"บรรพบุรุษ!?"
หยูซีเยว่มองหลินหลงสีหน้าฉงนใจ
"นี้เจ้าล้อข้าเล่นรึไร..ข้ามิใช่เด็กน้อยจักเชื่อคำคนได้ง่ายดายปานนั้น"
เห้อออออออออออ
หลินหลงถอนหายใจอีกครั้งพลางจะกล่าวขึ้นมา อนิจจาหยูซีเยว่กลับขัด
"ถอนหายใจมากไประวังอายุเจ้าจะสั้นไม่ยืนยาว.."
"เพ้ย! หยุดเพ้อเจ้อได้แล้ว ไม่เชื่อจะบอกให้ว่าในตอนนี้โลหิตในร่างกายกำลังสั่นคล้ายดีอกดีใจใช่มั้ยล่ะ"
"เหอะๆ ใช้ปราณก็สามารถตรวจสอบข้าได้แล้วอย่ามาหลอกลวงให้ยาก"
"ปราณตรวจสอบ!...ต่อให้ปราณอมตะก็มองไม่เห็นดูร่างกายตอนนี้ว่ามีปราณอยู่รึเปล่า ในตันเถียนแม้แต่เสี้ยวยังไม่หลงเหลือ"
หลินหลงใส่อารมณ์มิพอใจลงไปเล็กน้อย เพราะหยูซีเยว่มิเชื่อคำกล่าวไร้เท็จมีแต่จริงของตน มันก็แน่แล้วผู้ใดมันจะไปเชื่อได้ง่ายๆว่าเป็นบรรพบุรุษเล่า บรรพบุรุษนี่ต้องนับกันยืดยาวเรียกได้ว่าห่างกันไปไกลหลายสิบรุ่น สำหรับผู้ฝึกตนแล้วแต่ล่ะรุ่นยาวนานยิ่งนักจักเชื่อได้ลงอย่างเร็วคงเป็นไปไม่ได้ หากมิหาหลักฐานมายืนยัน ยิ่งไปกว่านั้นวาจายังมิอาจทำให้หยูซีเยว่เชื่อถือได้มากนัก
หยูซีเยว่เปลี่ยนสีหน้าคลายลง พอได้ยินคำกล่าวของหลินหลงเธอจึงใช้ปราณสำรวจร่างกายของหลินหลงอย่างช้าๆราวกับสำรวจไปไปถึงเซลล์ในร่างกาย สุดท้ายก็มิอาจพบปราณแม้แต่เศษเสี้ยวได้ตามคำกล่าวของหลินหลงจริงๆ
"เป็นความจริง!"
หยูซีเยว่ตกตะลึงราวกับว่าได้พบเจอเรื่องเกินความเข้าใจ ความคิดต่างๆนาๆตีรวนจนลืมนึกไปถึงหลายๆเรื่องที่สามารถหาเหตุผลให้จิตใจสงบได้
"ก็รู้อยู่แล้ว...."
ฟวูบบบบบบบบบบ
จู่ๆกระบี่ทัณฑ์เพลิงก็พุ่งออกมาจากแหวนมิติ ทำเอาหลินหลงหยุดกล่าวลงไปในฉับพลัน สีหน้ากลับกลายเป็นเย็นชายิ่ง หยูซีเยว่ทำท่าจะลงมือ หลินหลงนั้นก็ชิงลงมือก่อนไม่อย่างนั้นกระบี่ทัณฑ์เพลิงจักถูกทำลายไปพร้อมกับวิญญาณคงคกสุริยัน
"ฮ่าๆๆ ท่านคางคกสุริยันมาเคาะศีรษะบิดาเจ้าแล้ว เหล่าตัวประหลาด"
หมับ!
หลินหลงคว้าจับกระบี่ทัณฑ์เพลิงด้วยพลังกายในสามลมหายใจ ก่อนจะกล่าวขู่คางคกสุริยันบัดซบตนนี้
"หุบปาก ไม่งั้นกลับไปแล้วจะดึงวิญญาณของแกออกมาให้อสรพิษกลืนกิน"
"เพ้ย! เจ้ากล้า ข้าคือคางคกสุริยันเชียวนะ ข้าเป็นถึงสัตว์เทพ สัตว์เทพเชียวนะ รีบคุกเข่าคราวะข้าเสีย เพราะข้ากลายเป็นสัตว์เทพ ก่อนตัวประหลาดเช่นเจ้า"
"หุบปาก!"
