“ไอ้เวรวางหยางมันอยู่ห้องไหน? ฉันจะไปเช็กบิลมัน!”
หลินเฉี่ยนเปิดประตูออกมาพร้อมกับเลิกแขนเสื้อขึ้นทำท่าทางพร้อมมีเื่ชกต่อยอีกครั้ง “ไอ้กร๊วกเอ๊ย ที่ทำไปนั่นเพราะแค่หวังจะเอาใจยัยหนานอิน ถุ้ย ไอ้ไก่อ่อน แค่จีบสาวให้ติดเื่หมูๆ แบบนี้ก็ทำเองไม่ได้ ชิ! พอไม่มีปัญญาจัดการเื่ของตัวเองก็ไปลากคนอื่นให้มาช่วย ไอ้ห่า ควายยังฉลาดซะกว่า แม่งเอ๊ย! อย่าให้เจอนะแม่จะ.......”
กู้เฉิงเซียวใช้มือของเขาโอบเข้าไปบริเวณรักแร้แม่ภรรยาจอมซ่าที่กำลังสบถหยาบคายเสียงดังลั่นจากด้านหลัง ก่อนที่จะยกตัวเธอลอยขึ้นกลางอากาศ “เห้ยๆๆๆ! ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้เลยนะ วันนี้ฉันปิดบัญชีแค้นกับมันให้ได้!” หลินเฉี่ยนสะบัดตัวขาทั้งสองข้างทั้งเตะทั้งถีบเพื่อจะดิ้นให้หลุดจากอ้อมแขนคนตัวโต ขณะเดียวกันปากเล็กๆก็ยังคงพ่นคำสาปแช่งออกมาไม่หยุด “แม่งเอ๊ย! ไอ้สวะ ไม่เคยได้ยินรึไงว่าก่อนจะซัดหน้าคนอื่นก็ต้องเตรียมถูกซัดหน้ากลับด้วย วันนี้แหละเตรียมตัวเตรียมใจเอาไว้ให้ดีๆเลย ไอ้พวกหนูสกปรก!”
กู้เฉิงเซียวพาตัวแม่จอมโวยวายไปที่เตียง น่าเสียดายที่เท้าของหลินเฉี่ยนไม่ได้ยาวพอที่จะแตะถึงพื้นได้ ไม่ว่าจะเตะขาหรือเหวี่ยงตัวยังไง เธอก็ไม่สามารถหลุดออกไปจากแขนแข็งแรงที่รัดอย่างแ่าของคนตัวโตที่อยู่ด้านหลังได้
“ปล่อยเดี๋ยวนี้เลยนะกู้เฉิงเซียว นายไม่ต้องมายุ่ง มันทำให้ฉันต้องอยู่ในสภาพที่ไม่ต่างจากผี วันนี้แหละฉันจะต้องล้างแค้นให้ได้ เล่นกับใครไม่เล่นมาเล่นกับคนอย่างหลินเฉี่ยน ฉันจะซัดให้มันน่วมจนพ่อมันจำหน้าไม่ได้เลย คอยดู!”
“โว้ย ไอ้คนแซ่กู้ หูหนวกรึไง? ไม่ได้ยินเหรอ บอกให้วางฉันลง!”
“อ้าา”
ในที่สุดกู้เฉิงเซียวก็ยอมแพ้ เขาวางหลินเฉี่ยนลงบนเตียงไม่เบานัก โดยเอาลำตัวส่วนบนของเธอพาดลงไปก่อน “โอ๊ย! ฉันเจ็บนะ!” คนปากดีโวยวายพลางใช้มือจับแผลที่ใบหน้าตัวเองก่อนจะบ่นต่อด้วยความไม่พอใจ “นายมาห้ามฉันทำไมห๊ะ?!”
กู้เฉิงเซียวยกขาทั้งสองของคนตัวเล็กให้ขึ้นเตียงตามไป และตอบอย่างไม่แยแส “อยากไปก็ไปสิ ฉันไม่ได้ห้าม”
“.......” ‘ประสาท! ถ้าไม่ห้ามแล้วที่กำลังทำอยู่นี่มันอะไร?’
“ั้แ่ฉันเข้ามาก็เห็นหน้าเธอมันดูเหมือนผีมาั้แ่แรกแล้ว ตอนแรกโวยวายเื่หน้าเละดูไม่ได้ แล้วตอนนี้ไม่อายคนอื่นเค้าหรือไงถึงได้กล้าลุกออกจากเตียงน่ะฮึ?”
“……”
“เป็ผู้หญิงแต่กลับไม่มีความเป็ผู้หญิงเลยสักนิด ดูเธอตอนนี้สิ ดูพูดจาเข้า! มันน่าฟังซะที่ไหน?”
