**ปฐมบทแห่งการเผชิญหน้าถนนสีเลือดใต้แสงนีออน**
สายฝนกรดปราณยังคงโปรยปรายลงมาชะล้างความโสมมของ'ปราการผู้ร่วงหล่น' อย่างไม่ขาดสาย ทว่าบรรยากาศในยามนี้กลับตึงเครียดและอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออกภาพโฮโลแกรมปราณสว่างจ้าที่ฉายใบหน้าของหลินเทียนลอยเด่นอยู่เหนือตึกระฟ้าและตรอกซอกซอยทุกแห่งในสลัมไซเบอร์พังค์แห่งนี้ตัวเลขค่าหัวมหาศาลที่สวรรค์ตั้งไว้ ได้ปลุกสัญชาตญาณความโลภของสัตว์ร้ายในคราบมนุษย์ให้ตื่นขึ้น
เมื่อหลินเทียนก้าวเท้าออกจากเงามืดของตรอกแคบแสงไฟนีออนสีแดงและม่วงจากป้ายร้านค้าสาดกระทบใบหน้าที่หล่อเหลาทว่าราบเรียบของเขาเรือนร่างท่อนบนที่เปลือยเปล่าไร้รอยแผลเป็นแผ่กลิ่นอายที่สงบนิ่งประหนึ่งมนุษย์ธรรมดาที่ไม่มีลมปราณ ทว่าเบื้องหลังความสงบนั้นคือสภาวะ 'คืนสู่สามัญ' ที่หลอมรวมสัจธรรมแห่งการทำลายล้างและแสงสว่างเข้าด้วยกันอย่างสมบูรณ์แบบ
เบื้องหน้าของเขา...ถนนสายหลักที่เคยวุ่นวาย บัดนี้ถูกปิดล้อมด้วยกองทัพผู้ฝึกตนกว่าห้าร้อยชีวิต!
พวกมันไม่ใช่ทหารองครักษ์เกราะทองคำทว่าพวกมันคือ **'สหพันธ์นักล่าค่าหัว'** แหล่งรวมสวะที่อันตรายที่สุดในเมืองชั้นล่างพวกมันดัดแปลงร่างกายด้วยเศษชิ้นส่วนอสูรและกลไกเวทมนตร์ (Cyber-Cultivators)สวมเกราะสนิมเขรอะที่เปื้อนคราบเลือดอาวุธในมือมีทั้งปืนใหญ่ปราณวิญญาณ ดาบเลื่อยไฟฟ้า และโซ่ตรวนหนามที่อาบด้วยยาพิษ
ผู้ที่ยืนอยู่แนวหน้าคือ **'จ้านขุย' (Zhan Kui- คนเชือดเหล็ก)**หัวหน้านักล่าค่าหัวผู้มีร่างกายซีกซ้ายเป็นเครื่องจักรสังหารขนาดยักษ์ระดับพลังของมันอยู่กึ่งกลางระหว่าง 'ผสานจิตวิญญาณขั้นต้น' ดวงตาจักรกลสีแดงสแกนมองหลินเทียนตั้งแต่หัวจรดเท้าก่อนจะแสยะยิ้มจนเห็นฟันเหล็ก
"ฮ่าๆๆ! สวรรค์มีตาจริงๆ!ข้ากะจะมาดักรอโชคเผื่อฟลุ๊ค แต่ไม่นึกเลยว่าโอสถระดับจักรพรรดิจะเดินมาส่งตัวถึงหน้าบ้าน!" จ้านขุยหัวเราะลั่นเสียงโลหะกระทบกันดังกราว "ไอ้หนุ่ม...ดูจากสภาพของแกที่ไม่มีลมปราณแผ่ออกมาเลย คงจะบาดเจ็บหนักจากสมรภูมิดาราจนรากฐานพังทลายล่ะสิ!ยอมให้ข้าตัดหัวซะดีๆ จะได้ไม่ต้องเจ็บปวด!"
เหยียนฟานที่เดินตามหลังหลินเทียนออกมาชักหอกเพลิงขึ้นตั้งท่า "หลินเทียน พวกมันมีกันเป็นร้อย...แถมอาวุธกลไกพวกนั้นก็ยิงทะลวงเกราะได้สบายๆ ข้าจะเปิดทางให้เจ้าพาแม่นางเซียวเฉียนหนีไปซะ!"