หลินหลงเพ่งมองกระบี่ทัณฑ์เพลิงด้วยจิตสังหารอันบ้าคลั่ง วิญญาณคางคกสุริยันด้านในกระบี่สั่นสะท้านไหวไปมา
'ตัวประหลาดนี่กลับมีจิตสังหารเหนือกว่าเหล่าวิญญาณพยาบาทในป่าอาถรรพ์ได้อย่างไร ไม่ได้..เป็นไปไม่ได้ ไม่มีทาง ท่านคางคกสุริยันไม่เชื่อว่ามันฆ่าสิ่งชีวิตมามากมายยิ่งกว่าวิญญาณเหล่านั้น'
"ถ้ายังหยุดแกเชื่อสิว่าข้าจะจับวิญญาณของแกมาสถิตท่อนไม้และโรยผงใคร่รักลงบนไม้นั้นไว้กลางฝูงสัตว์"
หลินหลงพึมพำเสียงเบา ใบหน้าเย็นชาของเขากลับมีรอยเส้นเลือดผุดขึ้นมาให้เห็นเป็นเส้นบางๆ
"เจ้ากล้า เจ้ากล้า เจ้ากล้าทำเรื่องไร้ยางอายปานนั้นกับท่านคางคกสุริยันผู้นี้งั้นรึ"
"อยากรู้ก็ลองไม่ทำตามคำข้าดูสิ"
หลินหลงข่มขู่คางคกสุริยันอย่างจนปัญญา เพราะว่าตอนนี้มิมีของวิเศษใดๆมาหลอมสร้างหรือดึงวิญญาณคางคกสุริยันออกมาจากกระบี่ทัณฑ์เพลิงได้เลย หากมันเป็นสัตว์วิญญาณใช้เวลาประมาณสามปีคงมีโอกาศ แต่ตอนนี้มิอาจรู้ได้ว่าต้องใช้เวลานานเท่าใด
"ระยำ รูก้นปู่เจ้า ย่าเจ้า ท่านคางคกสุริยันจักใช้ปลายกระบี่กะซวกถึงลำไส้.."
เปรี๊ยะ!
ซึก!
หยูซีเยว่ฟาดฝ่ามือใส่กระบี่ทัณฑ์เพลิงกระเด็นไปปักกำแพงด้านข้าง เพราะฌะอมิอาจทนวาจาไร้ยางอายของคางคกสุริยันระย่ำตนนี้ได้อีกต่อไป ตอนแรกก็เหมือนจะมิมีอันใด พอผ่านไปไม่กี่ลมหายใจกลับน่ารังเกรียจถึงเพียงนี้ หากต่อให้มันอีกไม่นานเห็นทีคงลามปามไปไหนต่อไหน ดีไม่ดีเธออาจโดนหางเลขไปด้วย เลือกตัดไฟแต่ต้นลมเสียดีกว่า
"มารดาเจ้า นางแพศยากล้าลงไม้ลงมือกับท่านคางคกสุริยันผู้นี้เชี่ยวรึ อย่าคิดนะว่าข้าดีแต่ปากเดี๋ยวข้าจะแทงเจ้าให้พรุน"
วูบ!
"เดี๋ยว.."
หลินคว้ามือไปในอากาศหวังหยุดร่างหยูซีเยว่ แต่ไม่อาจตามทันความเร็วของหยูซีเยว่ได้ เสี้ยวพริบตาหยูซีเยว่ไปปรากฎอยู่ใกล้กับกระบี่ทัณฑ์เพลิง คางคกสุริยันมันก็สบทด่าสวนกลับมา อย่างไรซะมันก็ถูกหยูซีเยว่ดึงออกมาฟาดใส่กำแพงจนสั่นสะเทือนไปทั้งแดนลับลวงตา
ปากปีจอของคางคกสุริยันจึงเงียบเสียงลงบินกลับเข้าไปในแหวนมิติของหลินหลงในที่สุด หลังจากผ่านไปหลายชั่วโมง หลินหลงมองอย่างเดียวไม่อาจก้าวก่าย มิใช่อะไรนอกเสียจากคางคกสุริยันมันปากพร่อยเอง ถ้าไม่หาเหาใส่หัวแล้วก็มิต้องพบเจอความอนาถาดั่งเวลานี้
'สมควรแล้ว'
หลินหลงแย้มยิ้มในใจ หยูซีเยว่เองยังกลับมาจุดเดิมยืมยิ้มให้หลินหลงด้วยใบหน้าเย็นชา แต่แฝงไว้ด้วยอารมณ์ยินดียิ่ง
"ขออภัยที่เสียมารยาทลงไม้ลงมือ"
"อย่ากล่าวเช่นนั้นเลยข้ายังรู้สึกดีกว่าซะอีก"
