เวทยุทธ์สะท้านปฐพี

    บทที่ 37 การแลกเปลี่ยนที่คุ้มค่า (100%)

    สำนักนภากาฬ..เหว่ยจงพาวั่งซานกับซู่หลันเข้าพบเจ้าสำนักโม่ฟ่านในฐานะแขกผู้มาเยือน ก่อนวั่งซานจะกลายเป็นคนบ้า เขาเคยเป็นจอมยุทธ์อันดับหนึ่งของแคว้นซิง วิชาพยัคฆ์เพลิงเป็นวิชาลึกลับที่ได้รับการสืบทอดมาจากจอมยุทธ์ระดับอริยะเทวะผู้ล่วงลับ ฐานะของวั่งซานในแคว้นซิงจึงสูงส่ง และได้รับความเคารพจากชาวยุทธ์ไม่ต่างจากโม่ฟ่าน“ข้ารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่ง ที่ท่านหลุดพ้นจากเวทคำสาปร้าย” โม่ฟ่านเอ่ยกับวั่งซานอย่างจริงใจ“ขอบคุณ แต่การมาของข้าครั้งนี้ คงไม่ใช่เรื่องที่น่ายินดีสำหรับท่าน” วั่งซานเล่าเรื่องชายชุดดำบุกมาชิงตัวคนให้โม่ฟ่านฟัง รวมถึงคำพูดข่มขู่ของชายชุดดำ และความประสงค์ในการขอให้ซู่หลันเข้าไปซับพลังในสระทิพย์อย่างไม่ปิดบัง“เรื่องคำขู่ท่านไม่ต้องกังวลใจ ข้ายินดีให้ท่านกับศิษย์พักอยู่ที่นี่ในฐานะแขกคนสำคัญ จอมเวทชั่วผู้นั้นคงไม่กล้าบุกเข้ามาชิงตัวคนถึงในสำนักเวท แต่เรื่องซับพลังในสระทิพย์ กฎสำนักข้าไม่อนุญาตให้คนนอกเข้าไปในสระ”โม่ฟ่านเอ่ยปฏิเสธอย่างตรงไปตรงมาเช่นกัน แม้ใจจริงเขาอยากจะอนุญาตให้ซู่หลันเข้าไปซับพลังในสระทิพย์ได้ แต่ปัญหาความไม่พอใจของเหล่าศิษย์และอาจารย์ในสำนัก เป็นเรื่องใหญ่เกินกว่าเขาจะรับมือได้“เหว่ยจง ให้คนจัดที่พักให้ท่านวั่งซานกับลูกศิษย์พักที่หอจิตดาราของเจ้า ดูแลแขกพิเศษของสำนักเราให้ดี”โม่ฟ่านเอ่ยสั่งเหว่ยจง พลางจัดแต่งพู่หยกประดับเอวของตนอย่างเชื่องช้า ก่อนลุกขึ้นยืนส่งแขกออกจากโถงรับรองเหว่ยจงมองพฤติกรรมแปลกประหลาดของโม่ฟ่านอย่างสงสัย ก่อนจะพาวั่งซานและซู่หลันไปที่หอจิตดารา ในระหว่างที่บ่าวรับใช้จัดที่พักให้ ทุกคนมารวมตัวกันที่ถ้ำผลึกนิล เหว่ยจงเล่าคำพูดและพฤติกรรมของโม่ฟ่านให้สามศิษย์ฟัง“ท่านเจ้าสำนักกำลังบอกใบ้ว่า ผู้ที่สามารถอนุญาตให้น้องหลันเข้าไปซับพลังในสระทิพย์ได้คือ..”ถานฟงพูด พลางชี้นิ้วไปที่พู่หยกประดับเอวของซู่มิน“จริงด้วย! ถ้าเป็นรับสั่งขององค์ฮ่องเต้ ผู้ใดก็ไม่กล้าคัดค้าน” เหว่ยจงพูดเสียงดังด้วยความดีใจ“แต่ในใจทุกคนจะโกรธเกลียดพี่หลัน และไม่พอใจความไม่ยุติธรรมขององค์ฮ่องเต้”ซู่มินเอ่ยเสียงเบา สองมือเล็กจับพู่หยกขึ้นมาเล่นพร้อมกับใช้ความคิด“ท่านอาจารย์วั่งซาน ผลึกแก้ววิเศษมีคุณสมบัติอย่างไรเจ้าคะ” ซู่มินเอ่ยถาม“ผลึกแก้วมีพลังชำระล้างบริสุทธิ์เข้มข้น หากนำไปไว้ในน้ำ น้ำนั้นจะมีพลังชำระล้างพิษและช่วยบำบัดรักษาอาการบาดเจ็บได้ ถ้านำน้ำไปชำระสิ่งปนเปื้อนออกจากสมุนไพรก่อนนำไปหลอมยาจะได้ยาประสิทธิภาพเต็มสิบส่วน” วั่งซานตอบเด็กน้อย“ยาประสิทธิภาพเต็มสิบส่วน! แม้แต่นักปรุงโอสถหลวงก็ยังทำไม่ได้!” เหว่ยจงพูดอย่างตื่นเต้น“มันคือสิ่งที่เราจะนำไปแลกกับการให้พี่หลันเข้าไปในสระทิพย์ โดยไม่ต้องไปรบกวนองค์ฮ่องเต้เจ้าค่ะ”ซู่มินน้อยพูดเสียงใส พลางเอาสมุนไพรที่ล่าได้จากภูผาสมุนไพรออกมาจากถุงวิเวท แล้วยื่นให้วั่งซาน“สมุนไพรวิญญาณจากป่าชั้นแรกเหลืออยู่สี่สิบต้น หากนำไปหลอมเป็นยาลูกกลอน จะได้ยาฟื้นพลังกับยาเพิ่มปราณขั้นกลางจำนวนสี่ร้อยเม็ด เราจะแลกยาประสิทธิภาพเต็มสิบส่วนสามร้อยเม็ด กับการลงแช่ตัวในสระทิพย์นานสามเดือน การแลกเปลี่ยนนี้จะทำให้ทุกคนไม่เกลียดพี่หลัน และท่านอาจารย์วั่งซาน จะอยู่ที่นี่ในฐานะนักหลอมโอสถเทพที่ทุกคนให้ความเคารพ ส่วนสมุนไพรจากป่าชั้นอื่น รบกวนท่านอาจารย์วั่งซานหลอมเป็นยาวิเศษชนิดต่าง ๆ ที่จะเป็นประโยชน์กับพวกเราทุกคนให้ด้วยเจ้าค่ะ”“ศิษย์น้อยแสนฉลาด วิธีของเจ้าทำให้ทุกคนได้รับแต่ผลดี แต่สมุนไพรพวกนี้มาจากไหน พวกเจ้าทั้งสามรวมหัวกันปิดบังอาจารย์ผู้น่าสงสารเช่นข้ารึ” เหว่ยจงพูดด้วยความน้อยใจ“พวกเราจำเป็นต้องซ่อนสมุนไพรที่ล่าได้ทั้งหมดก่อนออกมาจากป่า เพราะกลัวโดนผู้มีอำนาจแย่งชิงของไป และการที่พวกเราปิดบังอาจารย์ เพราะไม่อยากให้ท่านมีส่วนร่วมในความผิด ฐานหลอกลวงเบื้องสูงของพวกเราเจ้าค่ะ”ซู่มินน้อยอธิบายเหตุผลให้เหว่ยจงฟังด้วยน้ำเสียงออดอ้อน“แล้วถ้ามีคนถามถึงที่มาของสมุนไพรวิญญาณทั้งสามสิบต้น ที่นำมาหลอมเป็นยาสามร้อยเม็ด?” วั่งซานเอ่ยถาม“ตอบว่าคือสมุนไพรส่วนแบ่งของซู่หลัน รวมกับของพวกเราทั้งสามคนที่อาจารย์เหว่ยจงแบ่งให้ขอรับ” ถานฟงตอบวั่งซาน                วิธีของซู่มินได้ผลดีตามคาด โม่ฟ่านเรียกทุกคนในสำนักมาประชุมกันที่ลานพิธีใหญ่ในเช้าวันรุ่งขึ้น ยาประสิทธิภาพเต็มสิบส่วนเป็นสิ่งล้ำค่ามาก ยาที่ดีที่สุดของราชวงศ์ยังมีประสิทธิภาพเพียงแค่แปดส่วนเท่านั้น ทุกคนจึงไม่คัดค้านข้อแลกเปลี่ยนของวั่งซาน“ในเมื่อเหล่าศิษย์และอาจารย์ทุกคนไม่คัดค้าน ข้าจะนำยาประสิทธิภาพเต็มสิบส่วนสามร้อยเม็ดไปเก็บไว้ที่หอโอสถกลาง หากเหล่าอาจารย์มองเห็นความสามารถที่โดดเด่นและอยากจะส่งเสริม ไม่ว่าจะเป็นศิษย์เอกหรือศิษย์ภายใน ให้หัวหน้าหอไปลงชื่อเบิกยาจากหอโอสถกลางได้เลย”สิ้นเสียงประกาศของโม่ฟ่าน เหล่าศิษย์ทั้งสำนักต่างส่งเสียงอื้ออึงด้วยความดีใจ หลังการประชุมเสร็จสิ้น โม่ฟ่านให้ทุกคนแยกย้ายกลับหอของตนเอง“การลงแช่ตัวในสระทิพย์มิใช่เรื่องง่าย เจ้ากลับไปแนะนำวิธีการซับพลังในสระให้พี่ชายเจ้าเถอะ”โม่ฟ่านเอ่ยกับซู่มินด้วยน้ำเสียงเอ็นดู ก่อนจะหันมาเชิญวั่งซานและเหว่ยจงกลับไปคุยกันต่อที่หอขาว“วิธีนำยามาแลกเป็นความคิดของยายหนูน้อยรึ?” โม่ฟ่านเอ่ยถามขณะยกชาขึ้นจิบ“ใช่ ยายหนูน้อยไม่อยากให้ฮ่องเต้โดนคำครหาว่าไม่ยุติธรรม