ตำนานสามภพ ภาค พลิกชะตายุทธภพ จบแล้ว(มีE-Book)

    บทที่ 2 ตอนที่ 4 ตระกูลอู ปะทะ พันธมิตรสิบตระกูล 2/4

    'หากพวกมันรู้ว่า ทั้งหมดก่อนหน้านี้เป็นเพียงภาพมายาเด็กเล่น พวกนั้นจะต้องส่งกำลังทั้งหมดโจมตีในครั้งเดียว ไม่กลัวต่อการซ่อนตัวโดยภาพมายาอีก หากจอมยุทธ์เข้าสู้การต่อสู้ขอให้พวกท่านโจมตีทันทีแต่ว่าผู้อาวุโสทุกท่านจะต้องใช้พลังเทียบเท่าก่อนที่จะดูดซับพลัง กดระดับพลังและระดับสายเลือดเอาไว้ก่อน'อูหลินเฟิงกล่าวแผนของตนให้กับทุกคนในที่ประชุมตระกูล

    ..

    ..

    รังสีกระบี่อัสนีสีม่วงหลายสายพุ่งออกจากภาพมายาโจมตีเข้าใส่กลุ่มคนที่บุกเข้ามา ด้านนักสู้ระดับ สี่ ห้า และ หก ต่างรับมือคนที่ระดับพลังใกล้กัน แต่ว่าจำนวนของอีกฝ่ายมีมากกว่าจำนวนนักสู้ของตระกูลอูเกือบสองเท่า มีจำนวนของนักสู่ระดับสี่ ห้า และ หกรวมกันเกือบหนึ่งพันคน กองกำลังระดับนี้หากเป็นการเคลื่อนไหวของตระกูลหนึ่งหรือสองตระกูลย่อมต้องเป็นที่สังเกต แต่เพราะเป็นการแบ่งกองกำลังเล็กจากสิบตระกูลมารวมกัน จึงเป็นที่สังเกตได้ยาก

    พลังของจอมยุทธ์สองคนจากฝั่งของตระกูลอูพุ่งขึ้นบนฟ้า ตามมาด้วยห้าผู้อาวุโสนักสู้ระดับหกขั้นสูง โจมตีไปยังจอมยุทธ์สิบสองคนที่พุ่งสวนลงมา

    ปราณกระบี่อัสนีม่วงกระบวนท่าที่หก ห่าฝนกระบี่อัสนี

    ดาบเพลิงตระกูลจ้ง ดาบอัคคีผลาญฟ้า ประสานท่า ดาบวายุตระกูลกัน ดาบวายุกระหน่ำ

    "กล้าบุกตระกูลของข้างั้นหรือ"อูเทียนเหวินตะโกนออกมาลมปราณจอมยุทธ์ขั้นต้นพุ่งออกมาจากร่างกายปะทะเข้ากับจอมยุทธ์ขั้นกลางสองคนของจากตระกูลจ้งและตระกูลก้น กระบี่อัสนีม่วงเข้าปะทะกับกระบวนท่าดาบรประสานเพลิงวายุ จนอูเทียนเหวินที่ระดับพลังน้อยกว่า แล้วยังโดนการโจมตีจากการประสานธาตุโจมตีจนกระเด็นออกไป จอมยุทธ์ตระกูลกันและจ้งไม่รอช้าโจมตีไปยังอูเทียนเหวิน คิดจบการต่อสู้ให้ไวที่สุด

    ปราณเพลิง เพลงกระบี่ดอกบัวคลั่ง

    เจี้ยนฝูเองก็ส่งรังสีกระบี่เพลิงเข้าปะทะกับประมุขตระกูลชุนที่ใช้ดาบวารีและผู้อาวุโสหนึ่งตระกูลชุนที่ใช้ดาบวารีร่วมมือกันกดดันปราณเพลิงของเจี้ยนฝู