“...... ไม่น่าฟังตรงไหน?” ถึงแม้ว่าตามรูปการณ์หลินเฉี่ยนจะตกเป็รอง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเธอจะยอมแพ้ “ฉันก็เป็ของฉันแบบนี้ ถ้าทนดูไม่ได้ก็แค่ปล่อยวางซะ ฉันไม่ได้ขอให้นายมาเป็ผู้ปกครองคอยควบคุมฉันนี่”
สีหน้าของกู้เฉิงเซียวไม่เปลี่ยนไปสักนิด แม้ว่าในใจจะไม่เป็อย่างนั้นเลยก็ตาม ภายนอกเขายังดูนิ่ง แถมยังดูเหมือนจะนิ่งมากขึ้นเรื่อยๆและเรื่อยๆด้วย “เธอคิดว่าฉันอยากจะควบคุมเธอรึไง? ฉันก็แค่อยากจะดูแลเธอ เพราะฉันกลัวว่าเธอจะเสียใจ”
นี่คือความจริง ถึงแม้หลินเฉี่ยนจะไม่อยากเชื่อมันในตอนแรก แต่ตอนนี้เธอต้องยอมรับแล้วว่าั้แ่ที่เขาเข้ามามีส่วนพัวพันในชีวิต ชีวิตของเธอก็ดีขึ้นกว่าเดิมมาก เธอรู้แล้วว่าตัวเองโชคดีมากแค่ไหน
กู้เฉิงเซียวมองสาวน้อยใต้ร่างด้วยสายตาที่แสนซับซ้อน แต่สิ่งหนึ่งที่ชัดเจนจนััได้ถ้าหากสังเกตให้ดีๆคือแววแห่งความผิดหวัง
มันเป็ความจริงที่เขายังไม่รู้จักเธอดีพอ เขารู้แค่ว่าเธอเป็นักศึกษา และเขาก็คิดว่าคนตรงหน้าก็คงจะเป็นักศึกษาสาวธรรมดาๆคนหนึ่งที่ไม่ได้มีพิษมีภัยอะไร
แต่ในความเป็จริง เขาประเมินเธอต่ำเกินไป เพราะท่าทางที่ดูใสซื่อ ไร้เดียงสา หัวอ่อนจนยอมเชื่อฟังทุกเื่ที่เธอแสดงให้เขาเห็นั้แ่แรกมันเป็แค่การเสแสร้งเพื่อให้ดูน่าสงสารเท่านั้นแต่ที่จริงแล้วยัยเด็กนี่ร้ายกว่านั้นมาก
ไม่กี่วันที่ผ่านมาเด็กสาวใสซื่อของเขาเพิ่งจะซัดคนอื่นจนเข้าโรงพยาบาล แล้วไม่กี่วันหลังจากนั้นก็ถูกรุมกระทืบจนถูกหามส่งโรงพยาบาลเองอีก เื่แบบนี้เด็กมหาลัยคนอื่นเขาทำกันซะที่ไหนล่ะ
นี่มันเป็เื่ที่เด็กผู้หญิงทั่วๆไปควรจะทำงั้นเหรอ?
ครั้งนี้ กู้เฉิงเซียวไม่ได้แสดงอารมณ์โกรธหรือกล่าวตำหนิออกมาอีก คนตัวโตหันหลังเดินออกไปโดยไม่พูดอะไรออกมาเลย
“......” หลินเฉี่ยนเม้มปากเน้นแต่เธอก็ทำแค่เพียงมองอีกฝ่ายเดินออกไปโดยไม่พูดอะไรออกมาเช่นกัน
เป็เพราะเขาใส่รองเท้าทหารทำให้เสียงกุกกักดังก้องไปตลอดทางเดินระหว่างห้องพักฟื้นอย่างหนักหน่วง ฟังจากจังหวะที่หนักแน่นและรัวเร็วนั้นแล้วเธอก็เดาได้เลยว่าเขาใช้ความเร็วในการเดินมากแค่ไหน
อย่างไรก็ตาม แม้ว่ากู้เฉิงเซียวจะไม่ได้อยู่คอยขัดขวางเธอแล้วและประตูก็ยังเปิดกว้างอย่างเชื้อเชิญ แต่หลินเฉี่ยนก็ไม่ได้รีบพุ่งออกไปคิดบัญชีแค้นกับวางหยาง เธอยังคงนั่งนิ่งอยู่บนเตียงเงียบๆ สายตาจากตาคู่สวยที่บวมเป่งมองไปรอบๆ ทุกอย่างมีแต่ความว่างเปล่า...ความอ้างว้าง เดียวดาย มันเป็ความรู้สึกที่เธอแสนจะคุ้นเคยในขณะเดียวกันเธอก็เกลียดมันมากที่สุดด้วย
