียบรรยากาศไปหมด ฉันไม่ได้หันหลังสักหน่อยไม่เคยเห็นเหรอ คนหน้าอกเล็กน่ะ....”


    “ไม่เคย...”ผมลากเสียงยาวอย่างกวน ๆ “ไหน ๆ ขอดูหน่อยสิ” ผมยิ้มกริ่มอย่างเจ้าเล่ห์


    “นี่แหน่ะ!”โฟร์ทก้มลงงับเข้าที่แขนของผมทันที จนผมต้องร้องขอชีวิต


    “โอ้ยๆ! ... ขอโทษ! ขอโทษครับ!”


    เมื่อผมยอมจำนนโฟร์ทก็ยอมถอนเขี้ยวออก ใบหน้าของเธอเปื้อนไปด้วยรอยยิ้มอย่างผู้ชนะ


    ผมลูบแขนที่ยังปวดตุบๆ แล้วยิ้มร้าย “ว้าว! เมื่อกี้ที่คุณก้มลงมากัด... ผมเห็นหน้าอกคุณเต็ม ๆ เลยใช่อย่างที่คุณพูดจริงๆ”


    พูดจบผมก็รีบเด้งตัวลุกขึ้นและพุ่งไปที่ประตูในวินาทีนั้นโฟร์ทตามมาทันทีด้วยสีหน้าเห่อร้อนที่ปนเปื้อนความสนุกสนาน "หยุดนะไอ้บ้าฉันจะฆ่านายเดี๋ยวนี้"


    ผมหนีไม่พ้นถูกเธอคว้าตัวไว้ได้จึงต้องรีบงัดไม้ตายออกมา "ถ้าคุณทำอะไรผมมากกว่านี้ ผมจะไม่ช่วยคุณนะ"


    โฟร์ทเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะยกกำปั้นเล็กๆ มาต่อยเข้าที่หน้าท้องผมไม่ยั้ง “นี่แหละ! นี่แหละ!”


    พอได้ระบายจนหนำใจเธอก็ยืนเท้าเอว หายใจฟึดฟัดเล็กน้อยแล้วชี้หน้าผมเบา ๆ


    “นายต้องช่วยฉันนะถ้าไม่อย่างนั้น…”


    เธอหยุดคิดไปเสี้ยววินาทีก่อนจะเบะปากทำหน้ามุ่ยใส่ผม “ฉันจะเลิกเป็นเพื่อนกับนาย!”


    ถึงจะพูดแบบงอนไม่จริงจังแต่รอยยิ้มตรงมุมปากของเธอก็ทำให้ผมรู้ว่าตัวเองโดนขู่แบบเอ็นดูมากกว่าโดนโกรธจริงๆ


    “ครับๆ ผมจะช่วย” ผมตอบพลางยิ้มบาง ๆ ก่อนเอื้อมมือไปจับลูกบิดประตู “ผมต้องกลับแล้วงั้นไปก่อนนะ”


    โฟร์ทถอนหายใจแรงยังคงทำหน้ามุ่ยไม่เลิก “กลับไปเลย แล้วก็ขอบคุณนะที่มาบอกนะ” เธอยิ้มบาง ๆส่งท้าย “แล้วก็...ขอโทษที่ตีนายไปเมื่อกี้ แต่มันก็สมควรแล้ว ขับรถดี ๆ ล่ะ”


    ติ้ง...


    [ระดับความสนิทของคุณโฟร์ท:เพิ่มขึ้น → ระดับ 3]


    [หากทำกิจกรรมอะไรอย่างใดอย่างหนึ่งจะได้รับค่าตอบแทนจากเธอคูณ 6]


    หลังจากล่ำลากันผมก็ออกจากห้องและมุ่งหน้ากลับคอนโดทันที


    เวลาผ่านไปจนในที่สุดผมก็กลับมาถึงห้องตัวเองสายตาเหลือบมองนาฬิกาที่ผนัง เข็มบอกเวลา 23.10 น. แล้ว


    ในห้องไฟยังเปิดอยู่แสดงว่าเมษาคงอยู่ที่ห้อง แต่ดูเหมือนเธอจะเข้านอนแล้ว พอคิดถึงเมษาผมก็อดรู้สึกผิดเล็กน้อยที่ยังไม่มีเวลาสอนเธอขับรถตามที่เคยสัญญาไว้


    ผมถอนหายใจเบาๆ พลางเดินเข้าห้องของตัวเอง จากนั้นก็อาบน้ำล้างความเหนื่อยล้าที่สะสมมาตลอดทั้งวัน หาอะไรรองท้องง่าย ๆก่อนจะเอนตัวลงบนเตียง


    รุ่งเช้าวันถัดมาเวลา 06.31 น.