จึงเสนอวิธีแลกเปลี่ยนที่ทุกคนจะได้ผลประโยชน์ร่วมกันทุกฝ่ายเช่นนี้” วั่งซานเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงชื่นชม“นางเป็นเด็กฉลาดและจิตใจดี นางนำพาแต่สิ่งดี ๆ มาให้ทุกคนเสมอ” โม่ฟ่านเอ่ยชมด้วยน้ำเสียงเอ็นดู“การที่ข้าหลุดพ้นจากเวทคำสาปที่แสนทรมาน ก็เป็นเพราะซู่หลันนำพาท่านจอมเวทผู้ยิ่งใหญ่มาหาข้าเช่นกัน”“โชคดีทั้งหมดที่เกิดขึ้น ต้องยกความดีให้เหว่ยจง เขาเป็นผู้นำพาสองพี่น้องมาให้พวกเรา”โม่ฟ่านเอ่ยชมเหว่ยจงที่กำลังนั่งยิ้มอย่างภาคภูมิใจในความพิเศษของสองพี่น้อง“ข้าก็คิดไม่ถึงว่า สองพี่น้องจะมีความพิเศษมากถึงเพียงนี้ ตอนข้าเจอพวกเขากับสองตายาย พวกเขาไม่มีเงินและไม่มีบ้านให้พักอาศัย ข้าจึงวานให้เยว์ฉีเป็นผู้จัดการทุกอย่างให้ ด้วยความสามารถดุจฟ้าประทานของเด็กสองคนนี้ ต่อไปในอนาคต สองตายายต้องเจอทั้งเรื่องดีและร้ายแน่นอน” เหว่ยจงเอ่ยด้วยน้ำเสียงเป็นกังวล“มีคนคิดถึงความปลอดภัยของสองตายายได้ก่อนเจ้าตั้งนานแล้ว และท่านผู้นั้นไม่เพียงแค่คิด แต่ยังส่งคนไปคอยดูแลเป็นอย่างดี รอบจวนสกุลซู่คงมีองครักษ์ซ่อนตัวอยู่มิใช่น้อย”โม่ฟ่านเอ่ยด้วยรอยยิ้ม และเย็นวันนั้นเขาก็ส่งนกจิตสื่อสารไปรายงานเรื่องวั่งซานพ้นคำสาป และเรื่องแลกเปลี่ยนด้วยยาเลี่ยงคำครหาให้ฮ่องเต้หนุ่มทราบ เสียงหัวเราะชอบใจดังก้องห้องทรงพระอักษร เหล่าขันทีและองครักษ์ลับต่างพากันแปลกใจ ที่จู่ ๆ ฮ่องเต้ทรงหัวเราะเสียงดังอย่างอารมณ์ดีอยู่พระองค์เดียว“ตุ๊กตาน้อยของเราเป็นเด็กดีจริง ๆ อายุน้อยถึงเพียงนั้นยังรู้จักคิดเป็นห่วงเป็นใยผู้อื่น ไม่หลงระเริงกับการใช้อำนาจบารมีในทางที่ไม่ถูกต้อง ..ขอบใจมากยายตุ๊กตาน้อยนำโชค”  ในค่ำคืนที่ทุกคนกำลังนอนหลับด้วยความสุข แสงสีทองจาง ๆ ส่องสว่างไปทั่วถ้ำที่พักของซู่หลัน บนเนื้อตัวเขาเต็มไปด้วยเวทอักขระที่มองไม่เห็นตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า“เวทอักขระปกป้องช่วยต้านทานการกัดกร่อนของพลังปราณเข้มข้นได้แค่ครึ่งเดียวเท่านั้น ความเจ็บปวดที่เหลืออีกครึ่งเจ้าต้องแบกรับให้ไหว เวทดูดพลังบนหน้าอกจะดูดพลังมหาศาลเทใส่ร่างเจ้าอย่างบ้าคลั่ง ความแข็งแกร่งเหนือใครต้องแลกด้วยความเจ็บปวดอย่างแสนสาหัส ..ซู่มินเคยนั่งแช่ตัวนานสามเดือนโดยไม่ขยับกายแม้แต่น้อย”            เสียงลึกลับดังขึ้นในหัวของซู่หลันจนเขาสะดุ้งตื่น ข้อความที่เอ่ยเตือนบ่งบอกว่า เจ้าของเสียงคือคนที่ร่ายเวทซับพลังฟ้าดินใส่หน้าอกเขา“ทุกความแข็งแกร่งของร่างกายข้า ล้วนแลกมาด้วยความเจ็บปวด ถ้ามินมินทนได้ ข้าก็ต้องทนได้เช่นเดียวกัน”ซู่หลันตั้งใจอย่างมุ่งมั่นที่จะลงแช่ตัวนานสามเดือนโดยไม่พัก โอกาสที่จะได้ลงแช่ตัวในสระทิพย์มีเพียงครั้งเดียว เขาจะกอบโกยพลังทุกหยดให้คุ้มค่า

    คล้ายกับเรื่องเวทยุทธ์สะท้านปฐพี ที่คุณอ่าน