จักรพรรดิปราชญ์บรรพกาลลี้เฟย

    ตอนที่ 43 คิดกำจัดข้ารึ

    เมื่อลี้เฟยเดินทางเข้าไป หลังจากนั่งศึกษาแผนที่ที่ได้รับก็จดจำเส้นทางที่จะต้องเข้าไป คนในกลุ่มนี้ มีมาจากสำนักอื่นทั้งสิ้น แต่ละคนร่างกายกำยำ ดูแข็งแรง แม้จะวัดระดับพลังแล้วจะมีระดับพลังต่ำก็ตามและดูเหมือนจะมาจากต่างถิ่น ไม่ใช่สำนักในเมืองชางไห่ ลี้เฟยไม่ได้สนใจหากเร่งก้าวเดินเข้าไปตามแผนที่ท่ามการจับตามองลับหลังขณะที่ลี้เฟยเร่งเดินเข้าสู่ป่าด้านใน


    "ตามแผนที่ข้าจะต้องเดินไปทางทิศตรงกันข้ามมุ่งข้ามแม่น้ำด้านใน จากนั้นจะเริ่มเข้าสู่เขตสัตว์อสูร ส่วนสัตว์อสูรพลังหลากสีตะวันแดง มักจะอยู่ในหุบเขาอีกส่วนหลังเทือกเขาใหญ่ที่เห็นลิบ ๆ ด้านหน้า ข้ามีเวลาในการอยู่ในเขตหุบเขาอสูรสวรรค์ได้สามเดือน" ลี้เฟยวางแผนในใจเมื่อเข้ามาในป่า โดยเร่งฝีเท้าเพื่อข้ามแม่น้ำให้ทันก่อนค่ำนี้


    เมื่อเดินเข้ามาสักพักใหญ่ ชายหนุ่มรูปร่างกำยำใหญ่สามคนก็กระโดดเข้ามาขวางทางด้านหน้า 


    "เจ้าเด็กน้อย เจ้าวางของ ๆ เจ้าแล้วรีบกลับออกไปซะ ข้าไม่อยากจะทำร้ายเจ้า" หนึ่งในชายหนุ่มกล่าวขึ้นมา


    "พวกเจ้าเป็นใคร สะกดรอยตามข้ามานานแล้ว พวกเจ้าหมดความอดทนแล้วหรืออย่างไรถึงปรากฏกายมาข่มขู่ข้าเช่นนี้" ลี้เฟยหยุดเดินถามกลับไปด้วยสีหน้าเรียบเฉย


    "ใครสะกดรอยเจ้า นี่เป็นทางเดินเข้าป่า พวกเราก็ต้องเข้าไปในเขตป่าด้านใน เพียงแต่ข้าไม่อยากให้เจ้าต้องเสียเวลาเข้าไป ยังไงพวกข้าก็ต้องชนะอยู่แล้ว" ชายคนหนึ่งกล่าวต่อลี้เฟยด้วยความมั่นใจ


    "อีกอย่าง เจ้ามีพลังตะวันเพียงสีม่วง เจ้าไปซะเถอะ ข้ามอบโอกาสให้เจ้า" ชายมีหนวดเคราที่ยืนด้านข้างกล่าวเสริม


    "พวกเจ้าไม่ต้องห่วงข้า พวกเจ้าไปเถอะ เราต่างคนต่างไป เจ้าไม่รู้จักข้า ข้าไม่รู้จักเจ้า" ลี้เฟยกล่าวจบแล้วเดินต่อไปอีกทาง


    ขณะลี้เฟยเดินผ่านไปซักครู่ใหญ่ "วี๊ด ๆ ๆ "​ เสียงแหลมของวัตถุก็ดังมาด้านหลังของลี้เฟย ลี้เฟยยังคงเดินต่อ ยิ้มที่มุมปากหันกลับไปพร้อมท่าร่าง กรงเล็บมังกร จับวัตถุชิ้นนั้นด้วยมือข้างเดียว พร้อมเสียงดัง "แกร๊ก" 


    "พวกเจ้าอย่าเอาของเด็กเล่นมาเล่นในป่าเลย ใครเห็นก็จะหัวเราะเยาะเย้ยเจ้า" ลี้เฟยคลายมือ พร้อมกับเศษโลหะที่อยู่ในมือแหลกเป็นชิ้น ๆ