หลินหลงโบกไม้โบกมือ ห้ามมิให้หยูซีเยว่กล่าวกลับกันหลินหลงรู้สึกดียิ่งกว่าลงมือเองเสียยิ่งกว่าอะไร มันเป็นความรู้สึกสะใจอย่างบอกไม่ถูกที่คางคกสุริยันถูกทุบตี แม้แต่หลินหลงเองยังทำอย่างหยูซีเยว่ไม่ได้ หากทำได้มันคงกลายเป็นเศษเหล็กไปนานแล้ว
"พวกเจ้าเป็นใคร"
ระหว่างหลินหลงกับหยูซีเยว่กำลังสนทนาเสียงอันเกินความคาดหมายของหลินหลงดังขึ้นมา หลินหลงหันไปมองร่างจักรพรรดิเหยาที่กำลังลุกขึ้นมาจากพื้น หยู่ซีเยว่เองก็หันไปมองพร้อมหลินหลง
"ข้าคือประมุขสำนักปิงลู่ หยูซีเยว่"
หยูซีเยว่บอกจักรพรรดิเหยาว่าเธอเป็นผู้ใดผิดกับหลินหลงที่ยังนั่งนิ่งมิไหวติ่ง นอกเหนือจากนี้ในกายจักรพรรดิเหยาโลหิตกำลังสั่นสะเทือนเหมือนหยูซีเยว่มิมีผิด
'แกหลับไปสามวันไงไอ้โง่ ท่านคางคกสุริยันรู้และเห็นหมดทุกอย่าง ถ้าไม่มีไอ้ปลานรกนี่ขัดขวางไว้ล่ะก็แกตายไปนานแล้ว..ท่านคางคกสุริยันผู้นี้ต้องเสียบๆๆ แทงๆๆ แกให้พรุนตายไปอย่างอนาถาไร้หลุมหลบฝัง'
กึ๊ง!
เสียงบางอย่างดังออกมาจากแหวนมิติพร้อมกัยเสียงของคางคกสุริยันขาดหายไปจากจิตวิญญาณ ไม่ต้องเดาก็พอรู้ได้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับมัน
ทว่า! หลินหลงเร่งถอนห่างออกจากจักรพรรดิหยูในพริบตา มันแน่นอนแล้วว่าจักรพรรดิหยูมิบางอย่างอยู่กับตัวจึงฟื้นคืนสติได้รวดเร็วปานนี้ ทั้งๆที่ต้องรออีกเจ็ดวัน
หลินหลงมิรู้ว่ามันคือสิ่งใด เพียงคาดเดาได้เลือนลางว่ามันต้องเป็นสมบัติสายรักษาอันหายากแน่ๆ
"ตาย!"
วาจาหมายเอาชีวิตดังขึ้นมาทั่วห้อง เสียงก้อนสะท้องหลายลมหายใจกว่าจะจางหาย จักรพรรดิเหยาลุ่งขึ้นแล้วตรงเข้ามาหาหลินหลงในทันที แม้มิมีปราณร่างกายของจักรพรรดิเหยาก็แข็งแกร่งยิ่ง น่าเสียดายที่มิรู้ว่าแข็งแกร่งกว่าหลินหลงมากน้อยเพียงใด
-----โปรดติดตามชมตอนต่อไป-----
ไรท์:ขายเล่ม2ล่ะ ระหว่างรอปกสมบูรณ์ก็ดูปกชั่วคราวไม่สวยไปก่อนนะ งานเผาของคนวาดที่ใส่กระดาษเน่าๆยับๆมา อนิจจาข้าต้องถ่ายรูปและเข้าPh ก่อนอัพลง...ยังไงก็ฝากกดไลค์กดแชร์กันด้วยไม่เกินเดือนนี้ปกตัวเต็มที่งดงามจะมาแล้ว ภาพปกคือภาพของหลินหลงใช้ตราประทับ 'ปีศาจสวรรค์วิญญาณ' นะ ขอจริงวาดละเอียดยิบเลย อาทิตย์หน้าไรท์จะไปบุกบ้านคนวาด5555 ส่วนภาพปกไรท์เปลี่ยนเอาอันที่คิดว่ามันดูดีมานะ ซึ่งก็คือด้านตรงข้าม อิอิ
https://www.facebook.com/profile.php?id=100004980735112 ตามลิ้งนี้ไปไลค์รูปนะ มีปกเฉพาะหน้าก่อนปกจริงมาให้เลือกเพียบเลย มันเป็นปกชั่วคราวล้วนๆ นั่งทำจนเขียนไม่เสร็จ แฮะๆ
ฝากอุดหนุนนิยายเล่ม2กันด้วยนะจร้า จุ๊บๆ
ติชมได้นะ