เซียวเฉียนกางร่มกระดาษเคลือบน้ำมันสีฟ้าอ่อนนางก้าวขึ้นมายืนเคียงข้างหลินเทียน ดวงตาสีฟ้าใสทอประกายเด็ดขาด"ข้าทรยศต่อนครสวรรค์แล้ว เหยียนฟาน... ข้าไม่มีที่ให้กลับไปอีก หากจะสู้เราก็จะสู้ด้วยกัน"
ทว่าหลินเทียนกลับยกมือขึ้นห้ามทั้งสองคนเบาๆ
เขาก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างเชื่องช้าสองมือไพล่หลัง ปราศจากการป้องกัน ปราศจากความหวาดกลัว ดวงตาสี sapphire ของเขาจ้องมองไปยังกองทัพนักล่าค่าหัวนับร้อยด้วยความเวทนา
> **"พวกเจ้ามองเห็นค่าหัวมหาศาลที่สวรรค์ตั้งไว้...ทว่าพวกเจ้าไม่เคยมองย้อนกลับไปดูเลยว่า 'คอ' ของพวกเจ้า แข็งแกร่งพอที่จะแบกรับค่าหัวนั้นหรือไม่...ความโลภที่ปราศจากการประเมินตนเอง มันก็คือการฆ่าตัวตายดีๆ นี่เอง"**
**สัจธรรมแห่งความว่างเปล่าการลบเลือนโดยไร้คมกระบี่**
"ปากดีนัก!สภาพร่อแร่แบบนี้ยังกล้าสั่งสอนพวกข้า! ยิงมันให้พรุน!" จ้านขุยตวาดลั่นยกปืนใหญ่ปราณวิญญาณที่แขนซ้ายขึ้นเล็ง!
*ปัง! ปัง! ปัง! บูมมม!*
สิ้นคำสั่ง ห่าฝนกระสุนพลังจิตเลเซอร์ปราณพิษ และลูกศรระเบิดนับพันลูกพุ่งทะยานจากปากกระบอกปืนและหน้าไม้ของนักล่าค่าหัวนับร้อย พุ่งแหวกม่านฝนกรดตรงเข้าหาหลินเทียนดุจพายุเพลิงมรณะ!การโจมตีนี้ทรงพลังพอที่จะลบตึกระฟ้าให้หายไปในพริบตา!
เหยียนฟานเบิกตากว้าง "หลินเทียน!หลบ!"
ทว่า หลินเทียนยังคงก้าวเดินต่อไป!
*วูบบบบ!*
พริบตาที่กระสุนและเวทมนตร์ทำลายล้างกำลังจะสัมผัสผิวหนังของเขาปรากฏการณ์ที่ขัดต่อกฎของฟิสิกส์และลมปราณก็อุบัติขึ้น!ไม่มีม่านพลังสีม่วงทองระเบิดออกมารับการโจมตี ไม่มีเสียงปะทะกึกก้อง!
อาวุธและพลังปราณเหล่านั้นเมื่อเข้าใกล้หลินเทียนในรัศมีหนึ่งวา... พวกมันกลับ **'สลายตัว'** กลายเป็นละอองแสงสีขาวบริสุทธิ์ และร่วงหล่นลงพื้นประหนึ่งหิมะที่ละลายในฤดูใบไม้ผลิ!
"อะ... อะไรกัน!"จ้านขุยเบิกตาจักรกลกว้างจนแทบถลน "ปืนใหญ่ของข้ายิงไม่เข้า!? ไม่สิ!มันสลายไปก่อนที่จะกระทบเป้าหมายด้วยซ้ำ!"
นี่คือผลลัพธ์ของการหลอมรวม 'แสงแห่งการชำระล้าง' ของทูตสวรรค์ เข้ากับ 'สัจธรรมมังกร' ของหลินเทียน! ร่างกายของเขาในยามนี้ คือ 'ความว่างเปล่าที่สมบูรณ์แบบ' การโจมตีที่มีเจตจำนงต่ำกว่าระดับจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์จะถูกกฎแห่งสวรรค์ในตัวเขาย่อยสลายให้กลับคืนสู่ความว่างเปล่าโดยอัตโนมัติ!