    "คราวนี้ข้าไม่ว่า แต่ถ้ามีครั้งต่อไป อย่าหาว่าข้าไม่เตือน" ลี้เฟยใช้มังกรทะยานออกไปเพื่อเร่งฝีเท้าให้ไปถึงสะพานข้ามแม่น้ำในวันนี้ ทว่ากลับมีเสียงกระบี่พุ่งออกมาจากด้านข้างทั้งสองด้าน ส่วนคนที่ส่งกระสวยมากลับหยิงกระบี่ออกมาและพุ่งออกมาด้านหน้าที่ลี้เฟยยืนอยู่


    ลี้เฟยมองทั้งสามร่างที่ออกกระบี่เข้ามารอบด้าน ลี้เฟยพลิกตัวตามแนวแคบเบี่ยงตัวหลบกระบี่สองด้านอย่างง่ายดาย ทว่ากระบี่ด้านหน้ากลับพุ่งเข้ามาหมายเอาชีวิต ลี้เฟยใช้กรงเล็บมังกรกระแทกกระบี่ออกไปตรง ๆ โดยไม่ถอย พร้อมกับรอยแสยะยิ้มที่มุมปาก


    คลื่นพลังจากฝ่ากรงเล็บมังกรสร้างคลื่นพลังสีขาวรอบ ๆ ตัวลี้เฟยแล้วรวมเข้าสู่กรงเล็บกระแทกกับกระบี่ดัง "ปั๊ง" เสียงกรงเล็บปะทะกับคมกระบี่อย่างแรง ชายอีกสองคนยืนยิ้มด้วยความสะใจ


    "ไม่เจียมตัว เตือนแล้วไม่ฟัง กล้าดีมารับกระบี่จากพี่ใหญ่เรา" ชายผมสีเทาหัวเราะกับชายผมขาวด้านข้างอีกคน


    ทว่ายังไม่ทันพูดจบ กระบี่ที่พุ่งเข้าใส่ลี้เฟยแตกกระจายเป็นชิ้นเล็ก ๆ พร้อมกับฝ่ากรงเล็บกระแทกเข้าไปที่แผ่นอกชายร่างใหญ่มือกระบี่อย่างแรง คลื่นพลังพุ่งทะลุร่างของชายคนดังกล่าวออกไปกระแทกหินผาและต้นไม้หักกระจาย ส่วนชายคนดังกล่าวกระอักเลือด กระดูกหน้าอกแตกหักเสียงดัง ทว่าร่างไม่กระเด็น


    "นี่มันวิชาอะไร ทำไมคลื่นพลังถึงได้ทะลุออกไปด้านหลังพี่ใหญ่ได้เช่นนั้น ข้าไม่เคยเห็นมาก่อนเลย" 


    "เจ้าไม่ต้องสนใจ ข้าจะจัดการไอ้เด็กนี่เอง เจ้าไปดูพี่ใหญ่"


    ชายคนดังกล่าวกำกระบี่แล้วพุ่งไปด้านหลังลี้เฟยอย่างรวดเร็ว "กระบี่พิฆาต" พลังจากคลื่นกระบี่รวมตัวที่ปลายกระบี่ ส่งออกไปในเวลาเดียวกัน 

    ลี้เฟยไม่ได้ทำอะไรเพียงยืนอยู่กับที่ กระบี่พุ่งเข้ามากลางหลังลี้เฟยอย่างแรง ทว่ากระบี่หักทันทีที่กระแทก พร้อมกับฝ่ามือที่หันมาคว้าคอและชูไว้ด้วยมือเดียว


    "ข้าเตือนพวกเจ้าแล้ว พวกเจ้าหมาหมู่และไร้ยางอาย กระบี่กระจอกอย่างนี้ ทำอะไรข้าไม่ได้หรอก วันนี้ข้าจะสั่งสอนเจ้าเอง" ลี้เฟยกล่าวจบก็ส่งพลังจากจักระมังกรออกมา พลังกระแทกเข้าไปที่ร่างกายชายคนดังกล่าว คลื่นพลังจากฝ่ามือวิ่งลงไปตามตัว ตามแขน ตามขา เห็นเป็นคลื่นพลังเป็นวงวิ่งไปพร้อมกัน พร้อมเสียงดัง "แกร๊ก แกร๊ก แกร๊ก แกร๊ก" เหมือนเสียงหักเศษไม้


