เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    เล่มที่ 3 บทที่ 86 โตเป็นผู้ใหญ่

            ห้องนอนกว้างที่เวลานี้มีเพียงแสงสว่างจากโคมไฟดวงน้อยเพียงหนึ่งดวงซูเจี่ยนอันกำลังม้วนตัวกลิ้งไปกลิ้งมาอยู่ใต้ผ้าห่ม

            เรียกเขาว่าอาจารย์ลู่ยังไม่เท่าไรแต่เธอดันจูบเขาเนี่ยสิ!

            นักเรียนที่ไหนจะใจกล้าขนาดนั้น?

            อีกอย่าง...หลังจูบเขาแล้วทำไมเธอต้องมานอนกลิ้งอย่างตื่นเต้นแบบนี้ด้วยเนี่ย?

            เข็มนาฬิกาชี้ไปยังเลขหนึ่งแล้วแต่ซูเจี่ยนอันก็ยังนอนไม่หลับ

            ร่างกายของเธอเหมือนถูกปลุกด้วยเสียงเพลงวอลซ์ตลอดเวลาความสุขใจที่เอ่อล้นไปทุกอณูของเซลล์ในร่างกายทำให้เธอรู้สึกตื่นเต้นจนยากที่จะข่มตาหลับ

            ความรู้สึกอันน่าอัศจรรย์นี้เกิดขึ้นเพราะลู่เป๋าเหยียนเธอรู้ดี

            ซูเจี่ยนอันนอนกลิ้งไปมาจนกระทั่งตีสองกว่าจะเผลอหลับไปแต่ถึงอย่างนั้น เธอก็ยังไม่ลืมคำพูดของตนที่ว่าจะทำอาหารเช้าให้ลู่เป๋าเหยียนเธอตั้งนาฬิกาปลุกไว้ตอนหกโมงครึ่ง ทำให้เธอมีเวลานอนได้ไม่ถึงห้าชั่วโมง

            เมื่อเสียงนาฬิกาปลุกดังขึ้นในยามเช้าเธอจึงยกผ้าห่มขึ้นมาคลุมโปงอย่างไม่อยากรับรู้ เธออยากนอนต่อโดยไม่ต้องสนใจเสียงร้องของมันแต่ใบหน้าของลู่เป๋าเหยียนผุดขึ้นมาในสมอง

            สามวินาทีต่อมาเธอจึงเตะผ้าห่มออก และปีนลงจากเตียงในสภาพที่ผมเผ้ายุ่งเหยิง

            ห้องครัว

            ลุงสวีเห็นซูเจี่ยนอันกำลังสะลึมสะลือจึงนึกว่าเธอเดินละเมอลงมาข้างล่างในใจคิดกลัวว่าเธอจะเผลอเดินไปชนตู้ในครัวเข้าจึงร้องเตือน

            “คุณผู้หญิงค่อยทำอาหารเช้าให้คุณชายพรุ่งนี้ก็ได้นะครับกลับไปนอนให้เต็มอิ่มดีกว่าเดี๋ยววันนี้ต้องออกไปช่วยงานที่บริษัทอีกไม่ใช่เหรอครับ”

            “ไม่เป็นไรค่ะ”ซูเจี่ยนอันล้างหน้าด้วยน้ำเย็นเพื่อเรียกสติ“ฉันรับปากเขาไว้แล้วว่าวันนี้จะทำอาหารเช้า”

            พูดจบเธอก็เปิดตู้เย็นเพื่อหยิบไข่ไก่และนำมันวางมันลงบนเครื่องต้มไข่ พลางคิดว่าวันนี้จะทำอะไรเป็นมื้อเช้าดี

