สลบไปนานเท่าใดนั้นนางเองก็มิอาจรับรู้ในห้องลับมีเพียงแสงเทียนส่องสว่างเล็กน้อย มองไม่เห็นแสงเดือนแสงตะวันจากภายนอก
พอเริ่มตั้งสติได้นางหันไปเห็นร่างไร้ลมหายใจของท่านพ่อยังคงอยู่ตรงที่เดิมตอกย้ำว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดคือเื่จริงไม่ใช่ความฝัน
ประตูห้องลับที่นางเปิดเข้ามาบัดนี้ได้ถูกปิดตายไปแล้วและจะไม่สามารถเปิดออกได้อีกหากไม่รู้กลไกที่ประตูด้านนอกเดิมสถานที่นี้เตรียมพร้อมเอาไว้เผื่อเกิดเหตุร้ายกับสกุลลี่ไม่เคยคิดเลยว่าจะได้ใช้จริงๆ
ลี่อิงฮวาค่อยๆคุกเข่าต่อหน้าร่างไร้ิญญาของบิดาอีกครั้ง
'ชาตินี้อิงเอ๋อร์มิทันได้ตอบแทนบุญคุณของท่านพ่อท่านโปรดอภัยให้อิงเอ๋อร์ด้วย…จากนี้ไปท่านอย่าได้กังวลอิงเอ๋อร์จะดูแลตัวเองอย่างดี ใช้ชีวิตที่เหลืออย่างดี'
'แม้จะทราบดีว่าท่านไม่อยากให้ยึดติดกับความแค้นแต่อิงเอ๋อร์มิอาจรับปากท่านได้ สักวันหนึ่งอิงเอ๋อร์จะต้องให้พวกมันได้ชดใช้'สายตาของนางแปรเปลี่ยนเป็ความโกรธแค้นขึ้นมาสิบส่วนจากนั้นก็กลับเป็ปกติดังเดิม
นางทำความเคารพเต็มพิธีการต่อบิดาอย่างสง่างามอีกครั้งเพราะนี่อาจจะเป็ครั้งสุดท้ายแล้ว ไม่รู้ว่านางจะมีโอกาสกลับมาที่นี่อีกหรือไม่
เสร็จจากการกระทำนั้นนางขยับกายลุกขึ้นเป็จังหวะที่บังเอิญหันหน้าไปเห็นกระจกที่ตั้งอยู่ในห้องนั้นพอดี
เอ๋…
นี่คือใบหน้าใหม่ของนางอย่างนั้นหรือดวงตากลมโตและแพขนตาหนา ทำให้ใบหน้านี้ดูหวานขึ้นหลายส่วน ทรงคิ้วยาวเรียวรับกับปลายจมูกที่ได้สัดส่วนมากขึ้นริมฝีปากและคางดูเปลี่ยนไปไม่น้อย แม้แต่นางเองยังรู้สึกแปลกตาอื้มม…หน้าตานี้ไม่น่าจะมีใครจดจำได้แล้ว แม้แต่ท่านพ่อ หากท่านมาเห็นคงดีใจที่บุตรสาวผู้อัปลักษณ์ในวันวาน งดงามขึ้นมาหลายส่วนทีเดียว นางแค่นหัวเราะแต่ช่างเป็หัวเราะที่เย้ยหยันตัวเองยิ่งนัก
ลี่อิงฮวาเก็บของจำเป็เตรียมออกเดินทางแล้วก็ััเข้ากับแผ่นป้ายหยก ‘เฟิ่ง’ อันนั้น นึกถึงบุรุษสองคนบนเขาก่อนหน้า โดยที่สีหน้ามิได้เปลี่ยนแปลงอะไรสายตานางล้ำลึกเกินกว่าจะคาดเดาว่าคิดอะไรอยู่
นางเดินเข้าไปในช่องที่เป็ทางออกของห้องลับนี้เดินไปเรื่อย ๆ ทุกๆ หนึ่งจั้งจะมีหินเรืองแสงฝังที่ผนังพอให้เห็นทางเดินสลัวๆทางเดินนี้กว้างแค่เพียงคนสองคนเดินผ่าน แต่ยาวแค่ไหนนางก็ไม่รู้จะออกไปเจออะไรนางก็ยิ่งไม่รู้
จนในที่สุด...ก็เริ่มมองเห็นแสงสว่างที่ปลายทางเดินนางเดินมาจนถึงประตูเหล็กชั้นสุดท้าย แสงสว่างจ้าเล็ดลอดเข้ามาตามขอบประตูพอจะทำให้มองเห็นว่าตำแหน่งกุญแจประตูนั้น ลักษณะค่อนข้างจะแปลกตา
'จะว่าไปก็เหมือนกับ...'จี้หยกสกุลลี่ที่ท่านพ่อให้นางติดตัวอันนั้นนี่นา
มิรอช้าลี่อิงฮวาก็หยิบออกมาแล้วทาบลงไปขนาดที่ลงตัวพอดีทำให้เกิดเสียงกลไก ‘คลิก’ จากนั้นบานประตูก็แง้มเปิดออก
แสงสว่างจ้าทำให้นางพลันหลับตาทันทีจนเริ่มปรับสายตาได้ เบื้องหน้าก็ปรากฏบ้านพักหลังเล็กๆที่ตั้งอยู่บนเชิงเขาแห่งหนึ่งสถานที่นี้ล้อมรอบด้วยต้นไม้หนาทึบเป็ปราการป้องกันบ่งบอกจุดประสงค์ว่ามีไว้เพื่อหลบซ่อนตัวอย่างชัดเจน
