จุติใหม่มหาเทพตี้เทียน( ภาคมหาสงครามสิ้นโลก )

    บทที่56 ศิษย์พี่หญิง

     

     

                ผู้ฝึกตนบนแดนสวรรค์นั้นจะถูกแบ่งออกเป็นสองจำพวก คือผู้ที่เกิดและเติบโตบนแดนสวรรค์กับผู้ที่ขึ้นมาจากดินแดนที่ต่ำกว่า 

               

                โดนส่วนใหญ่พวกสำนักหรือนิกายของแดนสวรรค์นั้นจะรับศิษย์หลักเฉพาะผู้ที่เกิดและเติบโตบนแดนสวรรค์เท่านั้น 

               

                และเพื่อให้เหล่าศิษย์หลักของสำนักสามารถต่อสู้กับผู้ที่ทลายขอบเขตขึ้นมาจากดินแดนที่ต่ำกว่าได้  จึงมีการหลอมสร้างอาวุธเวท และเครื่องป้องกันเวทขึ้นมา

               

                ซึ่งจะถูกผูกติดกับดวงวิญญาณของเจ้าของไม่ใครสามารถแย่งชิงได้  ถ้าเจ้าของตายอาวุธเวทก็จะสูญเสียพลังไป กลายเป็นเพียงเศษเหล็กธรรมดาเท่านั้น

     

                สำหรับตัวของจ้าวเทียนในอดีตหลินซินเยว่ได้ใช้เคล็ดวิชาลับดึงดวงวิญญาณของเขามาที่แดนสวรรค์ และได้สร้างร่างกายให้ใหม่

               

                หลังจากนั้นเขาก็เข้าร่วมสำนักในฐานะศิษย์หลัก…

     

     

                การที่หลินซินเยว่ได้รับจ้าวเทียนเป็นศิษย์ในครั้งนี้ที่จริงแล้วมันเป็นเรื่องที่ผิดกฎสวรรค์  ทำให้ต้องอาศัยการเตรียมการ ทั้งในแดนสวรรค์และโลกมนุษย์มานานหลายวัน

               

                และการที่เธอนำสิ่งของประจำตำแหน่งศิษย์หลักมามอบให้จ้าวเทียนนั้น  ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการเคลื่อนย้ายมาจากแดนสวรรค์  ซึ่งมีมูลค่ามากกว่าของที่มอบให้เป็น100 เท่าเลยทีเดียว

     

                “ อาจารย์ครับ…ช่วยสอนผมเกี่ยวกับเรื่องระดับฝึกตนบนโลกมนุษย์หน่อยได้ไหม  ผมรู้สึกว่ามันมีบางสิ่งที่แตกต่างจากแดนสวรรค์”

               

                “ โดยเฉพาะขอบเขตเซียนของโลกนี้…ผมรู้สึกว่ามันทรงพลังกว่าปราณนภา แม้จะอยู่ในขั้นเดียวกันก็ตามที  ”  จ้าวเทียนถามขึ้นด้วยความสงสัย ตอนที่พบท่านตาเขาก็สัมผัสได้ถึงความแตกต่างแล้ว

     

                หลินซินเยว่เมื่อได้ยินสิ่งที่จ้าวเทียนถาม  เธอก็มีแววตาชื่นชมขึ้น 

               

                ‘ ฉันเคยคิดว่าเขาจะมีความคิดที่ดูถูกขอบเขตเซียนบนโลกเพราะมาจากแดนสวรรค์  แต่ดูเหมือนฉันจะกังวลมากเกินไป  ลูกศิษย์ของฉันคนนี้ทำทุกอย่างด้วยความรอบคอบไม่ใช่คนประมาท ’

     

                “ ก่อนอื่นอาจารย์ต้องเล่าย้อนกลับไปเมื่อ10,000 ปีก่อน  ตอนที่โลกใบนี้ยังมีเส้นทางเชื่อมต่อกับแดนสวรรค์โดยตรง ”

               

                “ พลังงานวิญญาณและปราณฟ้าดินในยุคนั้นก็ยังมีอยู่มาก  เทียบเท่ากับโลกทิพย์อย่าง9ท้องฟ้า 10แผ่นดินเลยทีเดียว ทำให้สามารถรับเอาระบบฝึกฝนของแดนสวรรค์มาใช้ได้”