    "กระบี่ดอกบัวเพลิงเจี้ยนฝู ข้าอยากสู้กับเจ้ามานานแล้ว"ผู้อาวุโสใหญ่ตระกูลชุนกล่าว ก่อนที่เจี้ยนฝูจะได้เข้าร่วมตระกูลอู เคยเป็นจอมยุทธ์พเนจรที่มีชื่อเสียงมาก่อน ภายหลังได้รับการช่วยเหลือจากอูไต้หรงและแม่ของอูหลินเฟิงจึงยอมติดตามกลับตระกูล เข้าร่วมตระกูลอูตั้งแต่นั้น

    "ดูท่าจะหาทางรับมือข้าเต็มที่สินะ"เจี้ยนฝูที่เห็นว่าอีกฝ่ายใช้ผู้มีปราณวารีของสองคนหยุดเขา แต่กลับไม่มีสีหน้าหวาดหวั่นเลยแม้แต่น้อย

    ทางด้านผู้อาวุโสจอมยุทธ์ทั้งแปดที่เหลือ จอมยุทธ์ห้าคนพุ่งไปยังผู้อาวุโสของตระกูลอู จอมยุทธ์ที่เหลือสามคนกลับไม่เข้ามาราวกับว่าทุกอย่างกำลังจะจบลงตามแผน คอยมองสังเกตการณ์จากบนฝากฟ้า

    "อ่อนหัด!!" ผู้อาวุโสตระกูลอี๋กล่าวเมื่อเห็นว่ารังสีกระบี่อัสนีม่วงที่พุ่งมามีระดับเพียงนักสู้ระดับหกขั้นสูง เขาจึงทำลายทิ้งอย่างง่ายดาย จอมยุทธ์ห้าคนพุ่งเข้าหาห้าผู้อาวุโสตระกูลอูที่มีระดับพลังเพียงระดับหกขั้นสูง

    จอมยุทธ์ห้าคนที่พุ่งตัวเข้าหาห้าผู้อาวุโสตระกูลอูต่างเร่งพลังโจมตีหวังสังหารผู้อาวุโสที่มีระดับพลังต่ำกว่าตนในกระบวนท่าเดียว แต่ว่าในจังหวะที่อาวุธทั้งห้าจะทะลวงร่างของห้าผู้อาวุโส ทั่วร่างของผู้อาวุโสทั้งห้า รวมถึงเจี้ยนฝูและอูเทียนเหวินที่กำลังโดนกดดันคล้ายกำลังจะพ่ายแพ้ จังหวัดนั้นเองคนฝ่ายตระกูลอู ต่างระเบิดพลังโจมตีสวนกับการโจมตีของจอมยุทธ์ทั้งเก้า ห้าผู้อาวุโสที่ตอนแรกมีระดับพลังเพียงนักสู้ระดับหกขั้นสูง ระดับลมปราณกลับกลายเป็นชนชั้นจอมยุทธ์ขั้นต้น อูเทียนเหวินและเจี้ยนฝูที่เป็นจอมยุทธ์ขั้นต้นกลับระเบิดพลังของจอมยุทธ์ขั้นกลางออกมา

    ..

    ..

    'พวกมันจะต้องหาข้อมูลของทั้งจำนวน และ ระดับพลังของผู้อาวุโสทุกคนในตระกูลอยู่แล้ว ข้าคิดว่าพวกมันจะใช้จอมยุทธ์สองคนปะทะกับจอมยุทธ์หนึ่งคนของฝ่ายเรา ใช้จอมยุทธ์หนึ่งคนปะทะกับห้าผู้อาวุโสที่เป็นนักสู้ระดับหกขั้นสูง เพื่อให้การต่อสู้จบเร็วที่สุด การโจมตีแรกของพวกท่านควรเป็นพลังในแบบที่พวกมันคาดเดาระดับพลังไว้แล้ว เมื่อพวกมันเห็นว่าทุกสิ่งเป็นไปตามแผนในจังหวะที่พวกมันคิดว่าตนเองชนะได้แน่นอน ให้พวกท่านระเบิดพลังโจมตีสวนกลับทันที'

    ..

    ..

