ประตูเส้นทางโบราณ

บทที่ 171 สังหารโลซาน

Chapter 171 สังหารโลซาน


   “ไร้สาระ?” ชายหนุ่มผมดำกล่าว เขาหยุดชั่วครู่ก่อนเอ่ยต่อว่า “ต่อจากนี้นายจะรู้เองว่าสิ่งที่ฉันพูดออกไปไร้สาระหรือเปล่า”


   โลซานส่งเสียงเย็นชา “ข้าจะใช้ดาบเล่มนี้สังหารเจ้า” จบคำกล่าวโลซานก็เคลื่อนไหวมาอยู่เบื้องหน้าสายฝน มันโจมตีใส่เขาด้วยดาบควันขาวในมือขวา


   ดวงตาคู่สายฝนสงบนิ่ง เขาไม่สนใจโลซาน ไม่สนใจดาบที่เข้าใกล้ หากไม่ได้โดนพลังประหลาดผนึกสภาวะสงบนิ่งใว้ เขาคงเข้าสู่สภาวะสงบนิ่งสูงสุดเรียบร้อยแล้ว เพียงพริบตาดาบก็ถึงร่างชายหนุ่มผมดำ ใบดาบทะลุเสื้อผ้าและสร้างบาดแผลให้ร่างสายฝนได้อย่างง่ายดาย ทว่าก่อนที่ใบดาบจะแทงเข้าไปโดนหัวใจเขา ดาบควันขาวพลันหยุดนิ่ง ความแข็งแกร่งที่มันปลดปล่อยออกมาหายไปหลายสิบเท่าอย่างรวดเร็ว


   ไม่ใช่แค่ดาบอย่างเดียว เกราะควันขาวเองก็ความแข็งแกร่งลดลงหลายสิบเท่า โลซานตกใจ เวลาเดียวกันสัญลักษณ์สีทองปรากฏกลางหน้าผากมัน จังหวะนั้นโลซานพลันรู้ว่าเกิดสิ่งใดขึ้นกับเกราะและดาบตัวเอง อย่างรวดเร็วมันรีบใช้สัมผัสรับรู้ต่อต้านพลังของสัญลักษณ์ประหลาดภายในจิตใจมัน โลซานใช้ความแข็งแกร่งสัมผัสรับรู้ทั้งหมด ใบหน้ามันเต็มไปด้วยความเคร่งเครียด


   สิ่งที่สายฝนคาดเดานั้นถูกต้อง เกราะและดาบควันขาวคือจิตใจซึ่งเป็นรูปธรรมของโลซาน เวลานี้มีสัญลักษณ์ประหลาดสีทองอยู่ภายในจิตใจมัน โลซานรู้ได้ทันทีว่าผู้ทำคือใคร เป็นใครไปไม่ได้นอกจากสายฝน ฟีซิเลียกับโซเฟียเป็นแค่ระดับศูนย์ ไม่มีความสามารถสร้างสัญลักษณ์ประหลาดสีทองได้


   โลซานไม่เข้าใจว่าสายฝนสร้างสัญลักษณ์ประหลาดภายในจิตใจมันได้อย่างไร ทว่ามันก็ไม่คิดหาคำตอบขณะนี้ ความรู้สึกกำลังบอกกับโลซานว่าสัญลักษณ์สามารถทำให้มันอยู่ในสภาพไม่ต่างจากตายได้ เพราะงั้นมันจึงไม่ลังเลใช้ความแข็งแกร่งสัมผัสรับรู้ทั้งหมดต่อต้านพลังของสัญลักษณ์ประหลาด


   “นายไม่มีทางทำลายพลังนั้นได้หรอก” สายฝนกล่าวพลางมองศัตรูตนเอง เขาไม่อาจขยับร่างกายได้ สายฝนใช้ความคิดส่วนใหญ่ในการใช้สัมผัสรับรู้เปิดใช้งานทักษะปิดผนึกแสงจันทร์ เนื่องจากโดนโลซานต่อต้าน ผนึกเลยยังไม่ได้เปิดใช้งานสมบูรณ์ ถ้าเขาแบ่งความคิดมาขยับร่างกาย นั่นเท่ากับว่าโลซานจะต่อต้านทักษะปิดผนึกแสงจันทร์สำเร็จ การพูดไม่จำเป็นต้องแบ่งความคิดเยอะ เขาพอกล่าวได้เล็กน้อย


