จอมอาคมกู้บัลลังก์

    บทที่ 48: กลลวงใต้เงาจันทร์

    หลายสัปดาห์ผ่านไป...ภายใต้การดูแลอย่างดีที่สุดในจวนเจ้าเมือง...ร่างกายของคำอินทร์ก็ฟื้นฟูจนกลับมาแข็งแกร่งดังเดิม...ไม่สิ...ต้องบอกว่าแข็งแกร่งยิ่งกว่าเดิม...เพราะบัดนี้เขาสามารถควบคุมและดึงพลังจากแก่นอาคมแผ่นดินมาใช้เยียวยาและเสริมสร้างร่างกายตนเองได้อย่างอิสระมากขึ้น


    แต่บรรยากาศในเมืองชากังราวกลับตึงเครียดยิ่งกว่าเดิม...


    กองทัพหลวงของพม่าที่นำโดยแม่ทัพเนเมียวสีหบดียังคงตั้งค่ายอยู่นอกเมือง...มันไม่ได้ถอยทัพกลับไป...และก็ไม่ได้บุกเข้ามา...มันทำเพียงแค่รอคอย...ปล่อยให้ความกลัวและความอ่อนล้ากัดกินจิตใจของเหล่าทหารและชาวเมืองไปทีละน้อย...มันคือสงครามประสาทที่ทำให้ทุกคนต้องข่มตาหลับไปพร้อมกับความไม่แน่นอนในทุกค่ำคืน


    คำอินทร์ใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการฝึกฝนพระคัมภีร์อสุรา...และเข้าร่วมประชุมวางแผนการรบกับเจ้าพระยาเพชรพิไชยและเหล่าขุนพลทุกวัน...บัดนี้...ไม่มีใครกล้าดูแคลนเขาอีกต่อไป...ทุกคนต่างยอมรับในสติปัญญาและความสามารถอันลึกลับของเด็กหนุ่มผู้นี้...แม้จะยังคงไม่เข้าใจที่มาที่ไปของเขาก็ตาม


    และแล้ว...ในคืนเดือนมืดคืนหนึ่ง...ในขณะที่เมืองทั้งเมืองกำลังตกอยู่ในความเงียบ...สิ่งที่ทุกคนหวาดกลัว...ก็ได้มาถึง


    ตึง! ตึง! ตึง! ตึง! ตึง!


    เสียงกลองรบของพม่าดังกระหึ่มขึ้นจากนอกกำแพง! เสียงของมันดังสนั่นหวั่นไหวราวกับจะทำให้แผ่นดินทลาย!


    "พวกมันบุกแล้ว!"


    เสียงตะโกนของทหารยามดังขึ้นทั่วทั้งแนวกำแพง! คบเพลิงถูกจุดขึ้นสว่างไสวไปทั่ว! ทหารสยามที่เตรียมพร้อมอยู่แล้วต่างวิ่งเข้าประจำตำแหน่งของตนเองด้วยความรวดเร็ว!


    คำอินทร์และเจ้าพระยาเพชรพิไชยวิ่งขึ้นมาบนหอสังเกตการณ์กลางเมืองทันที...ภาพที่เห็นเบื้องล่างนั้นน่าสะพรึงกลัวยิ่งนัก


    กองทัพพม่านับหมื่นกำลังเคลื่อนพลเข้ามาประชิดกำแพงเมือง! แต่ที่น่าแปลกคือ...พวกมันกลับมุ่งเป้าการโจมตีทั้งหมดไปที่จุดเดียว...ประตูเมืองหลักทางทิศใต้...จุดเดียวกับที่พวกมันเคยพ่ายแพ้ยับเยินในครั้งก่อน!


