ณ ถ้ำบรรพชน – ปากทางสู่แสงสว่าง
เสียงฝีเท้าหนักแน่นเดินเข้ามาจากปากถ้ำใต้เงาหินสูง หลี่หมิงที่กำลังฝึกกระบวนยุทธ์ผนึกลมปราณเงยหน้าขึ้นอย่างช้า ๆ ร่างในชุดดำแดงคุ้นตา ปรากฏกลางแสงเช้าเสวี่ยเหิง ยืนอยู่ตรงหน้า ไม่สวมหน้ากาก ไม่ถือยศ ไม่แบกเงาเพียงยื่นมือเปล่ามาเบื้องหน้า“เจ้าจะยอมจับมือกับข้าไหม…ในฐานะพี่น้องตระกูลหลี่” หลี่หมิงนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนเอื้อมมือไปจับ“ข้ารอวันนี้มานาน… วันที่เราจะไม่ต้องซ่อน ไม่ต้องหลบ และไม่ต้องต่อสู้กันอีก”
หลี่เซียงพบเสวี่ยเหิงเสียงฝีเท้าเบา ๆ เดินมาจากเบื้องในถ้ำหลี่เซียง ยืนอยู่ตรงหน้าทางเข้าห้องสมุนไพร แววตาสั่นไหว “เหิงเอ๋อร์…”เสวี่ยเหิงหันกลับ ดวงตานิ่งงัน ก่อนคุกเข่าลงเบื้องหน้า“ข้าไม่ใช่ลูกของท่าน…แต่ท่านคือผู้ที่แม่ของข้าไว้ใจที่สุด ข้ารู้…เพราะนางเคยเขียนไว้ในจดหมายสุดท้ายของนาง” หลี่เซียงยิ้ม น้ำตาไหลเงียบงัน “เจ้ามีดวงตาแบบซีซี…และหัวใจแบบแม่ของเจ้า — นั่นเพียงพอแล้ว”
เธอวางมือบนศีรษะเขาเบา ๆ“จากนี้ไป…เจ้าคือลูกของข้าอีกคน”
ห้องกลยุทธ์แห่งตระกูลหลี่
กลางห้องโถงลับ เสื่อผืนใหญ่คลี่ออก แผนที่หุบเขาเทียนหมิ่น ปราสาทดำของเฮาเทียน และหอวิญญาณลับใต้ดินถูกวางซ้อนอยู่“เฮาเทียนกำลังฟื้นพลังในหอวิญญาณ คืนถัดจากจันทราแดงจะเป็นจุดอ่อนที่สุดของมัน”เสวี่ยเหิงอธิบายพลางชี้จุด“แต่ก่อนถึงตอนนั้น เราต้องทำลาย ‘ประตูดวงจิต’ ที่เชื่อมพลังมารกับสุสานเลือด”หลี่หมิงพยักหน้า
“ข้าจะนำค่ายกลผนึกจากหยกปัญญาไปฝังตามจุดทั้งสี่ แล้วปล่อยพลังสะท้อนกลับข้างใน”
“แล้วข้าจะเป็นคนล่อมันออกมาเอง” เสวี่ยเหิงยิ้มบาง ดวงตานิ่งสงบ
หลี่เซียงสอดเสียงขึ้น “เจ้าจะสู้กับเขาได้หรือ?” เสวี่ยเหิงไม่ลังเลแม้แต่น้อย “ข้าเคยอยู่ในเงาของเขามาทั้งชีวิต…วันนี้ ข้าจะเผชิญหน้าในแสงของแม่ข้า”
ใต้เงาจันทร์คืนก่อนวันศึก
หลี่หมิงและเสวี่ยเหิงยืนอยู่บนโขดหินสูง มองแสงเมืองหลวงที่กำลังจะกลายเป็นสนามรบ หลี่หมิงถามเบา ๆ“ถ้าวันหนึ่งเจ้าต้องสละชีวิตล่ะ?”เสวี่ยเหิงตอบด้วยน้ำเสียงแน่วแน่“ถ้าชีวิตของข้าจะเป็นกำแพงให้เจ้าข้ามไปถึงแสง…ข้ายอม”เขายื่นมือออกมาอีกครั้ง“เราสองคน…จะจบมันด้วยกัน”
