ความเงียบหลังการปรับพลัง…ยาวนานจนเหมือนคืนทั้งคืนหยุดหมุน
แต่เมื่อเฉินหยวนค่อย ๆ ลืมตาขึ้น—ฟ้าเหนือเขากลับแหลมคมราวใบมีด
เส้นสายบางอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน กลับสว่างขึ้นเหมือนเส้นเลือดแห่งสวรรค์กำลังเต้นเป็นจังหวะอยู่เหนือหัวเขา
ร่างกายเบาทว่าหนักแน่น พลังใหม่ไหลเวียนในกระดูกทุกข้อ
หัวใจที่เคยเต้นอย่างอึดอัด กลับเปลี่ยนเป็นกลองศึกที่กระแทกให้ฟ้าสะท้าน
เขาตื่นขึ้นในฐานะ “ผู้ก้าวสู่แก่นจิตอมตะ” อย่างสมบูรณ์
ลมหายใจแรกหลุดออกจากปาก—
แผ่นดินรอบตัวสั่นเป็นวงกว้าง ฝุ่นผงที่ติดอยู่ในอากาศถูกดูดเข้ากลางวงลมปราณ คล้ายจะถูกบดเป็นผงด้วยพลังมองไม่เห็น
เฉินหยวนก้มมองมือของตนเอง
ปลายนิ้วเรียวยาวที่แตกร้าวจากการต่อสู้ก่อนหน้า…ตอนนี้เรียบเนียนเหมือนแก้วสวรรค์
ทุกการขยับคือแรงอัดของกฎฟ้าหลายเส้นที่โค้งตัวรับคำสั่งของเขา
แต่ถึงอย่างนั้น—
ในดวงตาของเขายังมีความวุ่นวายบางอย่างซ่อนอยู่
เพราะ ภาพสุดท้ายก่อนหมดสติ
ภาพแม่…
ภาพรอยยิ้มอ่อนโยนของนางที่พลันบิดเบี้ยวเมื่อแสงสีเลือดพุ่งใส่
เสียงร้องบางอย่างที่เหมือนสะกดให้เขาไม่ควรจำ
กลับฟื้นขึ้นมาราวกับคมมีดกรีดใจ
เขายกมือแตะขมับ หัวใจบีบแน่น
ไม่ใช่แค่เจ็บ—
แต่เป็นความจริงบางส่วนที่กำลังคลายตัวออกจากผนึก
“ท่านแม่…ในที่สุดข้าก็…เริ่มเห็นความจริงแล้ว”
ท้องฟ้าเหนือศิลาโบราณเปลี่ยนสีจากน้ำเงินเข้มเป็นสีม่วงหม่น
สายลมที่ควรเย็นกลับหอบไอเย็นประหลาด—เหมือนกำลังเตือนบางอย่าง
เฉินหยวนรับรู้ทันทีว่า
การทะลวงของเขา “รบกวนเส้นกฎสวรรค์เก่า” อย่างรุนแรง
และสิ่งที่ถูกซ่อนมานาน…กำลังขยับ
เสียงแตกของอากาศดังขึ้น
ทันทีที่เขาเหยียบพื้นเพื่อทดสอบพลังใหม่
ซ่าาาาา—!!