หลินเทียนเดินฝ่าห่าฝนกระสุนที่กลายเป็นเพียงละอองแสงเข้าไปหยุดอยู่เบื้องหน้าจ้านขุยที่ตัวสั่นเป็นเจ้าเข้า
"แก...แกเป็นตัวอะไรกันแน่!" จ้านขุยเสียงสั่น มันพยายามจะเงื้อดาบเลื่อยไฟฟ้าฟันใส่หลินเทียนในระยะประชิด
หลินเทียนไม่ได้ชักกระบี่มังกรพลิกฟ้าเขาเพียงแค่ยกนิ้วชี้ขวาขึ้น และแตะเบาๆ ไปที่เกราะหน้าอกของจ้านขุย
> **"เมื่อความโลภนำพาเจ้ามาสู่ขุมนรก...ข้าก็จะมอบความว่างเปล่า เป็นรางวัลตอบแทน"**
*ตึก...*
เสียงปลายนิ้วสัมผัสเกราะโลหะดังกังวานแผ่วเบาทว่าพริบตานั้น!
"อ๊ากกกกกกกก!"
จ้านขุยแผดเสียงร้องโหยหวนอย่างสุดเสียง!รอยร้าวสีขาวสว่างจ้าปรากฏขึ้นจากจุดที่หลินเทียนสัมผัสก่อนที่มันจะลุกลามไปทั่วชุดเกราะและร่างกายของมันอย่างรวดเร็ว!เนื้อหนังและเครื่องจักรของนักล่าค่าหัวระดับผสานจิตวิญญาณ **'สลายตัวกลายเป็นเถ้าธุลีสีขาว'** ปลิวไปตามสายลมในเวลาเพียงสามลมหายใจ!
ไม่มีเลือดหลั่งไหลไม่มีเศษซากหลงเหลือ จ้านขุยถูกลบเลือนออกจากโลกนี้อย่างสมบูรณ์แบบเพียงแค่การแตะด้วยปลายนิ้ว!
ความเงียบสงัดระดับป่าช้าเข้าปกคลุมถนนสีเลือดทันที!นักล่าค่าหัวอีกสี่ร้อยกว่าคนที่เหลือ ขาทั้งสองข้างอ่อนปวกเปียกอาวุธในมือร่วงหล่นลงพื้นดังกราว! ความโลภที่เคยมีมลายหายไปสิ้นแทนที่ด้วยความหวาดกลัวระดับสุดขีดที่สลักลึกลงไปในจิตวิญญาณ!
"ปะ... ปีศาจ!มันคือตัวแทนของความตาย!"
เสียงกรีดร้องด้วยความหวาดผวาดังขึ้นก่อนที่กองทัพนักล่าค่าหัวนับร้อยจะหันหลังวิ่งหนีเอาชีวิตรอดกันอย่างแตกตื่นเหยียบย่ำกันเองเพื่อหนีให้ห่างจากชายหนุ่มผู้มีดวงตาสี sapphire ผู้นี้ให้เร็วที่สุด!
หลินเทียนไม่ได้ตามล่าเขาลดมือลงอย่างเงียบเชียบ ปล่อยให้สวะเหล่านั้นวิ่งหนีไปกระจายข่าวความน่าสะพรึงกลัวของเขา
เหยียนฟานเดินเข้ามาใกล้ๆพร้อมกับอ้าปากค้าง "สหาย... พลังของเจ้า... มันก้าวข้ามขอบเขตของ 'มนุษย์' ไปไกลจนข้าตามไม่ทันแล้วนะแค่เอานิ้วแตะก็กลายเป็นเถ้าธุลี? นี่เจ้าแอบไปบรรลุเป็นเทพเจ้ามาตอนไหนเนี่ย!"