    หอรบและบันไดพาดจำนวนนับไม่ถ้วนถูกเข็นเข้ามา...ทหารพม่าระดมยิงธนูไฟขึ้นมาบนกำแพงราวกับห่าฝน! เสียงโห่ร้องกึกก้องดังประสานกับเสียงกลองรบจนน่าขนหัวลุก! มันคือการโจมตีแบบหมดหน้าตักที่ดูเหมือนจะไม่มีการวางแผนอันใดซับซ้อน


    "พวกมันคิดจะทำอะไรกันแน่" เจ้าพระยาเพชรพิไชยขมวดคิ้ว "โจมตีซ้ำที่จุดเดิมที่แข็งแกร่งที่สุด...นี่มันไม่สมกับเป็นกลยุทธ์ของเนเมียวสีหบดีเลยแม้แต่น้อย"


    "ท่านเจ้าคุณ! ข้าศึกเริ่มใช้ท่อนซุงทะลวงประตูแล้วขอรับ!" นายกองคนหนึ่งวิ่งขึ้นมารายงาน


    "สั่งให้ทหารทุกหน่วย! ระดมกำลังทั้งหมดไปป้องกันที่ประตูเมืองทิศใต้! อย่าให้มันพังเข้ามาได้เป็นอันขาด!" เจ้าพระยาเพชรพิไชยออกคำสั่งอย่างเด็ดขาด...แม้จะสงสัย...แต่เมื่อข้าศึกบุกเข้ามาซึ่งๆ หน้า...ก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องตั้งรับอย่างเต็มกำลัง


    การต่อสู้ที่ประตูเมืองเป็นไปอย่างดุเดือด...ทหารสยามสู้สุดชีวิตเพื่อปกป้องบ้านเมืองของตน...


    แต่คำอินทร์ที่ยืนอยู่ข้างๆ ท่านเจ้าเมือง...กลับรู้สึกถึงความผิดปกติบางอย่าง...


    เขายืนนิ่ง...หลับตาลง...แล้วเปิดใช้ "จิตสัมผัสกระแส"...


    เขามองข้ามภาพความโกลาหลเบื้องหน้า...แล้วแผ่สัมผัสแห่งจิตของตนเองออกไปให้กว้างที่สุด...กว้างจนครอบคลุมเมืองทั้งเมืองและกองทัพพม่าที่อยู่รายล้อม


    แล้วเขาก็พบมัน...


    ใช่...กระแสพลังที่ประตูเมืองทิศใต้นั้นรุนแรงและบ้าคลั่ง...แต่มันเป็นเพียงพลังของทหารเลวจำนวนมากที่ถูกส่งมาเป็นเหยื่อล่อ...


    แต่กระแสพลังที่แท้จริง...กระแสพลังที่เย็นเยียบ...เฉียบคม...และเต็มไปด้วยจิตสังหารอันบริสุทธิ์ของเหล่า "ยอดฝีมือ"...มันกลับไม่ได้อยู่ที่นั่น!


    จิตของคำอินทร์ไล่ตามกระแสพลังอันน่ากลัวนั้นไป...แล้วเขาก็พบว่า...มันกำลังเคลื่อนที่อย่างเงียบงัน...ภายใต้เงาแห่งความมืด...มุ่งหน้าไปยังทิศทางตรงกันข้ามโดยสิ้นเชิง!


    กำแพงเมืองฝั่งตะวันออก!


    บริเวณนั้นเป็นแนวกำแพงเก่าแก่ที่ติดกับเขตป่าช้าและวัดร้างโบราณ...เป็นจุดที่การป้องกันเบาบางที่สุด...เพราะสภาพภูมิประเทศนั้นยากต่อการที่กองทัพขนาดใหญ่จะเข้าโจมตีได้...แต่สำหรับหน่วยลอบสังหารขนาดเล็กที่มีแต่ยอดฝีมือ...มันคือจุดที่สมบูรณ์แบบที่สุด!


    "ท่านเจ้าคุณ! แย่แล้วขอรับ!" คำอินทร์ลืมตาขึ้นแล้วหันไปกล่าวกับเจ้าเมืองทันที "การโจมตีที่ประตูเมืองเป็นเพียงแผนลวง!"


