ไม่นานนักพ่อกับแม่ของน็อกรวมไปถึงกลุ่มของมินมินทุกคน ก็มาอยู่ภายในห้องนอนของน็อกทุกคน เพราะในเวลานี้ก็ได้สิ่งที่ต้องการครบหมดแล้ว จะขาดก็แต่เพียงแค่วิธีในการรักษาที่ดูแล้วน่าจะค่อนข้างยุ่งยากไม่น้อย
"พี่ชายคะ พวกหนูจำเป็นต้องบอกกับพี่ตามตรงก่อนนะว่า การให้นามธรรมอย่างพวกเราทำการหลอมรวมจิตเทพอสูรให้เข้ากับร่างกายของพี่นั้น ความเป็นไปได้คือร้อยเปอร์เซน แต่ก็ต้องอยู่ที่เวิ้งวิญญาณของพี่ชายด้วย หากเวิ้งวิญญาณของพี่ชายรับไม่ไหว พี่ชายจะกลายเป็นจักรพรรดิอสูรแห่งการทำลายล้างตนที่สองทันที" เฮเมราเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่จริงจังเป็นครั้งแรก
ทุกคนในครอบครัวที่รับรู้ได้ถึงความเสี่ยงในการสร้างร่างใหม่ให้กับน็อกถึงกับนิ่งอึ้งไปพักใหญ่ เพราะหากเป็นอย่างที่เฮเมราบอกนั่นไม่ได้หมายความว่า จักรพรรดิอสูรแห่งการทำลายล้างในเวลาปัจจุบันก็คือมนุษย์หรอกหรือ แล้วเพราะเหตุใดถึงต้องทำลายล้างมนุษย์และสิ่งมีชีวิตอื่นๆ กันเล่า
"หนูอยากให้พี่ชายถามกับสิ่งที่พี่ชายเรียกว่าระบบอะไรนั่น เพื่อรู้ถึงความเป็นไปได้ในการที่พี่ชายจะสามารถผ่านมันไปได้ว่ามีโอกาสมากน้อยแค่ไหน" นิกซ์กล่าวผ่านห้วงจิตใจให้น็อกได้ยินเพียงคนเดียว
น็อกหรี่ตาอย่างครุ่นคิดหากเป็นแบบนั้นจริงๆ มันคุ้มค่าที่จะเสี่ยงหรือไม่ ในเวลานี้ตัวมันเองก็แทบจะไม่มั่นใจเลยด้วยซ้ำ ก่อนจะเลือกถามเฮเมรากับนิกซ์ถึงตัวตนที่แท้จริงของจักรพรรดิอสูรแห่งการทำลายล้าง
"เฮเมรา นิกซ์ พวกเธอรู้ใช่ไหมว่าแท้จริงแล้วจักรพรรดิอสูรแห่งการทำลายล้างเป็นใครกันแน่!?"