ตอนนี้เป็อย่างที่เธอ้าแล้ว...เป็เหมือนที่เธอบอกเขา...ไม่มีใครมาสนใจเธออีกแล้ว แต่ไม่รู้ว่าเป็เพราะอะไรถึงทำให้เธอรู้สึกคล้ายกับว่าตัวเองสูญเสียอะไรบางอย่างไป มันเกือบจะเหมือนความว่างเปล่าแบบเดิมๆขยายใหญ่ขึ้นกว่าเดิมเสียอีก
เื่ดีไม่ค่อยแพร่งพราย ทว่าเื่ร้ายกลับกระจายได้ไกลหมื่นกิโล ข่าวเื่ที่หลินเฉี่ยนได้รับาเ็หนักจนต้องเข้าโรงพยาบาลกระจายไปทั่วมหาลัยอย่างรวดเร็ว
ในเวลาเดียวกันข่าวที่ว่าวางหยางขอพักการเรียนและย้ายออกนอกประเทศไปก็ถูกกระจายออกไปด้วยเช่นเดียวกัน
การที่วางหยางย้ายออกนอกประเทศไม่ใช่เื่แปลกอะไร แต่การที่เขาออกไปอย่างกะทันหันแบบนั้นมันดูผิดปกติเกินไปหน่อย
หลายคนที่ไม่รู้ความจริง ก็เอาเื่นี้ไปตีไข่ใส่สีแล้วซุบซิบต่อๆกันไปในมากมายหลายเวอร์ชั่น เื่ที่ดูจะโอเวอร์ที่สุดก็คือ ‘แม่เลี้ยง’
“ข่าวใหญ่ๆ ฉันได้ยินมาว่าเสี่ยเลี้ยงของหลินเฉี่ยนเป็พวกคนรวยตระกูลวางนะ ที่วางหยางออกตัวแทนหนานอินเป็แค่ข้ออ้างทั้งนั้นแหละ แต่เป้าหมายหลักๆคือเขาไม่พอใจที่หลินเฉี่ยนไปเป็เมียน้อยพ่อของเขาต่างหากล่ะ!”
“เห้ยนี่พูดจริงพูดเล่นวะเนี่ย?”
“ไม่ผิดแน่นอน หลินเฉี่ยนถูกคนทำร้ายร่างกายจนเจ็บสาหัสเลยแหละ พ่อของวางหยางก็เลยส่งลูกชายตัวเองไปต่างประเทศไงเล่า”
“แล้ววางหยางยอมเหรอ? ไม่ใช่ว่าเขากำลังตามจีบหนานอินอยู่หรอกเหรอ?”
“ไม่ยอมแล้วจะทำอะไรได้อีก วางหยางไปพ้นหูพ้นตาแล้วแบบนี้ หลังจากนี้หลินเฉี่ยนก็คงจะทางสะดวกแล้วล่ะ”
“พวกแกกำลังจะบอกว่าที่หลินเฉี่ยนบริจาคเงินให้มหาลัยจนเข้ามาอยู่ในนี้ได้ มันเป็เงินที่นางได้มาจากพ่อของวางหยางงั้นดิ?”
“ปิ๊งป่อง! มีความเป็ไปได้สูงมว๊ากกก! ดูยังไงหลินเฉี่ยนก็ไม่ใช่พวกลูกคนรวย จะไปเอาเงินมากมายพวกนั้นมาจากที่ไหน! เพื่อที่จะได้มาเข้าเรียนที่นี่ ต่อให้ต้องทำเื่น่าอาย ยัยนั่นก็ยอมทำทั้งนั้นแหละ…แต่จะว่าไปพ่อของวางหยางก็อายุเท่าพ่อแกเลยนะ”
เื่ซุบซิบนินทาหาความจริงไม่ได้แบบนี้ยังดำเนินต่อไปอย่างไม่มีจุดจบ
แน่นอนว่าพอหลินหยีได้ยินก็โกรธอย่างหนัก และรีบเอาข่าวลือที่เกิดขึ้นมาเล่าให้หลินเฉี่ยนฟัง คุณชายเฉี่ยนผู้กลายเป็อีหนูของเสี่ยงยกนิ้วโป้งขึ้นมาหลังจากฟังจเื่จบแล้วเอ่ยปากชมจากก้นบึ้งหัวใจ “ฉันเพิ่งรู้นะว่าเพื่อนๆนักศึกษาในมหาลัยที่อยู่รอบๆตัวเราเนี่ย เป็พวกเป็ที่เต็มไปด้วยจินตนาการกันมากขนาดนี้ นี่มัน ‘สุดยอดมันสมองระดับเทพ’ เลยนะเนี่ย ไอเดียของคนพวกนี้บรรเจิดพอจะเอาไปสร้างเป็ซีรี่ย์น้ำเน่าได้เลย”
แม้จะโกรธแทนคนตรงหน้ามากแค่ไหนและถึงจะหงุดหงิดกับท่าทีเหมือนไม่คิดจะแคร์ของหลินเฉี่ยน แต่หลินหยีก็ยังไม่ลืมที่จะสอดรู้เกี่ยวกับเื่นี้ “ว่าแต่เื่นี้จริงๆแล้วมันยังไงกันแน่เนี่ย? แล้วคุณกู้เขาว่ายังไงบ้างอ่ะ?”