   “เจ้าบอกเองไม่ใช่หรือว่าจักรวาลนั้นกว้างใหญ่ สิ่งใดก็เกิดขึ้นได้ ข้าอาจจะทำลายพลังนั้นของเจ้าได้” โลซานกล่าว ร่างมันยังคงอยู่ในท่าแทงดาบใส่ชายหนุ่มผมดำ เหมือนกับสายฝน โลซานไม่อาจขยับร่างกายตัวเองได้ หากมันแบ่งความคิดมาขยับร่างกาย สัญลักษณ์ประหลาดของศัตรูจะเปิดใช้งานสมบูรณ์


   สายฝนเอ่ยขึ้นอย่างช้าๆ เขาพยายามใช้ความคิดให้น้อยที่สุดในตอนที่พูด “ใช่ ทุกอย่างล้วนสามารถเกิดขึ้นได้ นายสามารถทำลายพลังของฉันได้ แต่น่าเสียดาย ก่อนที่นายจะได้ทำลายพลังฉัน ชีวิตนายคงไม่มีอยู่อีกต่อไป”


   “เจ้าดูมั่นใจมากเลยนะสายฝน เจ้าไม่ประเมินข้าตํ่าเกินไปหน่อยหรือ?” โลซานเอ่ย สัมผัสรับรู้ของมันพยายามทำลายพลังของผนึก ใบหน้าสายฝนยังคงไม่แปรเปลี่ยน ไม่มีทางที่โลซานจะทำลายพลังของทักษะปิดผนึกแสงจันทร์ได้ภายในสามนาที เพราะอะไรเขาถึงมั่นใจแบบนั้น? คงต้องกล่าวย้อนกลับไปยังอดีต


   หลายชั่วโมงก่อนสายฝนได้รับความรู้สึกที่คุ้นเคยมาจากอัญมณีสีดำ ดังนั้นเขาจึงกล่าวขอดู ไม่คาดคิด โลซานให้สายฝนดูอัญมณี มันไม่ได้ปฏิเสธ เป็นเพราะโลซานไม่เชื่อว่าสายฝนจะได้รับข้อมูลอะไรจากอัญมณีสีดำ ความจริงแตกต่างออกไปจากสิ่งที่โลซานเชื่อ เมื่ออัญมณีสีดำอยู่ใกล้สายฝน ความรู้สึกที่คุ้นเคยก็รุนแรงขึ้น สัญชาตญาณได้บอกให้เขาทำลายมัน ทว่าสายฝนก็เลือกจะไม่ทำลายอัญมณีเวลานั้น หนึ่งคือเขาไม่รู้ว่าความแข็งแกร่งปัจจุบันของตัวเองจะทำลายมันได้หรือไม่ สองคือสายฝนไม่รู้ว่าทำลายอัญมณีไปแล้วจะเกิดสิ่งใดขึ้น


   ในตอนที่โลซานเปิดเผยแผนการของมัน สายฝนตัดสินใจทำลายอัญมณีสีดำ ผลที่ออกมาคือมันถูกทำลายได้แบบง่ายๆ นั่นทำให้สายฝนรู้สึกประหลาดใจ โลซานเคยกล่าวว่าแม้กระทั่งพ่อมันยังทำลายอัญมณีสีดำไม่ได้ ตามจริงด้วยความแข็งแกร่งระดับสามเขาเองก็ควรทำลายอัญมณีไม่ได้เช่นกัน


   เมื่ออัญมณีสีดำถูกทำลาย สายฝนก็ได้รับความรู้และความเข้าใจบางอย่างมา มันคือความรู้และความเข้าใจท่าฝ่ามือผนึกแสงจันทรา สายฝนไม่แปลกใจอีกต่อไปว่าทำไมอัญมณีสีดำถึงให้ความรู้สึกคุ้นเคย ท่าฝ่ามือผนึกแสงจันทราเป็นท่าของศิลปะการต่อสู้สิ้นแสงจันทรา เทพวายุไม่ได้ใช้ท่านี้ในการต่อสู้กับชายชรา และถึงเทพวายุจะใช้สายฝนก็ไม่คิดว่าตัวเขาจะเข้าใจท่าฝ่ามือผนึกแสงจันทราจนใช้งานได้