            สุดท้ายเธอก็ตัดสินใจทำแซนด์วิชทูน่าอโวคาโดหลังจากต้มไข่เป็นเวลาสี่นาทีก็ได้ไข่ยางมะตูมน่าทาน เธอจัดการปิ้งหน่อไม้ฝรั่งและหั่นผลไม้อีกไม่กี่อย่างแล้วจึงนำของทั้งหมดมาจัดเรียงลงบนจานสีขาวไว้สองชุดอาหารเช้าสีสันสดใสดูน่ารับประทานก็เสร็จเรียบร้อย

            เพราะลู่เป๋าเหยียนชอบดื่มกาแฟหรือนมเป็นอาหารเช้าซูเจี่ยนอันจึงอุ่นนมร้อนไว้ให้เขาและทำมิลด์เชคที่โรยธัญพืชไว้ด้านบนให้กับตัวเอง

            ไม่ถึงชั่วโมงอาหารเช้าทั้งหมดก็พร้อมเสิร์ฟซูเจี่ยนอันเองก็ตื่นเต็มตาเสียที

            อาหารเช้าของพ่อครัวของที่บ้านก็มักจะจัดแต่งจานไว้อย่างสวยงามแต่ถึงอย่างนั้นก็มักจะเน้นคุณค่าทางอาหารและสิ่งที่ลู่เป๋าเหยียนชอบเป็นหลักเมื่อเห็นอาหารหน้าตาสีสันสดใสตรงหน้า ลู่เป๋าเหยียนจึงเลิกคิ้วถาม

            “เธอเคยเรียนการจัดแต่งจาน?”

            “ฉันมีเวลาไปเรียนที่ไหนกัน”เธอกุมมือสองข้างเท้าโต๊ะก่อนตอบด้วยสีหน้าจริงจัง

            “คุณลู่ค่ะต่อจากนี้อาหารทุกอย่างที่คุณจะได้รับประทานไม่เพียงแต่เต็มไปด้วยความใส่ใจของดิฉันแต่ยังรวมถึงประสบการณ์การแต่งจานนับหลายปีของดิฉันอีกด้วยนะคะ”

            ลู่เป๋าเหยียนลองชิมแซนด์วิช

            “รสชาติไม่เลวเลย”

            ซูเจี่ยนอันยิ้มอย่างคาดหวัง

            “แล้วมีรางวัลให้ฉันไหม”

            ลู่เป๋าเหยียนยื่นแบงก์ร้อยให้เธอหนึ่งใบซูเจี่ยนอันรับมันมาพลางเบะปากอย่างไม่พอใจ

            “งกชะมัด”

            “อยากได้เยอะกว่านี้ก็ไม่ใช่ว่าไม่ได้”ลู่เป๋าเหยียนบอก

            “ฉันให้ราคาเดียวกับมื้อเย็นถ้าเธอยอมทำมื้อเช้าด้วย”

            ความเย้ายวนของเงินตราช่างยิ่งใหญ่แต่เมื่อซูเจี่ยนอันลองพิจารณาอย่างรอบคอบแล้ว เธอก็ส่ายหน้าปฏิเสธไป

            “ถ้ากลับไปทำงานแล้วคงยุ่งมากให้นอนดึกตื่นเช้า ฉันคงจะไม่ไหว”

            “งั้นลาออกเลยดีไหมล่ะ”ลู่เป๋าเหยียนยื่นข้อเสนอ “ฉันจะให้เงินเดือนเธอเป็นสิบเท่าจากที่เธอได้ตอนนี้หากเธอยอมลาออกมาอยู่บ้าน”

            ถ้าเป็นแบบนั้นนอกจากเธอจะไม่ต้องไปขลุกอยู่กับเจียงเส้าข่ายทุกวันแล้วเขายังสามารถเจอเธอได้ทันทีทุกครั้งที่กลับถึงบ้าน

