หลังจากที่ทุกคนทำการหารือเรื่องราวในครั้งนี้แล้วเสร็จก็ได้ออกจากห้องประชุม
เขามาที่แม่น้ำแลนั่งมองมันอย่างเหม่อลอย
“ ปราบ เอ็งคิดยังไงถึงไม่ให้ข้ารายงาน “ ผู้กองเอ่ย
“ ผู้กอง ไม่นานก็จะได้ทำรายงานเรื่องนี้แล้ว “ ปราบเอ่ย
“ อืม “ ผู้กองพยักหน้า
“ ข้าอยากรู้ว่าเพราะอะไรมันจึงมาเอาในเวลานี้ ทั้งที่ก่อนหน้านี้พวกมันก็มีเวลาตั้งมาก “ ผู้กองเอ่ย
ปราบส่ายหน้า “ พวกมันคงได้ลูกค้าแล้วกระมัง “ เขาเอ่ย
“ อาจเป็นได้ “ ผู้กองพยักหน้า
“ เอ็งคิดว่าเรื่องของหนอนผีเสื้อนั้นเกี่ยวข้องกันหรือไม่ “ ผู้กองเอ่ยถาม
“ ผมว่าเกี่ยว “ ปราบเอ่ย
“ หนอนผีเสื้อมีความเป็นมนุษย์สูง มันมีความคิดอ่าน มันสามารถพูดได้ มันต้องเกี่ยวแน่ “ เขาเอ่ย
“ แล้วมันเกี่ยวยังไง “ ผู้กองเอ่ย
“ ไม่รู้ “ ชายหนุ่มส่ายหน้า
“ ผมจะเข้าไปดูจุดที่พบเจอหนอนผีเสื้อครั้งแรก “ ปราบเอ่ยแล้วทะยานร่างออกจากเมืองอย่างรวดเร็ว
ชายหนุ่มมาถึงยังจุดที่พบเจอหนอนผีเสื้อครั้งแรก แล้วให้อัลตรอนสแกนพื้นที่อย่างละเอียด
“ เจ้านายพบรอยเท้าของมนุษย์หกคนเดินวนเวียนอยู่บริเวณนี้ “ อัลตรอนเอ่ย
“ พอจะรู้หรือไม่ว่า คนเหล่านั้นมีขั้นฝึกที่ขั้นใด “ ปราบเอ่ยถาม
“ รอสักครู่ “ อัลตรอนเอ่ย
“ วู๊มม “ พลันห้วงมิติรายรอบอาณาสั่นไหว
“ หือ “ ปราบพลันคิ้วขมวดเมื่อปรากฏร่างเงาของคนทั้งหก
“ เจ้านายจากพลังปราณที่หลงเหลือพอจะอนุมานได้ว่าคนที่ทั้งหกนั้นมีขั้นสร้างวิญญาณหนึ่งคน สร้างกายาสี่คนแลหลอมรวมกายาหนึ่งคน “ อัลตรอนเอ่ย
“ อืม “ ปราบพยักหน้า
“ อัลตรอน พบเห็นรังของอสูรหนอนผีเสื้อรึไม่ “ เขาเอ่ย
“ วิ้ง “ พลันแสงจากกำไลจอมยุทธชี้ไปเข้าไปในถ้ำ
ชายหนุ่มพยักหน้าแล้วเดินไปตามแสงชี้ทาง เขามองยังพื้นเพื่อดูรอยต่างๆ แต่ก็พบเพียงรอยเท้า
เมื่อเข้ามาในถ้ำ ชายหนุ่มพลันคิ้วขมวดเมื่อพบเพียงความว่างเปล่า
“ อัลตรอนก่อนนี้รังของมันอยู่ที่นี่จริงๆรึ “ ปราบเอ่ยถาม
“ วู๊มม “ พลันห้วงมิติในถ้ำไหวกระเพื่อม
“ แม่เจ้า “ ปราบพลันร้องลั่น
เขาเห็นร่างเงาของรังอสูรหนอนผีเสื้อนับสิบที่เคยอยู่ที่นี่
“ มันเอาไปหมดแล้ว “ เขาพึมพำ
“ ฮื่อห์ “ ชายหนุ่มถอนหายใจออกอย่างแรง
“ ผู้กอง “ เขาเร่งติดต่ออย่างรวดเร็ว
“ มีอะไร “ ผู้กองตอบกลับ
“ ผู้กองส่งภาพวันที่พบรถหุ้มเกราะมาให้ผมที “ ปราบเอ่ย