ยามสอง –
ป่าพิษรอบเขาเทียนหมิ่น
สายหมอกดำลอยต่ำ พื้นดินปูด้วยเถาวัลย์พิษที่เหมือนเคลื่อนไหวได้ หลี่หมิงนำค่ายกลหยกปัญญาเดินหน้าฝ่าป่าลึก พร้อมเสวี่ยเหิง เทียนหมิง และทัพลับของแม่ทัพซ่งอวิ๋น“ตรงหน้าคือ ‘ประตูดวงจิต’ — หากทำลายที่นั่นได้ เราจะตัดสายใยพลังของเฮาเทียนที่เชื่อมกับหอวิญญาณ”เสวี่ยเหิงกล่าวเสียงแน่น
พวกเขาแบ่งกำลังออกเป็นสามทาง
• เสวี่ยเหิง ลอบเข้าแนวกลางเพื่อเตรียมล่อพลังมาร
• หลี่หมิง ปักค่ายกลหยกจุดที่หนึ่งและสอง
• เทียนหมิง กับหน่วยลอบเร้นตีโอบแนวหลัง
ปะทะรอบแรก – กับดักมารผนึกวิญญาณ เมื่อหลี่หมิงปักหยกแท่งที่สองลงพื้น พื้นดินพลันแตกออก เงาดำโผล่พุ่งขึ้นมารอบทิศ! “กับดักผนึกวิญญาณ!” หลี่หมิงตะโกน เหล่าทหารมารไร้ใบหน้า เริ่มบุกจากใต้ดิน
หลี่หมิงดึง “กระบี่เข็มหกธาตุ” ปล่อยพลังสะท้อนปราณ ยับยั้งการปิดล้อมพร้อมปล่อยเข็มพิษจากแขนเสื้อ
เสวี่ยเหิง –
แผนล่อกลางพลังเงา อีกด้านหนึ่ง เสวี่ยเหิงเดินลึกเข้าไปในโพรงมืด เงาของเขาถูกสะกดโดยพลังของหอวิญญาณที่เริ่มรู้ตัว “มาเถอะ…เฮาเทียน”
“เจ้ารู้ว่าเจ้าต้องการร่างของข้า!”สิ้นเสียง เขากรีดฝ่ามือปล่อยหยดโลหิตที่ผสานหยกของมาร
“เสวี่ยเหิง! กลับมา!“ เสียงหลี่หมิงแว่วมา แต่มารเงาได้ปิดผนึกทางออกเสียแล้ว
จุดระเบิดพลังมารสะท้อนกลับ
เฮาเทียนปรากฏในร่างเงาเกือบสมบูรณ์ “เจ้าจะไม่มีวันหลุดจากข้า…เจ้าคือภาชนะเลือดข้า!” เสวี่ยเหิงยิ้มจาง
“แต่ข้าคือเลือดของหลี่ซีซี…ข้าไม่เคยเป็นของเจ้า”
เขาดึง “ยันต์สะท้อนจิตโลหิต” ที่หลี่หมิงเคยมอบไว้
แปะเข้ากลางอกตนเอง แล้วระเบิดพลังจิตสะท้อนเข้าแกนกลางของเงามาร!
ตูมมม!!
ระเบิดพลังสะเทือนลั่นฟ้าภูเขา —หอวิญญาณเริ่มแตกร้าว พลังเงาถูกสลายส่วนหนึ่ง แต่เสวี่ยเหิง…กลับไร้เงาในหมอกที่สลาย หลี่หมิงพุ่งเข้าไปกลางซากพัง
“เสวี่ยเหิง!! เสวี่ยเหิง!!”
เขาตะโกนลั่น หัวใจเจ็บแปลบ เขาพบเพียง “ผ้าปักชื่อเซียง” ตกอยู่เคียงข้างดาบเงาจันทรา มือเขาสั่นขณะเก็บมันไว้แนบอก
กลางซากหอวิญญาณ
หลี่หมิงยืนขึ้น ดวงตาเปี่ยมเปลวเพลิงแค้นและศรัทธา
“เจ้าสละชีวิตเพื่อเปิดทาง…ข้าจะเป็นคนจบมัน”