            ซูเจี่ยนอันตอบอย่างไม่ต้องคิดเลยว่า

            “ฉันอุตส่าห์เรียนมาตั้งหกปีกว่าจะได้เป็นแพทย์นิติเวชชำนาญการพิเศษถ้าลาออกก็เท่ากับว่าสิ่งที่เรียนมาเสียเปล่าหมดสิอีกอย่างการแต่งงานของพวกเราก็...เอาเป็นว่าฉันไม่อยากเป็นแม่บ้านเต็มตัวหรอกนะการทำอาหารก็แค่งานอดิเรกยามว่าง อีกอย่างพ่อครัวที่นี่ก็เป็นมืออาชีพอยู่แล้วต่อให้นายจ่ายฉันมากกว่าเงินเดือนปัจจุบันสักร้อยเท่า ฉันก็ไม่เอาหรอก”

            คำตอบของเธออยู่ในการคาดเดาของลู่เป๋าเหยียนอยู่แล้วถ้าซูเจี่ยนอันยอมรับเงื่อนไข เขาคงไม่รู้จักตัวตนของซูเจี่ยนอันเอาซะเลย

            เขาจบหัวข้อการสนทนานี้ลงและบอกให้ซูเจี่ยนอันรีบกินอาหารเช้า เพราะวันนี้เขาต้องรีบไปบริษัท

            ซูเจี่ยนอันมองรอยยิ้มมุมปากของเขาและถลึงตาใส่

            “นี่นายล้อฉันเล่นงั้นเหรอ”

            ลู่เป๋าเหยียนตอบหน้านิ่ง“ถ้าเธอเอาจริง ฉันจะไปคุยเรื่องลาออกกับผู้กำกับตอนนี้เลยก็ได้นะ”

            “นายกล้างั้นเหรอ!”พูดจบก็เริ่มรู้ตัวว่าเขาคงล้อเธอเล่นอีกแล้ว เธอกัดแซนด์วิชอย่างหงุดหงิด

            “เชอะก่อนออกจากบ้านไม่ต้องมาพูดกับฉันเลยนะ”

            ดังนั้นอาหารมื้อนี้จึงดำเนินต่อไปด้วยความเงียบงัน แต่ที่น่าแปลกคือทั้งสองคนกลับนั่งทานกันไปอย่างเป็นธรรมชาติ

            ถ้าเป็นเมื่อก่อนหลังกินอาหารเช้าทั้งคู่ก็แยกกันขับรถของตัวเองไปทำงาน คนหนึ่งไปสถานีตำรวจ อีกคนไปที่บริษัทเพราะฉะนั้นการได้นั่งรถไปทำงานพร้อมกันกับลู่เป๋าเหยียนถือเป็นประสบการณ์ใหม่สำหรับซูเจี่ยนอัน

            หลังขึ้นรถลู่เป๋าเหยียนก็เปิดแท็บเล็ตขึ้นมาเช็คอีเมลซูเจี่ยนอันกลัวว่าตนจะไปรบกวนเขาจึงขดตัวนอนพักผ่อนอยู่ที่มุมรถ

            กว่าลู่เป๋าเหยียนจะสังเกตเห็นเธอก็หลับปุ๋ยไปแล้ว เธอนอนกอดหมอนอิงขดตัวราวกับสัตว์ตัวน้อยๆแพขนตางอนพริ้มหลับอย่างเป็นสุข

            ลู่เป๋าเหยียนถอนหายใจเบาก่อนจะค่อยๆ ดึงหมอนอิงออกจากมือเธอให้เธอนอนหนุนจากนั้นจึงถอดเสื้อสูทออกมาห่มให้เธอ และสั่งให้อาเฉียนลดความเร็วลง

            ช่วงเวลาเร่งด่วนแบบนี้ต่อให้อาเฉียนอยากขับเร็วแค่ไหนก็คงเป็นไปไม่ได้ถนนที่เต็มไปด้วยรถราจนแทบมองไม่เห็นพื้นถนนแบบนี้ตามปกติลู่เป๋าเหยียนคงขมวดคิ้วยุ่งอย่างหงุดหงิดแต่วันนี้ต่อให้รถติดหนักกว่านี้เขาก็คงไม่เป็นไร