     

                “ แต่ผ่านไปไม่นาน…ก็ได้เกิดเหตุการณ์ที่น่าเศร้าขึ้น ทำให้เส้นทางเชื่อมต่อกับแดนสวรรค์ถูกทำลาย  พลังงานทุกอย่างบนโลกก็เริ่มสลายไปเรื่อยๆจากที่เคยส่งเสริมผู้ฝึกตนได้ถึงแดนเทพโลกา  มันก็ค่อยๆลดลงมาทีละขั้น”

               

                “ จนตอนนี้พลังงานที่เหลืออยู่มันมีพอที่จะส่งเสริมผู้ฝึกตนไปถึงปราณปฐพีเท่านั้นหรือเทียบได้กับขอบเขตปรมาจารย์ที่คนบนโลกเรียกกัน ”  หลินซินเยว่อธิบายให้ฟังอย่างละเอียด

     

                “ งั้นผู้ที่อยู่ในขอบเขตเซียนตอนนี้ละครับ” จ้าวเทียนถามต่อ  หากพลังงานของโลกส่งเสริมได้เพียงขอบเขตปรมาจารย์เท่านั้น  แล้วพวกเซียนมาจากไหน

               

                “ หลังจากเส้นทางเชื่อมต่อแดนสวรรค์ถูกทำลายไป3,000 ปี…เส้นทางฝึกตนในโลกมนุษย์ได้ถูกจำกัดไว้ที่ปราณปฐพีเท่านั้น   มันเป็นเหมือนมติของสวรรค์ ที่ผู้ฝึกตนบนโลกจะไม่สามารถขึ้นสู่ดินแดนที่สูงกว่าได้อีกต่อไป  ”

               

                “ ส่วนผู้ฝึกตนที่อยู่ในขอบเขตเซียนในตอนนี้…คือผู้ที่ละทิ้งเส้นทางเดิมแล้วสร้างเส้นทางใหม่ขึ้นมา ด้วยเจตจำนงอันแรงกล้าที่จะเอาชนะมติสวรรค์  ซึ่งพวกเขาก็ทำได้สำเร็จหลังการค้นคว้ามาเกือบ2,000 ปี ในที่สุดขอบเขตเซียนก็ถูกสร้างขึ้นมา ”

     

                “ สมัยก่อนเมื่อผู้ฝึกตนเข้าสู่ขอบเขตแดนทิพย์ จะสร้างร่างกายใหม่ให้อยู่ในรูปแบบพลังงานที่บริสุทธิ์  ทำให้สามารถเดินทางไปยังโลกทิพย์ที่สูงกว่าได้”

     

                “ แต่เมื่อถูกจำกัดขอบเขตไว้ที่ปราณปฐพี ก็เหมือนกับถูกจับขังไว้ในกรง เพราะไม่สามารถสร้างร่างพลังงานได้  ทำให้ต้องสิ้นอายุขัยไปในโลกมนุษย์ไม่สามารถเข้าสู่วิถีอมตะได้    ”

     

                “ ในปัจจุบันความหมายของเซียนคือการทำลายพันธนาการที่กักขังตัวเองทิ้งไป  ใช้ความแข็งแกร่งของตนฉีกขาดความว่างเปล่าเปิดประตูสู่โลกที่สูงกว่าได้โดยตรง ”

     

                “ แต่การจะฉีกขาดความว่างเปล่าได้นั้น…จะต้องอยู่ในขอบเขตเซียนนภาเสียก่อนจึงจะทำได้   ซึ่งเส้นทางนี้มันหนักหนาสาหัสกว่าการเข้าสู่แดนทิพย์ในสมัยก่อนเป็น100 เท่า ”

     

                “ หากให้เปรียบเทียบ…เซียนนั้นอยู่เหนือกว่าปราณนภาแน่นอน  แต่จะอ่อนแอกว่าปราณทิพย์ครึ่งขั้น  แต่ผู้ที่อยู่ในขอบเขตเซียนนภานั้นเหนือกว่าปราณทิพย์มาก  เทียบเท่ากับเทพบนสวรรค์เลยทีเดียว ”

     