"คะ" เฮเมรา นิกซ์ ตอบอย่างพร้อมเพรียง
"เล่าให้ฟังหน่อยได้ไหม" น็อกถามอย่างใคร่รู้
แต่เดิมทีแล้วนั้นศึกสงครามของเหล่าทวยเทพ จอมมาร เผ่ามังกร และแดนนรก มีมานานก่อนที่เผ่าพันธุ์มนุษย์จะถือกำเนิดซะอีก และเพราะมหาสงครามที่มีมาอย่างต่อเนื่องมีผลกระทบโดยตรงกับมนุษย์ พวกเขาจึงเริ่มลุกขึ้นสู้กับความหวังที่จะมีชีวิตรอด เพื่อการนั้นเองมนุษย์จึงได้เสาะหาวิธีทำให้ตัวเองแข็งแกร่ง และได้ค้นพบว่าสิ่งที่ช่วยเสริมความแข็งแกร่งได้คือสิ่งที่เรียกว่าลมปราณ ซึ่งเป็นการดูดกลืนพลังหยินและหยางรอบๆ มาเป็นของตัวเอง
ทว่าความต่างชั้นในพลังของมนุษย์และอายุขัยที่ต่ำ ทำให้ไม่สามารถก้าวข้ามผ่านพ้นวัฏจักรไปได้ และต้องตกตายไปก่อนที่จะขึ้นไปสู่จุดสูงสุดได้ จึงได้ทำการส่งต่อไปยังรุ่นต่อรุ่นแต่นั่นก็ไม่เพียงพอที่จะต่อกรกับเผ่าพันธุ์อื่นๆ ได้ เพราะทุกเผ่าพันธุ์นั้นมีพลังวิญญาณที่ติดตัวมาแต่กำเนิด ต่างจากมนุษย์ที่ต้องคอยเสาะหาพลังมาเพิ่มความแข็งแกร่งตลอดเวลา และจุดเริ่มต้นก็คือเมื่อ 10,000 ปีก่อนมีมนุษย์ที่ชื่อว่า จ้าวโหลวลี่ [เทพแห่งการทำลายล้าง]
ได้คิดค้นการดูดซับจิตวิญญาณจากทุกเผ่าพันธุ์ และนำพลังมาเป็นของตนเองจนมีชีวิตใกล้เคียงกับคำว่าอมตะ แต่ด้วยความน่าสะพรึงของวิชานี้ทำให้เผ่าพันธุ์อื่นๆ เลือกที่จะโจมตีจ้าวโหลวลี่ เพื่อกำจัดตัวตนที่อันตรายเช่นนั้น จนเกิดเหตุการณ์ที่ต้องสะเทือนเลือนลั่นไปทั่วทวีป
ทว่านอกจากจะไม่สามารถกำจัดมนุษย์ผู้นั้นได้แล้ว มันยังเป็นตัวตนที่อันตรายขนาดเลือกจะทำลายล้างทุกเผ่าพันธุ์ เพื่อแย่งชิงพลังทั้งหมดและขึ้นเป็นผู้นำปกครองทุกเผ่าพันธุ์เสียเอง จนเดือดร้อนกันไปถ้วนหน้าหลายเผ่าพันธุ์จึงได้อัญเชิญนามธรรมทั้ง 8 มาเพื่อผลัดเปลี่ยนมหาวัฏจักร เพราะพวกเราล้วนแล้วแต่มีตัวตนอยู่เพื่อการนั้น
พวกเราแปดนามธรรมทำลายล้างสิ่งมีชีวิตทุกอย่างภายในมิติที่ถูกอัญเชิญออกมา ทว่าสิ่งที่ผิดคาดไปก็คือจ้าวโหลวลี่เพราะมนุษย์ผู้นั้นอยู่ในระดับอนันต์ไปเสียแล้ว พวกเราจึงมิอาจที่จะลบตัวตนออกไปได้ จึงทำได้เพียงแค่สะกดให้มันนิทราเท่านั้น ก่อนที่พวกเราจะกลับคืนสู่ห้วงนิทราเช่นเดิม
จนกระทั่งกาลเวลาผ่านไปหลายพันปี มันได้ตื่นขึ้นมาจากการสู้รบของเผ่าพันธุ์ต่างๆ อีกครั้ง หลังจากนั้นทุกคนก็คงพอที่จะเดาเรื่องราวกันต่อได้แล้วล่ะนะ เฮเมรากับนิกซ์ที่ผลัดกันเล่าเรื่องราวต้นกำเนิดของมหาภัยพิบัติที่พวกเขากำลังพบเจออย่างจักรพรรดิอสูรแห่งการทำลายล้าง
"แล้วการต่อสู้ในครั้งนั้นฝ่ายนามธรรมทั้งแปดกับจักรพรรดิอสูรแห่งการทำลายล้างใครเหนือกว่ากัน!!?" น็อกรีบเอ่ยถามต่อทันที
"จักรพรรดิอสูรแห่งการทำลายล้างเหนือกว่าคะ!!" เฮเมรากับนิกซ์หันมามองหน้ากันเล็กน้อยก่อนจะตอบ
"..........!!"