    "เจ้าหมายความว่าอย่างไร คำอินทร์!"


    "ข้าสัมผัสได้ถึงพลังของพวกมัน! เป้าหมายที่แท้จริงคือกำแพงฝั่งตะวันออก! พวกมันส่งหน่วยกล้าตายที่มีแต่ยอดฝีมือลอบเข้าไปโจมตีจุดนั้น! ป่านนี้พวกมันอาจจะขึ้นไปบนกำแพงได้แล้ว!"


    เหล่าขุนพลที่ยืนอยู่รอบๆ ต่างมองหน้ากันด้วยความไม่เชื่อถือ


    "เป็นไปได้อย่างไร! การโจมตีใหญ่โตถึงเพียงนี้จะเป็นแผนลวงไปได้อย่างไร!" นายทหารคนหนึ่งคัดค้าน "หากเราถอนกำลังจากประตูเมืองไปตอนนี้...แล้วนั่นคือการโจมตีจริง...เมืองได้พังพินาศกันพอดี!"


    "ข้าเห็นด้วยกับท่านขุน" อีกคนเสริม "เราจะเชื่อความรู้สึกของเด็กเพียงคนเดียว...แล้วทิ้งแนวป้องกันหลักไปไม่ได้!"


    เจ้าพระยาเพชรพิไชยตกอยู่ในสถานการณ์ที่ต้องตัดสินใจอย่างยากลำบากที่สุด...เหตุผลและประสบการณ์ทางการทหารทั้งหมดของท่านบอกว่าควรจะป้องกันที่ประตูเมือง...แต่ความเชื่อมั่นและสัญชาตญาณที่มีต่อเด็กหนุ่มปริศนาผู้นี้...กลับร่ำร้องให้ท่านเชื่อเขา...


    ท่านมองลึกเข้าไปในดวงตาของคำอินทร์...แล้วท่านก็ได้เห็นความแน่วแน่และความจริงจังที่ไม่อาจโกหกได้...


    "ข้าเชื่อเจ้า...คำอินทร์" ท่านเจ้าเมืองกล่าวออกมาในที่สุด...สร้างความตกตะลึงให้แก่เหล่าขุนพลทุกคน


    "แต่ข้าจะถอนกำลังทั้งหมดไปไม่ได้...ข้าจะมอบทหารองครักษ์ฝีมือดีที่สุดของข้าให้เจ้าห้าสิบนาย!" ท่านชี้มาที่คำอินทร์ "จงนำพวกเขาไปที่กำแพงฝั่งตะวันออก...ไปพิสูจน์ให้ข้าและทุกคนได้เห็น...ว่าลางสังหรณ์ของเจ้าถูกต้อง!"


    "ส่วนข้า...จะคุมกำลังหลักอยู่ที่นี่ต่อไป!"


    คำอินทร์พยักหน้ารับคำอย่างหนักแน่น...เขาไม่ต้องการทหารมากกว่านี้...เพราะเขารู้ดีว่าศัตรูที่เขากำลังจะไปเผชิญหน้า...ไม่ใช่ศัตรูที่สามารถเอาชนะได้ด้วยจำนวนคน...


    "ไป! เร็วเข้า! ทุกวินาทีมีค่า!" เจ้าพระยาเพชรพิไชยสั่งการ


    คำอินทร์ไม่รอช้า...เขากระโจนลงจากหอสังเกตการณ์...แล้วมุ่งหน้าไปยังจุดรวมพลของทหารองครักษ์ทันที...


    เบื้องหลังของเขา...คือเสียงกัมปนาทของสงครามที่ประตูเมือง...


    แต่เบื้องหน้าของเขา...คือความเงียบ...และความตายที่กำลังคืบคลานเข้ามา...โดยที่ยังไม่มีใครรู้ตัว...

    คล้ายกับเรื่องจอมอาคมกู้บัลลังก์ ที่คุณอ่าน