แผ่นดินแตกเป็นรูปดาวหกแฉกโดยไม่ตั้งใจ
รอยแตกแผ่ขยายไกลจนต้นไม้รอบ ๆ หักพังราวโครงกระดูก
เฉินหยวนหยุดหายใจครู่หนึ่ง
นี่ไม่ใช่พลังที่เขาควบคุมได้เต็มที่
นี่คืออาณาจักรพลังใหม่ ที่พร้อมกัดเขากลับทุกเมื่อ
“ยัง…ยังไม่มั่นคงพอ”
เขาพึมพำในลำคอ
ดวงตายิ่งลึกขึ้นเหมือนบ่อน้ำที่ไร้ก้น
แต่ในความคิดนั้นยังไม่ทันตกผลึก
เสียงหนึ่งกลับดังขึ้นจากเงามืดด้านหลัง
“ในที่สุด เจ้าก็ตื่นขึ้นจริง ๆ …ผู้สืบสายเลือดต้องห้าม”
เฉินหยวนหมุนตัวช้า ๆ
พลังที่แผ่จากเขาทำให้อากาศเบื้องหน้ากลายเป็นรอยร้าว
แล้วร่างหนึ่งก็เดินออกมาจากรอยแยกแห่งความมืด
ชุดคลุมสีทองหม่น สัญลักษณ์ของยุคสวรรค์เก่าเต็มอก
หญิงสาวผมขาวยาวจรดเอว
ดวงตาเรืองแสงเหมือนดวงตาของสัตว์เทพ
ริมฝีปากคลี่ยิ้ม…ที่ไม่รู้ว่าเป็นไมตรีหรือคำพิพากษา
ทูตสวรรค์เก่า – เหยียนหลัว
หนึ่งในผู้ที่เฝ้าระวัง “สัญญาณตื่นของสายเลือดเฉิน” มานับพันปี
เฉินหยวนไม่ตอบ เขาเงียบ
เหตุผลเดียว—
เพราะลมปราณบนหลังคอเต้นรัวเหมือนเตือนภัย
สัญชาตญาณของผู้เพิ่งทะลวงบันไดใหญ่กำลังบอกเขาว่า
ศัตรูคนนี้…อาจอยู่เหนือขั้นบันไดสวรรค์
เหยียนหลัวมองเขา นัยน์ตาสะท้อนภาพของสวรรค์เก่าที่แตกเป็นฝุ่น
“พลังที่เจ้าตื่นขึ้น…ไม่ควรมีอยู่บนโลกนี้อีกต่อไป”
สายลมถูกแทงเป็นเส้น
กฎสวรรค์พุ่งลงมารอบร่างนางเหมือนคมกระบี่นับพัน
เฉินหยวนยืนนิ่ง
ไม่ใช่เพราะกลัว แต่เพราะประเมินพลังใหม่ของตัวเอง
มือซ้ายยกขึ้นช้า ๆ
เส้นพลังแปลกประหลาดพุ่งออกมาราวกับสายฟ้าสีคล้ำ
สองสายพลังปะทะกัน—
เปรี้ยงงงง!!!
เสียงสั่นสะเทือนเหมือนฟ้าผ่าใส่กระดูก
ผิวดินขึ้นคลื่นเหมือนทะเลเดือด
พลังทั้งสองสาดกระจายเหมือนเศษแก้วทมิฬที่ปะทะกันกลางฟ้า
เหยียนหลัวขยับเท้าเล็กน้อย สีหน้านิ่ง แต่แววตาระอุขึ้น
เฉินหยวนเซถอยหนึ่งก้าว
ไม่ใช่เพราะอ่อนแอ
แต่เพราะร่างกายของเขายังคงชินกับพลังใหม่ไม่ทัน
ทุกเส้นลมปราณเหมือนกำลังเผาเขาจากด้านใน
“ราคา…”
เขาพึมพำ
“พลังนี้ยังต้องจ่ายราคาอยู่สินะ”
เหยียนหลัวหัวเราะบาง ๆ
“เจ้าไม่เหมาะกับสิ่งที่เจ้าครอบครอง เฉินหยวน—สายเลือดนั้นคือคำสาป มิใช่พร”
หญิงสาวเหวี่ยงแขน
คมพลังสร้างรอยหั่นกลางท้องฟ้ายาวหลายลี้
เฉินหยวนกำหมัด
พลังคล้ายมังกรเงาสะท้อนสายเลือดต้องห้ามพุ่งขึ้นจากแผ่นหลัง
รอบตัวเขาเต็มไปด้วยแรงดึงดูดผิดธรรมชาติ
“ถ้ามันเป็นคำสาป—ข้าจะพิสูจน์เองว่ามันเป็นของข้า”
สองพลังพุ่งหาอีกครั้ง
ฟ้าเปลี่ยนสี
พื้นสั่นเหมือนจะพลิกเป็นด้านล่างขึ้นบน
นี่คือการปะทะแรกของเฉินหยวนในฐานะ “ผู้ที่สะเทือนสมดุลของสวรรค์เก่า”
และเป็นจุดเริ่มของเส้นทางที่จะพาเขาไปไกลกว่าศัตรูยุคโบราณทั้งห้าเสียอีก
ตอนจบลงที่เสียงคำรามของพลังทั้งสอง
พร้อมเงาโบราณกว่าหนึ่งตน…กำลังตื่นขึ้นจากที่ไกลโพ้น 