ทั้งห้องถึงกับเงียบกริบทันที เมื่อรู้ถึงความแข็งแกร่งที่แท้จริง ของจักรพรรดิอสูรแห่งการทำลายล้าง ทว่าน็อกกับมินมินกับมีสีหน้าครุ่นคิดไปอีกทางนึงมากกว่า
"ความหวาดกลัว / ความเกลียดชัง คือพลังของมันซินะ!!" น็อกกับมินมินเอ่ยแทบจะพร้อมเพรียงกัน จนทั้งห้องถึงกับหันไปมองเป็นตาเดียวกัน โดยที่เฮเมรากับนิกซ์ยกยิ้มขึ้นอย่างถูกใจ
"ใช่แล้วคะ!!"
"นี่คือเหตุผลที่มันรุกรานทั้งโลกและมิติแห่งการต่อสู้พร้อมกันสินะ แต่เพราะในเวลานี้ความหวาดกลัวในตัวมนุษย์มีน้อยลง เพราะยังเชื่อว่ามีคนที่สามารถปกป้องพวกเขาได้อยู่ ส่วนความเคียดแค้นชิงชังกลับแปรเปลี่ยนเป็นความมุ่งมั่นในการตอบโต้ของมนุษย์ซะส่วนมาก เลยทำให้จักรพรรดิอสูรแห่งการทำลายล้าง ไม่สามารถรวบรวมพลังได้มากนัก"
"จะว่าแบบนั้นก็ได้คะ!!"
น็อกครุ่นคิดถึงเรื่องราวต่างๆ จนเริ่มเข้าใจถึงสถานการณ์มากขึ้น ก่อนจะเริ่มถามกับระบบถึงผลลัพธ์ในการสร้างร่างจากจิตเทพอสูร โดยมีสายตาของเฮเมรากับนิกซ์มองตามไปอย่างสนใจ ส่วนคนอื่นๆ ภายในห้องก็มองตามไปด้วยความแปลกใจ ทันทีที่ได้ข้อสรุปจากระบบเฮเมรากับนิกซ์ก็ยกยิ้มขึ้นอย่างพึงพอใจ
"พรุ่งนี้พวกเราจะเดินทางไปที่มิติแห่งการต่อสู้ เฮเมราติดต่อเหล่าทวยเทพและเผ่ามังกร ส่วนนิกซ์ติดต่อพิภพมารกับแดนนรก ที่เหลือรอดทั้งหมดให้เตรียมตัวรับศึกใหญ่ ระหว่างการสร้างร่างใหม่ของฉัน" น็อกเอ่ยอย่างเด็ดขาดท่ามกลางความงุนงงของทุกคน
"ถ้าแบบนั้นพ่อกับแม่จะเตรียมกำลังพลจากแต่ละตระกูลให้พร้อมเพื่อเดินทางไปกับลูก" พ่อของน็อกที่ได้สติก่อนคนอื่นๆ เอ่ยขึ้น
"ไม่ครับ!! คุณพ่อ คุณแม่ รวมไปถึงตระกูลทั้งหมดที่อยู่ภายในเกาะแห่งนี้ ให้ทำหน้าที่ดังเดิมคือคอยช่วยเหลือผู้คนที่ยังรอดชีวิตให้ได้มากที่สุด การเดินทางครั้งนี้จะมีเพียงพวกผมและกลุ่มเท่านั้น อ่อ!! เพิ่มเติมอีกคนคือนุ่นที่ต้องไปด้วยเท่านั้นครับ"
"เอ๋!! ทำไมล่ะ" พ่อกับแม่ของน็อกถึงกับมึนงง พวกเขาพอเข้าใจถึงเหตุผลที่ไม่ให้พวกเขาไป แต่การพานุ่น [ทาสสายเลือดมังกร] ไปด้วยเป็นที่น่าตกใจมาก เพราะเธอนั้นไม่ชอบในเรื่องของการต่อสู้ อาจเรียกได้ว่าอ่อนด้อยในเรื่องนี้ด้วยซ้ำไป