“ ได้ “ ผู้กองเอ่ย
ไม่นานเท่าใด
“ ติ้ด “ เสียงสัญญาณนาฬิกาข้อมือดังขึ้น
ชายหนุ่มกดปุ่มอย่างเร็ว “ วิ้ง “ พลันปรากฏจอภาพกลางอากาศ
เขามองยังรถหุ้มเกราะคันนั้นที่เข้ามาในผืนป่า แลกวาดตามองยังกล้องอีกหลายตัวเพื่อหาพิกัดที่รถหุ้มเกราะจอด
ชายหนุ่มใช้เวลาอยู่หลายนาทีกว่าที่จะพบเจอภาพที่ต้องการ
จอมยุทธหกคนเดินฝ่าดงอสูรเข้ามายังถ้ำที่เขาอยู่เพียงชั่วครู่พวกเขาได้เร่งออกไปอย่างรวดเร็ว
“ น่าเสียดายที่ในถ้ำไม่มีกล้อง “ เขาพึมพำ
เขาเลือกมองหาจุดที่รถหุ้มเกราะจอดจนพบเจอ “ ไว้ค่อยไปดูที่นั่น “ เขาพึมพำ
ชายหนุ่มบอกให้ศูนย์เร่งภาพในวันที่พบเจออสูรหนอนผีเสื้อ
เขามองยังหญิงสาวที่เดินออกมาจากถ้ำพร้อมกับชายวัยกลางคน ทั้งสองพูดคุยกันอยู่ครู่ใหญ่แล้วชายวัยกลางคนได้จากไป
“ ย้อนหลังหน่อยผู้ชายคนนั้นมาจากที่ไหนเข้าไปในถ้ำเวลาไหน “ ปราบเอ่ย
ร่างเงาตะคุ่มๆเคลื่อนเข้าไปในถ้ำตอนกลางคืนแล้วรุ่งเช้าได้ออกมาพร้อมกัน
ชายหนุ่มพยักหน้าช้าๆ
“ พวกมันวางแผนอะไรกัน น่าเสียดายที่กล้องไม่มีเสียง “ เขาพึมพำ
ชายหนุ่มตรวจสอบภาพจนพอใจแล้วเขาเร่งไปยังจุดจอดรถหุ้มเกราะ เขากวาดตามองทั่วอาณา
“ มันใช้เส้นทางนี้ขึ้นไปติดตั้งจานรับส่งสัญญาณดาวเทียม “ เขาพึมพำ
“ ฮื่อห์ “ ชายหนุ่มถอนหายใจออกอย่างแรง
“ หากวันนั้นเข้าตรวจสอบพวกเขาก็คงอาจหยุดยั้งเรื่องราวต่างๆได้ “ ชายหนุ่มพึมพำ
“ เรื่องนี้คงต้องเร่งรายงาน “ เขาพึมพำ
ชายหนุ่มทะยานร่างกลับยังเมืองอย่างรวดเร็ว
ชายหนุ่มเร่งเรียกทุกคนมาหารือใหม่พร้อมกับหลักฐานที่ได้มา เขามิอาจที่จะละเลยเรื่องราวนี้ได้แล้ว จำต้องเร่งส่งหนักฐานทุกอย่างให้กับทุกส่วนที่เกี่ยวข้อง
ทุกคนต่างเข้าใจแลพร้อมรับชะตากรรมของตน “ อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด “ ผอ.ศูนย์เอ่ย
หลังจากที่หารือแล้วเสร็จชายหนุ่มเร่งเข้าทำรายงานส่งสำนักสิบสี่อย่างรวดเร็ว
มินานนักทั่วทุกสำนักได้ก็ได้รับข้อมูล พวกเขาต่างเร่งทำการตรวจสอบพื้นที่อย่างรวดเร็ว
ศูนย์ขอนแก่นเต้นเป็นเจ้าเข้าเร่งส่งคนไปตรวจสอบอย่างรวดเร็ว แลเร่งแจ้งเรื่องไปยังศูนย์วิจัยอีกหลายแห่งให้ระวัง แล้วใช้การเข้ารหัสที่ยากคาดเดา
ปราบถอนหายใจออกอย่างแรงเมื่อยานของศูนย์ขอนแก่นมาถึง
