หลังสิ้นสุดการโทรมาของสตีฟซึ่งสมิธรับรู้เจตนาในการโทรครั้งนี้ดีว่ามันหมายถึงการบอกลาอย่างที่ไม่มีวันได้ห้วนเจอกันอีกเป็นการบอกลาอย่างถาวร! กรีนชิลดอธิบายถึงเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อสักครู่ให้พ่อและแม่ฟังอย่างกระชับเพื่อให้พวกท่านได้เข้าใจในบางส่วนจะได้หายกังวลเพราะสมิธตัดสินใจว่าเขาจะออกจากบ้านไปช่วยสตีฟอย่างแน่นอน เมื่อท่านทั้งสองจะกังวลแต่ในที่สุดก็ยอมรับและเข้าใจ สมิธจึงรีบออกจากบ้านพร้อมกับกรีนชิลดไปที่ฟาร์มขึ้นไปบนเขาเพื่อหาคุณแม่ฟีนิกซ์
“เจ้ามีประสงค์ใดรึมนุษย์สมิธ” เฟอร์รีน่ารับรู้ได้ในทันทีว่าสมิธต้องการบางสิ่งจากเธอหลังจากที่เธอเห็นสายตาของมนุษย์ผู้นี้มองมาที่เธอ เป็นสายตาที่เธอพบเห็นเป็นประจำสายตาของความต้องการ!
“ได้โปรดพาผมไปยังสถานที่แห่งหนึ่ง” สมิธพูดออกมาพร้อมกับหอบเหนื่อยอย่างหนักเพราะตั้งแต่ออกจากบ้านเขาวิ่งมาตลอดตั้งแต่บ้านยันบนเขาลูกนี้
“แม้ข้าจะยอมรับในตัวของเจ้ามนุษย์สมิธ ไม่ได้หมายความว่าข้าจะใจดีกับเจ้าเป็นกรณีพิเศษโดยเฉพาะคำขอที่ทำให้ข้าต้องปล่อยลูก ๆ ไว้เพียงลำพัง” เฟอร์รีน่ากล่าวออกมาพร้อมกับดูท่าทีของสมิธว่าจะเอาอย่างไร
“10ปี! ผมจะบอกเรื่องราวอนาคต 10 ปีต่อจากนี้ให้ฟัง” สมิธต้องคิดสักพักว่าเขาจะยื่นข้อเสนออะไรที่ทำให้ฟีนิกซ์ยอมช่วยเหลือและข้อเสนอนั้นจะต้องคุ้มค่าเป็นอย่างมากอีกด้วย เพราะผู้ที่ต่อรองด้วยในตอนนี้เป็นถึงฟีนิกซ์หาใช่ตัวตนธรรมดาทั่วไป
“อนาคตรึ! แม้จะน่าสนใจแต่ข้าจะอยากรู้อนาคตไปเพื่ออะไร?” เฟอร์รีน่าไม่สนใจสักนิดกับอนาคตข้างหน้าแม้สมิธจะพูดความจริงทุกอย่างก็ตามความสนใจของมันก็ยังคงเป็น 0
“ถ้างั้นเป็นข้อมูลเกี่ยวกับ “ผลอัคคีสวรรค์”…” ตัวเลือกสุดท้ายที่สมิธนึกออกคือไอเทมชนิดหนึ่งไอเทมที่มีความสามารถในการเพิ่มธาตุไฟให้กับผู้ที่กินมันเข้าไป แถมผลนี้ยังอยู่ในระดับสูงและเขารู้ตำแหน่งที่เกิดของผลนี้อย่างชัดเจนไม่คลาดเคลื่อน
“เจ้าแน่ใจรึในสิ่งที่เจ้าพูด!?” เฟอร์รีน่าเริ่มสนใจเพราะเธอเองก็รับรู้ถึงคุณสมบัติของไอเทมชิ้นนั้นเหมือนกันและหากเธอได้ผลนั้นมาครอบครองจริงมันจะเป็นประโยชน์ต่อลูก ๆ เธอเป็นอย่างมาก