   อัญมณีสีดำมอบความรู้เกี่ยวกับท่าฝ่ามือผนึกแสงจันทราให้สายฝนทั้งหมด ส่วนความเข้าใจมันมอบให้เขานิดหน่อยเท่านั้น ทว่าความเข้าใจที่ได้รับมันก็มากพอทำให้สายฝนใช้ท่าฝ่ามือผนึกแสงจันทราได้ แตกต่างจากท่าเหยียบจันทร์ดับแสงและท่าแย่งชิงแสงจันทร์ ท่าฝ่ามือผนึกแสงจันทราไม่ได้ช่วยให้สายฝนมีโอกาสโจมตีโดนเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ มันช่วยให้เป้าหมายซึ่งถูกเขาโจมตีถูกผนึก


   สายฝนลองใช้ท่าฝ่ามือผนึกแสงจันทรากับทักษะปิดผนึกแสงจันทร์ เขาใช้ฝ่ามือตบเกราะควันขาวหรือก็คือจิตใจรูปธรรมของโลซานร้อยครั้ง ผนึกถูกสร้างในจิตใจอีกฝ่ายร้อยผนึก ผนึกทั้งร้อยทับซ้อนกันทำให้ความแข็งแกร่งผนึกเพิ่มขึ้นหลายสิบเท่า ในการโจมตีครั้งที่ร้อย สายฝนได้แอบส่งสัมผัสรับรู้เข้าไปในผนึกทับซ้อน การสังเกตเจอสัมผัสรับรู้ที่สายฝนแอบส่งเข้าไปไม่ใช่เรื่องยากสำหรับโลซานซึ่งเป็นระดับสี่ แต่มันประมาทเกินไป มันเลยไม่สังเกตเจอสัมผัสรับรู้ของสายฝน


   หลังสัมผัสรับรู้เข้าไปในผนึกทับซ้อนแล้ว

สายฝนก็ใช้ทักษะปิดผนึกแสงจันทร์ทันที ร้อยผนึกทับซ้อนเสริมความแข็งแกร่งให้สัญลักษณ์ประหลาดสีทอง เนื่องจากได้รับการเสริมแกร่งจากร้อยผนึกทับซ้อน ดังนั้นสัญลักษณ์ประหลาดจึงไม่มีทางถูกสัมผัสรับรู้ระดับห้าทำลายภายในสามนาที


   กลับมาปัจจุบัน สายฝนและโลซานนิ่งค้างอยู่ในท่าทางเดิม ไม่มีใครขยับเคลื่อนไหวแม้แต่น้อย ทั้งสองกำลังใช้พลังจิตใจเพื่อควบคุมสัมผัสรับรู้ สายฝนควบคุมสัมผัสรับรู้เปิดใช้งานสัญลักษณ์สีทอง ส่วนโลซานใช้สัมผัสรับรู้ต่อต้านพลังของสัญลักษณ์ประหลาด ไม่ให้มันถูกเปิดใช้สมบูรณ์


   “หากเป็นแบบนี้ต่อไป เจ้าจะเป็นฝ่ายแพ้” โลซานกล่าวกับสายฝน มันรู้สึกว่าไม่เกินห้านาทีสัมผัสรับรู้มันจะทำลายพลังของสัญลักษณ์สีทองได้


   “มันจะไม่เป็นแบบนี้ต่อไปเพราะนายจะตายก่อนที่จะทำลายพลังของฉัน” สายฝนกล่าว จบคำพูดเขามีดจากโบราณสถานก็แทงทะลุหัวใจโลซานจากทางด้านหลัง มันตายโดยไม่ได้ส่งเสียงร้องใดๆออกมา สิ่งที่โลซานไม่รู้คือมีดโบราณของสายฝนมีจิตใจเป็นของตัวเอง มันเคลื่อนไหวได้โดยไม่จำเป็นต้องให้ผู้ใช้ควบคุม มีดมีจิตใจเป็นอาวุธที่หายาก โลซานจะรู้ได้อย่างไรว่าชายหนุ่มผมดำมีมีดแบบนั้นอยู่กับตัว?