                “ อาจารย์ไม่สามารถดึงดวงวิญญาณเธอขึ้นมาที่แดนสวรรค์โดยตรงได้อีกแล้ว  เพราะวิธีนี้ใช้ได้กับดวงวิญญาณที่อ่อนแอของคนปกติเท่านั้น  ส่วนวิญญาณของตัวเธอในตอนนี้มันแข็งแกร่งมากจนเกินไป”

     

                “ เวลานี้…เธอคงต้องตัดสินใจเลือกทางเดินของเธอแล้ว  หากเธอต้องการเดินไปบนเส้นทางเดิมของแดนสวรรค์หินวิญญาณระดับเทพ 10 ก้อนนี้ เพียงพอที่เธอจะฝึกฝนถึงปราณทิพย์ภายในเวลา3 ปี ”

     

                “ จากนั้นเธอก็ฝึกฝนต่อใน9ท้องฟ้า 10แผ่นดินจนกว่าจะมาถึงแดนสวรรค์ทางนี้คงใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 300ปีแน่นอน  เพราะพลังงานในโลกทิพย์พวกนั้นน้อยกว่าแดนสวรรค์มาก”

     

                “ ส่วนอีกทางก็คือเข้าสู่ขอบเขตเซียนนภาแล้วฉีกขาดความว่างเปล่า เปิดช่องทางเข้าสู่แดนสวรรค์โดยตรง  แต่เส้นทางนี้มันโหดร้ายมาก เพราะต้องเผชิญกับบททดสอบทัณฑ์สายฟ้าจากสวรรค์” 

     

                หลังจากได้ยินคำพูดของอาจารย์สาว  ความคิดของจ้าวเทียนก็เปลี่ยนเป็นขัดแย้งกันเอง  ใจของเขานั้นต้องการเลือกวิถีเซียนของโลกมนุษย์  เพราะมันแข็งแกร่งกว่าระบบฝึกฝนของแดนสวรรค์  แต่ในความเป็นจริงนั้นเขาไม่ได้รู้ข้อมูลเกี่ยวกับขอบเขตเซียนเลย

               

                เขาไม่ได้หวาดกลัวต่อทัณฑ์สายฟ้าเลยแม้แต่น้อย   เพราะตอนอยู่บนแดนสวรรค์นั้นเขาเคยต่อสู้กับทัณฑ์อัสนีสวรรค์มาแล้ว 

               

                อีกทั้งเขายังสงสัยว่า  สาเหตุที่ทางเชื่อมสวรรค์ถูกทำลายเมื่อ10,000 ปีก่อน อาจจะเกี่ยวข้องกับศัตรูของเขาก็คือเต๋าแห่งสวรรค์

     

              ‘ ดูเหมือนเต๋าแห่งสวรรค์จะหวาดกลัวผู้ฝึกตนจากโลกมนุษย์มาก  หรือว่าโลกใบนี้อาจจะซ่อนความลับที่สั่นสะเทือนแดนสวรรค์เอาไว้ ’

     

              ‘ เทพอสูรผมแดงที่ต่อสู้กับฉันบนสนามรบแห่งดวงดาวก็เดินบนเส้นทางที่แตกต่างเช่นกัน อีกทั้งฟังจากคำพูดในตอนท้าย ดูเหมือนอีกฝ่ายก็มาจากโลกใบนี้’

     

              เมื่อคิดไปถึงเหตุผลนี้ จ้าวเทียนก็ตัดสินใจได้ในทันที

              “ เส้นทางที่ต่อต้านสวรรค์…มันคงจะเหมาะสมกับผมที่สุด ” เขาพูดอย่างมั่นใจ

     

                เมื่อหลินซินเยว่ได้ยินคำตอบของจ้าวเทียนก็มีรอยยิ้มชื่นชม  เธอได้รับรู้เรื่องราวที่เกิดขึ้นในอนาคตที่จ้าวเทียนจากมาแล้ว  ความรู้สึกบางอย่างบอกเธอว่า

               

                หากศิษย์ของเธอต้องการจะเอาชนะศัตรูเขาต้องเลือกเส้นทางที่ต่างจากเดิม แต่เธอก็ไม่ได้บอกออกไปตามตรง 

     