    รถของผมกำลังแล่นไปบนถนนมุ่งหน้าไปยังโรงพยาบาลบางกอกวิทยา เสียงเพลงเบา ๆ คลออยู่ในรถ


    ทันใดนั้นเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นผมหยิบมันขึ้นมาดูบนหน้าจอ ชื่อที่ปรากฏคือ ดาริน เพียงแค่เห็นชื่อความคิดก็แล่นเข้ามาในหัวทันที วันนี้วันศุกร์แล้ว พรุ่งนี้ก็วันเสาร์วันที่ผมกับดารินได้นัดเจอกันไว้


    ผมลังเลอยู่ชั่วครู่ก่อนจะตัดสินใจกดรับสายพร้อมกับรอยยิ้ม


    “สวัสดีครับพี่”ผมเอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงสดใส


    “สวัสดีค่ะ…พี่โทรไปปลุกรึเปล่า” ปลายสายตอบกลับมาอย่างสบาย ๆ


    ผมหัวเราะเบาๆ “ไม่เลยครับ ผมกำลังออกไปทำงานพอดีเลย”


    “อู้ว...ขยันจัง…”เธอพูดพลางหัวเราะ


    “ไม่หรอกครับ…แต่มันต้องทำเท่านั้นเอง”


    “จ๊ะ…” เธอหัวเราะ “ตอนเย็นน้องว่างมารับพี่ไหม สักสามทุ่ม”



    “ว่างอยู่แล้วครับ” ผมตอบทันที


    “ถ้าอย่างนั้นก็ดีเลย มารับพี่ไปส่งบ้านด้วยนะ แต่พี่คงไม่ได้ไปไหนต่อหรอกเอาเป็นว่า…เจอกันอีกทีวันเสาร์ตามที่เรานัดกันไว้ โอเคไหม พี่แค่อยากบอกไว้ก่อน”


    “ได้สิครับไม่เป็นไรเลย เดินทางปลอดภัยนะครับ”


    “ค่ะ…ตั้งใจทำงานด้วยนะคะ”ดารินทิ้งคำพูดไว้แค่นั้น ก่อนจะกดวางสายลงทันที


     

    ติ้ง...


    [ระดับความสนิทของคุณดาริน:เพิ่มขึ้น → ระดับ 3]


    [หากทำกิจกรรมอะไรอย่างใดอย่างหนึ่งจะได้รับค่าตอบแทนจากเธอคูณ 6]


    “ตอนเย็นคงต้องทำตัวว่างๆ ไว้แล้วสินะ” ผมพึมพำออกมาอย่างมีความสุข


    ไม่นานนักรถก็เคลื่อนเข้าสู่โรงพยาบาล ก่อนจะจอดสนิทอยู่ที่ลานจอด ขณะที่ผมกำลังจะเปิดประตูลงจากรถสายตาก็เหลือบไปเห็นเงาสะท้อนในกระจกมองข้างรถสีบลอนด์คันหนึ่งแล่นผ่านวับเข้ามาในสายตา


    ผมหันขวับไปแทบจะทันทีแต่พอจะเพ่งมองให้ชัด รถคันนั้นกลับแล่นผ่านไปเร็วเกินกว่าจะมองรายละเอียดได้ทัน


    ผมผลักประตูรถลงอย่างรวดเร็วแล้วก้าวออกมายืนสายตากวาดหารถคันนั้นด้วยความสงสัย


    ไม่นานนักผมก็เห็นมันกำลังเลี้ยวเข้าจอดช้า ๆ ทางมุมลานจอดด้านใน ใช่แล้วรถคันนั้นเป็นรถของคุณจ๋าจริงๆ ผมจำป้ายทะเบียนรถได้

     

    “มายืนทำลับๆ ล่อ ๆ อะไรแถวนี้คะ” คุณจ๋าเอ่ยด้วยน้ำเสียงร่าเริง พลางเดินเข้ามาใกล้ ผมที่ยืนรออยู่สายตาอดไม่ได้ที่จะไล่สำรวจเรือนร่างสมส่วนของเธอไม่ว่าจะมองกี่ครั้งก็ยังคงน่าหลงใหลเหมือนเดิม


    แต่แล้วสายตาก็สะดุดเข้ากับบางสิ่งที่ผิดปกติรองเท้าที่เธอสวมอยู่ มันดูไม่เหมือนคู่ที่เธอใส่ทำงานตามปกติ

     

     

     

    “เปล่าสักหน่อยครับผมยืนรอคุณนั่นแหละ” ผมตอบพลางยักคิ้วใส่เธอเล็กน้อย ก่อนจะเติมด้วยน้ำเสียงขำ ๆ“รองเท้าคุณน่ารักดีนะ มีหูกระต่ายด้วย”


    ทันทีที่พูดจบเธอก็ชะงักแล้วก้มลงมองรองเท้าตัวเองอย่างไวก่อนจะยกมือขึ้นกุมหน้าผากเหมือนเพิ่งนึกออก


    “โอ๊ย…พี่นี่ขี้ลืมจริงๆ” เธอถอนหายใจยาว “รอพี่แป๊บหนึ่งนะ พี่กลับไปเปลี่ยนที่รถก่อน”


    เธอพูดจบก็หมุนตัวเดินกลับไปแบบรีบๆ จนผมอดยิ้มตามไม่ได้

     

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่กับระบบ คนขับราคะ ที่คุณอ่าน