            หนึ่งชั่วโมงหลังจากนั้นรถคันงามก็เคลื่อนตัวเข้ามาจอดหน้าบริษัท ลู่เป๋าเหยียนส่งเสียงปลุกซูเจี่ยนอันเธอหลับไม่ลึกนักจึงลืมตาตื่นขึ้นมาทันที พลางมองลู่เป๋าเหยียนอย่างสะลึมสะลือ

            “ถึงบริษัทแล้ว”ลู่เป๋าเหยียนพูด

            เมื่อพบว่าตนกำลังห่มเสื้อสูทของเขาอยู่ก็รู้สึกดีใจอยู่ลึกๆ เธอส่งมันกลับคืนให้ลู่เป๋าเหยียน

            “ขอบคุณนะ”

            จากนั้นทั้งสองคนจึงลงจากรถและเดินเข้าบริษัท

            เวลานี้หน้าประตูเต็มไปด้วยพนักงานที่กำลังเดินเข้าออกซูเจี่ยนอันพยายามหลบสายตาทุกคนอยู่ข้างกายลู่เป๋าเหยียนแต่เขากลับยื่นแขนมาโอบเอวเธอ

            “ความใกล้ชิด”ของทั้งคู่ ประจักษ์แก่สายตาทุกคนในทันที

            ซูเจี่ยนอันพยายามดิ้นออกจากวงแขนนั้นอย่างแนบเนียนที่สุด

            “ลู่เป๋าเหยียน ปล่อย!”

            เขายิ่งรัดเอวเธอแน่นขึ้นพร้อมยิ้มบาง

            “เมื่อวานฉันบอกเธอแล้วไม่ใช่เหรอว่าให้ทำตัวให้ชิน”

            ซูเจี่ยนอันจึงทำได้แค่ก้าวเท้าให้ไวขึ้นเมื่อเข้าไปในลิฟต์จึงเบี่ยงตัวออกจากวงแขนของลู่เป๋าเหยียนได้สำเร็จเขาเองก็ไม่ว่าอะไร

            เมื่อลิฟต์เปิดออกที่ชั้นของฝ่ายกลยุทธ์ลู่เป๋าเหยียนก็กดปุ่มเปิดค้างเอาไว้

            “ตอนเที่ยงฉันจะมารับ”

            “อืม” ซูเจี่ยนอันตอบเธอเดินตรงไปที่ห้องของผู้จัดการไช่ในทันทีโดยไม่หันกลับไปมอง

            ผู้จัดการไช่มาทำงานตั้งแต่เช้าเมื่อเห็นซูเจี่ยนอันจึงยิ้มทักทาย

            “เมื่อวานท่านผอ.ไปรับคุณนายที่โรงแรมใช่ไหมคะ”

            “ทำไมคุณถึงรู้ล่ะคะ”ซูเจี่ยนอันถามอย่างสงสัย

            “เมื่อวานตอนฉันออกมาเห็นคุณนายดูไม่ค่อยสบาย เลยโทรบอกท่านผอ.น่ะค่ะตอนหลังถึงรู้ว่าเขาเลิกงานก่อนเวลา” ผู้จัดการไช่อธิบาย“ดิฉันเลยเดาว่าท่านผอ.คงไปรับคุณนายได้ข่าวว่าท่านผอ.เพิ่งเคยเลิกงานก่อนเวลาเป็นครั้งแรกเลยนะคะ”

            เมื่อวานเธอมึนหัวมากเลยไม่รู้ว่าลู่เป๋าเหยียนมารับเธอตอนไหนเธอยิ้มตอบกลับไปด้วยหัวใจที่เต็มไปด้วยความหวาน และเริ่มลงมือสะสางเอกสารตรงหน้า

            เหลืออีกแค่ไม่กี่เรื่องที่ต้องจัดการเดิมทีซูเจี่ยนอันคิดว่าคงทำเสร็จตั้งแต่ช่วงเช้าแต่เพราะลู่เป๋าเหยียนลงมารับเธอเร็ว เธอจึงต้องพักงานเอาไว้ และออกไปกับเขา