ผู้คนมากมายนับร้อยลงมาด้วยใบหน้าที่เคร่งเครียดแล้วนำนักวิจัยเข้าสอบสวนอย่างรวดเร็ว พร้อมกับเข้าสำรวจยังร่างอสูรห้าเขาในทันใด
ปราบนั่งเอ้อระเหยรอเรียกตัวอยู่เขาพลันฉุกคิดเรื่องราวบางอย่างได้แล้วเดินไปที่ยานของศูนย์ขอนแก่น
เขาสำรวจยานจากศูนย์ขอนแก่นภายนอกจนทั่ว แล้วพยักหน้าช้าๆ
“ ขนาดยานของพวกมันยังสร้างได้เหมือนของจริง “ เขาพึมพำ
“ แต่ต่างกันเพียงรหัสของยาน เขาพึมพำ
“ เอาภาพวันนั้นมาดู “ ปราบเอ่ย
“ ครับ “ ทหารคนหนึ่งเอ่ย
เขาเร่งค้นหาภาพวันนั้นอย่างรวดเร็ว
“ ปราบได้แล้ว “ เขาเอ่ย
ปราบเข้ามาในห้องแล้วมองยังภาพเขาพยักหน้าช้าๆ แลชี้นิ้วไปยังจุดที่แตกต่าง
“ รหัสมันต่างกันจริงๆ “ เขาเอ่ย
“ ทั้งแบบอักษรก็ไมใช่ “ ปราบเอ่ย
“ แบบอักษรที่ศูนย์ขอนแก่นใช้นั้นจะเป็นเอกลักษณ์ที่ยากเลียนแบบ เพราะลายละเอียดในอักษรบนยานนั้นมันสามารถมองได้แม้นกระทั่งในที่มืด “ เขาเอ่ย
“ ลองทำให้มืดได้รึไม่ “ ปราบเอ่ย
“ อืม “ ทหารคนนั้นเอ่ย
เขานำภาพเข้าโปรแกรมปรับแต่งแล้วปรับภาพให้มืด
“ เห็นชัดเจน “ เขาพึมพำ
ท่ามกลางโปรแกรมปรับภาพอักษรบนยานของศูนย์ขอนแก่นแม้นจะอยู่ในที่มืดก็ยังมองเห็นอักษร แต่ของผู้บุกรุกนั้นมองไม่เห็นอะไรเลย
“ เยี่ยม “ ปราบพยักหน้า
เขานำไฟแบล็กไลต์ส่องไปยังยานของศูนย์ขอนแก่นแล้วพยักหน้าช้าๆ เมื่อตัวอักษรถูกแสงแบล็กไลต์แล้วตัวอักษรพลันเปลี่ยนสีเป็นสีม่วง
“ ประกาศออกไปจุดจอดยานของทุกที่ให้ติดตั้งไฟแบล็กไลต์ไว้ตรวจสอบยานทุกลำ “ ปราบเอ่ย
“ แล้วติดตั้งเครื่องส่งสัญญาณตอบรับยืนยันตนเองของเครื่องไว้ด้วย “ ปราบเอ่ย
“ ได้ “ หทารคนนั้นพยักหน้า
“ ไม่รู้ว่าพวกมันจะรู้ทันในเรื่องนี้รึไม่ “ ปราบเอ่ย
เขาที่กำลังเคร่งเครียดเมื่อได้ฟังชายนักบินพูดเขาก็เบาใจ เพราะสีที่ใช้แลวัสดุที่ใช้นั้นมันหาได้ยากทั้งยังมีราคาแพง กลุ่มคนชั่วจึงยากที่จะทำการปลอมแปลงได้
ชายหนุ่มพยักหน้าช้าๆ แล้วเดินไปดูการสอบสวน
เขารู้สึกว่าการสอบสวนมิได้เข้มข้นสักเท่าใด คงเพราะทุกคนรู้เท่าไม่ถึงการณ์จึงเกิดเรื่องราวนี้ขึ้น ทั้งเขาเองก็ยับยั้งมันได้ทันจึงไม่เกิดความเสียหายกับร่างที่ล้ำค่านี้
เขาอยู่ดูการสอบสวนจนเสร็จสิ้นแล้วถอนหายใจออกอย่างโล่งอกเมื่อไม่มีการตัดสินความผิดของทุกคน
เมื่อคนของศูนย์ขอนแก่นจากไป ก็เข้าสู่การฉลองในทันใด