    จอมยุทธ์ฝ่ายพันธมิตรสิบตระกูลที่เห็นว่าตนเองกำลังจะชนะกลับโดนสวนกลับอย่างไม่ทันตั้งตัว จอมยุทธ์แต่ละคนประสบการณ์ต่อสู้ไม่ธรรมดาสามารถรั้งมือกลับมาป้องกันชีวิตได้แต่ว่าก็ช้าไป มีหลายคนที่เกิดอาการบาดเจ็บ แม้ไม้สาหัสแต่ว่าก็ทำให้ตนกลายเป็นฝ่ายเสียเปรียบในการต่อสู้ทันที

    "อะไรกัน!...ระดับของพวกเจ้า"ประมุขชุนกล่าวอย่างตกตะลึงและไม่เชื่อสายตา เพราะอยู่ในเมืองเดียวกันมานานจึงรู้ระดับพลังของตระกูลอูดี แต่ว่าเพราะเหตุใดกันห้าผู้อาวุโสถึงสามารถทะลวงขั้นจอมยุทธ์พร้อมกันได้หมดแบบนี้ 

    "สวรรค์คงไม่ต้องการให้ตระกูลอูล่มสลายในวันนี้ละมั้ง"เจี้ยนฝูกล่าวขณะของหน้าของประมุขชุน ก็ได้เก็บปราณเพลิงของตนเอง หากใช้ปราณเพลิงปะทะกับปราณวารีต่อให้อีกฝ่ายระดับลมปราณต่ำกว่าแต่ธาตุชนะทางการต่อสู้ย่อมไม่ง่าย มือของเจี้ยนฟูกุมกระบี่เอาไว้ ชี้ไปยังจอมยุทธ์ตระกูลชุนทั้งสอง รังสีกระบี่ที่เฉียบคมแพร่ออกมาจากกระบี่ ความกดดันอันแข็งแกร่งกระจายออกมาทั่วกระบี่ 

    "แก่นแท้แห่งกระบี่!!"ผู้นำชุนกล่าวอย่างวิตกกังวล อีกฝ่ายถึงกับสามารถใช้แก่นแท้แห่งกระบี่ได้นี่มันเกินไปแล้ว

    โดยปกติหากไม่นับยอดอัจฉริยะ จิตแห่งศาสตราจะบรรลุตอนอยู่ชนชั้นจอมยุทธ์ขั้นกลางหรือสูง ครึ่งก้าวแก่นแท้เมื่ออยู่ชนชั้นราชัน แก่นแท้เมื่ออยู่ในระดับจักรพรรดิ เซี่ยชิงเอ๋อร์ที่สามารถบรรลุแก่นแท้แห่งกระบี่ตั้งแต่ระดับห้าขั้นสูงจึงเป็นยอดอัจฉริยะด้านกระบี่ที่ไม่มีใครกล้าปฏิเสธ อย่างจงหมิ่นที่บรรลุครึ่งก้าวแก่นแท้แห่งดาบตอนระดับหกขั้นต้น ปราชญ์ดาบยังแย่งชิงตัวกับปราชญ์เพลิงเหมันต์ไม่ยอมปล่อยมือ

    แม้เจี้ยนฝูจะไม่ได้บรรลุเร็วเหมือนเซี่ยชิงเอ๋อร์และจงหมิ่น แต่หากปะทะกับผู้ไร้แก่นแท้ในระดับเดียวกันย่อมไร้ผู้ใดต้าน

    "เข้ามา หากไม่เข้ามาข้าจะเข้าไปเอง"เจี้ยนฝูกล่าว ตวัดกระบี่ในมือ ส่งรังสีกระบี่โจมตีผู้นำชุนและผู้อาวุโสใหญ่ชุน เพียงแค่ทั้งสองนำดาบวารีของตนเองรับการโจมตี ก็รับรู้ได้ถึงความแข็งแกร่งของเจี้ยนฟูทันที ใบหน้าของทั้งสองย่ำแย่ลงอย่างเห็นได้ชัด

    ทางด้านของอูเทียนเหวินเองก็ระเบิดความเร็วของผู้ใช้ปราณอัสนี หลบการโจมตีประสานที่รุนแรงของจอมยุทธ์จากตระกูลจ้งและกันอย่างต่อเนื่อง