            เธอชอบรสชาติอาหารของร้านเมื่อวานที่เขาพาไปมากแต่วันนี้เธอเดาว่าเขาคงไม่พาเธอไปกินอาหารฝรั่งซ้ำอีกแน่

            แล้วก็จริงตามคาดเมื่อเขาเลี้ยวรถไปตามตรอกซอกซอย และเข้าไปในซอยเก่าแก่แห่งหนึ่งในเขตเมือง

            ซอยนี้ค่อนข้างลึกที่สุดซอยมีตึกรูปทรงโบราณที่เมื่อมองดูดีๆ คือร้านอาหารจีนกวางตุ้งตั้งอยู่

            ถ้าจะบอกว่าภัตตาคารอาหารฝรั่งเศสที่พวกเธอไปมาเมื่อวานคือร้านอร่อยที่โด่งดังจนทุกคนต้องรู้จักงั้นร้านอาหารกวางตุ้งแห่งนี้ก็คือสิ่งตรงกันข้ามมีเพียงคนส่วนน้อยเท่านั้นที่รู้จักและเดินทางมาที่นี่

            ทว่าอาหารของที่นี่รสชาติดีและเป็นแบบดั้งเดิมจริงๆซูเจี่ยนอันถามลู่เป๋าเหยียนอย่างสงสัยขณะกินซุปลูกชิ้นเนื้อวัว

            “นายรู้จักที่นี่ได้ยังไง”

            “ร้านนี้เป็นของเพื่อนเก่าฉัน”ลู่เป๋าเหยียนตอบ

            ซูเจี่ยนอันกำลังจะถามว่าเพื่อนเก่าของเขาคนนี้คือใครทันใดนั้นใครบางคนที่แสนคุ้นเคยปรากฏตัวขึ้นที่หน้าร้าน เธอนิ่งตะลึงอย่างแปลกใจ

            ซูอี้เฉิงเองก็สังเกตเห็นซูเจี่ยนอันกับลู่เป๋าเหยียนทันทีที่เข้ามาเขาเดินเข้ามาพลางยิ้มทักทาย

            “บังเอิญจังนะ”

            ลู่เป๋าเหยียนเรียกให้พนักงานนำชามกับตะเกียบมาเพิ่ม

            “กินด้วยกันไหม”

            ซูอี้เฉิงไม่ปฏิเสธเขาเลื่อนเก้าอี้ให้จางเหมยอย่างสุภาพบุรุษ หลังจากจางเหมยเอ่ยขอบคุณเขาเสียงเบาก็หันกลับมามองลู่เป๋าเหยียนและซูเจี่ยนอัน ก่อนจะโค้งศีรษะเล็กน้อยเพื่อทักทาย

            “สวัสดีค่ะ ผอ.ลู่คุณหนูซู”

            ซูเจี่ยนอันยิ้มตามมารยาทก่อนจะส่งเมนูในมือให้จางเหมยสั่งอาหาร เธอรู้ดีว่าพี่ชายชอบกินอะไรจึงสั่งอาหารแทนเขา แต่จางเหมยเองก็สั่งอาหารของโปรดของซูอี้เฉิงด้วยเช่นกัน

            ดูท่าลั่วเสี่ยวซีจะทายถูกซูอี้เฉิงกับจางเหมย คงมีซัมติงกันแน่ๆ...