“ใช่ผมโคตรจะมั่นใจในข้อมูลที่ผมมี แต่ผมต้องบอกตามตรงว่าผลนี้จะเกิดขึ้นในอีก 6 เดือนต่อจากนี้ไม่ใช่ตอนนี้” สมิธยื่นยันคำพูดของตัวเองด้วยความมั่นใจอย่างที่สุด อย่างไรก็ตามเขาก็ต้องบอกอีกข้อมูลที่ชัดเจนคือผลนี้จะเกิดในอีก 6เดือนไม่ใช่ตอนนี้ แม้สมิธจะต้องการความช่วยเหลือจากเฟอร์รีน่าเป็นอย่างมากแต่ถ้าเขามาบอกข้อมูลนี้ภายหลังว่าผลนี้จะมีในอีก 6 เดือน เฟอร์รีน่าคงเคลือบแคลงในตัวเขาว่ามีนิสัยเล่ห์เหลี่ยมซึ่งเขาไม่ชอบ
“นับว่าซื่อสัตย์ดี แต่ถ้าข้ายอมรับข้อเสนอของเจ้าแล้วลูก ๆ ของข้าใครจะเป็นคนดูและ” เฟอร์รีน่ากังวลอยู่เรื่องเดียวหากเธอไม่อยู่ด้วยคือใครจะดูแลลูก ๆ ของเธอ
“แม่ผมครับ สกิลการเลี้ยงดูของแม่ผมอยู่ในระดับสุดยอด แม่ผมสามารถเลี้ยงสิ่งมีชิวิตที่มีลักษณะคล้ายตำนานมิโนทอร์ให้กลายเป็นมนุษย์ได้” สมิธรีบพูดชื่อแม่ออกมาทันทีเพราะไม่มีใครแล้วที่จะมีความสามารถระดับนี้ได้ คิดดูสิจากวัวที่แค่คล้ายมนุษย์แต่ตอนนี้กลายมาเป็นมนุษย์ในร่างวัวเสียแล้ว
“อย่างทำให้ข้าผิดหวังเสียล่ะมนุษย์สมิธ!”
ในที่สุดเฟอร์รีน่ายอมรับข้อเสนอของสมิธแถมกรีนชิลดที่อยู่ข้าง ๆ มาตลอดตื่นเต้นโคตรเพราะนี้เป็นครั้งที่สองแล้วที่มันได้โอกาสในการขึ้นหลังฟีนิกซ์
“สมิธข้าว่าข้าเป็นคนแรกในประวัติศาสตร์ของเผ่าพันธุ์บาร์คอย่างแน่นอน ที่มีโอกาสเช่นนี้ถึงสองครั้ง”
สมิธนำลูก ๆ ของเฟอร์รีน่าทั้งสามมาที่บ้านพร้อมกับบอกแม่ว่าให้ช่วยดูแลเด็กโคตรซนทั้งสามนี้ให้ด้วยระหว่างที่เขาไม่อยู่บ้าน สมิธก็ได้อธิบายไปเพิ่มเติมว่าเป้นลูกคนและมีความสำคัญยังไง ซึ่งแม่ไม่บ่นหรือติดใจอะไรทั้งนั้นดูจะตื่นเต้นเป็นพิเศษอีกด้วยเมื่อสมิธบอกว่าลูกนกทั้งสามนี้ไม่ใช่นกธรรมดาแต่เป็นนกที่สามารถพ่นไฟออกจากปากได้ แต่ก่อนที่จะไปสมิธนำแตงโมทะเลือดและสตรอว์เบอร์รีออกมาเพื่อเป็นอาหารให้กับลูกนกทั้งสาม เพื่อทุกอย่างเรียบร้อยแล้วสมิธจึงขึ้นไปบนเขาขึ้นไปหาเฟอร์รีน่าเพื่อเตรียมตัวทะยานไปช่วยสตีฟเพื่อนรัก
“เกาะให้แน่นล่ะมนุษย์สมิธ หากตกขึ้นมาเจ้าได้ตายแน่”