    "หลบอยู่ได้เจ้านี่!!!"จอมยุทธ์ตระกูลจ้งผู้ใช้ดาบเพลิงกล่าวหลังจากลองพยายามโจมตีอูเทียนเหวินที่เร่งความเร็วหลบหลีกการโจมตีของตน แม้ว่าเขาและจอมยุทธ์ตระกูลกันจะสามารถประสานพลังป้องกันการโจมตีสวนกลับของอูเทียนเหวินได้โดยไม่บาดเจ็บแต่กลับไม่สามารถโจมตีโดนตัวของอีกฝ่ายได้เลยหลังจากนั้น

    "ผู้ใช้ปราณอัสนีแม้จะเร็วแต่ก็ไม่ควรเร็วเท่านี้"จอมยุทธ์ตระกูลกันผู้ใช้ดาบวายุเองก็โจมตีไม่โดนแม้ตนจะถนัดเรื่องความเร็วเช่นกัน เขาพยายามโจมตีตามเส้นแสงอัสนีสีม่วงอ่อนที่หลบไปมาอย่างบ้าคลั่ง

    ใช่แล้ว  ลมปราณที่คนในตระกูลอูแสดงออกมายังเป็นอัสนีสีม่วงอ่อน   ตอนที่ตระกูลอูระเบิดพลังสวนกลับนั้นยังไม่มีผู้ใดที่เปิดเผยอัสนีสีม่วงเข้มประกายดำเลยแม้แต่คนเดียว นี่เองเปิดแผนของอูหลินเฟิงเช่นกัน หากตระกูลอูระเบิดพลังสายเลือดเต็มขั้นย่อมสามารถชนะได้อย่างรวดเร็วแม้อีกฝ่ายจะมีจอมยุทธ์สิบสองคนก็ตาม แต่จากนั้นก็จะแพ้ให้กลับชนชั้นราชันที่มากับพันธมิตรสิบตระกูลอย่างรวดเร็วเช่นกัน ระดับพลังของชนชั้นจอมยุทธ์และชนชั้นราชันต่างราวฟ้ากับเหว จอมยุทธ์ทั้งตระกูลอูร่วมมือกันอาจชนะชนชั้นราชันธรรมดาได้ แต่หากเป็นชนชั้นราชันจากสี่มหาตระกูลใหญ่ที่มีพลังสายเลือดไม่ธรรมดาเหมือนกัน ย่อมไม่อาจเอาชนะได้อย่างแน่นอน จึงต้องแกล้งให้การต่อสู้นี้ยืดเยื้อให้นานที่สุดไม่ให้ชนชั้นราชันลงมือด้วยตนเอง


    ด้านล่างของตระกูลอู จุดการปะทะของนักสู้ระดับกลาง

    "เร็วเข้า! ตอนที่จอมยุทธ์กำลังสู้กัน ตามหาคุณชายใหญ่และคุณชายรองของตระกูลอูให้ไวที่สุด หากจับตัวพวกมันได้เราจะใช้พวกมันเป็นตัวประกัน"นักสู้ระดับหกขั้นสูงผู้หนึ่งของพันธมิตรสิบตระกูลกล่าว หลังจากที่เห็นการระเบิดพลังของจอมยุทธ์ตระกูลอูและนักสู้ระดับกลางหลายคนแม้จะตกใจแต่ด้วยจำนวนที่มากกว่าจึงสามารถรับมือได้อย่างทันถ่วงที จากนั้นได้ออกคำสั่งตามหาอูหลินเฟิงละอูหมินจิงกับนักสู้ระดับหกอีกสองคนที่อยู่ใกล้ๆ

    "หากเป็นอูหลินเฟิงอีกไม่นานเจ้านั้นจะออกมาเอง ส่วนอูหมินจิงเจ้าจะไม่มีวันหาเขาเจอแน่นอน"เสียงของจงหมิ่นดังขึ้น เขาถือดาบที่ได้รับมาใหม่จากตระกูลอูพร้อมกับประสานธาตุเพลิงวายุปฐพีและจิตแห่งดาบประสานลงในดาบพร้อมต่อสู้