สิ่งที่น่าแปลกใจต่อมาก็คือทำไมเหมือนมีร่องรอยคนอยู่อาศัยกันนะ ลี่อิงฮวาหยิบมีดเล็กๆพกติดตัวมาด้วยและขณะนี้ก็กำไว้ในมือแน่น พร้อมกับค่อยๆ ก้าวเท้าเข้าไป
ความเคลื่อนไหวภายในบ้านไม่ชัดเจนนางถือมีดเตรียมพร้อม จู่ ๆ ประตูก็เปิดออก ความใทำให้นางยกมีดแทงไปด้านหน้าแต่ทว่านางกลับช้าไปก้าวหนึ่ง มือที่กำมีดค่อยๆ คลายตัวอย่างอ่อนแรงทันทีมีดร่วงลงปักพื้น
“แม่หนู…ข้าไม่ได้ปองร้าย”เสียงผู้าุโดังขึ้น พร้อมกับการปรากฏตัวของเขา
“ท่านเป็ใครกัน”ลี่อิงฮวาถามขึ้นอย่างระแวดระวังเพราะการโจมตีก่อนหน้าทำให้มือขวาของนางไร้เรี่ยวแรงจนต้องใช้มือซ้ายกุมเอาไว้
“ข้าคือเฟิงเค่อ”ผู้าุโบอกพร้อมกับลูบเครายาวสีขาว อีกมือหนึ่งถือไม้เท้า ค่อยๆเดินเข้ามาใกล้
ลี่อิงฮวาได้ยินดังนั้นรู้สึกประหลาดใจไม่น้อย นางเคยได้ยินชื่อนี้ ผู้าุโแห่งสายลม วรยุทธ์เป็เลิศกำลังภายในล้ำลึก นางรีบประสานมือคารวะ
“ข้าน้อยลี่อิงฮวาไม่ทราบมาก่อนว่าคือผู้าุโเฟิง ขออภัยในความเสียมารยาท”
“มิเป็ไร มิเป็ไร”ผู้าุโโบกมือสบายๆ
“ว่าแต่ ผู้าุโเฟิงเหตุใดท่านถึงมาอยู่ที่นี่ได้”
“ข้า...ออกเดินทางไปเรื่อยๆ มีเพียงดวงดาวเป็ผู้นำทาง และดวงดาวนั้นก็นำทางให้ข้ามาที่นี่ แม่หนูบังเอิญพบกันเป็โชควาสนา” ผู้าุโพูดจบก็ยิ้มน้อยๆ
ลี่อิงฮวาไม่ได้ตอบอะไรแต่เป็ผู้าุโเฟิงเค่อที่กล่าวต่อด้วยน้ำเสียงเจือความห่วงใยถึงแปดส่วน
“แม่หนู...ชะตาเ้าถูกลิขิตเอาไว้ให้พบเจอกับเื่สำคัญอยู่สามครั้งครั้งแรกนั้นเ้าได้ประสบไปแล้ว"
สีหน้าของนางบ่งบอกชัดเจนว่า…ใช่นางเพิ่งถูกสังหารล้างตระกูลอย่างไม่คาดคิดมาก่อนนางต้องทิ้งทุกคนไว้ตรงนั้นและหนีตายมาถึงสถานที่นี้แววตาของนางสะท้อนความเหนื่อยหน่ายอย่างมิปิดบัง นี่...เพิ่งจะเริ่มต้นเองหรือ
“สองครั้งที่เหลืออาจจะดีหรืออาจจะร้าย"ท่านผู้เฒ่าเคราขาวกล่าวเพิ่มเติม
“เ้าอยากเรียนวรยุทธ์กับข้าหรือไม่…"จู่ ๆเขาก็ถามขึ้นไม่ทันให้นางตั้งตัว
"...อื้มม…ยังไม่ต้องรีบตอบก็ได้ ไปพักผ่อนก่อน ข้าไม่รีบร้อน” เขากล่าวพลางเงยหน้ามองท้องฟ้าอันกว้างใหญ่
ผู้าุโเฟิงเค่อไม่ได้รับศิษย์มานานมากแล้วนานหลายสิบปี แต่แม่หนูนี่เมื่อผ่านโชคร้ายก็จะมีโชคดีนางอาจจะเป็ผู้ที่ทำสิ่งยิ่งใหญ่ให้กับใต้หล้านี้
“ข้าลี่อิงฮวา...ขอรับการถ่ายทอดวรยุทธ์จากท่านผู้าุโโปรดเมตตาสั่งสอนข้าด้วยเถิด” นางประสานมือขึ้นคารวะโดยไม่ลังเล
ผู้าุโเฟิงเค่อแสดงแววตาชื่นชมยินดี
“ดี…ดีมากฮ่ะ ฮ่า ฮ่า” เขาเปล่งเสียงหัวเราะอย่างพอใจ
“ชื่อเดิมของเ้าอาจนำภัยมาสู่เ้าได้ข้าเปลี่ยนชื่อให้เป็ ‘เฟิงฮวา’ ก็แล้วกัน”
“เฟิงฮวาขอฝากตัวเป็ศิษย์กับผู้าุโ จะตั้งใจศึกษาเล่าเรียนมิเกียจคร้าน” จากนั้นนางก็ทำความเคารพเฟิงเค่อเต็มพิธีการ
บัดนี้นางกำลังจะเริ่มต้นหนทางเดินใหม่ทางที่แตกต่างจากอดีตโดยสิ้นเชิง...
นางทอดสายตาออกไปไกลแสนไกลบอกผ่านสายลมที่พัดผ่าน
‘ท่านพ่อข้าโชคดีได้มาเจอผู้าุโเฟิงและยังได้รับเมตตาสั่งสอนวรยุทธ์ท่านช่วยอวยพรให้ข้าด้วย’