เซียวเฉียนมองดูแผ่นหลังของหลินเทียนแววตาของนางเต็มไปด้วยความหวังที่ซับซ้อน"นั่นคือสัจธรรมที่หลอมรวมกับกฎของสวรรค์... หลินเทียน เจ้าได้กลายเป็น 'ผู้คุมกฎ' ในแบบของเจ้าเองแล้ว"
หลินเทียนหันกลับมามองทั้งสองคน"เก็บคำชมไว้เถอะ การลบเลือนพวกมดปลวกไม่ได้พิสูจน์อะไร... ศัตรูที่แท้จริงรอพวกเราอยู่เบื้องบน" เขางยหน้าขึ้นมองทะลุม่านฝนกรดไปยังเบื้องบนที่ซึ่งโครงสร้างขนาดยักษ์บดบังท้องฟ้าอยู่
"เราจะไปที่นั่น... **'ประตูสวรรค์' (TheHeavenly Gate)**"
**มุ่งสู่สวรรค์ชั้นฟ้าและทางแยกของเทพธิดา**
การเดินทางจากปราการผู้ร่วงหล่นขึ้นสู่เกาะหยกชั้นบนสุดไม่สามารถใช้ลิฟต์เวทมนตร์หรือเรือเหาะได้อีกต่อไปเพราะระบบรักษาความปลอดภัยของนครสวรรค์ถูกล็อคดาวน์ทั้งหมดทางเดียวที่จะก้าวขึ้นไปถึง 'ยอดเขาโอลิมปัสแห่งสวรรค์' คือการฝ่าทะลวง **'ประตูสวรรค์'** ปราการด่านสุดท้ายที่แบ่งแยกชนชั้นล่างและชนชั้นปกครองออกจากกันอย่างเด็ดขาด
หลินเทียน เหยียนฟาน และเซียวเฉียนเดินก้าวไปตามถนนที่ทอดยาวขึ้นสู่เนินเขาโลหะ ตลอดสองข้างทางผู้คนในสลัมไซเบอร์พังค์ต่างพากันแง้มหน้าต่างและซ่อนตัวอยู่ในเงามืดมองดูพวกเขาทั้งสามคนด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวและความหวังที่ริบหรี่ข่าวการสังหารจ้านขุยด้วยนิ้วเดียวทำให้ไม่มีนักล่าค่าหัวคนใดกล้ามาขวางทางพวกเขาอีก
เมื่อเดินมาถึงสุดทางทัศนียภาพเบื้องหน้าก็ทำให้เหยียนฟานต้องเบิกตากว้าง
มันคือกำแพงที่สร้างจาก 'หยกขาวและทองคำ' สูงตระหง่านจนมองไม่เห็นยอดทอดยาวขวางกั้นขอบฟ้าทั้งสองฝั่งอย่างไร้ที่สิ้นสุด!ตรงกลางกำแพงคือบานประตูยักษ์ที่สลักลวดลายทวยเทพและมังกรเรืองแสงสีทองอร่ามบรรยากาศรอบประตูเต็มไปด้วยปราณสวรรค์ที่เข้มข้นจนแทบจะกลั่นตัวเป็นหยดน้ำ
ที่หน้าประตูสวรรค์ กองทัพ 'องครักษ์เกราะทองคำ' (GoldenHeavenly Guards) กว่าหนึ่งพันนายยืนตั้งกระบวนทัพปิดกั้นทางเข้าอย่างแน่นหนา!พวกมันทุกคนล้วนอยู่ระดับผสานจิตวิญญาณขั้นต้นและมีหัวหน้าหน่วยระดับผสานจิตวิญญาณขั้นกลางถึงสี่คน!ค่ายกลป้อมปืนเลเซอร์ปราณถูกติดตั้งเรียงรายบนกำแพง เล็งตรงมาที่พวกเขาทั้งสาม
"หยุดอยู่ตรงนั้น!กบฏนิรนาม!" หัวหน้าองครักษ์เกราะทองคำตวาดก้องผ่านโทรโข่งปราณ"เบื้องหน้านี้คือประตูสู่สวรรค์ชั้นฟ้าเขตแดนขององค์จักรพรรดิและสภาผู้อาวุโส! หากแกก้าวเข้ามาอีกเพียงหนึ่งก้าวพวกข้าจะสับแกให้เละ!"
เหยียนฟานหมุนหอกเพลิงในมือเปลวไฟสีแดงชาดลุกโชน "หนึ่งพันคน... แลกกับสลัมที่น่าเบื่อหน่ายนี้ก็ถือว่าเป็นการวอร์มอัพที่ดีก่อนไปเจอของจริงล่ะนะ"
ทว่า ก่อนที่เหยียนฟานจะพุ่งตัวออกไปเซียวเฉียนกลับเดินก้าวขึ้นมาเบื้องหน้าของหลินเทียนและเหยียนฟาน
นางกางร่มกระดาษเคลือบน้ำมันสีฟ้าอ่อนออกอีกครั้งแสงสว่างสีฟ้าบริสุทธิ์แผ่ซ่านครอบคลุมร่างของนาง เรือนผมสีดำสลวยพลิ้วไหวกลิ่นอายของ 'ผู้สืบทอดแห่งวิหารพิสุทธิ์' ที่ทรงอำนาจที่สุด แผ่กระจายออกมากดทับกองทัพองครักษ์จนหอกในมือของพวกมันสั่นสะท้าน!
