“ แม่รู้ว่าณัฐจะต้องลำบากใจ แต่แม่ก็จะขอฝากผู้หญิงคนนั้นไว้ในฐานะภรรยาของณัฐแค่ชั่วคราวเท่านั้น โดยณัฐแค่เข้าพิธีแต่งงานกับเขาซึ่งเป็การแต่งแต่เพียงในนาม ไม่ต้องไปยุ่งเกี่ยวอะไรด้วย แล้วแม่จะรีบตามนายนนท์ให้กลับมารับผิดชอบหน้าที่นี้ของตัวเองโดยเร็วที่สุด”
ฟังแม่นีพูดเหมือนเป็เื่ง่าย แต่ณัฐพลก็ทำสีหน้าปั้นยากกับเื่ที่ถูกขอร้อง เขากลืนน้ำลายแทบไม่ลงคอ
“ถ้าผมต้องเข้าพิธีแต่งงานแทนนายนนท์จริงๆ แล้วทางโน้นเขาจะจำไม่ได้หรือครับว่าใครเป็ใคร ถ้าหากเขามารู้ทีหลังมันก็นับได้ว่าเข้าข่ายการผิดสัญญาเหมือนกัน”
“เราก็ต้องไม่ให้เขารู้เด็ดขาดว่าณัฐไม่ใช่นนท์ พวกเขาคงจำนายนนท์ไม่ได้เพราะเจอกันครั้งสุดท้ายตอนที่นายนนท์อายุแค่เจ็ดขวบ แล้วในการแต่งงานครั้งนี้ทางโน้นก็จะส่งลูกสาวของเขาให้เดินทางมาเข้าพิธีเพียงลำพัง ซึ่งเด็กนั้นไม่เคยเจอนายนนท์มาก่อน”
ให้ตายสิ ทำไมเขาต้องมาเจอกับเื่ประหลาดๆอย่างนี่ด้วย อะไรไม่ร้ายเท่าที่เขาจะต้องร่วมทำเื่ประหลาดไปด้วยนี่สิ เขาปฏิเสธไม่ได้หรอกเพราะแม่นีมีบุญคุณกับเขามากและเขาก็รักท่านมากเกินกว่าจะทนเห็นท่านเป็ทุกข์ได้โดยไม่ขยับตัวช่วยทำอะไรเลย
“ ถ้านายนนท์กลับมาแล้วถึงตอนต้องเปลี่ยนตัวคืนเราจะทำอย่างไรกันดีครับ”
เขายังนึกถึงปัญหาที่มีแนวโน้มว่าจะตามอีกแบบไม่มีที่สิ้นสุด
“ เื่นั้นเอาไว้ค่อยหาทางแก้ทีหลัง ตอนนี้เอาแค่ปัญหาเฉพาะหน้าให้รอดไปก่อน”
ณัฐพลกลืนน้ำลายลงคออย่างยากเย็น แต่ก็นั้นแหละ ตอนนี้เขาก็ยังคิดหาทางออกอื่นไม่เจอเหมือนกัน
๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐
คุณนลินีเดินทางไปญี่ปุ่นแล้วเพื่อตามตัวบุตรชาย โดยทิ้งปัญหาที่หนักอึ้งอีกก้อนหนึ่งไว้ให้หลานชาย ณัฐพลต้องรีบจัดเตรียมงานแต่งงานไว้รอพร้อมๆกับภาวนาให้แม่นีตามตัวนนทพัทธ์กลับมาได้ทันเวลา แต่เวลายิ่งผ่านไปความหวังของชายหนุ่มก็ยิ่งริบหรี่ลงทุกขณะ นี่เขาจะต้องเสียความโสดไปให้ใครก็ไม่รู้จริงๆเหรอ เทวดาองค์ไหนหรือซาตานตนใดแกล้งให้เขาต้องเจอกับเื่บ้าๆแบบนี้น่ะ
และเมื่อต้องแต่งในนามของนนทพัทธ์แล้วเขาจะตอบคำถามของแเื่ที่รู้จักทั้งตัวเขาและนนทพัทธ์ว่าอย่างไรดีเล่า ชายหนุ่มคิดหาทางจนหัวแทบะเิ แต่ต่อให้หัวของเขาต้องะเิไปจริงๆ เขาก็ไม่อาจหลีกเลี่ยงภารกิจสำคัญในครั้งนี้ไปได้ ยกเว้นเสียแต่ว่าเขาจะไม่สนใจแล้วว่าแม่นีที่เลี้ยงเขามาั้แ่อายุสิบขวบจะเป็ทุกข์เป็ร้อนอย่างไร และนนทพัทธ์ญาติผู้น้องที่เติบโตขึ้นมาพร้อมๆกับเขาด้วยความสนิทสนมและผูกพันจะสิ้นเนื้อประดาตัวเพราะถูกยึดทรัพย์สินไปหมดหรือเปล่าเมื่อกลับมา ซึ่งแน่นอนว่าเขาทำไม่ได้ เขาไม่ใจดำและเห็นแก่ตัวมากพอ
นอกจากนั้นแล้วตัวของเขาก็ต้องไปยื่นเื่ลาพักร้อนที่บริษัททำงานของตน เพราะระหว่างที่ต้องรับสมอ้างเป็นนทพัทธ์นี้เขาจะต้องกลับเข้าไปอยู่ที่บ้านหลังใหญ่ของคุณนลินีและอาจจะต้องเข้าไปดูแลงานที่บริษัทแทนนนทพัทธ์ด้วย ซึ่งคงไม่สนุกแน่ๆหากจะต้องวิ่งพล่านทำทุกๆอย่างพร้อมกัน โชคดีที่เขาไม่เคยลาพักร้อนมาตั้งสามปีแล้วดั่งนั้นเมื่อยื่นเื่ไปจึงได้รับอนุมัติทันที และขณะที่เขากำลังเก็บของที่ห้องทำงานอยู่นั้น เปรมวดีก็เข้ามา
“ คุณจะลางานไปไหนตั้งเป็เดือนคะณัฐ”
สาวสวยทำเสียงเง้างอนใส่เขา คงรู้เื่ที่เขาลางานมาจากพ่อของเธอนั้นเอง ณัฐพลปรายตามองหญิงสาวเล็กน้อยในขณะที่มือก็เก็บของไป
“ ทำเื่บอกว่าลาพักร้อน ผมก็ต้องไปพักร้อนสิครับ”
“ ไปที่ไหนค่ะ”
เปรมวดียังเซ้าซี้ถามเอาความจากเขา
“ ยังไม่ทราบเลยครับ”
เขาตอบไปเรื่อยๆอย่างไม่ใส่ใจ
“ ให้วดีไปด้วยนะค่ะ”