"เพราะพี่ชายจะทำการหลอมรวมเปลวเพลิงโลกันต์ของนีน่า เปลวเพลิงอสนีบาตของหงส์ และเปลวเพลิงพิรุณของนุ่นพร้อมกันคะ" เฮเมราตอบกลับอย่างรวดเร็วราวกับว่ากลัวใครแย่งตอบ ทำให้น็อกได้แต่ยิ้มแหยๆ ก่อนจะเอ่ยต่อ
"ไม่ต้องเป็นห่วงครับ คุณพ่อ คุณแม่ เมื่อเสร็จสิ้นภารกิจผมจะเปิดมิติส่งพวกเธอกลับมาทันที"
เมื่อได้ข้อสรุปทั้งหมดทุกคนต่างก็แยกย้ายกันออกไป เหลือก็แต่เพียงมินมิน ฮันน่า อีกริค และมายเท่านั้น พอทุกคนออกไปหมดแล้ว มินมินก็หันไปพูดกับมายทันที
"หากเธอต้องการจะถอนตัวฉันจะไม่ห้าม แต่หากคิดจะเข้าร่วมกลุ่มพวกเรา เธอต้องไม่กลัวที่จะต้องเผชิญหน้ากับความตาย!?"
"ข้าตัดสินใจไปแล้วคะ!!" มายเอ่ยตอบอย่างหนักแน่น โดยมีสายตาชื่นชมของทุกคนในกลุ่ม
"ถ้าเช่นนั้นก็แยกย้ายไปพักผ่อนกันได้แล้ว พรุ่งนี้เตรียมตัวให้พร้อม!!" มินมินเอ่ยขึ้น ก่อนที่ทุกคนจะรีบแยกย้ายกันไปพักผ่อน โดยที่สายตาของมายมองมาน็อกเล็กน้อย และจากไปด้วยรอยยิ้ม
"อะไรที่ทำให้นายกล้าเสี่ยงได้แบบนี้!?" ทันทีที่ทุกคนออกไปจากห้อง มินมินก็ถามน็อกจนเจ้าตัวถึงกับสะดุ้งโหยงทันที
"พี่สาวไม่ต้องเป็นกังวลไปหรอกคะ พวกเราเหล่านามธรรมไม่เสี่ยงกับการสร้างอสูรร้ายตนที่สองขึ้นมาอย่างแน่นอน" นิกซ์รีบเอ่ยดักคอขึ้นทันที
"จริงคะ พี่สาวร่างกายของพี่ชายนั้นพิเศษกว่าคนทั่วไป จึงไม่ต้องเป็นกังวลเมื่อถึงเวลาพี่สาวจะรู้เรื่องราวทั้งหมดเองคะ" เฮเมราเอ่ยสำทับทันที
มินมินทำได้เพียงแค่ถอนหายใจ เพราะรู้ว่าเรื่องนี้ก็คงเป็นอีกเรื่องที่เธอไม่สมควรจะรู้ในเวลานี้ แต่ถึงจะเป็นแบบนั้นก็ยังอดน้อยใจไม่ได้ ก่อนจะกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เด็ดขาด และสะบัดตัวเดินจากไปเข้าห้องอาบน้ำทันที
"ถ้างั้นฉันก็จะไม่ถามซ้ำอีก แต่ถ้าถึงเวลาที่ควรรู้ฉันต้องเป็นคนแรกเท่านั้นนะ!!"
"แน่นอน" น็อกได้แต่ตอบด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น ก่อนจะคิดขึ้นภายในใจว่า
"เหตุผลทั้งหมดก็เป็นเพราะตัวเขาได้ผ่านการย้ายเวิ้งวิญญาณมาแล้วครั้งนึง จึงไม่เป็นปัญหาในการผสานเวิ้งวิญญาณกับร่างใหม่ เพราะหากเวิ้งวิญญาณไม่แข็งแกร่งมากพอ การย้ายเวิ้งวิญญาณครั้งแรกย่อมไม่สามารถทำได้เช่นกัน"