                เพราะเธอต้องการให้ลูกศิษย์ได้เลือกทางเดินของตัวเอง  นี่เป็นวิธีสอนลูกศิษย์ของเธอ  คนเป็นอาจารย์มีหน้าที่เพียงให้ความรู้เท่านั้น  ไม่ใช่ครอบงำความคิด

     

               

     

                หลังจากที่จ้าวเทียนตัดสินใจเรื่องอนาคตของตัวเองได้  เขาก็เก็บของทุกอย่างใส่ลงในแหวนมิติแล้วถามขึ้นด้วยความสงสัย 

               

                “ อาจารย์ครับ…ตระกูลหลินนั้นมีความสัมพันธ์กับสำนักเราใช่ไหมคับ  โครงสร้างของคฤหาสน์หลังนี้เป็นรูปแบบเดียวกับที่สำนักดาราสวรรค์ไม่มีผิด”

     

     

                “ ตระกูลหลินดูเหมือนจะสืบสายเลือดมาจากอาจารย์เอง…เพียงแต่มันได้เจือจางไปมากแล้ว ”

     

                “ แต่เมื่อ 400 ปีก่อนตระกูลนี้ได้ให้กำเนิดทายาทที่มีสายเลือดบริสุทธิ์มากๆ ขึ้นมาหนึ่งคนเธอคนนั้นสามารถอาศัยพรสวรรค์อันสูงล้ำคิดค้นวิธีติดต่อกับแดนสวรรค์ได้  อาจารย์ก็เลยรับเธอเป็นศิษย์”

     

                “ สิ่งปลูกสร้างบนเกาะแห่งนี้ก็เป็นฝีมือการออกแบบของเธอทั้งหมดโดยอ้างอิงจากรูปแบบสิ่งปลูกสร้างของสำนักดาราสวรรค์ ” 

               

                “ ถ้านับตามศักดิ์แล้ว  เธอต้องเรียกอีกฝ่ายว่าศิษย์พี่หญิงนะ” หลินซินเยว่พูดขึ้นด้วยรอยยิ้ม 

     

                “ ในชีวิตที่แล้ว ผมจำไม่ได้เลยนะครับว่ามีศิษย์พี่หญิงคนนี้ด้วย  เธอไม่ได้ขึ้นมาแดนสวรรค์เหรอครับ ” จ้าวเทียนถามด้วยความแปลกใจ  ตัวเขาตอนอยู่บนแดนสวรรค์ก็มีแต่ศิษย์พี่ที่เป็นผู้ชายสองคนไม่มีศิษย์พี่ผู้หญิงแม้แต่คนเดียว

     

                “ เธอล้มเหลวในการเข้าสู่ขอบเขตเซียนนภา  ถูกทัณฑ์สายฟ้าทำลายร่างกายจนเหลือแต่ดวงวิญญาณ” 

               

                “ ตอนนี้เธอ…สิงอยู่ในตุ๊กตา  ”  หลินซินเยว่พูดออกมาด้วยรอยยิ้มแห้งๆ

     

                !!

               

                “ เอ่อ…คือ  อาจารย์หมายถึงตุ๊กตาเวทหรือหุ่นกลต่อสู้ใช่ไหม” จ้าวเทียนถามอย่างไม่แน่ใจ

     

                “ ตุ๊กตาหมี…” หลินซินเยว่ตอบเสียงเบา

     

                ….

               

                เกิดความเงียบขึ้นระหว่างบทสนทนาของทั้งคู่  จ้าวเทียนมองไปที่แววตาของอาจารย์ด้วยความไม่แน่ใจ  เขาต้องการยืนยันว่าสิ่งที่เขาได้ยินนั้นเป็นเรื่องจริงใช่ไหม

     

                หลินซินเยว่ก็จ้องกลับมาด้วยแววตาจริงจัง  เธอไม่ได้ล้อเล่น เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับศิษย์หญิงของเธอนั้นแปลกประหลาดมาก  ซึ่งเธอไม่สามารถให้คำตอบได้

     

     

                “ ผม…ผมจะหาทางช่วยเธอเองครับ ” จ้าวเทียนพูดทำลายความเงียบขึ้น

     

               

              “ ขอบคุณมาก…”




    คล้ายกับเรื่องจุติใหม่มหาเทพตี้เทียน( ภาคมหาสงครามสิ้นโลก ) ที่คุณอ่าน