    "เจ้า .... เจ้าทำอะไรข้า กระดูกข้า แขนข้า ขาข้า เจ้า ... หักหมดแล้ว" ชายคนดังกล่าวและกระอักเป็นเลือดหลังจากลี้เฟยโยนไปที่พื้น


    ลี้เฟยหันไปมองอีกคนพร้อมกล่าวว่า "ข้าเตือนเจ้าแล้ว คราวหน้าถ้าข้าเห็นเจ้าอีก เจ้าจะไม่ได้เห็นตะวันอีกต่อไป แต่ตอนนี้เอาแหวนมิติเจ้ามาได้แล้ว" ลี้เฟยเดินออกไปเก็บแหวนมิติของทั้งสามคนเป็นค่าเสียเวลา จากนั้นก็เดินออกไป


    "เจ้า ... เจ้า ... เจ้าจะต้องเจอพี่ใหญ่ข้า พี่ใหญ่ข้าจะแก้แค้นให้พวกข้าเอง" ชายอีกคนตะโกนไล่หลังลี้เฟยอย่างตะกุกตะกักด้วยความกลัวและโกรธ


    "ฮ่า​ฮ่าฮ่า ถ้าพวกเจ้ามีปัญญาก็มาเลย" ลี้เฟยเดินไปไม่หยุดและไม่แยแส


    ระหว่างทางที่เข้ามามีเสียงดังครืน ๆ พร้อมกับการเคลื่อนไหวของพื้นดินอยู่เป็นระยะ ไม่แน่ใจว่าเป็นอะไร ลักษณะแบบนี้ ถ้าไม่ใช่แผ่นดินไหว แผ่นดินถล่ม เกรงว่าจะเป็นสัตว์อสูรขนาดใหญ่ แต่สัตว์อสูรขนาดใหญ่ก็จะอยู่ในเขตหุบด้านใน ซึ่งห่างจากที่นี่มาก มันจะเป็นเสียงอะไรกันแน่


    ลี้เฟยใช้เวลาไม่นานก็มาถึงฝั่งแม่น้ำ พบว่าสะพานถูกทำลายไปก่อนหน้านี้แล้ว มีเพียงไม้เศษสะพานขนาดใหญ่กระเด็นกระจายอยู่ริมชายฝั่งไม่กี่ท่อน ไม่รู้ว่าเป็นใครช่างเห็นแก่ตัวนัก รู้ว่าต้องมีคนมาทีหลังก็ยังทำลาย จะว่าสะพานเก่า ไม้ผุพังก็ไม่ใช่สาเหตุหลัก เพราะเศษไม้ หรือเสาอยู่ในสภาพดีหลายส่วน แม่น้ำใหญ่ขนาดนี้ น้ำไหลแรง มีละอองน้ำคลุ้งไปหมด มองอีกฝั่งก็ยากจะเห็น แล้วคนอื่นจะทำยังไง กว่าจะหาไม้มาทำสะพานได้ ก็ต้องเสียเวลาอย่างน้อยสองสามวันเป็นแน่ สะพานอีกจุดก็อยู่ไกลเกินไป


    ลี้เฟยยืนดูสภาพสะพานที่พังทลายสักพักจึงใช้ปราณบินเหยียบเมฆข้ามแม่น้ำสายใหญ่ไปอย่างง่ายดาย 


    "ในที่สุดก็เข้าเขตสองแล้ว ไม่รู้คนอื่นเป็นยังไงบ้าง ข้าต้องเร่งกว่านี้ ข้าต้องการสัตว์อสูร" ลี้เฟยคิดพร้อมใช้มังกรลี้พุ่งออกและหายไปในป่าเขตสองอย่างรวดเร็ว








    คล้ายกับเรื่องจักรพรรดิปราชญ์บรรพกาลลี้เฟย ที่คุณอ่าน