เกิดใหม่เป็นไอ้เจิด

    ตอนที่เจ็ดสิบ ผลการฝึกซ้อมของพระเอกโชวเน็น

    ตอนที่เจ็ดสิบ ผลการฝึกซ้อมของพระเอกโชวเน็น

    ขณะที่แต่ละคนกำลังจัดการสถานที่เตรียมความพร้อมก่อนหน้านี้

    ผมก็ได้ให้อาจารย์คงซื้อยาสมุนไพรทำน้ำอาบที่ทำให้ผมคงกระพัน

    บาบูกับบาบอนก็ช่วยเรื่องเลือดงูและมูลช้าง

    สร้างเป็นยาที่ผมสามารถมีพลังเท่ากับช้างหนึ่งเชือก

    ที่ยานั้นชวนอ้วกมากแต่ทำให้ผมมีกำลังดุจช้างสารที่มีเงื่อนไขคลำคือผมต้องห้ามทำร้ายช้าง

    ผมยังเพิ่มเงื่อนไขตามเดิมตามนักกฎหมายแบบเดียวกับพี่หมาคูที่อาจจะตายอนาถเพราะห้ามทานเนื้อหมา

    ว่าผมจะไม่ทำร้ายช้างหากช้างไม่ทำร้ายผมก่อน

    เท่าเทียมกันทั้งคู่

    บาบูกับบาบอนนั้นอึ้งไปสักพักแต่ก็ไม่กล่าวอะไร

    บางครั้งคนเราก็ต้องเสียอิสระที่จะทำอะไรลงไปมากขึ้นเรื่อยๆเพื่อแลกกับพลัง

    การงดเหล้าถือศีลต่างๆก็มีไว้เพื่อสิ่งนี้เช่นกัน

    คนเราต้องมีข้อห้ามคลำและสัตว์สาบานไว้อย่างที่พี่หมาคูกล่าวว่า

    ยิ่งเรามีกีส geass สัตย์สาบานมากเท่าไร เราก็ยิ่งแข็งแกร่งมากขึ้นเท่านั้น

    แสนตรีเพชรกล้าคือคนที่แสดงของความไปสุดทางของการมีสัตย์สาบานข้อห้ามคลำเช่นนั้น

    ทั้งการไม่อาบน้ำ ไม่นอนกับภริยาฝังอัญมณีไว้ตามร่างกาย

    ไม่แปลกที่หากเราไปสุดทางของเวทย์จะกลายเป็นคนสักทั้งตัวอย่างอาจารย์คงหรือแสนตรีเพชรกล้านั่นเอง

    หรืออย่างเอเรบัสจาก Warhammer

    หากเรามองว่าการสักคือการปกป้องตัวเราจากภูตผีได้เราจะมองเป็นเรื่องธรรมดา

    หากเราไม่สักไว้ที่หลังใบหูเราอาจจะถูกผีดึงใบหูของเราออกไปจนพิการได้

    หรือไม่สักไว้ใต้เท้าผีจะดึงเลือดเนื้อตรงเท้าออกไป

    หรือไม่สักตรงลิ้นผีจะดึงลิ้นเราออกไปให้ตายอย่างน่าอนาถ

    ดังนั้นคำถามที่เราควรจะถามตนเองไม่ใช่ว่าทำไมคนอย่างแสนตรีเพชรกล้า อาจารย์คงหรือเอเรบัส ถึงได้สักทั้งตัว

    ควรจะถามคำถามที่ว่า

    ทำไมคนทั่วไปไม่ยอมสักทั้งตัวปล่อยให้ในร่างกายเรามีช่องโหว่จนภูตผีสามารถทำร้ายเราได้?

    และผลจากการตั้งสมาธิและฝึกแบบพระเอกโชวเน็นก็ทำให้ผมนั้น

    ตึง

    ท่อนไม้ขนาดใหญ่ปกลงพื้นทำเป็นปะรำพิธีวางเอาไว้ได้ด้วยการยกของผมคนเดียว

    ผมยกท่อนไม้ขนาดใหญ่ได้ด้วยตัวคนเดียวอย่างไม่น่าที่จะเป็นไปได้

    หากผมยอมทนทานยาได้มากกว่านี้หรือยอมรักษาคลำได้มากกว่านี้หรือยอมสักแบบแสนตรีเพชรกล้า

    ผมอาจจะมีพลังมากกว่านี้แต่ตอนนี้ที่ผมยกท่อนซุงขนาดใหญ่ได้แบบตัวปลิวราวกับจอมพลัง

    ก็ทำให้ผมดีใจเป็นอย่างมาก

    ความรู้สึกลำบากนั้นอาจจะมีแต่มันหายไปหมดเมื่อเรามีพลังเหนือมนุษย์

    และความสงสัยก็หันกลับมาถามตัวผมเอง

    ที่การทรงพลังทำได้ง่ายขนาดนี้แต่ดันไม่มีคนทำหรือเพราะว่าแต่ละคนมองว่าทรงพลังไม่ค่อยมีความหมายเท่าไรเพราะแต่ละคนคงกระพันชาตรีกันอยู่แล้ว?

    ว่าคาถาต่างๆที่เล่นงานกันได้มาจากคำสาป

    ไม่ใช่การชกกันด้วยหมัดลุ่นๆเสียเท่าไร

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่เป็นไอ้เจิด ที่คุณอ่าน