"แม่นางเซียวเฉียน..."หัวหน้าองครักษ์ชะงักงัน "ท่านเป็นถึงผู้สืบทอดแห่งวิหารพิสุทธิ์!เหตุใดจึงมาอยู่กับพวกกบฏ! โปรดหลีกทางเถิด ขอรับ!"
เซียวเฉียนส่ายหน้าช้าๆดวงตาของนางเต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยวและสัจธรรมที่แน่วแน่
> **"วิหารพิสุทธิ์ที่ข้าเคยศรัทธา...สอนให้ข้าปกป้องความสมดุลของโลก ทว่าเมื่อข้าได้เห็นความจริง ข้าจึงได้รู้ว่าสมดุลที่แท้จริง ไม่ได้เกิดจากการกดขี่และลบล้างผู้ที่อ่อนแอกว่า...หากสวรรค์ของพวกเจ้า คือการกักขังและทำลายล้างเพื่อรักษาอำนาจ... ข้าเซียวเฉียนผู้นี้ ก็ขอละทิ้งฐานะผู้สืบทอดและขอเป็นศัตรูกับสวรรค์จอมปลอมแห่งนี้!"**
สิ้นคำประกาศที่สั่นสะเทือนสวรรค์เซียวเฉียนหมุนร่มกระดาษในมือ!
**"มหาเวทเหมันต์พิสุทธิ์:บุปผาเยือกแข็งพันปี!"**
*คลื่นนนนน!*
กระแสความเย็นระดับศูนย์สัมบูรณ์ที่ทรงพลังยิ่งกว่าเจี้ยนอู๋ซวงนับสิบเท่าพุ่งทะยานแหวกอากาศเข้าใส่กองทัพองครักษ์!ดอกบัวน้ำแข็งขนาดยักษ์นับร้อยดอกเบ่งบานขึ้นกลางอากาศ แช่แข็งอาวุธป้อมปืนเลเซอร์ และกระบวนทัพขององครักษ์เกราะทองคำกว่าครึ่งให้กลายเป็นรูปปั้นน้ำแข็งในพริบตา!
"นางทรยศ! โจมตี!"หัวหน้าองครักษ์คำรามลั่น พยายามจะฝ่าพายุหิมะเข้ามา
"ทางนี้ข้าจัดการเองหลินเทียน!"เซียวเฉียนหันมามองหลินเทียนด้วยรอยยิ้มที่งดงามที่สุดเท่าที่เขาเคยเห็น"ประตูสวรรค์บานนั้น มีเพียงพลังทำลายล้างของเจ้าเท่านั้นที่จะเปิดมันได้...จงไปซะ! ไปทุบบัลลังก์ของพวกมันให้แหลก!"
"ลุยเลยสหาย! พวกมดปลวกนี่ข้ากับแม่นางเซียวเฉียนจะเตะก้นพวกมันเอง!" เหยียนฟานพุ่งทะยานเข้าผสมโรงเปลวไฟสีแดงชาดผสานกับพายุหิมะสีฟ้า สร้างปรากฏการณ์ที่งดงามและอันตรายที่สุด!
**กระบี่นิรนามเบิกฟ้าและการพังทลายของประตูสวรรค์**
หลินเทียนพยักหน้าให้ทั้งสองคนเขาก้าวเดินฝ่าสมรภูมิที่เพื่อนทั้งสองกำลังสกัดกั้นศัตรูให้ไม่มีองครักษ์คนใดสามารถหลุดรอดเข้ามาใกล้เขาได้แม้แต่คนเดียว
เขาก้าวมาหยุดอยู่เบื้องหน้า 'ประตูสวรรค์' บานยักษ์ที่สูงตระหง่านเทียมเมฆ!ประตูที่สร้างจากหยกและทองคำ ถูกลงอักขระเวทป้องกันระดับจักรพรรดิว่ากันว่าต่อให้ใช้พลังระดับผสานจิตวิญญาณขั้นสูงสุดโจมตีติดต่อกันร้อยปีก็ไม่มีวันเกิดรอยขีดข่วน
หลินเทียนแหงนหน้ามองความยิ่งใหญ่จอมปลอมนั้นรอยยิ้มเย็นชาปรากฏขึ้นที่มุมปาก
เขาค่อยๆ ยกมือขวาขึ้นจับด้าม **'กระบี่มังกรพลิกฟ้า'** ที่เอว
> **"ประตูที่ถูกปิดตายเพื่อกีดกันผู้คนจากความจริง... มันก็เป็นแค่ 'กำแพงของคนขี้ขลาด' เท่านั้น... และกระบี่ของข้าเกิดมาเพื่อผ่าความขี้ขลาดนั้น ให้ขาดเป็นสองซีก!"**
*กิ๊งงงงงงงงงงงงง!*
เสียงชักกระบี่มังกรพลิกฟ้าดังกังวานประหนึ่งระฆังแห่งการพิพากษา!