หลินเฉี่ยนส่ายหน้า “ั้แ่ที่เขาหายไปเมื่อวันก่อนฉันก็ไม่เห็นเขาอีกเลย”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น หลินหยีก็อดรู้สึกกังวลขึ้นมาไม่ได้ “นี่ อย่าหาว่าฉันยุ่งเื่ของเธอเลยนะ แต่ฉันแค่เป็ห่วงน้องสาวของฉัน ฉันเลยอยากรู้ว่าทำไมเขาถึงอยากแต่งงานกับเธอ?”
หลินเฉี่ยนส่ายหน้าพร้อมกับยักไหล่ “ฉันก็อยากรู้เหมือนกัน ถ้าเธอรู้เมื่อไหร่ก็ช่วยบอกฉันด้วยนะ”
“…….” หลินหยีถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่ายก่อนที่จะเปลี่ยนหัวข้อสนทนา “แล้วนี่จะได้ออกจากโรงบาลวันไหน? ฉันว่าถ้าเธอยังไม่ไปเคลียร์เื่ทุกอย่างนะ มีหวังเธอได้กลายเป็แม่เลี้ยงวางหยางตลอดไปแน่ๆ”
“ไปเคลียร์? เคลียร์กับใคร? จะให้ฉันไปปิดป้ายประกาศว่าฉันไม่ได้เป็เมียน้อยพ่อเขางั้นเหรอ? เหอะ ปัญญาอ่อนดิ”
“แล้วเธอไม่คิดจะทำอะไรหน่อยเรอะ?”
“แคร์อะไรล่ะ? พูดไปก็ดูเหมือนหาข้อแก้ตัว ยิ่งร้อนรนก็ยิ่งเหมือนร้อนตัว ฉันว่าไม่ต้องไปสนใจหรอก เดี๋ยวเวลาผ่านไปทุกคนก็รู้เองแหละว่ามันไม่ใช่เื่จริง”
หลินหยีพยักหน้า “ฉันก็หวังว่ามันจะเป็แบบนั้นนะ หนิแล้วตกลงเธอจะออกจากโรงบาลวันไหนแน่ห๊ะ? แล้วออกไปแล้วจะเอาไงต่อ? จะไปอยู่ที่ไหน?”
ไม่ใช่ว่าหลินเฉี่ยนไม่อยากตอบแต่เธอเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะเอาไงต่อ เพราะั้แ่วันนั้นที่กู้เฉิงเซียวเดินออกไปโดยไม่พูดอะไรกับเธอ เขาก็ไม่มาหาเธออีกเลยและไม่มีใครมาหาเธอเลยเช่นกันแม้แต่ย่าของเขาก็ด้วย
แถมหลินเฉี่ยนก็ไม่กล้าพอที่จะโทรไปหากู้เฉิงเซียวด้วย
“คุณกู้คนนี้ถ้าไม่ใช่สมองมีปัญหาก็ร่างกายมีปัญหานั่นแหละถึงมาเลือกแต่งงานกับเธอได้น่ะ แต่ฉันเดาว่า 80% เขาต้องมีปัญหาเกี่ยวกับการมองเห็นว่ะ ฉันว่านะตอนนี้เธอต้องวางแผนให้ดีๆก่อน ต้องคิดให้รอบคอบว่าควรจะเอายังไงต่อ”
หลินเฉี่ยนไม่สามารถหาอะไรมาอธิบายให้หลินหยีเข้าใจได้ และสิ่งที่หลินหยีสงสัยก็คือเื่เดียวกับที่เธอกำลังไม่เข้าใจอยู่ในตอนนี้
“นี่หลินเฉี่ยน” จู่ๆหลินหยีก็ลดเสียงลง ก่อนที่จะกระซิบถาม “เธอกับเขาเคย...กันรึยังล่ะ?”
“ยัง! ฉันไม่ยอมแล้วเขาก็ไม่ได้บังคับฉันด้วย”
ป้าบ! หลินหยีตบหน้าขาตัวเอง “เห็นไหมล่ะฉันบอกแล้ว! ฉันว่านะที่หมอนั่นมาแต่งงานกับคนแบบเธอได้นี่ต้องเป็เพราะเขามีปัญหาเื่การใช้งานเ้านั่นแน่ๆ!”
.
.
.
.