            ซูอี้เฉิงรินน้ำชาให้ตัวเองก่อนถาม

            “เจี่ยนอันน้องยังลางานอยู่เหรอ”

            “ค่ะ” ซูเจี่ยนอันตอบ“รอให้งานครบรอบบริษัทผ่านไปก่อน หนูถึงจะกลับไปทำงานนะค่ะ”

            ซูอี้เฉิงดูประหลาดใจอย่างเห็นได้ชัดเขามองหน้าลู่เป๋าเหยียนก่อนจะยิ้มออกมา

            “ลำเอียงนี่นาทีงานครบรอบของเครือเฉิงอัน น้องกลับไม่ยอมมาเป็นคู่ควงให้พี่”

            “พี่ขาดคู่ควงซะที่ไหนกัน”ซูเจี่ยนอันตอบอย่างไม่ใส่ใจ

            ซูอี้เฉิงพูดหยอก“เป๋าเหยียน น้องฉันจะบอกว่านายขาดคู่ควงน่ะ”

            ลู่เป๋าเหยียนยิ้มมุมปากเล็กน้อย“แต่ที่ฉันได้ยิน น่าจะคนละความหมายกันนะ”

            ซูอี้เฉิงพูดต่ออย่างนึกสนุก“งั้นที่นายได้ยินหมายความว่าไง”

            “หมายความว่าพี่มีผู้หญิงในสต๊อกเยอะน่ะสิ”ซูเจี่ยนอันบ่นพี่ชายตนอย่างไม่ไว้หน้า“งานครบรอบของเครือลู่พี่ก็ไปด้วยใช่หรือเปล่า เลือกคู่ควงได้หรือยัง?”

            ซูอี้เฉิงถอนหายใจ“ที่เขาว่ากันว่า มีลูกสาวไว้เพื่อคนอื่นนี่ท่าจะจริง น้องบอกเองว่าพี่ไม่เคยขาดคู่ควงงั้นก็อย่ากังวลแทนพี่เลย”

            เมื่อหลอกให้เขาพูดออกมาไม่ได้ซูเจี่ยนอันจึงก้มหน้ากินเนื้อวัวต่ออย่างไม่พอใจ แต่จู่ๆ ก็ได้ยินลู่เป๋าเหยียนพูดขึ้นว่า

            “ยังต้องเลือกอีกเหรอคนที่นั่งอยู่ข้างๆ ก็เหมาะสมกันดีนี่ ”

            ซูอี้เฉิงแค่ยิ้มตอบและเปลี่ยนหัวข้อสนทนาทันที

            “งานครบรอบสิบปีของเครือลู่สิ่งสำคัญไม่ใช่เรื่องคู่ควงของฉันสักหน่อยว่าแต่พวกนายเตรียมการกันถึงไหนแล้วล่ะ”

            “เกือบเรียบร้อยหมดทุกอย่างแล้วค่ะ”ซูเจี่ยนอันตอบ

            “เจี่ยนอันน้องรู้ได้ยังไงว่าเตรียมงานไปถึงไหน” ซูอี้เฉิงถามอย่างสงสัย

            ลู่เป๋าเหยียนหันหน้ามองซูเจี่ยนอันก่อนจะยิ้มตอบ

            “สองวันนี้เธอไปช่วยงานฉันที่บริษัทน่ะ”เขาพูดอวดอย่างภูมิใจ

            ซูอี้เฉิงเริ่มเซ็งขึ้นมาอีกครั้ง“แต่ก่อนเจี่ยนอันไม่ยอมแม้แต่จะไปบริษัทฉันด้วยซ้ำขอให้ช่วยแปลเอกสารสักชุดยังต้องต่อรองราคา แต่นี่กลับยอมสละวันพักผ่อนเพื่อไปช่วยงานเครือลู่? เจี่ยนอันน้องโตเป็นผู้ใหญ่แล้วจริงๆ พี่ภูมิใจในตัวน้องมาก”

            พวงแก้มใสของซูเจี่ยนอันแดงระเรื่อขึ้นเธอกระแอมก่อนจะคีบเนื้อวัวให้ซูอี้เฉิง

            “ถ้าภูมิใจมากก็กินเยอะๆนะคะ”

    คล้ายกับเรื่องเจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่ ที่คุณอ่าน

    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    นิยาย รัก
    570K 4473
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    862K 774
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    นิยาย รัก
    467K 4159
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    169K 382
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577