พริบตาที่ใบดาบสีดำขลับหลุดออกจากฝัก!ปราณอัสนีสีม่วงทองที่หลอมรวมกับแสงสว่างสีขาวบริสุทธิ์ระเบิดออกมารุนแรงดุจซูเปอร์โนวา! ออร่าของหลินเทียนแผ่ขยายออกไปบดบังท้องฟ้ารัศมีพลังของเขาในยามนี้ เหนือล้ำกว่าสิ่งมีชีวิตใดๆ ในมหาทวีป!
หลินเทียนกำด้ามกระบี่ด้วยสองมือรวบรวมสัจธรรมแห่งการทำลายล้างและการถือกำเนิดใหม่บีบอัดลงสู่คมกระบี่เพียงหนึ่งเดียว!
**"วิชากระบี่นิรนามกระบวนท่าที่แปด: มังกรทลายสวรรค์ เบิกมรรคาสัจธรรม!" (8th Stance:Dragon Shattering Heaven, Opening the Dao Path!)**
หลินเทียนฟาดกระบี่สีม่วงทองและขาวบริสุทธิ์เข้าปะทะกับบานประตูสวรรค์ขนาดยักษ์อย่างสุดกำลัง!
*ตูมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม!*
แสงสว่างจ้าจนทำให้นครสวรรค์ทั้งเมืองสว่างไสวประหนึ่งเวลากลางวัน!คลื่นกระแทกมหาศาลซัดเอาเมฆาบนท้องฟ้าให้แตกกระจาย!เสียงระเบิดดังกัมปนาทสะเทือนเลื่อนลั่นไปถึงชั้นบรรยากาศ!
ไม่มีการต้านทาน! ไม่มีการยื้อยุด!
อักขระเวทระดับจักรพรรดิบนบานประตูถูกปราณกระบี่ของหลินเทียน 'กัดกินและทำลาย' ในเสี้ยววินาที! คมกระบี่ฟันฝ่าเนื้อหยกและทองคำหั่นประตูสวรรค์ขนาดยักษ์ที่มีความหนากว่าสิบวา ให้ **'ขาดครึ่งและระเบิดออกเป็นชิ้นๆ'**!
เศษหยกและทองคำนับล้านชิ้นร่วงหล่นลงมาประหนึ่งห่าฝนดาวตก!กำแพงที่เคยเป็นสัญลักษณ์แห่งความหยิ่งยโสของสวรรค์บัดนี้พังทลายลงเปิดทางโล่งกว้าง!
เสียงสัญญาณเตือนภัยสีแดงดังลั่นไปทั่วทุกเกาะในนครสวรรค์ชั้นบน!ผู้อาวุโสและขุนนางนับหมื่นคนต่างผุดลุกขึ้นจากบัลลังก์ด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด!
หลินเทียนค่อยๆ ลดกระบี่ลงเขายืนอยู่บนซากปรักหักพังของประตูสวรรค์ทอดสายตามองบันไดหยกขาวที่ทอดยาวขึ้นไปสู่ 'ยอดเขาโอลิมปัส' ที่ซ่อนตัวอยู่ในหมู่เมฆสีทองเบื้องบน
"ทางเปิดแล้ว..."หลินเทียนเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าดังกังวานไปถึงสวรรค์ชั้นเก้า"พวกขุนนางที่ซ่อนตัวอยู่เบื้องบน จงล้างคอรอไว้เถิด เพราะมังกร...กำลังจะไปทวงบัลลังก์คืนแล้ว"
การบุกเบิกเส้นทางสู่ความจริงได้เริ่มต้นขึ้นแล้วสงครามที่จะสั่นคลอนรากฐานของพระเจ้า กำลังจะอุบัติขึ้น ณ ยอดสูงสุดของนครสวรรค์!
**จบบทที่ 57(การเปิดประตูสู่ยอดเขาโอลิมปัส)**