    "เจ้านี่เด็กจตุรธาตุ หนึ่งในเป้าหมายหลักในการสังหารครั้งนี้"นักสู้ระดับหกคนนั้นกล่าวหลังจากเห็นใบหน้าของผู้พูดแม้ใบหน้าจะต่างไปเพราะจงหมิ่นไม่ต้องใช้ยันต์มายาซ่อนใบหน้าของตนอีกต่อไป แต่การประสานสามธาตุด้วยอายุและระดับพลังมีเพียงจงหมิ่นเพียงคนเดียวเท่านั้น

    "ช่วยกันสังหารมันให้ไวที่สุด"นักสู้ระดับหกขั้นสูงสามคนตัดสินใจร่วมมือกันทันทีที่เห็นว่าอีกฝ่ายเป็นใคร

    ปราณดาบจตุรธาตุ ขั้นไตรลักษณ์ สามประสานรวมศูนย์

    "ข้าจำหน้าเจ้าสามคนได้ ในวันที่ตระกูลจงโดนฆ่าล้างตระกูลพวกเจ้าก็เป็นหนึ่งในพวกที่สังหารคนตระกูลข้า..ตาย!!!!!"จงหมิ่นที่สามารถจดจำทั้งสามได้ พลังแห่งความเครียดแค้นเร่งให้พลังในดาบสูงขึ้นไปอีก พุ่งใส่นักสู้ระดับหกขั้นสูงทั้งสามทันที แต่นักสู้ระดับหกขั้นสูงทั้งสามจะเร่งลมปราณเต็มกำลังแต่ก็ไม่อาจป้องกันการโจมตีที่หนักหน่วงและเต็มไปความแค้นของจงหมิ่นได้ทั้งสามต่างตายภายในดาบเดียว

    "ตายยย"แม้จะสามารถสังหารนักสู้ระดับหกขั้นสูงทั้งสามได้แล้วแต่จงหมิ่นก็ยังไม่ยอมหยุดมือ พุ่งตัวไปหานักสู้ของพันธมิตรสิบตระกูลอย่างต่อเนื่อง เร่งลมปราณและจิตอย่างต่อเนื่องโดยไม่หยุดพักหรือกลัวลมปราณหมด โจมตีด้วยความแค้นที่อัดอั้นมานานอย่างบ้าคลั่ง ทุกที่ที่ผ่านต่างเต็มไปด้วยเลือดของศัตรู ภาพของจงหมิ่นราวกับเป็นยมทูตแห่งความตายที่ไม่มีใครสามารถหยุดได้

    บนฝากฟ้า ด้านสามจอมยุทธ์ที่ยังไม่ได้เข้าร่วมการต่อสู้

    "เจ้าเด็กนั้น...พลังไม่ธรรมดาจริง หากไม่ใช้ชนชั้นจอมยุทธ์คงไม่อาจหยุดเขาได้แล้ว"หนึ่งในสามจอมยุทธ์ที่ยังไม่ได้เข้าร่วมกันต่อสู้กล่าวสิ่งที่ตนเห็นจากบนฟ้า 

    "เช่นนั้นข้าไปเองข้าทำให้มันได้รู้ว่าความแข็งแกร่งจริงๆ เป็นเช่นไร"จอมยุทธ์ตระกูลปาน กล่าว แต่ก่อนที่เขาจะไปพุ่งตัวออกไป กลับมีเสียงดังขึ้นจากด้านหลังของพวกเขา

    "พวกท่านจะไปไหนงั้นหรือ"

    จอมยุทธ์ทั้งสามเมื่อหันไปตามเสียงก็พบเข้ากับชายหนุ่มอายุสิบหกปี ผมสีม่วงเข้ม นัยน์ตาสีเทา สวมชุดสีดำขอบม่วงชุดประจำตระกูลอู มีลิงขนสีขาวเกาะอยู่บนไหล่

    "ไม่ใช่ว่ากำลังตามหาข้าอยู่งั้นหรือ"

    อูหลินเฟิงปรากฏตัวพร้อมกับน้ำเสียงยียวน เผชิญหน้าสามจอมยุทธ์ด้วยตัวคนเดียวอย่างไม่เกรงกลัว

    ..

    ..

    จบตอน

    คล้ายกับเรื่องตำนานสามภพ ภาค พลิกชะตายุทธภพ จบแล้ว(มีE-Book) ที่คุณอ่าน